การรักษา

รวมยารักษาอาการท้องเสีย ข้อดีข้อเสีย และวิธีการใช้

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.ย. 2, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
รวมยารักษาอาการท้องเสีย ข้อดีข้อเสีย และวิธีการใช้

อาการท้องเสียหรือโรคอุจจาระร่วง เป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ซึ่งมีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีการปนเปื้อนหรือไม่สะอาด รวมถึงอาหารที่มีรสจัดๆ และยารักษาโรคบางชนิด โดยผู้คนส่วนใหญ่มักจะมองว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่อันที่จริงแล้วถ้ามีอาการรุนแรงมาก จะทำให้สูญเสียน้ำและเกลือแร่ในร่างกายไปมาก และเมื่อไม่ได้รับการรักษาหรือรับประทานยารักษาอาการท้องเสียอย่างเร่งด่วน ก็จะมีโอกาสเสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้น

ยารักษาอาการท้องเสีย สามารถแบ่งออกได้เป็น 6 ประเภท และมีวิธีการใช้หรือข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน ดังต่อไปนี้

1. สารอาหารทางน้ำ

ได้แก่ ผงเกลือแร่หรือโออาร์เอส เป็นการรักษาอาการท้องเสียเบื้องต้นที่จะช่วยชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่ร่างกายสูญเสียไป โดยเฉพาะเวลาที่มีอาการท้องเสียอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ยารักษาอาการท้องเสียโดยตรงก็ตาม ซึ่งมีข้อดีตรงที่ไม่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารและลำไส้

2. ยาป้องกันอาการท้องเสีย

มีทั้งรูปแบบยาชนิดเม็ดและยาชนิดน้ำแขวนตะกอน โดยบรรจุอยู่ในแคปซูลหรือผงบรรจุในซอง ซึ่งมีข้อดีตรงที่มีความปลอดภัยและให้ประสิทธิภาพในการรักษาอาการท้องเสียเฉียบพลันจากการติดเชื้อ

  • Bismuth subsalicylate หรือ Gastro Bismol สามารถใช้กับเด็กเล็กที่มีอายุมากกว่า 3 ปีได้ โดยจับกับสารพิษจากแบคทีเรียแล้วมีผลในการต้านแบคทีเรียโดยตรง พร้อมกับช่วยกระตุ้นการดูดกลับของน้ำและเกลือแร่ที่อยู่ในลำไส้ แต่มีข้อเสียตรงที่ไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคไต ผู้ที่แพ้ยาชนิดนี้ และผู้หญิงที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรควรระมัดระวัง
  • Racecadotril หรือ Hydrasec เป็นยาที่ใช้ในการยับยั้งเอนไซม์ที่ทำลายสารสำคัญ Encephalin ซึ่งอยู่ในทางเดินอาหารที่มีสรรพคุณยับยั้งการหลั่งสารน้ำในทางเดินอาหาร จึงสามารถช่วยต้านและลดอาการท้องเสียได้ เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการท้องเสียเฉียบพลัน แต่มีข้อเสียตรงที่ห้ามใช้หรือควรใช้อย่างระมัดระวังในผู้หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

3. ยาหยุดถ่าย

เป็นยารักษาอาการท้องเสียที่ออกฤทธิ์ช่วยลดการเคลื่อนที่หรือการบีบตัวของลำไส้ โดยมีจุดประสงค์ในการใช้คือ เพื่อลดจำนวนครั้งของการถ่ายให้น้อยลง

  • Loperamide เป็นยาที่นิยมใช้มากกว่ายาชนิดอื่นๆ เพราะมีข้อดีตรงที่ตัวยาจะออกฤทธิ์โดยไม่ต้องผ่านระบบสมอง และไม่มียา Atropine ผสมอยู่ ซึ่งเป็นยาต้านการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ ทำให้ไม่มีอาการข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ต่อร่างกาย เช่น หัวใจเต้นเร็ว เป็นต้น และสามารถใช้ร่วมกับยาฆ่าเชื้อที่เป็นต้นเหตุของอาการท้องเสียได้
  • ยากลุ่มอนุพันธ์ของฝิ่น เช่น Loperamide, Atropine หรือ Diphenoxylate มีผลช่วยในการยับยั้งการบีบตัวของลำไส้ ลดการสร้างสารน้ำในลำไส้ แล้วเพิ่มการดูดกลับของน้ำจากลำไส้ให้กลับเข้าสู่ร่างกาย แต่มีข้อเสียตรงที่ออกฤทธิ์โดยตรงกับระบบสมองและระบบประสาทอัตโนมัติด้วย

4. ยากลุ่ม Probiotic และ Zinc

  • ยากลุ่ม Probiotic ในบ้านเรา แบ่งได้เป็น 2 ชนิด ตามลักษณะสายพันธุ์ของ Probiotic คือ Bioflor และ Infloran โดยจะช่วยสร้างสมดุลของจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในลำไส้ เมื่อเรารับประทานในปริมาณที่เหมาะสมต่อความต้องการของร่างกาย และจะช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันต่อเยื่อเมือกของลำไส้ รวมถึงการป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร
  • ยากลุ่ม Zinc เป็นยารักษาอาการท้องเสียที่จะช่วยรักษาอาการท้องเสียจากการติดเชื้อ ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันโรคภายในร่างกาย

5. ยาปฏิชีวนะ

เป็นยาใช้ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของอาการท้องเสีย ซึ่งจะต้องได้รับการตรวจและวินิจฉัยก่อนว่าเกิดเชื้อโรคชนิดใด เป็นบิดแบบมีตัวหรือบิดไม่มีตัว หรือเกิดจากอาหารเป็นพิษหรือไม่ แพทย์จึงจะสั่งจ่ายยาได้อย่างถูกต้อง แต่มีข้อเสียตรงที่อาจก่อให้เกิดอาการข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ และห้ามใช้ในผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ให้นมบุตร ผู้ที่แพ้ยา หรือเจ็บป่วยด้วยโรคบางชนิด

6. ยากลุ่มอื่นๆ

  • Kaopectate เป็นยาน้ำที่ออกฤทธิ์ในการดูดซับเชื้อโรค พร้อมกับช่วยป้องกันการจับเชื้อโรคที่ผนังลำไส้ ดูดซับสารน้ำส่วนเกินภายในลำไส้ และทำให้ลำไส้เคลื่อนไหวน้อยลง ข้อดีของยาชนิดนี้คือสามารถใช้กับเด็กเล็กๆ อายุตั้งแต่ 1 ขวบขึ้นไปได้
  • Ultra Carbon เป็นยารักษาอาการท้องเสียที่ออกฤทธิ์ด้วยการดูดซับเชื้อโรคและสารพิษที่ผลิตจากเชื้อโรค ซึ่งควรรับประทานตอนท้องว่างหรือก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง หรือหลังอาหารและยาอื่นๆ ประมาณ 2 ชั่วโมง และมีข้อดีตรงที่ไม่มีผลข้างเคียงนั่นเอง

ยารักษาอาการท้องเสียที่กล่าวมานี้ ควรใช้ก็ต่อเมื่อมีอาการถ่ายเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำมากกว่า 3 ครั้ง ภายใน 1 วัน ถ้าเป็นสารอาหารทางน้ำจะรับประทานได้บ่อยจนกว่าจะหยุดถ่าย แต่สำหรับยาปฏิชีวนะจะต้องรับประทานให้ครบตามจำนวนที่แพทย์สั่ง เพื่อป้องกันอาการเชื้อดื้อยาและการรักษาที่ไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควร

นอกจากนี้ถ้ารับประทานยารักษาอาการท้องเสียแล้วยังไม่ดีขึ้น แล้วยังมีอาการไข้สูงกว่า 38.5 องศาเซลเซียสร่วมด้วย ให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด รวมถึงกรณีของผู้ป่วยที่เป็นเด็กเล็กๆ ที่มีอายุต่ำกว่า 3 ปี ผู้สูงอายุ และผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรด้วยเช่นกัน ซึ่งไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง เนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายจนอาจทำให้เสียชีวิต หรือมีผลต่อทารกในครรภ์และทารกที่รับประทานนมแม่ได้นั่นเอง

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่