ยา

ยาคลายกล้ามเนื้อจำเป็นหรือไม่?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ส.ค. 13, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 9 นาที
ยาคลายกล้ามเนื้อจำเป็นหรือไม่?

หากคุณมีอาการปวดคอหรือหลัง หรือมีอาการกล้ามเนื้อกดเกร็งจากภาวะอื่น ๆ แพทย์อาจเลือกใช้ยาคลายกล้ามเนื้อกับคุณ

การคลายกล้ามเนื้อหมายถึงการทำให้กล้ามเนื้อส่วนหนึ่งหรือมากกว่าหยุดเกร็งหรือกระตุกที่เป็นอาการนอกเหนือการควบคุมของคุณ สาเหตุการเกิดอาการเช่นนี้มีอยู่หลายสาเหตุ และบางครั้งก็สร้างความเจ็บปวดร่วมด้วย

การรักษาอาการของกล้ามเนื้อนี้ก็มีหลายวิธี ซึ่งทางแพทย์อาจตัดสินใจใช้ยาคลายกล้ามเนื้อหากคาดว่าคุณจะตอบสนองต่อยาได้ดีที่สุด

คุณต้องได้รับยาคลายกล้ามเนื้อเมื่อไร?

แพทย์อาจแนะนำให้คุณใช้ยาแก้ปวดที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปอย่างอิบูโพรเฟนหรือไทลีนอลกับอาการเจ็บปวดที่มีก่อน แต่หากยาเหล่านี้ไม่ได้ผล หรือคุณอยู่ในกลุ่มที่ไม่สามารถใช้ยาเหล่านี้ได้เนื่องจากติดปัญหาตับหรือมีแผลในกระเพาะอาหาร คุณอาจต้องใช้ยาคลายกล้ามเนื้อแทน

ยาคลายกล้ามเนื้อจะเป็นตัวเลือกการรักษาสำหรับคุณหากว่าคุณมีอาการเจ็บปวดที่รบกวนการนอนหลับของคุณ เนื่องจากยาคลายกล้ามเนื้อยังมีฤทธิ์ทำให้คุณง่วงนอนอีกด้วย

ผลข้างเคียงของยาคลายกล้ามเนื้อ

ไม่ว่าคุณจะใช้ยาคลายกล้ามเนื้อชนิดใด คุณจะประสบกับผลข้างเคียงจากยาอย่างน้อยหนึ่งอย่างแน่นอน แต่ยาคลายกล้ามเนื้อบางตัวก็อาจมีผลข้างเคียงรุนแรงกว่าตัวอื่น เช่นก่อความเสียหายกับตับ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประสานงานการใช้ยาเพื่อหาว่ายาตัวไหนเหมาะสมกับกรณีคุณที่สุด

ผลข้างเคียงของยาคลายกล้ามเนื้อที่พบได้บ่อยที่สุดคือ:

คุณไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ขณะที่ต้องทานยาคลายกล้ามเนื้อ เนื่องจากจะทำให้ยาออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่ และแม้ว่าคุณจะใช้ยาขนาดต่ำมากก็ตาม การทานยาร่วมกับเหล้าจะทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุขึ้น

คุณไม่ควรขับรถหรือใช้งานเครื่องจักรหนักใด ๆ หากต้องใช้ยาคลายกล้ามเนื้อ เนื่องจากว่ายาบางตัวจะออกฤทธิ์หลังจากทานเข้าไปแล้ว 30 นาที และอาจออกฤทธิ์ยาวประมาณ 4 ถึง 6 ชั่วโมง

การเสพย์ติดและการใช้ยาคลายกล้ามเนื้อผิดวิธี

ผู้ใช้ยาคลายกล้ามเนื้ออาจเกิดเสพย์ติดยาได้หากใช้ยาโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์หรือใช้เกินขนาดที่แพทย์แนะนำไว้

กรณีการใช้เสพย์ติดยาแทบทุกเคสจะเป็นการใช้ยาคาริโซโพรโดล (โซมา) ซึ่งจัดว่าเป็นยาควบคุมในประเภทที่ 4 (schedule IV controlled substance) เพราะว่าเมื่อยาเข้าสู่ร่างกาย มันจะผลิตสารที่เรียกว่าเมโพรบาเมตออกมา ซึ่งทำหน้าที่เหมือนยากล่มประสาท ทำให้ผู้ที่ติดยาคาริโซโพรโดลจะเริ่มใช้ยาดังกล่าวผิดวิธีเนื่องจากยาทำให้พวกเขารู้สึกผ่อนคลายนั่นเอง

ยาคลายกล้ามเนื้ออีกประเภทที่อาจเสพย์ติดได้คือ ไซโคลเบนซาพริน (เฟลซิริน)

การติดยาคลายกล้ามเนื้ออาจหมายถึงว่าร่างกายของคุณจำเป็นต้องได้รับยาเพื่อให้สามารถทำงานได้ตามปรกติ หากคุณสังเกตถึงการเสพย์ติดนี้ หรือคุณสังเกตเห็นอาการนอนไม่หลับ อาเจียน หรือวิตกกังวลเมื่อหยุดยา แสดงว่าคุณกำลังอยู่ในระยะหยุดยาซึ่งนับว่าเป็นเรื่องอันตรายมาก ดังนั้นควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อให้ทำการลดปริมาณยาที่ได้รับไปเรื่อย ๆ อย่างช้า ๆ เพื่อเลี่ยงอาการเลิกยาที่รุนแรงเกินไป


ไซโครเบนซาพรีน (Flexeril, Amrix) คืออะไร ?

(ยานี้ยกเลิกทะเบียนแล้ว และไม่มีขายในประเทศไทย - ณ เดือน ก.ค. 2561)

ไซโครเบนซาพรีนเป็นตัวยาทั่วไปของยี่ห้อ Flexeril และ Amrix ซึ่งเป็นยาคลายกล้ามเนื้อที่ช่วยลดอาการปวดและความไม่สบายตัวที่มีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อตึง เคล็ดขัดยอก และอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้ออื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีของยี่ห้อ Fexmid และ FusePaqTabradol ที่เป็นยาคลายกล้ามเนื้อประเภทนี้ด้วย

ยานี้มักใช้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการรักษาเพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อทั้งหมด และยังรวมไปถึงการใช้เพื่อการพักกล้ามเนื้อและการกายภาพบำบัด ไซโครเบนซาพรีนยังมีไว้เพื่อรักษาอาการโรคเรื้อรังที่มีอาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูก ความอ่อนล้า และไวต่อความเจ็บปวดในบริเวณที่มีอาการ (fibromyalgia)

ไซโครเบนซาพรีนจะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางซึ่งจะปิดกันการกระตุ้นของเส้นประสาท (หรืออาการปวด) ที่ถูกส่งจากสมองไปยังกล้ามเนื้อ ไซโครเบนซาพรีนเป็นตัวยาทางเคมีที่ออกฤทธิ์แบบเดียวกับกลุ่มของยารักษาอาการซึมเศร้า (antidepressants) หรือที่เรียกว่า tricyclic antidepressants

ไซโครเบนซาพรีนได้รับการอนุญาตให้ใช้ครั้งแรกโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ในปี 1997 ภายใต้ยี่ห้อ Flexeril ซึ่งปัจจุบันผลิตโดยบริษัท PD-RX Pharmaceuticals

ข้อควรระวังในการใช้ยาไซโครเบนซาพรีน

ห้ามใช้ยานี้หากคุณได้รับยา a monoamine oxidase inhibitor (MAOIs) เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งยา MAOIs ที่ใช้รักษาภาวะซึมเศร้าและโรคพาร์กินสันที่ว่านี้ ได้แก่

  • Isocarboxazid (Marplan)
  • Linezolid (Zyvox)
  • Phenelzine (Nardil)
  • Rasagiline (Azilect)
  • Selegiline (Emsam)
  • Tranylcypromine (Parnate)

การใช้ยา MAOI กับ cyclobenzaprine ทั้งสองอย่างร่วมกัน อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่ร้ายแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิต ห้ามกินยานี้หากมีประวัติเกี่ยวกับปัญหาโรคหัวใจ รวมไปถึงโรคหัวใจวายก่อนหน้านี้ หรือการเต้นของหัวใจผิดปกติ การอุดตันในเส้นเลือดของหัวใจ หรือภาวะหัวใจล้มเหลวด้วย คนที่มีอายุ 65 ปีหรือมากกว่า 65 ปีไม่ควรใช้ยานี้เนื่องจากจะเกิดผลข้างเคียงเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังมียาที่สามารถใช้รักษาอาการเหล่านี้ได้ปลอดภัยกว่าและมีผลข้างเคียงน้อยกว่าสำหรับกลุ่มอายุดังกล่าว

ผู้ป่วยที่เป็นโรคตับ (ตับวาย) มักไวต่อฤทธิ์ยา และไซโครเบนซาพรีนอาจทำให้เกิดอาการหอบหืดได้ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อน ถ้าหากว่าคุณอยู่ในช่วงการใช้ยาสำหรับรักษาภาวะซึมเศร้า อาการชัก อาการภูมิแพ้ ไอหรือหวัด หรือถ้าคุณใช้ยานอนหลับยานอนหลับ ยาระงับประสาท หรือวิตามิน ก่อนที่จะให้ยาเพื่อการรักษา ผู้ให้บริการด้านสุขภาพของคุณควรที่จะทราบว่าก่อนว่าคุณเคยได้รับการวินิจฉัยว่ามีไทรอยด์ (overactive thyroid) ต้อหิน หรือเคยมีปัญหาเกี่ยวกับการปัสสาวะติดขัดหรือไม่ คุณควรแจ้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับใบสั่งยาทั้งหมด หรือยาที่ไม่มีใบสั่งยา (non-prescription) ยาตามร้านทั่วไป (over-the-counter) ยาเสพติดและยาที่ใช้เพื่อผ่อนคลาย ยาสมุนไพร  อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และยาอื่น ๆ ที่คุณเคยใช้

การใช้ไซโครเบนซาพรีนในปริมาณ "มาก" และการใช้ที่ผิดวิธี

Numerous online and anecdotal ได้แนะนำรายงานเกี่ยวกับคนที่ใช้ไซโครเบนซาพรีนผิดวิธี โดยใช้เป็นยาเสพติดในปริมาณสูง เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเซื่องซึม ยาไซโครเบนซาพรีน (cyclobenzaprine) สามารถทำให้เกิดการหลั่งกรดและน้ำย่อยในระดับปานกลางถึงรุนแรงได้ (หากใช้ยานี้ในระดับปกติ และยานี้อาจรบกวนการทำงานของสารสื่อประสาทบางอย่างในสมองของคุณ) การใช้ยาในปริมาณมากอาจนำไปสู่ความบกพร่องทางร่างกายและจิตใจได้

การใช้ยาไซโครเบนซาพรีนในปริมาณมากอาจทำให้เกิดการสูญเสียการควบคุมการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างรุนแรง ซึ่งสภาวะระบบประสาททำให้สูญเสียการควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ ตามที่ the Los Angeles coroner's office รายงานไว้ว่า วิทนีย์ ฮูสตันซึ่งเป็นนักร้อง เธอใช้ยารักษาโรค 5 ตัวยาในการรักษาของเธอ และเธอเสียชีวิตจากการจมน้ำในอ่างอาบน้ำของโรงแรมเมื่อปี ค.ศ. 2012 ซึ่งยาที่ว่านั้นมีไซโครเบนซาพรีนรวมอยู่ด้วย การใช้ยาไซโครเบนซาพรีนควรใช้ตามที่แพทย์ได้กำหนดเท่านั้น และเก็บยานี้ให้ห่างจากมือเด็ก วัยรุ่น หรือใครก็ตามที่ไม่ได้รับยานี้ตามแพทย์สั่ง

ผู้ที่ตั้งครรภ์กับการใช้ไซโครเบนซาพรีน

ควรร่วมพูดคุยหรือวางแผนการตั้งครรภ์กับแพทย์ก่อนที่จะมีการใช้ไซโครเบนซาพรีน ผู้ป่วยควรใช้ยานี้ในช่วงตั้งครรภ์ในกรณีที่ยาให้ประโยชน์มากกว่ามีความเสี่ยงต่อตัวผู้ป่วยเท่านั้น แพทย์อาจช่วยตัดสินใจได้ว่าการใช้ยานี้จะเหมาะสมกับคุณหรือไม่

นอกจากนี้ยังต้องแจ้งแพทย์ด้วย หากว่ายังมีการให้นมบุตรหรือจะต้องได้ให้นมบุตรในอนาคต จากการศึกษายังไม่พบข้อมูลว่าไซโครเบนซาพรีน (cyclobenzaprine) ผ่านเข้าสู่เต้านมได้อย่างไร แต่การศึกษาแสดงให้เห็นว่ามีผลเหมือนกับยาตัวอื่น ๆ

ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นกับการใช้ยาไซโครเบนซาพรีน

ผลข้างเคียงที่พบโดยทั่วไปของ cyclobenzaprine ได้แก่ 

  • ง่วงนอน
  • อาการวิงเวียนศีรษะ
  • ปากแห้ง
  • ท้องผูก
  • ร่างกายอ่อนเพลีย

ควรพบแพทย์ทันทีและบอกรายละเอียดของผลข้างเคียงเหล่านี้ที่เป็นอยู่หรือมีอาการแย่ลง ซึ่งผลข้างเคียงที่รุนแรงของ cycolobenzaprine ได้แก่

  • หัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกติ
  • การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์หรือทางจิต (เช่น ความสับสนหรือเห็นภาพหลอน)
  • ปัญหาเกี่ยวกับปัสสาวะ
  • ปวดทรวงอก
  • ไข้
  • อาการชัก

อาการแพ้ยาอย่างรุนแรงเกิดขึ้นได้ยากจากการใช้ยานี้ แต่ต้องพบแพทย์ทันทีหากมีอาการใด ๆ ต่อไปนี้

  • ผื่น
  • อาการคัน
  • อาการบวม (โดยเฉพาะที่ใบหน้า ลิ้น หรือลำคอ)
  • เวียนศีรษะอย่างรุนแรง
  • มีปัญหาในการหายใจ

การใช้ยานี้ร่วมกับยาต้านอาการซึมเศร้าอาจทำให้เกิดเป็นอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการใช้ยา (serotonin syndrome) และอาจถึงแก่ชีวิตได้ ซึ่งกลุ่มอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการใช้ยา (serotonin syndrome) ได้แก่

  • เกิดความสับสน
  • เกิดการร้อนรนหรือกระวนกระวายใจ
  • รูม่านตาขยาย
  • ปวดหัว
  • ความดันโลหิตมีการเปลี่ยนแปลง
  • อุณหภูมิของร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง
  • คลื่นไส้หรืออาเจียน
  • ท้องร่วงอย่างรุนแรง
  • อัตราการเต้นหัวใจอย่างรวดเร็ว
  • สูญเสียการประสานงานของกล้ามเนื้อหรือกระตุก
  • สั่นหรือขนลุก
  • เหงื่อออกมาก

ปฏิกิริยาของไซโครเบนซาพรีน

การใช้ยาไซโครเบนซาพรีนร่วมกับ MAOI อาจเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

จากการวิจัยทางคลินิกอย่างน้อยหนึ่งงานพบว่า ความเสี่ยงต่อการป่วยเป็นกลุ่มอาการ serotonin syndrome (ภาวะที่มี serotonin มากเกินไปในสมอง ซึ่งทำให้มีอาการต่าง ๆ รวมกัน อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้) จะเกิดในผู้ป่วยที่ใช้ยาไซโครเบนซาพรีนผสมกับยารักษากลุ่มอาการของโรค serotonin syndrome เช่นเดียวกับดูล็อกซีทีนที่ใช้รักษากลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อ เอ็น และเนื้อเยื่ออ่อน (Cymbalta)

ไซโครเบนซาพรีนยังมีปฏิกิริยาไปกดระบบประสาทส่วนกลาง (ซึ่งประกอบด้วยสมองและไขสันหลัง) เช่นเดียวกับยากลุ่มนี้ ได้แก่ โอปิออยด์ (opioids) เบนโซไดอะซีปีน (benzodiazepines) นอนเบนโซไดอะซีปีน (nonbenzodiazepines) ฟีโดนไทอาซีน (phenothiazines) ยาเคมีบำบัดบางชนิด (certain chemotherapies) และ บาร์บิทูเรต (barbiturates) และการใช้ยารักษาอาการซึมเศร้ากลุ่มไตรไซคลิก (Tricyclic Antidepressants-TCA) ยาในกลุ่มนี้ได้แก่ amitriptyline, nortryptyline, imipramine ร่วมกับไซโครเบนซาพรีนอาจมีโอกาสเพิ่มผลข้างเคียงได้อีกด้วย

แอลกอฮอล์กับไซโครเบนซาพรีน

ยานี้อาจทำให้คุณรู้สึกง่วง การดื่มแอลกอฮอล์อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เพื่อความปลอดภัยคุณต้องหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ขณะที่มีการใช้ยาไซโครเบนซาพรีน

ปริมาณยาไซโครเบนซาพรีนที่กินต่อครั้ง

ไซโครเบนซาพรีนเป็นยาที่ใช้รักษาด้วยการกินจะเป็นรูปแบบเม็ดและแคปซูลชนิดค่อย ๆ ออกฤทธิ์ แพทย์อาจเริ่มให้ปริมาณยาที่ 5 มิลลิกรัมของยาเม็ดขนาดปกติ 3 ครั้งต่อวัน ยาเม็ดชนิดที่ค่อย ๆ ออกฤทธิ์ ให้ในปริมาณ 1 ครั้งต่อวัน อาจเพิ่มปริมาณการให้ยาได้ หากยังมีอาการปวดอยู่ ยานี้ไม่จำเป็นจะต้องใช้ระยะยาว จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าอาการปวดลดลงในเวลา 2 สัปดาห์แรก ซึ่งจะให้ผลดีใน 2-3 วันแรก แต่การใช้ยาหลังจากนั้นจะไม่ค่อยเกิดประโยชน์ ห้ามกินยานี้ติดต่อกัน 3 สัปดาห์โดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับหรือผู้ที่มีอายุ 65 ปีอาจจะใช้ยานี้ได้ในปริมาณต่ำ ทุกครั้งที่กินยาไซโครเบนซาพรีนควรดื่มน้ำตามมาก ๆ และกลืนยาให้หมดทุกครั้งเสมอ

การใช้ยาไซโครเบนซาพรีนเกินขนาด

อาการที่เกิดจากการใช้ยาไซโครเบนซาพรีนเกินขนาด มีดังนี้

  • ปวดทรวงอก
  • การชัก
  • หลอน
  • อาเจียน
  • หัวใจเต้นอย่างรวดเร็ว
  • ง่วงนอน
  • พูดรัว (ไม่รู้เรื่อง)

เมื่อลืมกินยาไซโครเบนซาพรีน

ให้กินยาที่คุณลืมกินไปทันทีที่คุณจำได้ งดการกินยาที่ลืมกินหากใกล้ถึงเวลาที่จะกินยาครั้งต่อไป เมื่อลืมกินยา ห้ามกินยานี้เพิ่มเป็น 2 เท่า

รูปลักษณ์ของยาไซโครเบนซาพรีน

Flexeril 10 mg, เม็ดยาเป็นสีเหลือง, เป็นรูปห้าเหลี่ยม,

Flexeril 10 mg เม็ดยาเป็นสีเหลือง, เป็นรูปห้าเหลี่ยม

Cyclobenzaprine 10 mg-TEV, เม็ดยาเป็นสีเหลือง, เป็นรูปวงกลม, เคลือบฟิล์ม

Cyclobenzaprine 10 mg-TEV เม็ดยาเป็นสีเหลือง, เป็นรูปวงกลม, เคลือบฟิล์ม

Cyclobenzaprine 10 mg-SCH, เม็ดยามีสีขาว, เป็นรูปวงกลม, เคลือบฟิล์ม

Cyclobenzaprine 10 mg-SCH เม็ดยามีสีขาว, เป็นรูปวงกลม, เคลือบฟิล์ม

Cyclobenzaprine 10 mg-MYL, เม็ดยามีสีส้ม, เป็นรูปวงกลม, เคลือบฟิล์ม

Cyclobenzaprine 10 mg-MYL เม็ดยามีสีส้ม, เป็นรูปวงกลม, เคลือบฟิล์ม

Cyclobenzaprine 5 mg-MYL เม็ดยามีสีฟ้า, เป็นรูปวงกลม, เคลือบฟิล์ม

Cyclobenzaprine 5 mg-WAT เม็ดยามีสีขาว, เป็นรูปวงกลม, เคลือบฟิล์ม

Cyclobenzaprine 10 mg-WAT เม็ดยามีสีขาว, เป็นรูปวงกลม, เคลือบฟิล์ม

Cyclobenzaprine 10 mg-GG เม็ดยามีสีเหลือง, เป็นรูปวงกลม

Cyclobenzaprine 10 mg-AMN เม็ดยามีสีเหลือง, เป็นรูปวงกลม

Flexeril 5 mg เม็ดยาเป็นสีลูกพีช, เป็นรูปห้าเหลี่ยม, เคลือบฟิล์ม

Cyclobenzaprine 10 mg-MUT เม็ดยามีสีขาว, เป็นรูปวงกลม, เคลือบฟิล์ม

คำถามเกี่ยวกับยาไซโครเบนซาพรีน

คำถาม: ฉันไม่สามารถรับยา cyclobenzaprine 10 mg ตามใบสั่งแพทย์ได้ในหนึ่งสัปดาห์ และฉันไม่ใช้ยานี้รักษารวมทั้งไม่ได้ไปพบแพทย์ด้วย มียาอื่นที่ไม่ต้องมีใบสั่งยาโดยแพทย์เพื่อใช้รักษาทดแทนยานี้หรือไม่ ?

คำตอบ: Cyclobenzaprine (Flexeril) เป็นตัวยาที่ช่วยคลายกล้ามเนื้อ ซึ่งจะทำงานโดยไปปิดกั้นแรงกระตุ้นของเส้นประสาท (หรือความรู้สึกปวด) ที่ส่งไปยังสมอง ยังไม่มียาคลายกล้ามเนื้อตัวใดในสหรัฐอเมริกาที่สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป  คุณอาจลองใช้แผ่นแปะเพื่อบรรเทาปวด เช่น Thera-Patch ซึ่งมีขายตามร้านขายยาไปก่อน เพื่อบรรเทาอาการปวดกระดูกจนกว่าจะได้รับยานี้เพื่อรักษาตามแพทย์สั่ง


ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่