addictions

โทษของยาเสพติด 10 ชนิด อันตรายร้ายแรงต่อชีวิตที่ทุกคนควรรู้

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.ย. 5, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 9 นาที
โทษของยาเสพติด 10 ชนิด อันตรายร้ายแรงต่อชีวิตที่ทุกคนควรรู้

ขึ้นชื่อว่า “ยาเสพติด” ล้วนก่อให้เกิดโทษต่อชีวิตผู้เสพด้วยกันทั้งสิ้น ทำลายทั้งชีวิต ทรัพย์สิน ครอบครัวที่คุณรักและความมั่นคงของประเทศชาติ ด้วยเหตุนี้ เราจึงนำโทษจากสารเสพติดทั้ง 10 ชนิดมาแนะนำให้ทราบว่ามีอะไรบ้าง เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง ครอบครัว สังคมและเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการรู้เท่าทันและตระหนักถึงโทษของมันอย่างละเอียด โดยสามารถติดตามโทษของยาเสพติดในแต่ละชนิดได้เลยดังนี้

โทษของ: ยาบ้า

ยาบ้า (ยาม้า เมทแอมเฟตามีน หรือแอมเฟตามีน) มีลักษณะเป็นเม็ดกลมสีส้ม แดง น้ำตาล เขียว  มีอักษร WY, Y, R 

ออกฤทธิ์โดยการเข้าไปกระตุ้นประสาท ทำให้ผู้เสพมีอาการติดยาทั้งทางร่างกายและจิตใจ เมื่อฤทธิ์ยาเข้าสู่ร่างกายในช่วงระยะแรกที่เสพใหม่ๆ มันจะออกฤทธิ์กระตุ้นร่างกายให้เกิดการตื่นตัว ไม่ง่วง ตื่นตัวมีกำลังวังชา ทำให้อัตราการเต้นของจังหวะหัวใจเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูง มีอาการใจสั่น ตึงเครียด เมื่อฤทธิ์ยาหมดลงผู้เสพจะมีอาการอ่อนเพลียมากกว่าปกติ ระบบสั่งการทางสมองทำงานช้าลง การตัดสินใจช้าและเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นได้ 

หากยังคงเสพยาบ้าติดต่อกันเป็นเวลานานหรือเสพมากเกินขนาด ฤทธิ์ยาก็จะยิ่งทำลายสมองให้เสื่อม มีอาการประสาทหลอน เกิดภาพลวงตา วิตกกังวล หวาดระแวง เสียสติ คลุ้มคลั่งเป็นบ้าจนสามารถทำร้ายผู้อื่นและตนเองได้ และหากเสพยาเข้าไปมากเกินปริมาณ ฤทธิ์ยาจะเข้าไปกดประสาทและระบบหายใจ ส่งผลให้เกิดภาวะหมดสติและทำให้เสียชีวิตได้ในที่สุด

คลิกเพื่ออ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับยาบ้า ส่วนผสม อาการของคนเสพ โทษทางกฏหมาย และสถานบำบัด

 

โทษของ: เฮโรอีน

เฮโรอีนออกฤทธิ์โดยการเข้าไปกดระบบประสาท ส่งผลให้ผู้เสพมีอาการเสพติดทั้งทางร่างกายและจิตใจ เมื่อขาดยาจะมีอาการทางร่างกายที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนรุนแรง ตั้งแต่อาการปวดตามส่วนต่างๆ ได้แก่ กล้ามเนื้อ กระดูก ข้อต่อ สันหลัง บั้นเอวและปวดศีรษะอย่างรุนแรง นอกจากนี้ ยังมีอาการจุกภายในอกราวกับจะขาดใจตาย อ่อนเพลียอย่างหนัก มีอาการหนาวๆ ร้อนๆ นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย ทุรนทุรายอึดอัด ผู้ที่เสพติดหนักๆ บางรายอาจมีอาการชักตาตั้ง น้ำลายไหลฟูมปาก ม่านนัยต์ตาดำหดลง มึนงง หายใจไม่ออก ความจำเสื่อม และผู้เสพที่ติดเชื้อ HIV อยู่ก็จะเป็นผู้ที่แพร่เชื้อดังกล่าวให้ระบาดไปสู่ผู้อื่นต่อไป หากใช้เข็มฉีดยาหรือมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ผ่านการป้องกัน

คลิกเพื่ออ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเฮโรอีน

โทษของ: ยาอี ยาเลิฟ เอ็คซ์ตาซี

ยาดังกล่าวหลังจากเสพไปแล้วฤทธิ์ยาจะออกภายในเวลา 45 นาที ซึ่งฤทธิ์ยาสามารถอยู่ในร่างกายได้ยาวนานประมาณ 6 – 8 ชั่วโมง ยาชนิดนี้มักแพร่ระบาดในกลุ่มวัยรุ่นที่นิยมเที่ยวกลางคืน โดยครั้งแรกตัวยาจะออกฤทธิ์กระตุ้นประสาทเพียงแค่ระยะสั้นๆ จากนั้นจะออกฤทธิ์หลอนประสาท ส่งผลให้ผู้เสพมีอาการติดยาทางด้านจิตใจในเวลาต่อมา นอกจากนี้ ผู้เสพยังมีอาการใจสั่น ระดับความดันโลหิตสูง เหงื่อออกเยอะ เกิดความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับระบบประสาทการรับรู้ทั้งหมด ส่งผลทั้งการได้ยินและการมองเห็นแสงสีต่างๆ ที่มีความผิดปกติไปจากความจริง อีกทั้งยังทำให้เกิดอาการเคลิบเคลิ้ม และไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้

คลิกเพื่ออ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับยาอี

โทษของ: โคเคน

โคเคนออกฤทธิ์โดยการกระตุ้นระบบประสาท ทำให้ผู้เสพมีการเสพติดทางด้านร่างกายเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิธีและปริมาณที่เสพเข้าไป มีผลทางด้านจิตใจ แต่กับทางร่างกายอาจมีอาการขาดยาบ้างหากก็ไม่รุนแรงเท่าใดนัก อย่างไรก็ตาม ฤทธิ์จากโคเคนจะส่งผลให้ผู้เสพมีระดับความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นอย่างรุนแรง กระวนกระวาย มีไข้ นอนไม่หลับ ผนังจมูกขาดเลือดส่งผลให้เยื่อบุโพรงจมูกฝ่อมีการฉีกขาดหรือทะลุ สมองจะได้รับการถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง ทำให้มีอาการชัก เลือดออกในสมอง เกิดเนื้อสมองตายในบางส่วน เมื่อหัวใจได้รับการกระตุ้นอยู่เสมอก็จะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจเสื่อมสภาพลงทีละน้อยๆ จนกระทั่งหัวใจไม่สามารถบีบตัวต่อไปได้ไหวและทำให้ผู้เสพมีภาวะหัวใจล้มเหลวในที่สุด นอกจากนี้แล้ว หากยังคงเสพติดต่อกันเป็นเวลานาน ยังทำให้เกิดโรคซึมเศร้าอย่างหนักได้ด้วย

คลิกเพื่ออ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับโคเคน

โทษของ: ยาเค

ยาเคเป็นสารเสพติดที่หากเสพเข้าสู่ร่างกายไปแล้วมันจะออกฤทธิ์หลอนประสาทได้อย่างรุนแรงมาก โดยผู้เสพจะมีอาการเคลิบเคลิ้ม เข้าใจผิดคิดว่าตนเองเป็นผู้ที่มีอำนาจวิเศษ การรับรู้และการตอบสนองกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวจะเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นการมองภาพ แสง สีและการได้ยินเสียง ซึ่งจะมีอาการสูญเสียกระบวนการคิดร่วมด้วย

นอกจากนี้ ผู้เสพยังมีอาการตาลาย ร่างกายไม่สามารถเคลื่อนไหวอย่างสัมพันธ์กันได้ หากยังคงเสพต่อไปจนมากเกินปริมาณก็จะก่อให้เกิดภาวะติดขัดในระบบหายใจ และถ้ายังคงใช้ยาดังกล่าวต่อไปอีก อาการเช่นนี้ก็จะยังคงปรากฎให้เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ หรือที่เรียกว่า Flashback โดยจะส่งผลเสียทำให้ผู้เสพมีปัญหาโรคจิต เป็นคนวิกลจริต มีความคิดสับสน หูแว่ว ตาลาย การทำงานของสมองทางด้านการรับรู้และการตอบสนองกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวมีการเปลี่ยนไป อีกทั้งการเคลื่อนไหวทางด้านร่างกายยังไม่เป็นไปในจังหวะที่สัมพันธ์กันดังเดิมอีกด้วย

คลิกเพื่ออ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับยาเค

โทษของ: กัญชา

กัญชาจะออกฤทธิ์หลายอย่างกับระบบประสาทส่วนกลาง โดยจะกระตุ้นการกดประสาทและทำให้ผู้เสพเกิดอาการประสาทหลอน สารที่อยู่ในกัญชานั้นมีด้วยกันหลายชนิด ทว่าสารสำคัญที่สุดที่ออกฤทธิ์นั้นจะมีผลต่อสมองและร่างกาย ผู้เสพจะมีภาวะอารมณ์และจิตใจที่เปลี่ยนแปลงไป โดยในเบื้องต้นฤทธิ์จากกัญชาจะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท ทำให้ผู้เสพเกิดความตื่นเต้น ตื่นตัว คุยเก่ง สนุกสนานและหัวเราะร่าเริงได้ตลอดเวลา แต่ในเวลาต่อมาจะเข้าไปกดประสาท ส่งผลให้มีอาการเหมือนเมาสุราอ่อนๆ และมีอาการง่วงซึม

 

อย่างไรก็ตาม หากร่างกายได้รับปริมาณสารเสพติดชนิดนี้เข้าไปมากเกินขนาดก็จะเกิดภาวะประสาทหลอน เห็นภาพลวงตา หูแว่ว ระบบความคิดเกิดการสับสน มึนงง ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ กระทั่งในที่สุด ฤทธิ์จากกัญชาก็จะเข้าไปทำลายสมอง ปอดและทำลายระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้เสื่อมสภาพทรุดโทรมต่อไป

คลิกเพื่ออ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับกัญชา

โทษของ: กระท่อม

ใบกระท่อมมีสารไมตราจัยนินที่จะออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท ผู้เสพจะมีอาการเสพติดทั้งทางร่างกาย (เล็กน้อย) แต่มีอาการเสพติดทางด้านจิตใจและอาจมีอาการขาดยาทางร่างกายเกิดขึ้น หากแต่ไม่รุนแรงนัก ฤทธิ์จากใบกระท่อมยังกระตุ้นให้ผู้เสพมีเรี่ยวแรงพลังมากมาย สามารถทำงานได้อย่างไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย ทนต่อสภาวะอากาศร้อนหนาวได้อย่างไม่รู้สึกรู้สา อย่างไรก็ดี โทษจากใบกระท่อมยังทำให้ผู้เสพมีสภาพผิวหนังที่แห้งดำไหม้เกรียม มึนงง ปากแห้ง ท้องผูก นอนไม่หลับ หนาวสั่นเมื่ออยู่ท่ามกลางอากาศชื้น นอกจากนี้ จิตใจยังสับสน โลเล ประสาทหลอน และสภาพร่างกายยังทรุดโทรมอย่างหนักอีกด้วย

คลิกเพื่ออ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระท่อม

โทษของ: มอร์ฟีน

มอร์ฟีนจะออกฤทธิ์เข้าไปกดระบบประสาท ผู้เสพจะมีอาการเสพติดทั้งทางร่างกาย จิตใจ และมีอาการขาดยาทั้งทางร่างกายด้วย สำหรับอาการเสพติดที่ก่อให้เกิดโทษกับร่างกายคือ ผู้เสพจะมีอาการท้องผูก คลื่นเหียน อาเจียน คันหน้า ตาแดง ง่วงซึม สมองช้าเกิดอาการมึนๆ ชาๆ สติปัญญาเสื่อม ร่างกายทรุดโทรมอย่างหนักและไม่สนใจต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบ

 

โทษของ: ฝิ่น

ฝิ่นจะออกฤทธิ์เข้าไปกดระบบประสาท ส่งผลให้ผู้เสพมีอาการเสพติดทั้งทางร่างกาย จิตใจ และยังมีภาวะขาดยาทางร่างกายอีกด้วย กรณีที่เกิดการเสพติดเกินขนาดก็จะส่งผลให้ฤทธิ์ยาเข้าไปกดระบบการหายใจ ทำให้เสียชีวิตได้ในที่สุด นอกจากนี้ ผู้เสพยังมีจิตใจเลื่อนลอย โลเล สับสน มีอาการง่วงซึมตลอดเวลา ตาหรี่ พูดจาวกวนไม่รู้เรื่อง ความคิดทำงานเชื่องช้า และมีชีพจรเต้นในระดับช้าขึ้น

โทษของ: เห็ดขี้ควาย

เห็ดขี้ควายเป็นสารเสพติดที่ออกฤทธิ์เข้าไปทำลายระบบประสาทได้อย่างรุนแรง โดยมีสารอันตรายสำคัญอย่างไซโลซีนและไซโลไซบีนผสมอยู่ สารทั้งสองชนิดนี้จะออกฤทธิ์หลอนประสาท ส่งผลให้ผู้เสพเกิดอาการมึนเมา เคลิบเคลิ้มและบ้าคลั่งได้เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ หากผู้เสพมีภาวะภูมิต้านทานน้อยอยู่แล้ว เมื่อเสพเข้าไปในปริมาณมากๆ ก็อาจส่งผลให้เสียชีวิตได้

เมื่อทราบกันแล้วว่าโทษของยาเสพติดมีอะไรบ้าง จากนี้ก็ควรระมัดระวังป้องกันด้วยการใส่ใจลูกหลานหรือคนที่คุณรักให้อยู่ภายใต้ความรัก ความเข้าใจ ในส่วนทางด้านสถานศึกษาก็ควรจัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโทษจากยาเสพติดให้เด็กรุ่นใหม่ได้รู้จักและเข้าใจมากขึ้น รวมถึงได้ตระหนักถึงหวาดกลัวกับโทษร้ายแรงต่างๆ ของแต่ละชนิดยา

หากคุณมีภาวะจิตใจหดหู่ มีปัญหากับชีวิตไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม มิควรอยู่คนเดียวลำพัง ควรหาทางออกด้วยการปรึกษาคนในครอบครัวหรือคนสนิทที่ไว้วางใจ ไม่ควรคบเพื่อนที่เสพยา พร้อมหมั่นออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมสร้างสรรค์อยู่เสมอ เพียงเท่านี้ก็จะทำให้คุณและคนที่คุณรักห่างไกลจากยาเสพติดได้มากขึ้นแล้ว

คำถามจากผู้อ่านเกี่ยวกับสารเสพติด

สวันดีค่ะดิฉันอยากทราบว่าคุณแม่ที่ตั้งครรภ์เสพยาเสพติดตั้งแต่อายุครรภ์1-14สัปดาห์จะมีผลต่อทารกในครรภ์ไหมคะ

คำตอบ: เป็นอันตรายมากนะครับ ควรไปพบแพทย์ให้เร็ว และทำการเลิกนะครับ อาจทำให้มีน้ำหนักแรกเกิดน้อย มีความผิดปกติของหัวใจแต่กำเนิด ภาวะเลือดออกในสมอง ทำให้มีการทำลายเซลล์ประสาท เส้นรอบศีรษะมีขนาดเล็ก ซึ่งมีผลต่อสมาธิ ความจำ และมีผลทำให้เด็กมีปัญหาพฤติกรรมในระยะยาวอีกด้วยครับ - ตอบโดย สุเทพ สุขนพกิจ (นพ.)

คำตอบ 2: จะส่งผลให้มีน้ำหนักแรกเกิดน้อย มีความผิดปกติของหัวใจแต่กำเนิด ภาวะเลือดออกในสมอง ภาวะสมองตาย ทำให้มีการทำลายเซลล์ประสาท เส้นรอบศีรษะมีขนาดเล็ก ซึ่งมีผลต่อสมาธิ ความจำ และมิติสัมพันธ์ (spatial skills) และมีผลทำให้เด็กมีปัญหาพฤติกรรมในระยะยาวอีกด้วย การป้องกันที่ดีที่สุด คือ หลีกเลี่ยงการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติดทุกชนิด ไม่ว่าคุณจะตั้งครรภ์หรือไม่ก็ตาม เพราะผลกระทบที่ตามมาเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ส่วนในรายที่ตั้งครรภ์แล้ว และยังไม่เลิกหรือเพิ่งจะเลิกใช้สารเสพติด ก็ต้องระมัดระวังทารกในครรภ์เป็นพิเศษ โดยระหว่างที่ตั้งครรภ์ ควร.... - หมั่นไปพบสูติแพทย์เพื่อติดตามผลของพัฒนาการทารกในครรภ์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ - ปฏิบัติตามคำแนะนำของสูติแพทย์อย่างเคร่งครัด - งด ละ เลิก สิ่งเสพติดทุกชนิดอย่างเด็ดขาด - หากคนในครอบครัวสูบบุหรี่ ควรพูดจาขอความร่วมมือให้ไปสูบบุหรี่ภายนอกบ้าน เพราะควันบุหรี่มีสารพิษที่เรียกว่า “ทาร์” ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อทารกในครรภ์และว่าที่คุณแม่ รวมถึงสมาชิกในครอบครัวมากกว่าผู้ที่สูบเองเสียเอง เมื่อคลอดแล้วก็ไม่ควรละเลย ควรพาทารกไปพบกุมารแพทย์เพื่อเฝ้าระวัง คัดกรอง ประเมินพัฒนาการและพฤติกรรมเป็นระยะ เพื่อหาความผิดปกติร่วมที่พบได้บ่อย เช่น ปัญหาด้านการมองเห็น การได้ยินบกพร่อง เพื่อให้การช่วยเหลือ กระตุ้นพัฒนาการโดยเร็วเพื่อลดปัญหาทางด้านการเรียนรู้และปัญหาสังคมที่จะตามมา - ตอบโดย ชยากร พงษ์พยัคเลิศ (นพ.)

สารกัญชาอยู่ได้กี่วัน

คำตอบ: ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและความถี่ในการใช้ค่ะ สามารถตรวจพบได้ในระยะเวลาตั้งแต่1สัปดาห์-3เดือนค่ะ - ตอบโดย ศิรินทิพย์ ผอมน้อย (นักจิตวิทยาคลินิก)

จะผ่าตัดและจะมีการนำเลือดไปตรวจก่อนผ่า ไม่ทราบจะตรวจพบสารเสพติดของกัญชาไหมคะ ใช้กัญชาบ่อยเกือบทุกวัน 2-3 ชม. ครั้งนึงแต่จะใช้เป็นปริมาณปานกลาง แต่ถี่ตลอด หากนำเลือดไปตรวจ คณะแพทย์จะพบสารเสพติดจากกัญชาหรือไม่คะ. มีการเกี่ยวข้องกับการตรวจเลือดเพื่อการผ่าตัดไหมคะ ช่วยอธิบายหน่อยคะ

คำตอบ: การตรวจเลือดก่อนผ่าตัดเป็นการตรวจเพื่อประเมินความพร้อมของร่างกายร่วมกับหาความผิดปกติอื่นๆเพื่อประเมินความเสี่ยงในการผ่าตัด สิ่งที่คุณหมอสั่งตรวจส่วนมากได้แก่ ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด เกลือแร่ในเลือด น้ำตาล การทำงานของไต และอื่นๆอีกแล้วแต่โรคที่เป็นค่ะ ส่วนเรื่องสารกัญชาที่ตกค้างในเลือดจะอยู่นานหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่สูบมานานแต่ไหน ความถี่ ปริมาณ ความเข้มข้นของพันธ์กัญชาที่ใช้ แต่โดยส่วนมากสารที่ตกค้างจะอยู่ได้นานเป็นเดือนๆค่ะ ส่วนในกรณีของคุณถามว่าจะตรวจพบไหม ตอบว่าพบค่ะ(ถ้าคุณหมอสั่งตรวจ THC) แต่ถ้าโรคที่ผ่าตัดไม่เกี่ยวกับการตรวจหาสารเสพติดคุณหมอก็ไม่สั่งตรวจหรอกค่ะ(เพราะจะสิ้นเปลืองน้ำยาโดยใช่เหตุ) - ตอบโดย ศิรินทิพย์ ผอมน้อย (นักจิตวิทยาคลินิก)

บทความน่าอ่าน

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่