ยาโรคพาร์กินสัน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ เม.ย. 15, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 839,985 คน

โรคพาร์กินสันและภาวะอื่นๆที่เกี่ยวข้องสามารถรักษาได้ด้วยตัวยากลุ่มหนึ่ง

ยาโรคพาร์กินสันแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02
  • ยาเพิ่มระดับสารสื่อประสาทโดพามีนในสมอง
  • ยาปรับระดับสารสื่อประสาบอื่นๆที่ช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ
  • ยาช่วยควบคุมอาการอื่นๆนอกเหนือจากการเคลื่อนไหว

ในบางครั้งการใช้ยารักษาโรคพาร์กินสันก็เหมือนเป็นการปรับสมดุลระหว่างการรักษาโรคและการจัดการกับผลข้างเคียงของยา

ยาเพิ่มโดพามีน

ยากลุ่มนี้ช่วยเพิ่มระดับโดพามีนในสมอง:

ยากลุ่ม dopamine-like จัดจำหน่ายในชื่อ Duopa, Parcopa, Rytary และ Sinemet (levodopa และ carbidopa) ซึ่งใช้เป็นการรักษาพื้นฐานสำหรับโรคพาร์กินสัน ตัวยาผสมระหว่าง levodopa และ carbidopa หรือเรียกสั้นๆว่า levodopa หรือ L-dopa จะเปลี่ยนเป็น dopamine ซึ่งเป็นรูปแบบที่สมองเอาไปใช้ได้ ทั้งนี้ตัว Dopamine เองไม่สามารถนำไปใช้เป็นยารักษาโดยตรง เพราะจะถูกย่อยสลายภายในร่างกายก่อนจะสามารถเข้าไปในสมองได้ Levodopa เป็นยาที่ช่วยรักษาอาการสั่นและความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติได้เป็นอย่างดี แต่ตัวยาก็มีผลข้างเคียงได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นคลื่นไส้อาเจียน ง่วงนอน และความดันโลหิตต่ำ ยิ่งไปกว่านั้นหากคุณทาน levodopa เป็นเวลานาน อาจทำให้คุณมีการเคลื่อนไหวแบบบิดหรือเลื้อย(dyskinesia) และอาจเกิดอาการหลงผิดหรืออาการจิตประสาทหลอนด้วย ประสิทธิภาพของตัวยาอาจลดลงหากคุณใช้ไปสักพัก ทำให้คุณอาจต้องเพิ่มขนาดยาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เท่ากัน คุณไม่ควรเปลี่ยนขนาดยา หรือหยุดใช้ยากระทันหันโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะนั่นอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงตามมา

ยากลุ่ม dopamine agonists ได้แก่ Apokyn(apomorphine), Mirapex(pramipexole), Neupor(rotigotine), Parlodel(bromocriptine) และ Requip(ropinirole) ยากลุ่มนี้เลียนแบบการทำงานของ dopamine ในสมอง และมีผลข้างเคียงเช่นเดียวกับ levodopa โดยสามารถจะทานเดี่ยวหรือทานควบคู่กับ levodopa หรือกรณีที่พบได้ไม่มากอาจเกิดความอยากที่จะไปเล่นการพนัน ไปช็อปปิ้ง หรือมีเพศสัมพันธ์

ยากลุ่ม MAO-B inhibitors ได้แก่ Azilect(rasagiline) และ Eldepryl หรือ Zelapar(selegiline) ยากลุ่มนี้มีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ monoamine oxidase B ที่ช่วยทำลาย dopamine ในสมอง ดังนั้น dopamine ในสมองจะสามารถคงอยู่ให้นำไปใช้ได้นานขึ้น บางครั้งยากลุ่มนี้อาจทานพร้อม levodopa เพื่อให้ฤทธิ์ของยาอยู่ได้นานขึ้น ยากลุ่มนี้ไม่สามรถทานพร้อมยาโรคซึมเศร้าและยานอนหลับบางตัว เนื่องจากอาจทำให้เกิดอันตรายได้

ยากลุ่ม COMT inhibitors ได้แก่ Comtan(entecapone) และ Tasmar(topocapone) ยากลุ่มนี้มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์อีกชนิดที่ช่วยทำลาย dopamine ในสมองชื่อ catechol-O-methyltransferase(COMT) COMT inhibitors สามารถทานพร้อม levodopa เพื่อให้ฤทธิ์ของยาอยู่ได้นานขึ้นเช่นกัน ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยที่สุดของยากลุ่มนี้คือท้องเสีย นอกจากนี้ยังอาจทำให้มีปัญหาการนอนหลับ ปวดหัว หรือจิตประสาทหลอน ยา Tasmar สามารถทำให้เกิดโรคตับอักเสบรุนแรงได้ในบางคน ดังนั้นคุณอาจต้องตรวจเลือดเป็นประจำระหว่างทานยาตัวนี้

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

ยา Symmetrek(amantadine)

ยาต้านไวรัสตัวนี้ช่วยเพิ่มฤทธิ์ของ dopamine ในสมอง แต่นักวิจัยก็ยังไม่เข้าใจกลไกของมัน ยาตัวนี้อาจทานเดี่ยวในระยะแรกของโรคพาร์กินสัน แต่อาจเลือกทานเพิ่มในระยะหลังๆเพื่อช่วยลดการเคลื่อนไหวผิดปกติ(dyskinesia) ที่เกิดจากผลข้างเคียงของ levodopa

ยาปรับสารสื่อประสาทอื่นๆ

ยากลุ่มนี้อาจช่วยลดอาการบางอย่างในโรคพาร์กินสัน:

ยากลุ่ม anticholinergics ได้แก่ Artane(trihexylphenidyl), Cogentin(benztropine) และ Parsidol(ethopropazine) ยากลุ่มนี้ช่วยลดการทำงานของสารสื่อประสาท acetylcholine ซึ่งจะช่วยลดอาการสั่นได้ ผลข้างเคียงของยากลุ่มนี้ได้แก่ ปากแห้ง, ท้องผูก, ปัสสาวะไม่ออก หรือมึนงง

ยาสำหรับอาการอื่นนอกจากเรื่องของการเคลื่อนไหว

ยากลุ่มนี้ช่วยลดอาการอื่นๆนอกจากการเคลื่อนไหวผิดปกติในโรคพาร์กินสัน

ยากลุ่ม antipsychotics ยากลุ่มนี้ช่วยรักษาอาการจิตประสาทหลอนและอาการหลงผิดที่พบในผู้ป่วยโรคพาร์กินสันบางราย บางครั้งการปรับขนาดยาตัวอื่นๆก็สามารถลดอาการเหล่านี้ได้ ในขณะเดียวกันยารักษาโรคจิตกลุ่มเดิม เช่น Haldol(haloperidol), Risperdal(risperidone) และ Seroquel(quetiapine) สามารถทำให้อาการโรคพาร์กินสันแย่ลงโดยการไปบล็อค dopamine ในเดือนเมษายน ปี 2016 ทาง FDA ขึ้นทะเบียนยา Nuplazid(pimavanserin) ให้เฉพาะสำหรับรักษาโรคจิตที่พบในผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน โดยตัวยาจะไปขวางการทำงานของ serotonin ทำให้ลดอาการจิตประสาทได้โดยไม่ทำให้อาการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติแย่ลง

ยากลุ่ม antidepressants

ภาวะซึมเศร้าสามารถพบได้ทั่วไปในผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน และยาต้านซึมเศร้าเหล่านี้อาจช่วยหากคุณรู้สึกเศร้าอย่างรุนแรง หรือสูญเสียความสุขในการทำกิจกรรมที่เคยชอบ แพทย์จะถามเรื่องการทานยาสมุนไพร เช่นเดียวกับยาอื่นๆและการดื่มแอลกอฮอล์ก่อนจะสั่งยาให้ เนื่องจากยาต้านซึมเศร้าอาจไปทำปฏิกิริยากับสารเหล่านี้(และกับยารักษาโรคพาร์กินสันบางตัว)

ยากลุ่ม stimulants

ยากลุ่มนี้มักช่วยรักษาอาการง่วงนอนตอนกลางวันของผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน หากคุณมีปัญหาการนอนที่หาสาเหตุไม่ได้(เช่น ความเจ็บปวด หรือปัสสาวะบ่อย) แพทย์อาจสั่งยา เช่น คาเฟอีน หรือ Provigil(modafinil) เพื่อลดอาการง่วงนอนตอนกลางวัน

ยากลุ่ม cholinesterase inhibitors

ยากลุ่มนี้ช่วยเรื่องความจำและอาการหลงลืมจากอายุที่มากขึ้นและการดำเนินไปของโรคพาร์กินสัน ยาเช่น Aricept(donepezil), Exelon(rivastigmine), Namenda(memantine) และ Razadyne(galantamine) ถูกพัฒนาขึ้นสำหรับรักษาโรคอัลไซเมอร์ แต่ก็สามารถช่วยเรื่องอาการหลงลืมในผู้ป่วยโรคพาร์กินสันด้วยเช่นกัน

เอสโตรเจน

เป็นฮอร์โมนที่ให้เป็นบางครั้งในผู้ป่วยหญิงโรคพาร์กินสันที่หมดประจำเดือน เอสโตรเจนอาจส่งผลกับวิธีการที่สมองนำโดพามีนไปใช้ และในผู้หญิงระหว่างและหลังวัยหมดประจำเดือนที่มีอาการโรคพาร์กินสันที่แย่ลง

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความก่อนหน้า
พาร์กินโซนิซึม Parkinsonism
พาร์กินโซนิซึม Parkinsonism
บทความต่อไป
Seroquel (quetiapine)  เป็นยาอะไร
Seroquel (quetiapine) เป็นยาอะไร

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่