Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
addictions

กัญชาคืออะไร

"กัญชา" สารเสพติดผิดกฎหมายยอดนิยมในหมู่วัยรุ่น
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,290,754 คน

กัญชาคืออะไร

กัญชา คือ สารเสพติดอีกชนิดที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศไทย โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่น เนื่องจากกัญชาสามารถหาซื้อได้ง่าย มีราคาไม่แพง และมักมีการลักลอบปลูกเพื่อการค้าอยู่บ่อยๆ  โดยฤทธิ์ของกัญชาจะทำให้ผู้เสพอยู่ในอาการเคลิบเคลิ้ม รู้สึกสนุก ร่าเริง และยังเป็นยาเสพติดประเภทที่เสพแล้วไม่ติด จึงยิ่งทำให้เป็นที่แพร่หลายในการสูบเพื่อให้ได้ความรู้สึกสนุก ทำให้หลงลืมความเครียดได้ โดยลักษณะการเสพกัญชาที่มักได้รับความนิยมคือ นำไปสอดไส้บุหรี่หรือนำมาม้วนเป็นบุหรี่แล้วสูบ แต่จะมีกี่คนที่รู้ว่ากัญชานั้นมีโทษร้ายแรงต่อระบบประสาทอย่างมาก

กัญชาคืออะไร

กัญชา (Canabis) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L. เป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง มีขนาดลำต้นสูงประมาณ 2-5 เมตร กัญชาเป็นพืชที่มีต้นตัวผู้ และต้นตัวเมีย แยกกัน (dioecious plant) ลักษณะของใบกัญชาจะแยกออกเป็นแฉกประมาณ 5-8 แฉก โดยทุกแฉกจะมีรอยหยัก มีดอกออกเป็นช่อเล็กๆ ตามกิ่งและก้านของต้น ซึ่งส่วนของกัญชาที่นำมาใช้เป็นยาเสพติดก็คือ บริเวณใบ ยอดช่อดอก และกิ่งก้านที่นำมาตากแดดจนแห้ง แล้วบดให้ละเอียด จากนั้นนำมาใส่ในบ้องกัญชา หรือนำมาม้วนผสมกับบุหรี่เพื่อใช้ในการเสพ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฟื้นฟูระบบประสาท ด้วยกายภาพบำบัด

ลดเพิ่ม 15% เริ่มที่ 850 บาท นักกายภาพระบบประสาทบำบัดวิชาชีพ ประสบการณ์สูง

Istock 1007757630

นอกจากจะเป็นการพูดเชิงคุยเล่นหรือเชิงวิชาการ น้อยคนที่จะพูดถึงกัญชาในชื่อตรงๆ แต่คำเรียกของกัญชาที่เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นคือ คำว่า "ดูดเนื้อ" หรือการ "ปุ๊น" บางคนอาจจะเรียกว่า "มาลีฮวนน่า" ก็แล้วแต่ความนิยมของในพื้นที่นั้นๆ

อาการของผู้เสพกัญชา

เพราะสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol) ที่มีอยู่มากในกัญชา จึงทำให้ในระยะแรกที่เสพเข้าไป ผู้เสพจะมีอาการตื่นเต้น ร่าเริง หัวเราะง่าย ช่างพูดช่างคุย จนเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 1-2 ชั่วโมง กัญชาจะเริ่มออกฤทธิ์กดประสาท ทำให้ผู้เสพมีอาการคล้ายกับเมาเหล้า หน้าแดง ลิ้นไก่พันกัน พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง เซื่องซึม ง่วงนอนตลอดเวลา และเมื่อเสพเข้าไปมากเกินขนาด ผู้เสพก็จะเริ่มมีอาการอื่นๆ ที่ร้ายแรงเพิ่มขึ้นอีก เช่น เกิดภาพลวงตา ควบคุมตัวเองไม่ได้ เกิดอาการก้าวร้าวดุร้ายขึ้นมา 

โทษของกัญชามีอะไรบ้าง

กัญชาเป็นยาเสพติดที่เสพแล้วไม่ติด และไม่มีผลข้างเคียงหากผู้เสพจะหยุดเสพอย่างกะทันหัน หากเสพในระยะเวลาไม่นาน เพราะกัญชานั้นเป็นเพียงพืชที่มีฤทธิ์ต่อจิตประสาทแบบอ่อนๆ เท่านั้น 

ผลข้างเคียงที่จะตามมาหลังจากกัญชาหมดฤทธิ์คือ ผู้เสพจะมีอารมณ์อ่อนไหว ไม่มีสติ สมองสั่งงานช้า ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม ใจสั่น หูแว่ว ซึ่งหากหยุดเสพแล้ว อาการเหล่านี้ก็จะหายไปเอง แต่อย่างไรก็ตาม หากผู้เสพเสพกัญชาในปริมาณมากและต่อเนื่อง ก็จะส่งผลเสียต่อร่างกายได้ เช่น 

  • ผลต่อระบบทางเดินหายใจ (Respiratory Tract System) การสูบต่อเนื่องจะก่อให้เกิดปัญหาต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอเรื้อรัง หลอดลมอักเสบ และการสูบกัญชาอาจมีผลเป็นมะเร็งจากสารก่อมะเร็ง
  • ผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular system) กัญชาจะเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ อีกทั้งมีความสัมพันธ์กับผลไม่พึงประสงค์ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง (stroke) และภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายฉับพลัน (heart attack)
  • ผลต่อเชาวน์ปัญญา (cognitive functioning) เช่น สมาธิ (attention) ความจำช่วงสั้น (short-term memory) การรับรู้เวลา (time perception) และเชาวน์ปัญญาขั้นสูง (high cognitive functioning) เช่น การ คิดเลขในใจ (mental arithmetic) เมื่อมีการใช้กัญชาเป็นระยะเวลานานๆ
  • ผลต่อความผิดปกติทางจิต (psychosis) การใช้กัญชามีความสัมพันธ์ต่ออาการผิดปกติดังกล่าว โดยเฉพาะโรคทางจิตใจที่มีความผิดปกติของความรู้สึก ความคิด อาการ หรือพฤติกรรม (mental disorder Schizophrenia) โดยการใช้กัญชาจะทำให้อาการแย่ลง
  • ผลทำให้เกิดอาการติดยา (dependence syndrome) การใช้กัญชาเป็นระยะเวลานาน จะทำให้เกิดอาการติดยาประมาณ 1 ใน 10 ของผู้เสพกัญชา ทั้งนี้ อัตราส่วนจะเพิ่มขึ้นเป็น 1 ใน 6 ของจำนวนผู้เสพ หากเริ่มเสพตั้งแต่เป็นวัยรุ่น ซึ่งผู้เสพติดกัญชาจะมีความต้องการอย่างมากที่จะเสพ ไม่สามารถที่จะลดการเสพลงได้ หากเสพลดลงหรือไม่ได้เสพจะเกิดอาการถอนยาหรือขาดยา และเกิดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม (withdrawal and behavioral systems)

โทษของกัญชาตามกฎหมายประเทศไทย

ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษปี พ.ศ. 2522 กัญชาถูกจัดให้เป็นยาเสพติดประเภทที่ 5 ซึ่งห้ามผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ครอบครอง หากผู้ใดฝ่าฝืน จะมีโทษตามกฎหมายหลัก 4 ประเภท ดังต่อไปนี้

  1. ผลิต นำเข้า ส่งออก: จำคุกตั้งแต่ 2-15 ปี มีโทษปรับตั้งแต่ 200,000-1,500,000 บาท
  2. ครองครองเพื่อจำหน่าย (ไม่ถึง 10 กิโลกรัม): จำคุกคั้งแต่ 2-10 ปี มีโทษปรับตั้งแต่ 40,000-200,000 บาท หรืออาจทั้งจำทั้งปรับ
  3. ครอบครองเพื่อจำหน่าย (เกิน 10 กิโลกรัม): จำคุกตั้งแต่ 2-15 ปี มีโทษปรับตั้งแต่ 200,000-1,500,000 บาท หรืออาจทั้งจำทั้งปรับ
  4. ครอบครองเพียงอย่างเดียว: จำคุกไม่เกิน 5 ปี มีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรืออาจทั้งจำทั้งปรับ แต่หากครอบครองเกิน 10 กิโลกรัม จะถือว่าเป็นการครอบครองเพื่อจำหน่าย
  5. เสพ: จำคุกไม่เกิน 1 ปี มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรืออาจทั้งจำทั้งปรับ

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมในพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา อนุญาตให้ใช้ประโยชน์จากกัญชาและกระท่อมเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ การรักษาผู้ป่วย หรือการศึกษาวิจัยและพัฒนา ซึ่งในขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ องค์การเภสัชกรรม กรมการแพทย์ กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ กรมสุขภาพจิต สำนักงานอาหารและยา กำลังดำเนินการเพื่อให้มีการนำประโยชน์จากสารสกัดจากกัญชา มาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์บนพื้นฐานตามหลักวิชาการด้านการแพทย์ที่เหมาะสม ภายใต้การควบคุมดูแลของผู้เชี่ยวชาญตามมาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพตามที่ได้ระบุในกฎหมายใหม่ ซึ่งต้องเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาตตามกฎหมายเท่านั้น

โดยกัญชาทางการแพทย์ หมายถึง สิ่งที่ได้จากการสกัดพืชกัญชา เพื่อนําสารสกัดที่ได้มาใช้ทางการแพทย์ และการวิจัย ไม่ได้หมายรวมถึงกัญชาที่ยังคงมีสภาพเป็นพืช หรือส่วนประกอบใดๆ ของพืชกัญชา เช่น ยอดดอก ใบ ลําต้น ราก เป็นต้น 

ส่วนผลิตภัณฑ์กัญชา หมายถึง รูปแบบ หรือลักษณะของสารสกัดจากกัญชาที่ผ่านการเตรียมเพื่อนํามาใช้ ทางการแพทย์กับผู้ป่วย เช่น เม็ด สเปรย์พ่นในช่องปาก น้ำมันหยดใต้ลิ้น แท่งเหน็บทวารหนัก และอื่นๆ

ถึงแม้กัญชาจะมีสรรพคุณช่วยรักษาโรคได้ หรือมักถูกใช้ในทางการแพทย์เป็นส่วนมาก แต่พืชชนิดนี้ก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็นสารเสพติดที่ผิดกฎหมาย และมีฤทธิ์ให้โทษกับร่างกายเมื่อเสพในระยะยาว ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงการเสพกัญชา และไม่หลงตามคำชักชวนของเพื่อนฝูงหรือคนรอบข้างที่ชอบเสพกัญชาอยู่บ่อยๆ เพื่อป้องกันผลเสียที่จะตามมาในภายหลัง

ที่มาของข้อมูล

ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศกระทรวงสาธารณสุข(http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/199/T_0011.PDF)

กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข, คำแนะนำการใช้กัญชาทางการแพทย์ (http://www.dms.moph.go.th/dms2559/download/Final_Guidance.pdf)

คณะเภสัชศาตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล : บทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน, กัญชากับการรักษาโรค (https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/453/กัญชา/)


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป