สุขภาพผู้หญิง

การใช้ยาและการตั้งครรภ์

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
การใช้ยาและการตั้งครรภ์

การใช้ยาและการตั้งครรภ์

การใช้ยาระหว่างการตั้งครรภ์เป็นเรื่องที่พึงระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากยาส่วนใหญ่สามารถส่งผลต่อทารกในครรภ์ได้ รวมไปถึงการสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน และการเสพยาเสพติด ดังนั้นก่อนที่จะใช้ยาใดก็ตามให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่ายานั้นมีความปลอดภัยระหว่างการตั้งครรภ์

ถ้าคุณกำลังตั้งครรภ์ หรือวางแผนที่จะตั้งครรภ์ และต้องการให้ทารกมีสุขภาพดีนั้น สิ่งที่สำคัญมากๆ คือต้องหลีกเลี่ยงการใช้ยาระหว่างการตั้งครรภ์ ซึ่งไม่ใช่เพียงแต่ยาเสพติด เช่น กัญชา โคเคน และยาบ้า เท่านั้นที่เป็นอันตรายต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์  การใช้ยาบางชนิด รวมถึงสารบางชนิด เช่น คาเฟอีน และ แอลกอฮอล์ก็สามารถก่อให้เกิดผลเสียต่อทารกในครรภ์ได้

ทำไมหญิงตั้งครรภ์จึงได้รับการเตือนว่าไม่ให้ใช้ยาระหว่างตั้งครรภ์

มีความเป็นไปได้ที่คุณจะไม่เกิดปัญหาที่ร้ายแรง หรืออันตรายหลังจากใช้ยา แต่ไม่จริงเสมอไปสำหรับทารกในครรภ์ มารดาที่ใช้ยาระหว่างตั้งครรภ์จะทำให้ยาถูกส่งผ่านไปสู่ทารกในครรภ์ได้ด้วย ทำให้มีโอกาสที่จะเกิดปัญหากับทารกได้

ข้อมูลจากการศึกษาพบว่า การใช้ยาทั้งที่ถูกหรือผิดกฎหมายระหว่างการตั้งครรภ์ จะส่งผลโดยตรงต่อทารกในครรภ์ได้ เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือการรับประทานคาเฟอีน หากเสพยาเสพติด เช่น เสพกัญชา หรือยาบ้า ทารกในครรภ์ก็จะได้รับผลกระทบจากยาเสพติดที่อันตรายเหล่านี้ด้วย และถ้าคุณติดยาเสพติดโคเคน มันไม่เพียงส่งผลเสียต่อชีวิตคุณเท่านั้น แต่มันยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพของทารกในครรภ์ด้วย ผลเสียที่เกิดขึ้นจากการใช้โคเคน ได้แก่ หัวใจวาย ระบบหายใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดสมอง และชัก โดยปัญหาที่ร้ายแรงทางสุขภาพนี้สามารถถูกส่งผ่านไปยังทารกในครรภ์ได้อีกด้วย

การรับประทานยาระหว่างการตั้งครรภ์จะเพิ่มโอกาสที่จะเกิดทารกพิการแต่กำเนิด, คลอดก่อนกำหนด, ทารกมีน้ำหนักแรกคลอดน้อย, และทารกเสียชีวิต เป็นที่พิสูจน์แล้วว่าทารกในครรภ์ที่ได้รับสารเสพติดเช่น กัญชา และแอลกอฮอล์ตั้งแต่ในครรภ์ จะส่งผลให้เกิดปัญหาพฤติกรรมในวัยเด็ก รวมถึงปัญหาด้านความจำและความตั้งใจเรียนของเด็กด้วย นอกจากนี้ผลการวิจัยยังพบว่าทารกที่เกิดจากมารดาที่เสพโคแคน ดื่มแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่ขณะตั้งครรภ์ อาจมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสมองที่ยังคงเป็นอยู่แม้เข้าสู่วัยรุ่นแล้วก็ตาม

แม้ว่าโคเคนจะส่งผลเสียต่อร่างกายทันทีที่เสพ แต่ผลเสียที่เกิดขึ้นกับทารกนั้นอาจเป็นไปตลอด เด็กทารกที่คลอดจากมารดาที่เสพโคเคนระหว่างตั้งครรภ์ มักพบว่ามีปัญหาทางด้านร่างกายและจิตใจ มีข้อมูลว่าทารกที่สัมผัสกับโคเคนตั้งแต่อยู่ในครรภ์จะส่งผลให้เกิดปัญหาขึ้นได้ เช่น ปัญหาด้านความสามารถในการเรียนรู้ กระบวนการการประมวลผลข้อมูล ความสนใจในงาน ซึ่งปัญหาเหล่านี้ไม่เพียงมีความสำคัญต่อความสำเร็จด้านการเรียนเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันด้วย

ยาใดบ้างที่มีผลร้ายแรงต่อทารกในครรภ์?

การรับประทานยาเกือบทุกชนิดระหว่างการตั้งครรภ์อาจส่งผลร้ายแรงต่อทารกในครรภ์ได้ ตัวอย่างเช่น ทารกที่สัมผัสกับโคเคนมีแนวโน้มที่จะมีศีรษะขนาดเล็ก และมีไอคิวต่ำ ทารกที่สัมผัสกับโคเคนจะมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดความผิดปกติทางระบบทางเดินปัสสาวะหรือหัวใจ โคเคนอาจทำให้ทารกในครรภ์เป็นโรคหลอดเลือดสมอง ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อสมองหรือเสียชีวิตได้

การเสพโคเคน หรือยาบ้า จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด  โดยยาเสพติดเหล่านี้อาจทำให้ทารกคลอดก่อนกำหนดและมีน้ำหนักตัวแรกคลอดน้อย รวมถึงทำให้ทารกหงุดหงิดและประสบปัญหาในการให้นมบุตร

หญิงตั้งครรภ์ที่เสพกัญชาโดยการสูดนั้นจะมีความเสี่ยงสูงต่อการคลอดก่อนกำหนดและทารกมีน้ำหนักตัวน้อย และอาจส่งผลให้ทารกมีพัฒนาการล่าช้า และภายหลังจากคลอดลูกแล้ว ทารกที่เคยสัมผัสกับกัญชาตั้งแต่อยู่ในครรภ์จะมีอาการถอนยา คือ มีอาการร้องไห้และสั่นมากกว่าปกติ

การสูบบุหรี่ระหว่างตั้งครรภ์ส่งผลอย่างไรบ้าง?

คนทั่วไปที่สูบบุหรี่จะเกิดปัญหาต่อสุขภาพที่ร้ายแรงและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร แต่ในหญิงตั้งครรภ์ที่สูบบุหรี่จะมีการส่งต่อสารนิโคตินและสารก่อมะเร็งชนิดต่างๆ ในบุหรี่ไปยังทารกในครรภ์ได้ โดยมารดาที่สูบบุหรี่ตั้งแต่ช่วงต้นของการตั้งครรภ์มีแนวโน้มที่จะให้กำเนิดทารกที่มีความผิดปกติของหัวใจหลากหลายรูปแบบ เช่น ผนังกั้นห้องหัวใจผิดปกติ โดยจะมีรูเกิดขึ้นที่ผนังกั้นหัวใจห้องซ้ายและห้องขวา ที่น่าเศร้าก็คือทารกส่วนมากที่คลอดออกมาพร้อมกับความผิดปกติของหัวใจแต่กำเนิดจะเสียชีวิตภายใน 1 ปี ส่วนเด็กที่อยู่รอดมักต้องเผชิญกับการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลานาน และต้องผ่าตัดหลายครั้งตลอดช่วงชีวิต

หญิงตั้งครรภ์ที่สูบบุหรี่มีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหากับรก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลเป็นอย่างมาก เพราะรกเป็นช่องทางในการให้สารอาหารแก่ทารกที่อยู่ในครรภ์ หญิงตั้งครรภ์ที่สูบบุหรี่จะให้กำเนิดทารกที่มีน้ำหนักน้อย, คลอดก่อนกำหนด, และทารกมีปัญหาปากแหว่งเพดานโหว่ นอกจากนี้การสูบบุหรี่ระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอดเป็นหนึ่งในสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับโรคไหลตายในทารกหรืออาการหลับไม่ตื่นในทารก (sudden infant death syndrome; SIDS) อีกด้วย

 การดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างตั้งครรภ์จะทำให้เกิดโรคกลุ่มอาการของทารกที่เกิดจากมารดาที่ดื่มแอลกอฮอล์ (fetal alcohol syndrome)

โรคกลุ่มอาการของทารกที่เกิดจากมารดาที่ดื่มแอลกอฮอล์ เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากมารดาดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งทำให้เกิดความผิดปกติของร่างกายทารก คือ ความผิดปกติที่ใบหน้า การเจริญเติบโตบกพร่อง และเกิดปัญหาในระบบประสาทส่วนกลาง เด็กที่เป็นโรคกลุ่มอาการนี้อาจมีปัญหาด้านการเรียน รวมถึงความผิดปกติอื่นๆ เช่น ปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็นและการได้ยิน

ยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยว่าการดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณเท่าใดจึงจะปลอดภัยระหว่างการตั้งครรภ์  ข้อมูลจากการศึกษาบางการศึกษาพบว่าแม้จะดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณน้อยก็สามารถส่งผลเสียต่อทารกได้เช่นเดียวกัน

ทำไมคาเฟอีนถึงถูกพิจารณาว่าเป็น “ยา” หากใช้ระหว่างตั้งครรภ์

คาเฟอีนเป็นสารที่ถูกกฎหมายและเป็นส่วนประกอบในอาหาร เช่น ช็อกโกแลต และเครื่องดื่ม เช่น กาแฟ แต่อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญยังมองว่าคาเฟอีนเป็นยาและต้องจำกัดปริมาณที่ได้รับ

หญิงตั้งครรภ์ที่ต้องการคาเฟอีนจำเป็นต้องจำกัดปริมาณที่ได้รับ เพราะคาเฟอีนสามารถทำให้ทารกแรกคลอดมีน้ำหนักตัวน้อย และทำให้หงุดหงิดหากบริโภคในปริมาณมาก

ยาที่แพทย์สั่งเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์หรือไม่?

มีโอกาสเป็นไปได้ ดังนั้นการใช้ยาระหว่างตั้งครรภ์จะต้องติดตามเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นยาที่แพทย์สั่ง หรือยาที่ซื้อใช้เอง อย่างไรก็ตามเนื่องจากการทดลองยาในหญิงตั้งครรภ์เป็นเรื่องที่ผิดจริยธรรม จึงทำให้ยาส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าส่งผลเสียต่อทารกในครรภ์อย่างไร

บริษัทยาจำเป็นต้องรายงานปัญหาใดๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการใช้ยาให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รับทราบ คุณและแพทย์ของคุณก็สามารถรายงานปัญหาที่เกิดขึ้นจากการให้ยาให้ (อย.) รับทราบได้เช่นกัน โดย อย. ได้มีข้อกำหนดให้บริษัทยาต้องระบุข้อมูลเกี่ยวกับผลของยาต่อการตั้งครรภ์และการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ไว้ในเอกสารกำกับยาด้วย ดังนั้นการอ่านข้อมูลบนเอกสารกำกับยาจะทำให้คุณรู้ได้ว่ายาที่กำลังใช้นั้นส่งผลอย่างไรต่อการตั้งครรภ์ของคุณ

หญิงตั้งครรภ์บางรายอาจมีความจำเป็นต้องรับประทานยาบางชนิดขณะตั้งครรภ์ เช่น ใช้สำหรับรักษาอาการปวด หรือรักษาโรคร้ายแรงอื่นๆ เช่น หอบหืด, ลมชัก, ความดันโลหิตสูง หรือซึมเศร้า หากคุณมีความกังวลเกี่ยวกับยาที่ต้องรับประทานขณะตั้งครรภ์ ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เกี่ยวกับข้อมูลความปลอดภัยของยา

มียาใดบ้างที่ปลอดภัยในการใช้ระหว่างตั้งครรภ์?

มียาบางชนิดเท่านั้นที่มีข้อมูลว่า “ปลอดภัย” ในการใช้ระหว่างตั้งครรภ์ แต่ยาส่วนใหญ่มักจะไม่ปลอดภัย หากคุณต้องรับประทานยาบางชนิดเพื่อรักษาโรคบางอย่าง ข้อแนะนำด้านความปลอดภัยต่อไปนี้คือสิ่งที่คุณต้องปฏิบัติตามระหว่างการตั้งครรภ์:

  • อ่านฉลากยาและเอกสารกำกับยาทุกครั้ง เพราะโดยส่วนใหญ่จะมีการระบุไว้บนฉลากหากยานั้นมีความปลอดภัยในการใช้ระหว่างตั้งครรภ์ แต่ถ้าคุณไม่มั่นใจ ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนรับประทานยาใดๆ ก็ตามระหว่างตั้งครรภ์
  • อาหารเสริมที่ได้จากธรรมชาติ เช่น สมุนไพร กรดอะมิโน แร่ธาตุ และวิตามินบางชนิด อาจเป็นสิ่งที่ได้จากธรรมชาติ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยเสมอไป ดังนั้นให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารเสริมใดๆ แม้ว่าจะระบุไว้บนฉลากว่า “มาจากธรรมชาติ” ก็ตาม
  • ยาแอสไพริน (aspirin) และ ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) ควรงดการรับประทานในช่วงเวลา 3 เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ ยกเว้นแพทย์สั่ง เพราะยาเหล่านี้จะทำให้เกิดปัญหาต่อทารก หรือทำให้เกิดปัญหาระหว่างการคลอด
  • ให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิตามินที่ต้องรับประทานระหว่างการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นวิตามินที่มีความปลอดภัยสำหรับมารดาและทารกในครรภ์ อย่าซื้อวิตามินรับประทานเอง เพราะวิตามินที่มีขายทั่วไปจะมีปริมาณสูงเกินไป และอาจส่งผลให้เกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้

https://www.webmd.com/baby/drug-use-and-pregnancy#1

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่