การเสพติด

โคเคน (Cocaine)

โคเคนคืออะไร อันตรายอย่างไรต่อร่างกาย แล้วควรหลีกเลี่ยงอย่างไร
เผยแพร่ครั้งแรก 7 มี.ค. 2018 อัปเดตล่าสุด 12 พ.ค. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 11 ต.ค. 2019 เวลาอ่านประมาณ 4 นาที
โคเคน (Cocaine)

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • โคเคน เป็นยาเสพติดให้โทษรุนแรงที่อยู่ในรูปผงแป้งขาว มีวิธีเสพได้หลายวิธี ทั้งสูดเข้าจมูก ผสมกับน้ำเปล่าแล้วฉีดเข้าเส้นเลือด สูบผ่านกล้องยาสูบ หรือสอดเข้าทางทวารหนัก หรืออวัยวะเพศหญิง
  • โคเคนมีฤทธิ์ทำให้ผู้เสพรู้สึกตัวตื่น คิดว่าตนเองมีเรี่ยวแรงพละกำลังมหาศาล ทั้งยังทำให้รู้สึกเคลิบเคลิ้ม มีความสุข
  • ผลข้างเคียงจากการเสพโคเคนมีตั้งแต่อาการเบื่ออาหาร นอนไม่หลับ ความดันโลหิตสูง หงุดหงิดง่าย ไปจนถึงาอาการร้ายแรงถึงขั้นหัวใจวาย หลอดเลือดอุดตัน ชัก และเสียชีวิตได้
  • โคเคนจัดเป็นยาเสพติดที่เลิกได้ยาก ผู้เสพจะต้องเข้ารับการบำบัดที่ศูนย์ยาเสพติดโดยตรง และคุณควรหลีกเลี่ยงไม่ยุ่งกับยาเสพติดทุกชนิดเพื่อความปลอดภัย
  • โคเคนเป็นสารเสพติดที่โทษร้ายแรงถึงชีวิตได้ ไม่คุ้มค่าที่คุณจะเอาตัวเข้าไปเสี่ยง หากคุณมีความเครียด หรือมีความต้องการอยากใช้ยาเสพติดเพื่อระบายความในใจ ลองเปลี่ยนไปปรึกษาจิตแพทย์เพื่อหาทางออกที่เหมาะสม (ดูแพ็กเกจปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับภาวะเครียดได้ที่นี่)

หลายคนคงรู้จักยาเสพติดที่ชื่อว่า "โคเคน" ไม่มากก็น้อย โดยอาจเห็นได้จากหน้าหนังสือพิมพ์ หรือตามสื่อโซเชียลต่างๆ 

เพราะโคเคนจัดอยู่ในกลุ่มยาเสพติดที่ดาราและคนดังต่างๆ มักใช้เสพกันหรือซื้อขายกันเอง แต่จะมีกี่คนที่รู้ว่าโทษ และผลข้างเคียงของโคเคนส่งผลต่อร่างกายของเราอย่างไรบ้าง แล้วทำไมมันถึงเป็นยาเสพติดที่เราจะต้องหลีกเลี่ยงให้มากที่สุด

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจสารเสพติดวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 285 บาท ลดสูงสุด 5%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

183

โคเคนคืออะไร

โคเคน (Cocaine) หรืออีกชื่อหนึ่งคือ โค้ก เป็นยาเสพติดให้โทษรุนแรง และทำให้ผู้เสพมีอาการติดยาอย่างหนัก โดยต้นนำเนิดของโคเคนนั้น เป็นสารเสพติดที่สกัดได้จากใบของต้นโคคา (Coca plant) ซึ่งพบได้มากในพื้นที่แถบอเมริกาใต้ 

โคเคนจะถูกผลิตออกมาในรูปของผงแป้งสีขาว และใช้สูดเข้าทางจมูก 

ส่วนโคเคนที่ถูกผลิตออกมาในรูปของก้อนผลึกจะเรียกว่า "แคร็กโคเคน" (Crack Cocaine) ซึ่งผู้เสพจะใช้เสพโดยการสูบผ่านกล้องยาสูบ หรือผสมผงโคเคนกับน้ำเปล่าแล้วฉีดเข้าทางเส้นเลือด หรือสอดเข้าทางทวารหนัก หรืออวัยวะเพศหญิง

ส่วนข้อแตกต่างระหว่างโคเคนแบบผงกับแบบผลึกจะอยู่ที่ระดับการออกฤทธิ์ต่อร่างกาย โดยโคเคนแบบผลึกจะมีฤทธิ์ทำให้เคลิบเคลิ้มได้มากกว่า ทำให้เสพติดได้ง่ายกว่า แต่ก็จะทำให้เกิดโทษต่อร่างกายได้รวดเร็ว และรุนแรงกว่าด้วยเช่นกัน

ผลข้างเคียงของโคเคน

ผลข้างเคียงจากการใช้โคเคนสามารถได้เป็น 2 ระยะคือ ผลข้างเคียงระยะสั้น และผลข้างเคียงระยะยาว

1. ผลข้างเคียงระยะสั้น

โคเคนถือเป็นสารกระตุ้นประสาทชนิดหนึ่ง ที่จะส่งผลกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ผู้เสพเมายาอย่างรวดเร็ว รู้สึกตื่นตัว และคิดว่าตนเองมีเรี่ยวแรงพละกำลังมหาศาล มีอารมณ์เคลิบเคลิ้ม รู้สึกมีความสุข และสมองตื่นตัวมาก 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจสารเสพติดวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 285 บาท ลดสูงสุด 5%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

183

เพราะโคเคนนั้นจะกระตุ้นให้ระดับของสารโดพามีน (Dopamine) ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็น "สารแห่งความสุข" ในสมองมีเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นยิ่งมีการเสพโคเคนในปริมาณมากเท่าไร ระดับของสารโดพามีนก็จะยิ่งสูงมากขึ้นเท่านั้น ส่งผลให้เกิดปัญหาการทำงานของระบบต่างๆ ในสมองตามมา

วิธีการเสพโคเคนจะทำให้เกิดอาการเมายาที่แตกต่างกันออกไป เช่น หากเสพด้วยวิธีการสูดผงเข้าทางจมูก ผู้เสพจะมีอาการเมายาประมาณ 15-30 นาที ส่วนการสูบ หรือการฉีดเข้าเส้นเลือดจะทำให้ยาออกฤทธิ์รุนแรงมากกว่า แต่จะมีอาการเมายาในระยะเวลาสั้นๆ เพียง 5-10 นาทีเท่านั้น

ผลข้างเคียงระยะสั้นจากการเสพโคเคน มีดังต่อไปนี้

  • หัวใจเต้นเร็ว หายใจถี่ ภาวะความดันโลหิต และอุณหภูมิร่างกายสูงผิดปกติ
  • เกิดอาการบดกราม และขบฟันขณะนอนหลับ
  • เบื่ออาหาร
  • นอนไม่หลับ
  • มีอารมณ์เคลิบเคลิ้มมีความสุข
  • รู้สึกอ่อนล้าเหมือนพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • มีอารมณ์หงุดหงิดและหวาดระแวง

นอกจากการเสพโคเคนเกินขนาดจะทำให้ผู้เสพมีพฤติกรรมรุนแรง และมีอารมณ์แปรปรวนแล้ว โคเคนยังส่งผลให้ผู้เสพเกิดอาการป่วยที่รุนแรง หรือเกิดภาวะที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้ เช่น หัวใจวาย เส้นเลือดอุดตัน ชัก หมดสติ และเสียชีวิตได้ในที่สุด 

นอกจากนี้ การเสพโคเคนเพียงครั้งแรก และครั้งเดียวก็ยังสามารถทำให้ผู้เสพชัก หมดสติ และเสียชีวิตได้ด้วยเช่นกัน 

2. ผลข้างเคียงระยะยาว

ผู้เสพจะมีอาการติดยาอย่างหนัก และต้องการเสพโคเคนในปริมาณที่มากขึ้น และถี่ขึ้น ซึ่งจะทำให้ร่างกายของผู้ป่วยเกิดภาวะหลอดเลือดอุดตัน หลอดเลือดแตก รวมทั้งหัวใจวายฉับพลันได้ 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจสารเสพติดวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 285 บาท ลดสูงสุด 5%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

183

และเมื่อมีการเสพยาเกินขนาดเกิดขึ้นแม้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ผู้เสพจะรู้สึกกระสับกระส่าย หงุดหงิด ฉุนเฉียว นอกจากนี้จะยังมีอาการทางจิตอื่นๆ ตามมาอีก เช่น 

  • หวาดกลัว 
  • หูแว่ว 
  • หลงอยู่ในภาพจินตนาการที่ตนสร้างขึ้นมา

ผู้ที่เสพโคเคนด้วยการสูดเข้าทางจมูกอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ประสาทสัมผัสเกี่ยวกับการรับกลิ่นบกพร่อง และมีปัญหาทางช่องจมูก มีอาการทางระบบทางเดินหายใจ เช่น หลอดลมตีบ หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก  

อีกทั้งผู้เสพประเภทนี้ยังมักมีอาการเลือดกำเดาไหล เสียงแหบแห้ง กลืนอาหารไม่ได้ นอกจากนี้ การเสพโคเคนด้วยวิธีฉีดยาเข้าเส้นเลือดยังทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไวรัสตับอักเสบ (Hepatitis) หรือไวรัสโรคเอดส์ (Acquired Immunodeficiency Syndrome: AIDS)

ส่วนผลข้างเคียงระยะยาวอื่นๆ จากการเสพโคเคน จะมีดังต่อไปนี้

ปัญหาอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมา

การเสพโคเคนร่วมกับยาเสพติดชนิดอื่น หรือการเสพร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ เราจึงเห็นได้ว่ายาเสพติดชนิดนี้มีความอันตรายสูงมาก 

นอกจากนี้ โคเคนยังถูกจัดให้เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ที่ออกฤทธิ์รุนแรง ซึ่งหากจะนำไปใช้เกี่ยวกับทางการแพทย์ ก็จะต้องได้รับการควบคุม และดูแลอย่างใกล้ชิดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ส่วนผู้ที่ครอบครอง จำหน่าย นำเข้า หรือส่งออกโคเคน จะต้องได้รับโทษทางกฎหมาย

เราสามารถตรวจสารโคเคนทางปัสสาวะได้หรือไม่

เราสามารถตรวจหาการเสพโคเคนได้ด้วยการตรวจปัสสาวะ เพราะโคเคนจะถูกขับออกทางปัสสาวะโดยอยู่ในรูปสารเมตาบอไลท์ (Metabolite) ซึ่งเป็นสารซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบเผาผลาญทางเคมี ที่ชื่อว่า เบนโซอิลเอคโกนีน (Benzoylecgonine) 

ซึ่งโอกาสตรวจพบสารนี้ในปัสสาวะจะขึ้นอยู่กับเวลาที่ตรวจปัสสาวะหลังเสพยา และความถี่ในการเสพโคเคนของตัวผู้เสพเองด้วย 

  • ผู้เสพไม่ประจำ ช่วงเวลาที่ตรวจพบจะอยู่ที่ 12-48 ชั่วโมง
  • ผู้เสพโคเคนเป็นประจำ ระยะเวลาที่ตรวจพบจะอยู่ที่ 1-4 วัน
  • ผู้เสพติดโคเคนเรื้อรัง ระยะเวลาที่ตรวจพบจะอยู่ที่ 2-3 สัปดาห์

นอกจากนี้ ปริมาตรปัสสาวะสำหรับตรวจสารเสพติดของผู้เสพยาแต่ละชนิดยังมีความแตกต่างกันด้วย โดยผู้ที่เสพโคเคนจะต้องมีปริมาตรปัสสาวะไม่น้อยกว่า 60 มิลลิลิตร 

ส่วนเกณฑ์ตัดสินว่าผู้ที่ตรวจปัสสาวะมีสารเมตาบอไลท์ของโคเคนอยู่ในร่างกาย หรือเรียกง่ายๆ ว่ามีสารเสพติดอยู่ในร่างกายจะอยู่ที่ 300 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตรขึ้นไป

วิธีการเลิกเสพโคเคน

การเลิกเสพโคเคนยังถือเป็นการบำบัดยาเสพติดที่ยากอยู่ และการเลิกที่ได้ผลดีที่สุดก็คือ การเข้ารับการรักษาในศูนย์บำบัดยาเสพติด โดยใช้วิธีการปรับพฤติกรรม หรือทำพฤติกรรมบำบัดร่วมกับการรักษาอื่นๆ 

ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มียาชนิดใดสามารถรักษาอาการเสพติดโคเคนได้ หากคุณกำลังเสพติดโคเคน และต้องการเลิก แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ หรือนักบำบัดเพื่อเข้าร่วมกลุ่มบำบัด วิธีการนี้จะช่วยให้การเลิกยาเสพติดได้ผลง่ายมากขึ้น

โอกาสที่ผู้เสพจะเสพติดโคเคนได้ภายในการเสพครั้งเดียวนั้นมีสูงมาก และโคเคนยังสามารถคร่าชีวิตผู้เสพได้จากการเสพเพียงครั้งเดียวเช่นกัน 

ดังนั้นคุณไม่ควรลองเสพ หรือยุ่งเกี่ยวกับโคเคนโดยเด็ดขาด หากถูกชักชวน หรือถูกบังคับจากคนรอบข้าง ฝูงเพื่อน หรือจากสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยง ให้คุณหาทางเอาตนเองออกจากสถานการณ์นั้นทันที 

เพราะการเสพติดโคเคนนั้น ไม่คุ้มค่ากันเลยกับการเสียสุขภาพทั้งทางกาย และใจที่ร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

ดูแพ็กเกจปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับภาวะเครียด เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจเหล่านี้ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @hdcoth และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


4 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข, การตรวจพิสูจน์สารเสพติดในปัสสาวะ (https://www.chiangmaihealth.go.th/cmpho_web/document/180322152170824253.pdf)
Nordegren, Thomas (2002). The A-Z Encyclopedia of Alcohol and Drug Abuse. Universal-Publishers. p. 461. ISBN 9781581124040
Introduction to Pharmacology Third Edition. Abingdon: CRC Press. 2007. pp. 222–223. ISBN 978-1-4200-4742-4. Archived from the original on 10 September 2017.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม