การรักษา

ประเภทของยารักษาอาการท้องเสีย ข้อดีข้อเสีย และวิธีการใช้

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
Istock 536404991 %281%29

อาการท้องเสียหรือโรคอุจจาระร่วง เป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ซึ่งมีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีการปนเปื้อนหรือไม่สะอาด รวมถึงอาหารที่มีรสจัดๆ และยารักษาโรคบางชนิด โดยผู้คนส่วนใหญ่มักจะมองว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่อันที่จริงแล้วถ้ามีอาการรุนแรงมาก จะทำให้สูญเสียน้ำและเกลือแร่ในร่างกายไปมาก และเมื่อไม่ได้รับการรักษาหรือรับประทานยารักษาอาการท้องเสียอย่างเร่งด่วน ก็จะมีโอกาสเสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้น

ยารักษาอาการท้องเสีย สามารถแบ่งออกได้เป็น 6 ประเภท และมีวิธีการใช้หรือข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน ดังต่อไปนี้

1. สารอาหารทางน้ำ

ได้แก่ ผงเกลือแร่หรือโออาร์เอส เป็นการรักษาอาการท้องเสียเบื้องต้นที่จะช่วยชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่ร่างกายสูญเสียไป โดยเฉพาะเวลาที่มีอาการท้องเสียอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ยารักษาอาการท้องเสียโดยตรงก็ตาม ซึ่งมีข้อดีตรงที่ไม่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารและลำไส้

2. ยาป้องกันอาการท้องเสีย

มีทั้งรูปแบบยาชนิดเม็ดและยาชนิดน้ำแขวนตะกอน โดยบรรจุอยู่ในแคปซูลหรือผงบรรจุในซอง ซึ่งมีข้อดีตรงที่มีความปลอดภัยและให้ประสิทธิภาพในการรักษาอาการท้องเสียเฉียบพลันจากการติดเชื้อ

  • Bismuth subsalicylate หรือ Gastro Bismol สามารถใช้กับเด็กเล็กที่มีอายุมากกว่า 3 ปีได้ โดยจับกับสารพิษจากแบคทีเรียแล้วมีผลในการต้านแบคทีเรียโดยตรง พร้อมกับช่วยกระตุ้นการดูดกลับของน้ำและเกลือแร่ที่อยู่ในลำไส้ แต่มีข้อเสียตรงที่ไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคไต ผู้ที่แพ้ยาชนิดนี้ และผู้หญิงที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรควรระมัดระวัง
  • Racecadotril หรือ Hydrasec เป็นยาที่ใช้ในการยับยั้งเอนไซม์ที่ทำลายสารสำคัญ Encephalin ซึ่งอยู่ในทางเดินอาหารที่มีสรรพคุณยับยั้งการหลั่งสารน้ำในทางเดินอาหาร จึงสามารถช่วยต้านและลดอาการท้องเสียได้ เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการท้องเสียเฉียบพลัน แต่มีข้อเสียตรงที่ห้ามใช้หรือควรใช้อย่างระมัดระวังในผู้หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

3. ยาหยุดถ่าย

เป็นยารักษาอาการท้องเสียที่ออกฤทธิ์ช่วยลดการเคลื่อนที่หรือการบีบตัวของลำไส้ โดยมีจุดประสงค์ในการใช้คือ เพื่อลดจำนวนครั้งของการถ่ายให้น้อยลง

  • Loperamide เป็นยาที่นิยมใช้มากกว่ายาชนิดอื่นๆ เพราะมีข้อดีตรงที่ตัวยาจะออกฤทธิ์โดยไม่ต้องผ่านระบบสมอง และไม่มียา Atropine ผสมอยู่ ซึ่งเป็นยาต้านการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ ทำให้ไม่มีอาการข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ต่อร่างกาย เช่น หัวใจเต้นเร็ว เป็นต้น และสามารถใช้ร่วมกับยาฆ่าเชื้อที่เป็นต้นเหตุของอาการท้องเสียได้
  • ยากลุ่มอนุพันธ์ของฝิ่น เช่น Loperamide, Atropine หรือ Diphenoxylate มีผลช่วยในการยับยั้งการบีบตัวของลำไส้ ลดการสร้างสารน้ำในลำไส้ แล้วเพิ่มการดูดกลับของน้ำจากลำไส้ให้กลับเข้าสู่ร่างกาย แต่มีข้อเสียตรงที่ออกฤทธิ์โดยตรงกับระบบสมองและระบบประสาทอัตโนมัติด้วย

4. ยากลุ่ม Probiotic และ Zinc

  • ยากลุ่ม Probiotic ในบ้านเรา แบ่งได้เป็น 2 ชนิด ตามลักษณะสายพันธุ์ของ Probiotic คือ Bioflor และ Infloran โดยจะช่วยสร้างสมดุลของจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในลำไส้ เมื่อเรารับประทานในปริมาณที่เหมาะสมต่อความต้องการของร่างกาย และจะช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันต่อเยื่อเมือกของลำไส้ รวมถึงการป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร
  • ยากลุ่ม Zinc เป็นยารักษาอาการท้องเสียที่จะช่วยรักษาอาการท้องเสียจากการติดเชื้อ ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันโรคภายในร่างกาย

5. ยาปฏิชีวนะ

เป็นยาใช้ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของอาการท้องเสีย ซึ่งจะต้องได้รับการตรวจและวินิจฉัยก่อนว่าเกิดเชื้อโรคชนิดใด เป็นบิดแบบมีตัวหรือบิดไม่มีตัว หรือเกิดจากอาหารเป็นพิษหรือไม่ แพทย์จึงจะสั่งจ่ายยาได้อย่างถูกต้อง แต่มีข้อเสียตรงที่อาจก่อให้เกิดอาการข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ และห้ามใช้ในผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ให้นมบุตร ผู้ที่แพ้ยา หรือเจ็บป่วยด้วยโรคบางชนิด

6. ยากลุ่มอื่นๆ

  • Kaopectate เป็นยาน้ำที่ออกฤทธิ์ในการดูดซับเชื้อโรค พร้อมกับช่วยป้องกันการจับเชื้อโรคที่ผนังลำไส้ ดูดซับสารน้ำส่วนเกินภายในลำไส้ และทำให้ลำไส้เคลื่อนไหวน้อยลง ข้อดีของยาชนิดนี้คือสามารถใช้กับเด็กเล็กๆ อายุตั้งแต่ 1 ขวบขึ้นไปได้
  • Ultra Carbon เป็นยารักษาอาการท้องเสียที่ออกฤทธิ์ด้วยการดูดซับเชื้อโรคและสารพิษที่ผลิตจากเชื้อโรค ซึ่งควรรับประทานตอนท้องว่างหรือก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง หรือหลังอาหารและยาอื่นๆ ประมาณ 2 ชั่วโมง และมีข้อดีตรงที่ไม่มีผลข้างเคียงนั่นเอง

ยารักษาอาการท้องเสียที่กล่าวมานี้ ควรใช้ก็ต่อเมื่อมีอาการถ่ายเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำมากกว่า 3 ครั้ง ภายใน 1 วัน ถ้าเป็นสารอาหารทางน้ำจะรับประทานได้บ่อยจนกว่าจะหยุดถ่าย แต่สำหรับยาปฏิชีวนะจะต้องรับประทานให้ครบตามจำนวนที่แพทย์สั่ง เพื่อป้องกันอาการเชื้อดื้อยาและการรักษาที่ไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควร

นอกจากนี้ถ้ารับประทานยารักษาอาการท้องเสียแล้วยังไม่ดีขึ้น แล้วยังมีอาการไข้สูงกว่า 38.5 องศาเซลเซียสร่วมด้วย ให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด รวมถึงกรณีของผู้ป่วยที่เป็นเด็กเล็กๆ ที่มีอายุต่ำกว่า 3 ปี ผู้สูงอายุ และผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรด้วยเช่นกัน ซึ่งไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง เนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายจนอาจทำให้เสียชีวิต หรือมีผลต่อทารกในครรภ์และทารกที่รับประทานนมแม่ได้นั่นเอง

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่