Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
addictions

โทษของยาเสพติด 10 ชนิด อันตรายร้ายแรงต่อชีวิตที่ทุกคนควรรู้

10 ยาเสพติดอันตราย กับโทษร้ายที่ทำลายถึงชีวิต
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 8 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,552,019 คน

โทษของยาเสพติด 10 ชนิด อันตรายร้ายแรงต่อชีวิตที่ทุกคนควรรู้

ขึ้นชื่อว่า “ยาเสพติด” ล้วนก่อให้เกิดโทษต่อชีวิตผู้เสพด้วยกันทั้งสิ้น โดยทำลายทั้งชีวิต ทรัพย์สิน ครอบครัวที่คุณรักและความมั่นคงของประเทศชาติ ด้วยเหตุนี้ เราจึงนำโทษจากสารเสพติดทั้ง 10 ชนิดมาแนะนำให้ทราบว่ามีอะไรบ้าง เพื่อให้ทุกคนรู้เท่าทันและตระหนักถึงโทษของมันอย่างละเอียด เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง ครอบครัว สังคมและเศรษฐกิจของประเทศ โดยโทษของยาเสพติดในแต่ละชนิดมีดังนี้

ยาบ้า

ยาบ้า (ยาม้า เมทแอมเฟตามีน หรือแอมเฟตามีน) มีลักษณะเป็นเม็ดกลมสีส้ม แดง น้ำตาล เขียว  มีอักษร WY, Y, R 

การออกฤทธิ์

ยาบ้าจะออกฤทธิ์โดยการเข้าไปกระตุ้นประสาท ทำให้ผู้เสพมีอาการติดยาทั้งทางร่างกายและจิตใจ เมื่อฤทธิ์ยาเข้าสู่ร่างกายในช่วงระยะแรกที่เสพใหม่ๆ จะออกฤทธิ์กระตุ้นร่างกายให้มีอาการต่อไปนี้

  • เกิดการตื่นตัว ไม่ง่วง 
  • มีกำลังวังชา
  • อัตราการเต้นของจังหวะหัวใจเร็วขึ้น 
  • ความดันโลหิตสูง
  • มีอาการใจสั่น 
  • ตึงเครียด

โทษของยาบ้า 

เมื่อฤทธิ์ยาหมดลง ผู้เสพจะมีอาการอ่อนเพลียมากกว่าปกติ ระบบสั่งการทางสมองทำงานช้าลง การตัดสินใจช้าและเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นได้ และหากยังคงเสพยาบ้าติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือเสพมากเกินขนาด ฤทธิ์ยาก็จะยิ่งทำลายระบบประสาทในร่างกายจนส่งผลเสียลุกลามมากขึ้นไปอีก ได้แก่

  • สมองเสื่อม 
  • มีอาการประสาทหลอน เกิดภาพลวงตา 
  • วิตกกังวล หวาดระแวง 
  • เสียสติ คลุ้มคลั่งเป็นบ้าจนสามารถทำร้ายผู้อื่นและตนเองได้ 
  • เกิดภาวะหมดสติ และทำให้เสียชีวิตได้

คลิกเพื่ออ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับยาบ้า ส่วนผสม อาการของคนเสพ โทษทางกฏหมาย และสถานบำบัด

เฮโรอีน

โทษของเฮโรอีน

เฮโรอีนจะออกฤทธิ์โดยการเข้าไปกดระบบประสาท ส่งผลให้ผู้เสพมีอาการเสพติดทั้งทางร่างกายและจิตใจ เมื่อขาดยาจะมีอาการทางร่างกายที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนรุนแรง ได้แก่ 

  • อาการปวดตามส่วนต่างๆ ได้แก่ กล้ามเนื้อ กระดูก ข้อต่อ สันหลัง บั้นเอวและปวดศีรษะอย่างรุนแรง 
  • มีอาการจุกภายในอกราวกับจะขาดใจตาย 
  • อ่อนเพลียอย่างหนัก มีอาการหนาวๆ ร้อนๆ 
  • นอนไม่หลับ 
  • กระสับกระส่าย ทุรนทุรายอึดอัด 
  • บางรายอาจมีอาการชักตาตั้ง น้ำลายไหลฟูมปาก 
  • ม่านนัยต์ตาดำหดลง 
  • มึนงง ความจำเสื่อม
  • หายใจไม่ออก 

ผู้เสพเฮโรอีนที่ติดเชื้อ HIV อยู่สามารถเป็นผู้ที่แพร่เชื้อดังกล่าวให้ระบาดไปสู่ผู้อื่นต่อไป หากใช้เข็มฉีดยาหรือมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ผ่านการป้องกัน

คลิกเพื่ออ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเฮโรอีน

ยาอี ยาเลิฟ เอ็คซ์ตาซี

การออกฤทธิ์

ยาดังกล่าวหลังจากเสพไปแล้ว ฤทธิ์ยาจะออกภายในเวลา 45 นาที ซึ่งฤทธิ์ยาสามารถอยู่ในร่างกายได้ยาวนานประมาณ 6–8 ชั่วโมง ยาชนิดนี้มักแพร่ระบาดในกลุ่มวัยรุ่นที่นิยมเที่ยวกลางคืน 

โทษของยาอี ยาเลิก เอ็คซ์ตาซี

ในครั้งแรกที่ใช้ ตัวยาจะออกฤทธิ์กระตุ้นประสาทเพียงแค่ระยะสั้นๆ จากนั้นจะออกฤทธิ์หลอนประสาท ส่งผลให้ผู้เสพมีอาการติดยาทางด้านจิตใจในเวลาต่อมา และมีอาการร่วมอย่างอื่นตามมาด้วย ได้แก่

  • ใจสั่น 
  • ระดับความดันโลหิตสูง 
  • เหงื่อออกเยอะ 
  • เกิดความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับระบบประสาทการรับรู้ทั้งหมด ส่งผลทั้งการได้ยิน และการมองเห็นแสงสีต่างๆ ที่มีความผิดปกติไปจากความจริง 
  • เกิดอาการเคลิบเคลิ้ม ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้

คลิกเพื่ออ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับยาอี

โคเคน

การออกฤทธิ์

โคเคนออกฤทธิ์โดยการกระตุ้นระบบประสาท ทำให้ผู้เสพมีการเสพติดทางด้านร่างกายเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิธีและปริมาณที่เสพเข้าไป ตัวยาจะมีผลทางด้านจิตใจ แต่กับทางร่างกายอาจมีอาการขาดยาบ้าง แต่ไม่รุนแรงเท่าใดนัก 

โทษของโคเคน

โคเคนเป็นยาเสพติดที่อันตรายต่อระบบไหลเวียนเลือด รวมไปถึงอัตราการเต้นของหัวใจ โดยฤทธิ์จากโคเคนจะส่งผลให้ผู้เสพมีอาการต่อไปนี้

  • ระดับความดันโลหิตสูง 
  • หัวใจเต้นอย่างรุนแรง 
  • กระวนกระวาย 
  • มีไข้ 
  • นอนไม่หลับ 
  • ผนังจมูกขาดเลือด ส่งผลให้เยื่อบุโพรงจมูกฝ่อมีการฉีกขาดหรือทะลุ 
  • สมองจะได้รับการถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง ทำให้มีอาการชัก 
  • เลือดออกในสมอง เกิดเนื้อสมองตายในบางส่วน

เพราะสารโคเคนจะเข้าไปทำให้หัวใจจะได้รับการกระตุ้นอยู่เสมอ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจเสื่อมสภาพลงทีละน้อยๆ จนกระทั่งหัวใจไม่สามารถบีบตัวต่อไปได้ไหว และทำให้ผู้เสพมีภาวะหัวใจล้มเหลวในที่สุด นอกจากนี้ หากยังคงเสพติดต่อกันเป็นเวลานาน ยังทำให้เกิดโรคซึมเศร้าอย่างหนักได้ด้วย

คลิกเพื่ออ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับโคเคน

ยาเค

การออกฤทธิ์

ยาเคเป็นสารเสพติดที่จะออกฤทธิ์หลอนประสาทได้อย่างรุนแรงมาก โดยผู้เสพจะมีอาการเคลิบเคลิ้ม เข้าใจผิดคิดว่าตนเองเป็นผู้ที่มีอำนาจวิเศษ การรับรู้และการตอบสนองกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวจะเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นการมองภาพ แสง สีและการได้ยินเสียง ซึ่งจะมีอาการสูญเสียกระบวนการคิดร่วมด้วย

โทษของยาเค

ฤทธิ์ของยาเคมักส่งผลต่อระบบการคิด การรับรู้และตอบสนองของผู้เสพ โดยจะเกิดอาการต่อไปนี้ 

  • ตาลาย 
  • ร่างกายไม่สามารถเคลื่อนไหวอย่างสัมพันธ์กันได้
  • การเคลื่อนไหวทางด้านร่างกายไม่เป็นไปในจังหวะที่สัมพันธ์กันดังเดิมอีก
  • การทำงานของสมองทางด้านการรับรู้ และการตอบสนองกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวมีการเปลี่ยนไป 
  • เกิดภาวะติดขัดในระบบหายใจ 
  • มีปัญหาโรคจิต เป็นคนวิกลจริต 
  • มีความคิดสับสน 
  • หูแว่ว 

คลิกเพื่ออ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับยาเค

กัญชา

การออกฤทธิ์

กัญชาจะออกฤทธิ์หลายอย่างกับระบบประสาทส่วนกลาง โดยจะกระตุ้นการกดประสาท และทำให้ผู้เสพเกิดอาการประสาทหลอน มีภาวะอารมณ์และจิตใจที่เปลี่ยนแปลงไป โดยในเบื้องต้นฤทธิ์จากกัญชาจะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท ทำให้ผู้เสพเกิดอาการต่อไปนี้ 

  • ตื่นเต้น ตื่นตัว 
  • คุยเก่ง สนุกสนานและหัวเราะร่าเริงได้ตลอดเวลา 
  • มีอาการเหมือนเมาสุราอ่อนๆ 
  • มีอาการง่วงซึม

โทษของกัญชา

อย่างไรก็ตาม หากร่างกายได้รับปริมาณกัญชาเข้าไปมากเกินขนาด ก็จะเกิดภาวะผิดปกติเกี่ยวกับระบบประสาทได้ เช่น

  • ประสาทหลอน
  • เห็นภาพลวงตา 
  • หูแว่ว 
  • ระบบความคิดเกิดการสับสน มึนงง 
  • ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ 

กระทั่งในที่สุด ฤทธิ์จากกัญชาก็จะเข้าไปทำลายสมอง ปอด และทำลายระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้เสื่อมสภาพทรุดโทรมต่อไป

คลิกเพื่ออ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับกัญชา

กระท่อม

การออกฤทธิ์

ใบกระท่อมมีสารไมตราจัยนิน ที่จะออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท ผู้เสพจะมีอาการเสพติดทั้งทางร่างกายเล็กน้อย แต่จะมีอาการเสพติดทางด้านจิตใจร่วมด้วย และอาจมีอาการขาดยาทางร่างกายเกิดขึ้น แต่ไม่รุนแรงนัก ฤทธิ์จากใบกระท่อมยังกระตุ้นให้ผู้เสพมีอาการดังนี้

  • มีเรี่ยวแรงพลังมากมาย 
  • ทำงานได้อย่างไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย 
  • ทนต่อสภาวะอากาศร้อนหนาวได้อย่างไม่รู้สึกรู้สา 

โทษของใบกระท่อม

โทษจากใบกระท่อมจะส่งผลต่อผิวหนังของผู้เสพ รวมถึงเกิดอาการผิดปกติทางประสาทร่วมด้วย ได้แก่ 

  • มีสภาพผิวหนังที่แห้งดำไหม้เกรียม
  • ปากแห้ง 
  • ท้องผูก 
  • นอนไม่หลับ 
  • หนาวสั่นเมื่ออยู่ท่ามกลางอากาศชื้น
  • จิตใจสับสน โลเล 
  • ประสาทหลอน 
  • สภาพร่างกายเกิดความเสื่อมโทรมอย่างหนัก

คลิกเพื่ออ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระท่อม

มอร์ฟีน

การออกฤทธิ์

มอร์ฟีนจะออกฤทธิ์เข้าไปกดระบบประสาท ผู้เสพจะมีอาการเสพติดทั้งทางร่างกาย จิตใจ และมีอาการขาดยาทั้งทางร่างกายด้วย 

โทษของมอร์ฟีน

 สำหรับอาการเสพติดมอร์ฟีน ที่ก่อให้เกิดโทษกับร่างกายได้แก่ 

  • ท้องผูก 
  • คลื่นเหียน 
  • อาเจียน 
  • คันหน้า 
  • ตาแดง 
  • ง่วงซึม 
  • สมองช้าเกิดอาการมึนๆ ชาๆ 
  • สติปัญญาเสื่อม ไม่สนใจต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบ
  • ร่างกายทรุดโทรมอย่างหนัก 

ฝิ่น

การออกฤทธิ์

ฝิ่นจะออกฤทธิ์เข้าไปกดระบบประสาท ส่งผลให้ผู้เสพมีอาการเสพติดทั้งทางร่างกาย จิตใจ และยังมีภาวะขาดยาทางร่างกายอีกด้วย 

โทษของฝิ่น

  • จิตใจเลื่อนลอย 
  • โลเล สับสน 
  • มีอาการง่วงซึมตลอดเวลา 
  • ตาหรี่ พูดจาวกวนไม่รู้เรื่อง 
  • ความคิดทำงานเชื่องช้า 
  • ชีพจรเต้นในระดับช้าขึ้น

นอกจากนี้ กรณีที่เกิดการเสพติดฝิ่นเกินขนาด ก็จะส่งผลให้ฤทธิ์ยาเข้าไปกดระบบการหายใจ ทำให้เสียชีวิตได้ในที่สุด

เห็ดขี้ควาย

การออกฤทธิ์

เห็ดขี้ควายมีสารอันตรายสำคัญอย่างไซโลซีนและไซโลไซบีนผสมอยู่ สารทั้งสองชนิดนี้จะออกฤทธิ์หลอนประสาท ส่งผลให้ผู้เสพเกิดอาการมึนเมา เคลิบเคลิ้มและบ้าคลั่งได้เป็นอย่างมาก 

โทษของเห็ดขี้ควาย

เห็ดขี้ควายเป็นสารเสพติดที่ออกฤทธิ์เข้าไปทำลายระบบประสาทได้อย่างรุนแรง และหากผู้เสพมีภาวะภูมิต้านทานน้อยอยู่แล้ว เมื่อเสพเข้าไปในปริมาณมากๆ ก็อาจส่งผลให้เสียชีวิตได้

เมื่อทราบกันแล้วว่าโทษของยาเสพติดมีอะไรบ้าง จากนี้ก็ควรระมัดระวังป้องกันด้วยการใส่ใจลูกหลาน หรือคนที่คุณรักให้อยู่ภายใต้ความรัก ความเข้าใจ ว่ายาเสพเป็นอันตรายต่อตนเองขนาดไหน
ในส่วนทางด้านสถานศึกษา ก็ควรจัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโทษจากยาเสพติดให้เด็กรุ่นใหม่ได้รู้จัก และเข้าใจมากขึ้น รวมถึงได้ตระหนักถึงหวาดกลัวกับโทษร้ายแรงต่างๆ ของแต่ละชนิดยา

หากคุณมีภาวะจิตใจหดหู่ มีปัญหากับชีวิตไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม ไม่ควรอยู่คนเดียวลำพัง ควรหาทางออกด้วยการปรึกษาคนในครอบครัว คนสนิทที่ไว้วางใจหรือไปพบจิตแพทย์ ไม่ควรคบเพื่อนที่เสพยา พร้อมหมั่นออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมสร้างสรรค์อยู่เสมอ เพียงเท่านี้ก็จะทำให้คุณและคนที่คุณรักห่างไกลจากยาเสพติดได้มากขึ้นแล้ว

คำถามจากผู้อ่านเกี่ยวกับสารเสพติด

สวันดีค่ะ ดิฉันอยากทราบว่าคุณแม่ที่ตั้งครรภ์เสพยาเสพติดตั้งแต่อายุครรภ์1-14 สัปดาห์จะมีผลต่อทารกในครรภ์ไหมคะ

คำตอบ: เป็นอันตรายมากนะครับ ควรไปพบแพทย์ให้เร็ว และทำการเลิกนะครับ เพราะอาาจทำให้ทารกมีน้ำหนักแรกเกิดน้อย มีความผิดปกติของหัวใจแต่กำเนิด ภาวะเลือดออกในสมอง ทำให้มีการทำลายเซลล์ประสาท เส้นรอบศีรษะมีขนาดเล็ก ซึ่งมีผลต่อสมาธิ ความจำ และมีผลทำให้เด็กมีปัญหาพฤติกรรมในระยะยาวอีกด้วยครับ - ตอบโดย สุเทพ สุขนพกิจ (นพ.)

คำตอบ 2: จะส่งผลให้เด็กมีความผิดปกติดังนี้

  • มีน้ำหนักแรกเกิดน้อย 
  • มีความผิดปกติของหัวใจแต่กำเนิด 
  • ภาวะเลือดออกในสมอง 
  • ภาวะสมองตาย 
  • ทำให้มีการทำลายเซลล์ประสาท
  • เส้นรอบศีรษะมีขนาดเล็ก ซึ่งมีผลต่อสมาธิ ความจำ และมิติสัมพันธ์ (spatial skills) และมีผลทำให้เด็กมีปัญหาพฤติกรรมในระยะยาวอีกด้วย 

การป้องกันที่ดีที่สุด คือ หลีกเลี่ยงการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติดทุกชนิด ไม่ว่าคุณจะตั้งครรภ์หรือไม่ก็ตาม เพราะผลกระทบที่ตามมาเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ส่วนในรายที่ตั้งครรภ์แล้ว และยังไม่เลิก หรือเพิ่งจะเลิกใช้สารเสพติด ก็ต้องระมัดระวังทารกในครรภ์เป็นพิเศษ โดยระหว่างที่ตั้งครรภ์ ควร.... 

  • หมั่นไปพบสูติแพทย์เพื่อติดตามผลของพัฒนาการทารกในครรภ์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ 
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของสูติแพทย์อย่างเคร่งครัด 
  • งด ละ เลิก สิ่งเสพติดทุกชนิดอย่างเด็ดขาด 
  • หากคนในครอบครัวสูบบุหรี่ ควรพูดจาขอความร่วมมือให้ไปสูบบุหรี่ภายนอกบ้าน เพราะควันบุหรี่มีสารพิษที่เรียกว่า “ทาร์” ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อทารกในครรภ์และว่าที่คุณแม่ รวมถึงสมาชิกในครอบครัวมากกว่าผู้ที่สูบเองเสียเอง 
  • เมื่อคลอดบุตรแล้วก็ไม่ควรละเลย ควรพาทารกไปพบกุมารแพทย์เพื่อเฝ้าระวัง คัดกรอง ประเมินพัฒนาการและพฤติกรรมเป็นระยะ เพื่อหาความผิดปกติร่วมที่พบได้บ่อย เช่น ปัญหาด้านการมองเห็น การได้ยินบกพร่อง เพื่อให้การช่วยเหลือ กระตุ้นพัฒนาการโดยเร็วเพื่อลดปัญหาทางด้านการเรียนรู้และปัญหาสังคมที่จะตามมา - ตอบโดย ชยากร พงษ์พยัคเลิศ (นพ.)

สารกัญชาอยู่ได้กี่วัน

คำตอบ: ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและความถี่ในการใช้ค่ะ สามารถตรวจพบได้ในระยะเวลาตั้งแต่ 1 สัปดาห์-3 เดือนค่ะ - ตอบโดย ศิรินทิพย์ ผอมน้อย (นักจิตวิทยาคลินิก)

จะผ่าตัดและจะมีการนำเลือดไปตรวจก่อนผ่า ไม่ทราบจะตรวจพบสารเสพติดของกัญชาไหมคะ ใช้กัญชาบ่อยเกือบทุกวัน 2-3 ชม. ครั้งนึงแต่จะใช้เป็นปริมาณปานกลาง แต่ถี่ตลอด หากนำเลือดไปตรวจ คณะแพทย์จะพบสารเสพติดจากกัญชาหรือไม่คะ. มีการเกี่ยวข้องกับการตรวจเลือดเพื่อการผ่าตัดไหมคะ ช่วยอธิบายหน่อยคะ

คำตอบ: การตรวจเลือดก่อนผ่าตัด เป็นการตรวจเพื่อประเมินความพร้อมของร่างกาย ร่วมกับหาความผิดปกติอื่นๆ เพื่อประเมินความเสี่ยงในการผ่าตัด สิ่งที่คุณหมอสั่งตรวจส่วนมากได้แก่ 

  • ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด 
  • เกลือแร่ในเลือด น้ำตาล 
  • การทำงานของไต 
  • ความเสี่ยงๆ อื่นๆ อีกแล้วแต่โรคที่เป็น

ส่วนเรื่องสารกัญชาที่ตกค้างในเลือดจะอยู่นานหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่สูบมานานแต่ไหน ความถี่ ปริมาณ ความเข้มข้นของพันธ์กัญชาที่ใช้ แต่โดยส่วนมากสารที่ตกค้างจะอยู่ได้นานเป็นเดือนๆ ค่ะ ส่วนในกรณีของคุณถามว่าจะตรวจพบไหม ตอบว่าพบค่ะ (ถ้าคุณหมอสั่งตรวจ THC) แต่ถ้าโรคที่ผ่าตัดที่ไม่เกี่ยวกับการตรวจหาสารเสพติด คุณหมอก็ไม่สั่งตรวจหรอกค่ะ (เพราะจะสิ้นเปลืองน้ำยาโดยใช่เหตุ) - ตอบโดย ศิรินทิพย์ ผอมน้อย (นักจิตวิทยาคลินิก)

บทความน่าอ่าน


ที่มาของข้อมูล

วิธีมาตรฐานสำหรับการตรวจพิสูจน์สารเสพติดในปัสสาวะ เล่มที่ 1, กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ Riviello, Ralph J. (2010). Manual of forensic emergency medicine : a guide for clinicians. Sudbury, Mass.: Jones and Bartlett Publishers. p. 41. ISBN 978-0-7637-4462-5


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป