กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
นพ.ธนู โกมลไสย
ตรวจสอบความถูกต้องโดย
นพ.ธนู โกมลไสย
addictions

โทษของยาเสพติด 10 ชนิด อันตรายร้ายแรงต่อชีวิตที่ทุกคนควรรู้

10 ยาเสพติดอันตราย กับโทษร้ายที่ทำลายถึงชีวิต
เผยแพร่ครั้งแรก 29 มี.ค. 2017 อัปเดตล่าสุด 12 พ.ค. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 12 มี.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 8 นาที
โทษของยาเสพติด 10 ชนิด อันตรายร้ายแรงต่อชีวิตที่ทุกคนควรรู้

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • ยาเสพติดให้โทษร้ายแรงต่อร่างกายของผู้เสพ และยังส่งผลกระทบขยายไปถึงปัญหาครอบครัว สังคม เศรษฐกิจ และอาชญากรของประเทศ
  • โทษของยาเสพติดเกือบทุกชนิดออกฤทธิ์รบกวนระบบประสาท เช่น ทำให้ตื่นตัวผิดปกติ เกิดภาพหลอน หูแว่ว คลุ้มคลั่ง ซึมเศร้า วิตกกังวล 
  • ยาเสพติดสามารถทำให้ระบบของร่างกายส่วนอื่นๆ ทำงานผิดปกติ เช่น การเคลื่อนไหวของอวัยวะทำงานไม่สัมพันธ์กัน ความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นเร็ว มีไข้ นอนไม่หลับ สุขภาพทรุดโทรมลง
  • การเสพยาขณะตั้งครรภ์จะทำให้เกิดอันตรายต่อทารก เช่น ทำให้น้ำหนักตัวทารกน้อย เลือดออกในสมอง เส้นรอบศีรษะมีขนาดเล็ก ซึ่งจะส่งผลระยะยาวต่อสมาธิ และความจำ ทำให้เด็กมีปัญหาด้านพฤติกรรมเมื่อโตขึ้น
  • ผู้ที่เสพยาเสพติดมักจะพึ่งยาเสพติดเพื่อระบายความเครียด หรือทำให้รู้สึกมีความสุข ซึ่งความจริงแล้ว คุณสามารถเข้าพบจิตแพทย์ เพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับความเครียดได้ (ดูแพ็กเกจปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับภาวะเครียดได้ที่นี่)

สิ่งที่ขึ้นชื่อว่า “ยาเสพติด” ล้วนก่อให้เกิดโทษต่อชีวิตผู้เสพด้วยกันทั้งสิ้น โดยทำลายทั้งชีวิต ทรัพย์สิน ครอบครัวที่คุณรักและความมั่นคงของประเทศชาติ 

ด้วยเหตุนี้คุณจึงควรทราบว่า 10 ยาเสพติดซึ่งเป็นที่แพร่หลายในหมู่ผู้เสพนั้นมีอะไรบ้าง แล้วมีโทษอย่างไร ส่งผลอะไรต่อร่างกายของคุณ โทษของยาเสพติดในแต่ละชนิดมีดังนี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจสารเสพติดวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 285 บาท ลดสูงสุด 5%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

183

1. ยาบ้า

ยาบ้า (ยาม้า เมทแอมเฟตามีน หรือแอมเฟตามีน) มีลักษณะเป็นเม็ดกลมสีส้ม แดง น้ำตาล เขียว  มีอักษร WY, Y, R 

ออกฤทธิ์โดยการเข้าไปกระตุ้นประสาท ทำให้ผู้เสพมีอาการติดยาทั้งทางร่างกาย และจิตใจ เมื่อฤทธิ์ยาเข้าสู่ร่างกายในช่วงระยะแรกที่เสพใหม่ๆ จะออกฤทธิ์กระตุ้นร่างกายให้มีอาการต่อไปนี้

  • เกิดการตื่นตัว ไม่ง่วง 
  • มีกำลังวังชา
  • อัตราการเต้นของจังหวะหัวใจเร็วขึ้น 
  • ความดันโลหิตสูง
  • มีอาการใจสั่น 
  • ตึงเครียด

เมื่อฤทธิ์ยาหมดลง ผู้เสพจะมีอาการอ่อนเพลียมากกว่าปกติ ระบบสั่งการทางสมองทำงานช้าลง การตัดสินใจช้า และเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้น 

หากผู้เสพยังคงเสพยาบ้าติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือเสพมากเกินขนาด ฤทธิ์ยาก็จะยิ่งทำลายระบบประสาทในร่างกาย และส่งผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบทางเดินหายใจ ระบบกล้ามเนื้อ รวมไปถึงอวัยวะต่างๆ

เหล่านี้ส่งผลเสียลุกลามมากขึ้นไปอีก ได้แก่

  • สมองเสื่อม 
  • มีอาการประสาทหลอน เกิดภาพลวงตา 
  • วิตกกังวล หวาดระแวง 
  • เสียสติ คลุ้มคลั่งเป็นบ้าจนสามารถทำร้ายผู้อื่นและตนเองได้ 
  • เกิดภาวะหมดสติ และทำให้เสียชีวิตได้

อ่านเพิ่มเติม: ยาบ้า ส่วนผสม อาการของคนเสพ โทษทางกฏหมาย และสถานบำบัด

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจสารเสพติดวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 285 บาท ลดสูงสุด 5%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

183

2. เฮโรอีน

เฮโรอีนจะเป็นสารเสพติดมีลักษณะเป็นผงสีขาว มีฤทธิ์กดระบบประสาท ผู้เสพอาจเสพผ่านทางการรับประทาน ฉีดเข้าเส้นเลือด การสูบ หรือแม้แต่การใช้สอดทางทวารหนัก 

การเสพจะทำให้ผู้เสพรู้สึกผ่อนคลายจากความเครียด มีความสุข และลดอาการเจ็บปวดได้ หรือไม่ทำให้รู้สึกเจ็บปวดเลย 

นอกจากนี้เฮโรอีนยังทำให้ผู้เสพรู้สึกมึนเมา สมอง และการรับรู้จะเบลอคล้ายกับอาการกึ่งง่วงกึ่งตื่น ผู้เสพหลายรายมักใช้เฮโรอีนเพื่อให้รู้สึกว่า ตนเองได้หลีกหนีจากความวุ่นวายและความเครียด

เฮโรอีนเป็นยาเสพติดที่ทำให้ผู้เสพติดได้ง่ายทั้งด้านร่างกาย และจิตใจ รวมถึงทำให้เกิดโทษระยะยาวที่เป็นอันตรายถึงชีวิต ได้แก่ 

  • อาการปวดตามส่วนต่างๆ ได้แก่ กล้ามเนื้อ กระดูก ข้อต่อ สันหลัง บั้นเอว และปวดศีรษะอย่างรุนแรง 
  • ผิวหนังออกเป็นสีแดง
  • มีอาการจุกภายในอกราวกับจะขาดใจตาย 
  • อ่อนเพลียอย่างหนัก มีอาการหนาวๆ ร้อนๆ 
  • นอนไม่หลับ 
  • กระสับกระส่าย ทุรนทุรายอึดอัด 
  • มีอาการชักตาตั้ง น้ำลายไหลฟูมปาก 
  • ม่านนัยน์ตาดำหดลง 
  • มึนงง ความจำเสื่อม
  • หายใจไม่ออก กดระบบทางเดินหายใจ
  • หัวใจเต้นช้าลง
  • เกิดภาวะเส้นเลือดหดตัว
  • เสี่ยงต่อการเป็นโรคเส้นเลือดในสมองอุดตัน
  • เป็นโรคปอดอักเสบ
  • ตับ และไตเสื่อม
  • เป็นโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล

นอกจากฤทธิ์ของยาแล้ว ผู้เสพยังมีความเสี่ยงอื่นที่เกิดจากวิธีการใช้ เช่น เป็นฝีจากการฉีด ความเสี่ยงทำให้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวี (Human Immunodeficiency Virus: HIV) ผ่านการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน 

อ่านเพิ่มเติม: โทษของเฮโรอีน อาการของผู้เสพ วิธีการเลิกเสพ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจสารเสพติดวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 285 บาท ลดสูงสุด 5%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

183

3. ยาอี 

ยาอี เป็นยาเสพติดที่มีหลายชื่อเรียก โดยมีชื่อเรียกสากลว่า "เอ็กซ์ตาซี (Ecstasy)" แปลว่า ความสนุกสนานเบิกบานใจ 

ยาอีมีอีกชื่อคือ "ยาเลิฟ" เพราะเป็นยาที่มักใช้ในงานปาร์ตี้ มีฤทธิ์ทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศ ทำให้กล้าพูด และกล้าเผยความรู้สึกในใจออกมามากกว่าปกติ

หลังจากเสพยาอีเข้าไปแล้ว ยาจะออกฤทธิ์ภายในเวลา 45 นาที และสามารถอยู่ในร่างกายได้ยาวนานถึง 6–8 ชั่วโมง มักแพร่ระบาดในกลุ่มผู้ที่เที่ยวกลางคืน 

ในครั้งแรกที่เสพ ตัวยาจะออกฤทธิ์กระตุ้นประสาทเพียงแค่ระยะสั้นๆ ก่อน จากนั้นยาจะออกฤทธิ์หลอนประสาท ส่งผลให้ผู้เสพมีอาการติดยาทางด้านจิตใจ และมีอาการร่วมอย่างอื่นตามมาด้วย ได้แก่

  • ใจสั่น 
  • ระดับความดันโลหิตสูง 
  • เหงื่อออกเยอะ 
  • เกิดความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับระบบประสาทการรับรู้ทั้งหมด ทำให้ทั้งการได้ยิน และการมองเห็นแสงสีต่างๆ ผิดปกติไปจากความจริง เกิดภาพหลอน
  • เกิดอาการเคลิบเคลิ้ม ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้

อ่านเพิ่มเติม: โทษของยาอี ผลข้างเคียง วิธีการเลิกเสพ

4. โคเคน

โคเคนจะออกฤทธิ์โดยกระตุ้นระบบประสาทและจะส่งผลทางด้านจิตใจมากกว่าด้านร่างกาย แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิธี รวมถึงปริมาณยาที่เสพเข้าไปด้วย และเมื่อผู้เสพไม่ได้เสพยา ก็อาจรู้สึกขาดยาซึ่งเป็นอาการที่เกิดขึ้นด้านร่างกายบ้าง แต่จะไม่รุนแรงมากนัก

โคเคนเป็นยาเสพติดที่อันตรายต่อระบบไหลเวียนเลือด รวมไปถึงอัตราการเต้นของหัวใจ โดยฤทธิ์จากโคเคนจะส่งผลให้ผู้เสพมีอาการต่อไปนี้

  • ระดับความดันโลหิตสูง 
  • หัวใจเต้นอย่างรุนแรง 
  • กระวนกระวาย 
  • มีไข้ 
  • นอนไม่หลับ เกิดภาพหลอน
  • ผนังจมูกขาดเลือด ส่งผลให้เยื่อบุโพรงจมูกฝ่อมีการฉีกขาด หรือทะลุ 
  • สมองจะได้รับการถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง ทำให้มีอาการชัก 
  • เลือดออกในสมอง เกิดเนื้อสมองตายในบางส่วน

สารโคเคนจะเข้าไปทำให้หัวใจจะได้รับการกระตุ้นอยู่เสมอ จึงทำให้กล้ามเนื้อหัวใจเสื่อมสภาพลงทีละน้อยๆ จนกระทั่งหัวใจไม่สามารถบีบตัวต่อไปได้ และทำให้ผู้เสพมีภาวะหัวใจล้มเหลวในที่สุด 

นอกจากนี้หากผู้เสพยังคงเสพโคเคนติดต่อกันเป็นเวลานาน ก็อาจเสี่ยงทำให้เกิดโรคซึมเศร้าอย่างหนักได้ด้วย

อ่านเพิ่มเติม: โทษของโคเคน ผลข้างเคียง วิธีการตรวจหาและเลิกเสพ

5. ยาเค

ยาเคเป็นสารเสพติดที่ออกฤทธิ์หลอนประสาทอย่างรุนแรง ผู้เสพจะมีอาการเคลิบเคลิ้ม เข้าใจผิดว่า ตนเองเป็นผู้ที่มีอำนาจวิเศษ 

อีกทั้งการรับรู้และการตอบสนองกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวจะเปลี่ยนไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็น แสง สี การได้ยินเสียง 

ฤทธิ์ของยาเคมักส่งผลต่อระบบการคิด การรับรู้ และตอบสนองของผู้เสพ โดยจะเกิดอาการต่อไปนี้ 

  • ตาลาย 
  • ร่างกายไม่สามารถเคลื่อนไหวอย่างสัมพันธ์กันได้
  • การเคลื่อนไหวทางด้านร่างกายไม่เป็นไปในจังหวะที่สัมพันธ์กันดังเดิมอีก
  • การทำงานของสมองทางด้านการรับรู้ และการตอบสนองกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวมีการเปลี่ยนไป 
  • เกิดภาวะติดขัดในระบบหายใจ 
  • มีปัญหาโรคจิต เป็นคนวิกลจริต 
  • มีความคิดสับสน 
  • หูแว่ว 

อ่านเพิ่มเติม: ความหมายของยาเค อาการและผลข้างเคียง วิธีการเลิกเสพ

6. กัญชา

กัญชาจะออกฤทธิ์หลายอย่างกับระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ผู้เสพเกิดอาการประสาทหลอน มีภาวะอารมณ์ และจิตใจที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ผู้เสพเกิดอาการต่อไปนี้ 

  • ตื่นเต้น ตื่นตัว 
  • คุยเก่ง สนุกสนาน หัวเราะร่าเริงได้ตลอดเวลา 
  • มีอาการเหมือนเมาสุราอ่อนๆ 
  • มีอาการง่วงซึม

หากร่างกายได้รับปริมาณกัญชาเข้าไปมากเกินขนาด ก็จะเกิดภาวะผิดปกติเกี่ยวกับระบบประสาท เช่น

  • ประสาทหลอน
  • เห็นภาพลวงตา 
  • หูแว่ว 
  • ระบบความคิดเกิดการสับสน มึนงง 
  • ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ 

กระทั่งในที่สุด เมื่อผู้เสพเสพกัญชาเกินขนาดในปริมาณมาก ฤทธิ์จากกัญชาก็จะเข้าไปทำลายสมอง ปอด เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจขาดเลือดและทำลายระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้เสื่อมสภาพทรุดโทรมต่อไป

อ่านเพิ่มเติม: ความหมายของกัญชา อาการของผู้เสพและโทษทางกฎหมาย

7. กระท่อม

ใบกระท่อมมีสารไมตราไจนิน (Mitragynine) ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท ทำให้เกิดการเสพติดด้านจิตใจมากกว่าด้านร่างกาย ทำให้เมื่อขาดยาก็จะมีอาการลงแดงเกิดขึ้น แต่ไม่รุนแรงมาก 

ลักษณะอาการของผู้เสพใบกระท่อม ได้แก่ มีเรี่ยวแรงพลังมากมาย ทำงานได้อย่างไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย และทนต่อสภาวะอากาศร้อนหนาวได้อย่างสบายๆ 

โทษจากใบกระท่อมจะส่งผลต่อผิวหนังของผู้เสพ รวมถึงเกิดอาการผิดปกติทางประสาทร่วมด้วย ได้แก่ 

  • มีสภาพผิวหนังที่แห้งดำไหม้เกรียม
  • ปากแห้ง 
  • ท้องผูก 
  • นอนไม่หลับ 
  • หนาวสั่นเมื่ออยู่ท่ามกลางอากาศชื้น
  • จิตใจสับสน โลเล 
  • ประสาทหลอน 
  • สภาพร่างกายเกิดความเสื่อมโทรมอย่างหนัก

อ่านเพิ่มเติม: ความหมายของใบกระท่อม อาการของผู้เสพ การใช้เพื่อรักษาทางการแพทย์และโทษทางกฎหมาย

8. มอร์ฟีน

มอร์ฟีนจะออกฤทธิ์เข้าไปกดระบบประสาท ผู้เสพจะมีอาการเสพติดทั้งทางร่างกาย จิตใจ และมีอาการขาดยาทางร่างกายด้วย หากไม่ได้เสพยาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับอาการเสพติดมอร์ฟีน ที่ก่อให้เกิดโทษกับร่างกาย ได้แก่ 

  • ท้องผูก 
  • คลื่นเหียน 
  • อาเจียน 
  • คันตามใบหน้า 
  • ตาแดง 
  • ง่วงซึม 
  • สมองช้าเกิดอาการมึนๆ ชาๆ 
  • สติปัญญาเสื่อม ไม่สนใจต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบ
  • ร่างกายทรุดโทรมอย่างหนัก 

9. ฝิ่น

ฝิ่นจะออกฤทธิ์เข้าไปกดระบบประสาท ส่งผลให้ผู้เสพมีอาการเสพติดทั้งทางร่างกาย จิตใจ และยังมีภาวะขาดยาทางร่างกายอีกด้วย 

  • จิตใจเลื่อนลอย 
  • โลเล สับสน 
  • มีอาการง่วงซึมตลอดเวลา 
  • ตาหรี่ พูดจาวกวนไม่รู้เรื่อง 
  • ความคิดทำงานเชื่องช้า 
  • ชีพจรเต้นในระดับช้าขึ้น

นอกจากนี้หากเสพติดฝิ่นเกินขนาด ฤทธิ์ของฝิ่นจะเข้าไปกดระบบการหายใจ ทำให้ผู้เสพเสียชีวิตได้ในที่สุด

10. เห็ดขี้ควาย

เห็ดขี้ควายมีสารอันตรายสำคัญอย่างไซโลซีน (Psilocine) และไซโลไซบีน (Psilocybin) ผสมอยู่ ซึ่งสารทั้ง 2 ชนิดนี้จะออกฤทธิ์หลอนประสาท ส่งผลให้ผู้เสพเกิดอาการมึนเมา เคลิบเคลิ้ม และเกิดอาการบ้าคลั่งได้

เห็ดขี้ควายเป็นสารเสพติดที่ออกฤทธิ์เข้าไปทำลายระบบประสาทได้อย่างรุนแรง และหากผู้เสพมีภาวะภูมิต้านทานน้อยอยู่แล้ว เมื่อเสพเข้าไปในปริมาณมากๆ ก็อาจส่งผลให้เสียชีวิตได้

เมื่อทราบกันแล้วว่า โทษของยาเสพติดมีอะไรบ้าง จากนี้ไปคุณจะต้องระมัดระวัง และสร้างความเข้าใจแก่คนในครอบครัว รวมถึงคนที่คุณรักว่า ยาเสพเป็นอันตรายต่อพวกเขามากแค่ไหน และทำอย่างไรจึงจะหลีกเลี่ยงยาเสพติดได้

ในส่วนทางด้านสถานศึกษา คุณครูก็ควรจัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโทษของยาเสพติดให้เด็กรุ่นใหม่ได้รู้จัก และเข้าใจมากขึ้น รวมถึงได้ตระหนักถึงโทษร้ายแรงต่างๆ ของยาแต่ละชนิด

ผู้เสพส่วนมากมักใช้ยาเสพติดเวลาเครียด หรือรู้สึกหดหู่ ดังนั้นหากเกิดภาวะจิตใจซึมเศร้า กดดัน มีปัญหากับชีวิต ไม่ควรอยู่คนเดียวลำพังและควรหาทางออกโดยปรึกษาคนในครอบครัว ผู้ที่ไว้วางใจ หรือไปพบจิตแพทย์ 

คำถามจากผู้อ่าน


คำถาม: สวัสดีค่ะ อยากทราบว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ที่เสพยาเสพติดตั้งแต่อายุครรภ์ 1-14 สัปดาห์ จะมีผลต่อทารกในครรภ์ไหมคะ?

คำตอบ 1: เป็นอันตรายมากนะครับ คุณควรไปพบแพทย์และหาทางเลิกใช้ยาเสพติดโดยเร็วที่สุดครับ เพราะยาเสพติดอาจทำให้ทารกมีน้ำหนักแรกเกิดน้อย มีความผิดปกติของหัวใจแต่กำเนิด ภาวะเลือดออกในสมอง ทำให้มีการทำลายเซลล์ประสาท และทำให้เส้นรอบศีรษะทารกมีขนาดเล็ก 

นอกจากนี้ฤทธิ์ยายังส่งผลต่อสมาธิ ความจำ และมีผลทำให้เด็กมีปัญหาพฤติกรรมในระยะยาวอีกด้วยครับ (ตอบโดย สุเทพ สุขนพกิจ (นพ.))

คำตอบ 2: ยาเสพติดจะส่งผลให้เด็กมีความผิดปกติหลายด้าน ดังนี้

  • มีน้ำหนักแรกเกิดน้อย 
  • มีความผิดปกติของหัวใจแต่กำเนิด 
  • ภาวะเลือดออกในสมอง 
  • ภาวะสมองตาย 
  • ทำให้มีการทำลายเซลล์ประสาท
  • เส้นรอบศีรษะมีขนาดเล็ก ซึ่งมีผลต่อสมาธิ ความจำ และมิติสัมพันธ์ (spatial skills) และมีผลทำให้เด็กมีปัญหาพฤติกรรมในระยะยาวอีกด้วย 

การป้องกันที่ดีที่สุดคือ หลีกเลี่ยงการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติดทุกชนิด ไม่ว่าคุณจะตั้งครรภ์หรือไม่ก็ตาม เพราะผลกระทบที่ตามมาเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก 

ส่วนในรายที่ตั้งครรภ์แล้วและยังไม่เลิก หรือเพิ่งจะเลิกใช้สารเสพติด ก็ต้องระมัดระวังทารกในครรภ์เป็นพิเศษ โดยระหว่างที่ตั้งครรภ์ ควรปฏิบัติดังนี้

  • หมั่นไปพบสูติแพทย์เพื่อติดตามผลของพัฒนาการทารกในครรภ์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ 
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของสูติแพทย์อย่างเคร่งครัด 
  • งด ละ เลิก สิ่งเสพติดทุกชนิดอย่างเด็ดขาด 
  • หากคนในครอบครัวสูบบุหรี่ ควรขอความร่วมมือให้ไปสูบบุหรี่ภายนอกบ้าน เพราะควันบุหรี่มีสารพิษที่เรียกว่า “ทาร์” หรือน้ำมันดิน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อทารกในครรภ์และว่าที่คุณแม่ รวมถึงสมาชิกในครอบครัวมากกว่าตัวผู้สูบเองเสียเอง 
  • เมื่อคลอดบุตรแล้วก็ไม่ควรละเลย ควรพาทารกไปพบกุมารแพทย์เพื่อเฝ้าระวัง คัดกรอง ประเมินพัฒนาการ และพฤติกรรมเป็นระยะๆ เพื่อหาความผิดปกติร่วมที่พบได้บ่อย เช่น ปัญหาด้านการมองเห็น การได้ยินบกพร่อง เพื่อให้การช่วยเหลือ กระตุ้นพัฒนาการโดยเร็วเพื่อลดปัญหาทางด้านการเรียนรู้และปัญหาสังคมที่จะตามมา
    (ตอบโดย ชยากร พงษ์พยัคเลิศ (นพ.))

คำถาม: สารกัญชาอยู่ในร่างกายเราได้กี่วัน

คำตอบ: ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและความถี่ในการใช้ค่ะ สามารถตรวจพบได้ในระยะเวลาตั้งแต่ 1 สัปดาห์ - 3 เดือนค่ะ
(ตอบโดย ศิรินทิพย์ ผอมน้อย (นักจิตวิทยาคลินิก))

คำถาม: เรากำลังจะต้องเข้ารับการผ่าตัดและต้องตรวจเลือดก่อนผ่าค่ะ ปกติแล้วเราจะใช้กัญชาบ่อยเกือบทุกวัน วันละ 2-3 ชั่วโมง อยากทราบว่า หมอจะตรวจพบสารเสพติดของกัญชาในเลือดเราไหมคะ?

คำตอบ: การตรวจเลือดก่อนผ่าตัด เป็นการตรวจเพื่อประเมินความพร้อมของร่างกาย ร่วมกับหาความผิดปกติอื่นๆ เพื่อประเมินความเสี่ยงในการผ่าตัด 

สิ่งที่คุณหมอสั่งตรวจส่วนมากได้แก่ ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด เกลือแร่ในเลือด น้ำตาล การทำงานของไต และความเสี่ยงๆ อื่นๆ แล้วแต่โรคที่เป็น

ส่วนเรื่องสารกัญชาที่ตกค้างในเลือดจะอยู่นานหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่สูบมานานแต่ไหน ความถี่ ปริมาณ ความเข้มข้นของพันธ์กัญชาที่ใช้ แต่โดยส่วนมากสารที่ตกค้างจะอยู่ได้นานเป็นเดือนๆ ค่ะ 

ส่วนในกรณีของคุณถามว่าจะตรวจพบไหม ต้องตอบว่า พบค่ะ (ถ้าคุณหมอสั่งตรวจสารกัญชา) แต่ถ้าโรคที่ผ่าตัดที่ไม่เกี่ยวกับการตรวจหาสารเสพติด คุณหมอก็ไม่สั่งตรวจค่ะ (เพราะจะสิ้นเปลืองน้ำยาโดยใช่เหตุ) (ตอบโดย ศิรินทิพย์ ผอมน้อย (นักจิตวิทยาคลินิก))

รวมบทความที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด

ดูแพ็กเกจปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับภาวะเครียด เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจต่างๆ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @HonestDocs และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


3 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Stahl SM (March 2017). "Amphetamine (D,L)". Prescriber's Guide: Stahl's Essential Psychopharmacology (6th ed.). United Kingdom: Cambridge University Press. p: 45–51.
Malenka RC, Nestler EJ, Hyman SE (2009). "Chapter 15: Reinforcement and Addictive Disorders". In Sydor A, Brown RY (eds.). Molecular Neuropharmacology: A Foundation for Clinical Neuroscience (2nd ed.). New York: McGraw-Hill Medical. p: 375.
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์. วิธีมาตรฐานสำหรับการตรวจพิสูจน์สารเสพติดในปัสสาวะ เล่มที่ 1 (Manual of forensic emergency medicine : a guide for clinicians). Sudbury, Mass.: Jones and Bartlett Publishers. p: 41.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
กัญชาจะอยู่ในระบบร่างกายนานแค่ไหน
กัญชาจะอยู่ในระบบร่างกายนานแค่ไหน

กัญชา สารเสพติดที่ตกค้างในร่างกายได้นานกว่าที่คุณคิด พร้อมอันตรายที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

กัญชา รวมเรื่องน่ารู้ และสรรพคุณทางการแพทย์ ที่รู้แล้วต้องอึ้ง
กัญชา รวมเรื่องน่ารู้ และสรรพคุณทางการแพทย์ ที่รู้แล้วต้องอึ้ง

เรื่องน่ารู้ที่คุณอาจเข้าใจผิดเกี่ยวกับกัญชา รวมถึงสรรพคุณกัญชาที่มีมากมายในทางการแพทย์หากใช้ถูกวิธี

กัญชาคืออะไร
กัญชาคืออะไร

"กัญชา" สารเสพติดผิดกฎหมายยอดนิยมในหมู่วัยรุ่น