สุขภาพผู้หญิง

ประจำเดือนไม่มา มีสาเหตุมาจากอะไรได้บ้าง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.ค. 1, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 7 นาที
Istock 540368964

การที่ประจำเดือนไม่มา หลายคนอาจดีใจเพราะคิดว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ ซึ่งจะไม่ใช่ปัญหาเลยสำหรับคนที่กำลังอยากมีลูก แต่มันจะเป็นปัญหาแน่ ๆ ถ้าหากประจำเดือนไม่มาโดยไม่ทราบสาเหตุ ! คุณผู้หญิงอย่าชะล่าใจ ไปรีบหาสาเหตุให้แน่ชัดแล้วแก้ไขให้ถูกจุดก่อนที่ร่างกายจะป่วยหรือมีบางสิ่งผิดปกติจนสายเกินแก้

ประจำเดือนเกิดจากอะไร ทำไมต้องเป็นทุกเดือน

                หากพูดถึง “ประจำเดือน” หลายคนมักสรุปง่าย ๆ ว่ามันเป็นอาการที่ “ผู้หญิงเลือดออกทุกเดือน" ฟังดูอาจน่ากลัวไปสักนิด ถ้าจะพูดกันตามหลักการจริง ๆ ประจำเดือนเป็นเรื่องของระบบฮอร์โมนและการวางไข่  โดยเมื่อถึงระยะไข่ตกในแต่ละรอบเดือน จะมีฮอร์โมนที่ไปกระตุ้นให้รังไข่ของผู้หญิงนั้นสร้างฮอร์โมนที่มีชื่อว่า เอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone)

เจ้าฮอร์โมนทั้ง 2 ตัวนี้จะทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาขึ้นเพื่อรองรับการฝังตัวของไข่ที่จะมีการปฏิสนธิแ ต่ถ้าหากไม่มีการปฏิสนธิหรือพูดง่าย ๆ คือไม่มีการตั้งครรภ์ใด ๆ เยื่อบุโพรงมดลูกจะเกิดการฉีกขาดและฝ่อตัวลง กลายมาเป็นประจำเดือนนั่นเอง

ปกติแล้วผู้หญิงจะมีการตกไข่ทุกเดือน นั่นก็แปลว่าต้องมีประจำเดือนทุกเดือน แต่หากสาว ๆ ท่านใดที่มีอาการผิดปกติและไม่ได้ตั้งท้อง จะต้องหาสาเหตุกันหน่อยแล้วล่ะว่าเป็นเพราะอะไร

อาการก่อนมีประจำเดือน (Premenstrual syndrome and Premenstrual Dysphoric Disorder – PMDD)

อาการก่อนมีประจำเดือนเป็นอาการที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในทุก ๆ รอบเดือน โดยอาจมีอาการได้ตั้งแต่อารมณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่นหงุดหงิดง่ายและซึมเศร้า จนถึงอาการที่ส่งผลทางกาย เช่น ปวดบีบท้องและคัดตึงเต้านม มีผู้หญิงประมาณ 5% ที่มีอาการทางอารมณ์และทางกายที่รุนแรงจนไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ซึ่งเรียกว่ากลุ่ม PMDD (Premenstrual dysphoric disorder)

นายแพทย์ Steven Sondheimer ศาสตราจารย์ด้านสูตินรีเวชวิทยา มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนียในเมืองฟิลาเดลเฟียกล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่ทราบว่าทำไมผู้หญิงถึงมีอาการก่อนมีประจำเดือนและทำไมบางคนถึงมีอาการรุนแรงมากกว่าคนอื่น มีข้อมูลล่าสุดบางส่วนที่แสดงว่าอาจมีความเกี่ยวข้องทางพันธุกรรมซึ่งส่งผลต่อการทำงานของฮอร์โมนและผลของฮอร์โมนต่อตัวรับในสมองที่อาจแตกต่างกันระหว่างบุคคล ลักษณะทางพันธุกรรมที่ถ่ายทอดในครอบครัวนี้อาจเป็นสิ่งที่สามารถอธิบายว่า ทำไมผู้หญิงบางคนถึงมีอาการก่อนมีประจำเดือน และบางคนมีอาการรุนแรงมากกว่าคนอื่น

ประจำเดือนเปลี่ยนไปตามวัย

รอบประจำเดือนของผู้หญิงสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดชีวิต ปัจจัยบางอย่างที่อาจส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงประกอบด้วย

  • การตั้งครรภ์
  • การรับประทานยาฮอร์โมนหรือยาอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อรอบเดือน
  • โรคเรื้อรังบางชนิด
  • มีการเปลี่ยนแปลงอาหารที่รับประทาน
  • มีการเปลี่ยนแปลงการออกกำลังกาย
  • ความเครียด
  • อายุมากขึ้น

เมื่อคุณเริ่มเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนในช่วงอายุประมาณ 50 ปี คุณจะเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของรอบเดือน เช่น

  • ประจำเดือนค่อย ๆ น้อยลง หรืออาจมีมากกว่าปกติ
  • มีการขาดประจำเดือน
  • รอบเดือนสั้นลง
  • มีอาการก่อนมีประจำเดือนที่เปลี่ยนไป หรือมีอาการก่อนมีประจำเดือนร่วมกับอาการของวัยทอง เช่น ร้อนวูบวาบหรือปัญหาด้านการนอน

รอบเดือนถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญอย่างหนึ่งที่สะท้อนถึงสุขภาพของคุณ ดังนั้นควรใส่ใจและปรึกษาแพทย์เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับช่วงเวลา เลือดออกที่ผิดปกติ หรือการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ที่ผิดปกติเกี่ยวกับประจำเดือน


การขาดประจำเดือน (Amenorrhea) คืออะไร?

การขาดประจำเดือน (Amenorrhea) คือการหายไปของประจำเดือนในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ โดยสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่คือ

1. การขาดประจำเดือนแบบปฐมภูมิ (primary amenorrhea) คือการที่เด็กหญิงอายุมากกว่า 15 ปียังไม่มีประจำเดือน

2. การขาดประจำเดือนแบบทุติยภูมิ (secondary amenorrhea) คือการที่ผู้หญิงซึ่งเคยมีประจำเดือนสม่ำเสมอมาก่อน ขาดประจำเดือนมากกว่า 6 เดือน

ประจำเดือนผิดปกติ

การขาดประจำเดือน (Amenorrhea) หมายถึงการขาดประจำเดือนไป 3-6 เดือนในผู้หญิงที่ก่อนหน้านี้มีประจำเดือน หรือในผู้หญิงที่ยังไม่มีประจำเดือนเมื่ออายุมากกว่า 15 ปี

ประจำเดือนผิดปกติ (Oligomenorrhea) ผู้หญิงที่มีประจำเดือนผิดปกติจะมีประจำเดือนน้อยกว่า 6-8 ครั้งต่อปี

มักมีความผิดปกติของรอบเดือนบางอย่างที่ทำให้ประจำเดือนของผู้หญิงผิดปกติ ไม่มา หรือมาไม่สม่ำเสมอได้ ซึ่งมีหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดประจำเดือนมาผิดปกติ เช่น ปัญหาเกี่ยวกับรังไข่ มดลูก ปากมดลูก ช่องคลอด หรือศูนย์ควบคุมการหลั่งฮอร์โมนในสมอง ดังนั้น คุณควรไปพบแพทย์หากประจำเดือนขาดมากกว่า 3 เดือนติดต่อกัน หรือ 3 รอบเดือนตลอด 1 ปี

ประจำเดือนมามาก

ประจำเดือนมามาก (Menorrhagia) คือการมีประจำเดือนนานกว่าปกติหรือมากกว่าปกติ

การมีประจำเดือนมามากอาจเป็นสัญญาณของปัญหาทางสุขภาพอื่น ๆ และอาจทำให้เกิดภาวะซีดจากการเสียเลือดมากกว่าปกติด้วย

ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์หากมีอาการดังนี้

  • ประจำเดือนมามากกว่า 7 วัน
  • ต้องใช้ผ้าอนามัยมากกว่า 1 แผ่นต่อชั่วโมงหลายชั่วโมงติดต่อกัน
  • ประจำเดือนปนลิ่มเลือดขนาดใหญ่
  • รู้สึกอ่อนเพลียหรือหายใจลำบากระหว่างการมีประจำเดือน

การมีประจำเดือนมาไม่ตรงรอบนาน ๆ ครั้งอาจเป็นเรื่องปกติ

หากรอบประจำเดือนของคุณมาไม่ตรงกันบ่อย ๆ นั่นเป็นสัญญาณของการเริ่มมีปัญหา ในหญิงสุขภาพดีที่มีปัญหาประจำเดือนไม่มาหรือมาไม่ตรงรอบจะเกิดขึ้นเมื่อ

  • เกิดความเจ็บป่วย เช่น เป็นไข้หรือไม่สบาย
  • มีความเครียด
  • เดินทาง โดยเฉพาะเมื่อมีรูปแบบการนอนที่ผิดปกติไป
  • ให้นมบุตร ในช่วงแรก ๆ ของการให้นมบุตรจะทำให้ไม่มีประจำเดือนได้
  • ตั้งครรภ์

การออกกำลังกายอย่างหนักสามารถทำให้รอบประจำเดือนมาผิดปกติหรือขาดหายไปช่วงหนึ่งได้ อาการเหล่านี้จึงพบได้ปกติในกลุ่มนักกีฬา  นักกีฬาบางคนไม่รู้มาก่อนว่าการออกกำลังกายของตนเองไปรบกวนการทำงานของระบบสืบพันธุ์  ดังนั้นหากคุณเป็นนักกีฬาและต้องการที่จะตั้งครรภ์ คุณอาจจะต้องลดการออกกำลังกาย เพื่อให้ประจำเดือนของคุณกลับมาทำงานและตกไข่ตามปกติ

นอกจากนั้น คุณอาจมีรอบประจำเดือนที่ผิดปกติได้หากคุณลดหรือเพิ่มน้ำหนักมากเกินไป  นี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตามปกติ แต่ไม่ได้หมายความว่าการลดหรือเพิ่มน้ำหนักในปริมาณมาก ๆ จะดีต่อสุขภาพ  สำหรับผู้หญิงที่น้ำหนักเกิน การลดน้ำหนักจะช่วยให้รอบประจำเดือนกลับมาปกติได้ ส่วนผู้หญิงที่น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ การเพิ่มน้ำหนักตัวขึ้นมาเล็กน้อยจะช่วยให้ประจำเดือนกลับมาปกติได้เช่นกัน

ระยะห่างระหว่างรอบประจำเดือนที่ถือว่าผิดปกติ

ถึงแม้จะมีคำว่า “ประจำเดือนที่มาไม่ตรงรอบ” ซึ่งหมายถึงระยะห่างระหว่างรอบประจำเดือน แต่มันไม่ได้เป็นด้านเดียวที่มีปัญหา  คุณอาจมีระยะห่างระหว่างรอบประจำเดือนที่ปกติ แต่มีอาการดังนี้ร่วมด้วย

  • มีเลือดออกกะปริบกะปรอย
  • ประจำเดือนมามากเกินไปหรือน้อยเกินไป
  • ปวดท้องประจำเดือนมาก
  • อารมณ์แปรปรวนมาก
  • อาการระหว่างรอบประจำเดือนอื่น ๆ

หากคุณมีปัญหาใด ๆ เกี่ยวกับความผิดปกติของประจำเดือนควรปรึกษาแพทย์ เป็นเรื่องดีที่จะสามารถถามและได้รับคำตอบ ยืนยันถึงอาการต่าง ๆ ที่ปกติ แทนที่จะปล่อยไปจนเกิดปัญหา ซึ่งแพทย์ของคุณสามารถช่วยในเรื่องนี้ได้

5 สาเหตุใหญ่ ๆ ที่พบว่าประจำเดือนไม่มาตามปกติ

1. ตั้งครรภ์ การตั้งครรภ์เป็นการตั้งข้อสันนิฐานอันดับแรกหากประจำเดือนไม่มาตามปกติ ส่วนจะทำให้ใครดีใจหรือเสียใจนั้นก็อยู่ที่ความตั้งใจแล้วล่ะ แต่อย่างไรก็ตามช่วงเวลาที่ประจำเดือนไม่มาเพราะการตั้งครรภ์ ไม่ได้กินเวลาเพียง 9 เดือนเท่านั้น ในช่วงที่ให้นมบุตรประจำเดือนก็อาจจะยังไม่มาได้เช่นเดียวกัน

2. ความเครียด อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติ โดยเฉพาะ Working woman ทั้งหลายที่มีภาระเรื่องงานให้ต้องคิดมากมาย หรือบางคนที่มีเรื่องส่วนตัวจนทำให้เครียดเอามาก ๆ อาการเครียดไม่ได้ส่งผลต่อสภาวะทางจิตใจเท่านั้น แต่มันมักเป็นที่มาของอาการผิดปกติทางร่างกายหลายร้อยอย่าง รวมถึงทำให้ประจำเดือนขาดด้วย

3.  กินยาคุมกำเนิด เพราะกลุ่มยาคุมกำเนิดนี้เป็นการทำงานโดยตรงกับฮอร์โมนเพศหญิง โดยเฉพาะฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน การรับประทานยาคุมกำเนิดนาน ๆ อาจส่งผลให้ประจำเดือนขาดได้

4. สุขภาพไม่แข็งแรง หลายคนที่ประจำเดือนมามาปกติเพราะเป็นโรคส่วนตัว บ่อยครั้งที่ประจำเดือนมา-ไม่มา สลับเดือนกัน หรือบางทีประจำเดือนไม่มามากกว่าเดือนที่มาเสียอีก กลุ่มคนเหล่านี้ต้องรับประทานยาเพื่อให้ประจำเดือนมาตามปกติ แต่ต้องพบแพทย์เป็นประจำ เพราะมักส่งผลทำให้มีบุตรยากเมื่อต้องการที่จะตั้งครรภ์

5. ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด อาการจะคล้าย ๆ กับสาเหตุก่อนหน้า ประจำเดือนมักขาดเป็นเวลา 2 เดือนบ้าง หรือ 3 เดือนบ้าง แต่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าเป็นเพราะอะไร ทั้ง ๆ ที่สุขภาพก็แข็งแรงดี สภาวะจิตใจก็ดี ไม่มีเรื่องเครียดใด ๆ อาการแบบนี้ปล่อยไว้นานไม่ได้ จำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุแก้ไขอย่างจริงจัง

อาการของการขาดประจำเดือน

อาการหลักของภาวะนี้คือ การขาดประจำเดือน ซึ่งคุณอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วยขึ้นกับสาเหตุที่ทำให้เกิดการขาดประจำเดือน

สำหรับอาการอื่น ๆ อาจประกอบด้วย น้ำหนักตัวเพิ่มหรือน้ำหนักลด มีการเปลี่ยนแปลงขนาดของเต้านมหรือมีน้ำนมไหลจากเต้านม สิวขึ้น ผมร่วง มีขนขึ้นบนหน้า ปวดหัวหรือมีการมองเห็นที่เปลี่ยนไปและอาการปวดท้องน้อย

การวินิจฉัยการขาดประจำเดือน

การวินิจฉัยมีหลายขั้นตอนที่แพทย์ใช้เพื่อตรวจสอบว่าคุณขาดประจำเดือนหรือไม่ ขั้นแรก แพทย์จะซักประวัติเกี่ยวกับอาการเพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น จากนั้นแพทย์อาจตรวจภายในและตรวจการตั้งครรภ์เพื่อตัดสาเหตุเรื่องการตั้งครรภ์ออกไป

การทดสอบสำหรับการขาดประจำเดือนอาจประกอบด้วย

  • การตรวจเลือดเพื่อดูระดับฮอร์โมน
  • การตรวจสารพันธุธรรม
  • การ ultrasound บริเวณท้องน้อย
  • การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan)
  • การตรวจเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)

การรักษาการขาดประจำเดือน

การรักษาที่แพทย์จะแนะนำนั้น ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้เกิดการขาดประจำเดือน การรักษาอาจประกอบด้วยการใช้ยา การผ่าตัด การปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต หรือทั้ง 3 วิธีร่วมกัน

การปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต เช่น

  • ค่อย ๆ ทำให้ร่างกายมีน้ำหนักที่เหมาะสม และคงระดับน้ำหนักนั้นไว้ (หากมีน้ำหนักน้อยหรือมากเกินไป)
  • ลดความเครียด
  • หากเป็นนักกีฬาอาจใช้การปรับการฝึกฝนร่างกายหรือการกิน

การรักษาโดยการใช้ยาสำหรับการขาดประจำเดือนประกอบด้วย

  • ยาฮอร์โมน เช่น ยาคุมกำเนิด
  • ฮอร์โมนเอสโตรเจนทดแทน
  • ยาสำหรับรักษาโรค PCOS

การผ่าตัดสำหรับการขาดประจำเดือนอาจประกอบด้วย

  • การตัดแผลเป็นภายในมดลูกออก
  • การตัดเนื้องอกของต่อมใต้สมองออก

สิ่งที่ควรทำเมื่อประจำเดือนมาไม่ปกติ

อย่างแรกเลยควรสังเกตตัวเองดูสักนิดว่าสาเหตุที่ประจำเดือนของเราไม่มาตามปกตินั้นเป็นเพราะอะไร เพราะอย่างที่เราได้รู้กันแล้วว่าประจำเดือนไม่มานั้นเกิดขั้นได้จากหลายสาเหตุ เมื่อเราทราบที่มาที่ไปแล้วจะได้รักษาอย่างถูกวิธี

1. เสริมฮอร์โมนเพศ เหมาะสำหรับผู้ที่ขาดประจำเดือนเนื่องจากฮอร์โมนเพศไม่สมดุล โดยแพทย์จะให้ยาที่เรียกว่าฮอร์โมนสังเคราะห์เพื่อปรับระดับฮอร์โมนให้เป็นปกติ

2. เปลี่ยนยาคุมกำเนิด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ที่วิเคราะห์ได้ว่าเกิดจากผลกระทบจากยาคุมกำเนิด เช่น เกิดภาวะถึงน้ำรังไข่หลายใบ หรือตัวยาคุมกำเนิดนั้น ๆ มีฮอร์โมนเพศตัวใดตัวหนึ่งมากเกินไป (ฮอร์โมนเอสโตรเจนหรือโปรเจสเตอโรน) แพทย์อาจมีการปรับเปลี่ยนตัวยาคุมกำเนิดอีกตัวเพื่อเสริมกัน

3. ออกกำลังกาย เหมาะสำหรับผู้ที่มีสภาวะเครียด การออกกำลังกายไม่ได้ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงอย่างเดียว แต่ยังช่วยทำให้เราผ่อนคลายอย่างมาก เปรียบเสมือนการบำบัดที่ดี ช่วยให้เราผ่อนคลายและร่างกายกลับเข้าสู่สภาวะปกติได้ในเวลาเดียวกัน แต่ทั้งนี้ต้องออกกำลังกายในระดับที่เหมาะสม เพราะการออกกำลังกายที่มากจนเกินไปก็ส่งผลให้ประจำเดือนไม่มาได้เช่นกัน

การที่ประจำเดือนไม่มาหรือมาไม่ปกติ เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยสำหรับผู้หญิงในยุคสมัยนี้ ถึงแม้จะทำให้ใครหลายคนเกิดความกังวลอยู่บ้าง แต่ข้อดีคือทุกวันนี้ข่าวสารและการแพทย์พัฒนาไปไกล ทำให้เราสามารถหาข้อมูลและวิธีการแก้ไขได้ทันท่วงที

แต่ไม่ว่าประจำเดือนจะไม่มาด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ “การปรึกษาแพทย์” จากนั้นจึงค่อย ๆ เปลี่ยนพฤติกรรมตามความเหมาะสม การปฏิบัติตัวที่ถูกต้องจะช่วยให้เรากลับมามีสุขภาพที่ดี มีวิถีชีวิตที่ปกติได้ไม่ยาก

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่