สุขภาพผู้หญิง

ประจำเดือนไม่มา มีสาเหตุมาจากอะไรได้บ้าง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 23, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,313,315 คน

ประจำเดือนไม่มา มีสาเหตุมาจากอะไรได้บ้าง

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 11/04/2562

การที่ประจำเดือนไม่มา หลายคนอาจดีใจเพราะคิดว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ ซึ่งจะไม่ใช่ปัญหาเลยสำหรับคนที่กำลังอยากมีลูก แต่มันจะเป็นปัญหาแน่ ๆ ถ้าหากประจำเดือนไม่มาโดยไม่ทราบสาเหตุ ! คุณผู้หญิงอย่าชะล่าใจ ไปรีบหาสาเหตุให้แน่ชัดแล้วแก้ไขให้ถูกจุดก่อนที่ร่างกายจะป่วยหรือมีบางสิ่งผิดปกติจนสายเกินแก้

โฆษณาจาก HonestDocs
ขูดหินปูน ลดเพิ่ม 40% กว่า 20 คลินิก

ลดกลิ่นปาก ลดเลือดออก เราจองคิวให้ ไม่ต้องรอนาน

%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b8%99bannerinternal ad

ประจำเดือนไม่มา หรือ การขาดประจำเดือน (Amenorrhea) คืออะไร?

การขาดประจำเดือน (Amenorrhea) คือการหายไปของประจำเดือนในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ ได้แก่ อายุ 15 ปี แล้วยังไม่มีประจำเดือน หรือ การขาดประจำเดือนไปอย่างน้อย 3 รอบ ซึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประจำเดือนขาดไป คือ การตั้งครรภ์

ส่วนสาเหตุอื่นๆ ที่พบว่าทำให้ประจำเดือนไม่มาตามปกติส่วนใหญ่ ได้แก่ ความเครียด การกินยาคุมกำเนิด สุขภาพไม่แข็งแรง น้ำหนักตัวน้อยไป ออกกำลังมากไป อายุมากขึ้น

สาเหตุที่พบว่าทำให้ประจำเดือนไม่มาตามปกติ

  • ตั้งครรภ์ การตั้งครรภ์เป็นการตั้งข้อสันนิฐานอันดับแรกหากประจำเดือนไม่มาตามปกติ ซึ่งช่วงเวลาที่ประจำเดือนไม่มานั้นจะยาวไปถึงช่วงที่ให้นมบุตรด้วย
  • ความเครียด อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติ โดยเฉพาะ Working woman ทั้งหลายที่มีภาระเรื่องงานให้ต้องคิดมากมาย หรือบางคนที่มีเรื่องส่วนตัวจนทำให้เครียด ความเครียดจะส่งผลต่อสมองส่วนที่ควบคุมฮอร์โมนเพศซึ่งทำให้การตกไข่และการมีประจำเดือนผิดปกติไป
  • กินยาคุมกำเนิด เพราะกลุ่มยาคุมกำเนิดนี้จะมีผลโดยตรงกับฮอร์โมนเพศหญิง การรับประทานยาคุมกำเนิดนานๆ อาจส่งผลให้ประจำเดือนขาดได้
  • สุขภาพไม่แข็งแรง หลายคนที่ประจำเดือนมาไม่ปกติเพราะมีโรคประจำตัว หรือไม่สบายบ่อย บ่อยครั้งที่ประจำเดือนมา และไม่มา สลับเดือนกัน หรือบางทีประจำเดือนไม่มามากกว่าเดือนที่มาเสียอีก กลุ่มคนเหล่านี้อาจต้องรับประทานยาเพื่อให้ประจำเดือนมาตามปกติ ทั้งนี้อาจต้องพบแพทย์เป็นประจำเพื่อติดตามผลการรักษา และมักส่งผลทำให้มีบุตรยากเมื่อต้องการที่จะตั้งครรภ์
  • น้ำหนักตัวน้อยไป คนที่น้ำหนักตัวน้อยเกินไป คือมีน้ำหนักตัวน้อยกว่าน้ำหนักปกติมากกว่า 10 % จะส่งผลรบกวนการทำงานของฮอร์โมนในร่างกายจนมีผลต่อกระบวนการตกไข่และการมีประจำเดือน
  • ออกกำลังกายมากเกินไป ผู้หญิงที่ออกกำลังกายบางประเภทที่ค่อนข้างฝึกหนัก และต้องใช้พลังงานมาก จนมีผลให้ไขมันในร่างกายน้อยเกินไป ร่างกายจะเกิดความเครียดทำให้ฮอร์โมนเพศหญิงต่ำ มีผลให้ประจำเดือนขาดและอาจส่งผลให้กระดูกไม่มีความแข็งแรง
  • ประจำเดือนเปลี่ยนไปจากอายุที่มากขึ้น เมื่อคุณเริ่มเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนในช่วงอายุประมาณ 50 ปี เนื่องจากร่างกายผลิตฮอร์โมนน้อยลงตามธรรมชาติ อาจมีการขาดประจำเดือน ซึ่งเมื่ออายุมากขึ้นจะเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของรอบเดือน ได้แก่
    • ประจำเดือนค่อย ๆ น้อยลง หรืออาจมีมากกว่าปกติ
    • มีการขาดประจำเดือน
    • รอบเดือนสั้นลง
    • มีอาการก่อนมีประจำเดือนที่เปลี่ยนไป หรือมีอาการก่อนมีประจำเดือนร่วมกับอาการของวัยทอง เช่น ร้อนวูบวาบหรือปัญหาด้านการนอน
  • ความผิดปกติที่อวัยวะอื่นๆ หากคิดว่าสุขภาพก็แข็งแรงดี สภาวะจิตใจก็ดี ไม่มีเรื่องเครียดใดๆ แต่มีการขาดประจำเดือน ก็จำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุแก้ไขอย่างจริงจัง เพราะอาจเกิดจากความผิดปกติที่อวัยวะอื่นๆ ที่มีผลต่อการสร้างฮอร์โมนเพศในร่างกายได้ เช่น 
    • ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic ovary syndrome, PCOS)
    • การทำงานของต่อมไทรอยด์ผิดปกติ 
    • มีเนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง ภาวะพังผืดในมดลูก (Asherman's syndrome)

การวินิจฉัยการขาดประจำเดือน

การวินิจฉัยมีหลายขั้นตอนที่แพทย์ใช้เพื่อตรวจสอบว่าคุณขาดประจำเดือนหรือไม่ ขั้นแรก แพทย์จะซักประวัติเกี่ยวกับอาการเพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น จากนั้นแพทย์อาจตรวจภายในและตรวจการตั้งครรภ์เพื่อตัดสาเหตุเรื่องการตั้งครรภ์ออกไป
การทดสอบสำหรับการขาดประจำเดือนอาจประกอบด้วย

  1. การตรวจเลือดเพื่อดูระดับฮอร์โมน
  2. การตรวจสารพันธุธรรม
  3. การ ultrasound บริเวณท้องน้อย
  4. การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan)
  5. การตรวจเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)

การรักษาการขาดประจำเดือน

การรักษาที่แพทย์จะแนะนำนั้น ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้เกิดการขาดประจำเดือน การรักษาอาจประกอบด้วยการใช้ยา การผ่าตัด การปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต หรือทั้ง 3 วิธีร่วมกัน

การปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต เช่น

  • ค่อยๆ ทำให้ร่างกายมีน้ำหนักที่เหมาะสม และคงระดับน้ำหนักนั้นไว้ (หากมีน้ำหนักน้อยหรือมากเกินไป)
  • ลดความเครียด
  • หากเป็นนักกีฬาอาจใช้การปรับการฝึกฝนร่างกายหรือการกิน

การรักษาโดยการใช้ยาสำหรับการขาดประจำเดือนประกอบด้วย

  • ยาฮอร์โมน เช่น ยาคุมกำเนิด
  • ฮอร์โมนเอสโตรเจนทดแทน
  • ยาสำหรับรักษาโรค PCOS

การผ่าตัดสำหรับการขาดประจำเดือนอาจประกอบด้วย

  • การตัดพังผืดภายในมดลูกออก
  • การตัดเนื้องอกของต่อมใต้สมองออก

การที่ประจำเดือนไม่มาหรือมาไม่ปกติ เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยสำหรับผู้หญิงในยุคสมัยนี้ ถึงแม้จะทำให้ใครหลายคนเกิดความกังวลอยู่บ้าง แต่ข้อดีคือทุกวันนี้ข่าวสารและการแพทย์พัฒนาไปไกล ทำให้เราสามารถหาข้อมูลและวิธีการแก้ไขได้ทันท่วงที

แต่ไม่ว่าประจำเดือนจะไม่มาด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ “การปรึกษาแพทย์” จากนั้นจึงค่อยๆ เปลี่ยนพฤติกรรมตามความเหมาะสม การปฏิบัติตัวที่ถูกต้องจะช่วยให้เรากลับมามีสุขภาพที่ดี มีวิถีชีวิตที่ปกติ

โฆษณาจาก HonestDocs
ขูดหินปูน ลดเพิ่ม 40% กว่า 20 คลินิก

ลดกลิ่นปาก ลดเลือดออก เราจองคิวให้ ไม่ต้องรอนาน

%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b8%99bannerinternal ad

ที่มาของข้อมูล

Amenorrhea (https://www.mayoclinic.org/dis...)

พญ.อรพิน จิตคุณธรรมกุล, ภาวะขาดระดู (Secondary amenorrhea) (http://www.med.cmu.ac.th/dept/...), 2 มีนาคม 2558

...

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่