Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
เทคโนโลยีด้านสุขภาพ

การตรวจ CT scans ทำให้เป็นมะเร็งหรือเปล่า?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,878,652 คน

การตรวจ CT scans ทำให้เป็นมะเร็งหรือเปล่า?

สำหรับผู้ที่มีอายุมากแล้ว ความเสี่ยงจากการทำ CT จัดว่ามีเพียงเล็กน้อย

จากการประมาณ ชาวอเมริกันได้รับการทำ CT scans มากกว่า 70 ล้านครั้งในแต่ละปี สิ่งนี้ทำให้เกิดความกังวลขึ้น คือ การตรวจ ทำให้คนสัมผัสกับรังสี x-rays ซึ่งสิ่งที่เรียกว่ารังสีไอออไนซ์ (ionizing radiation) สามารถทำลายเซลล์ และทำให้เกิดมะเร็งตามมาได้ แต่ในผู้ที่มีอายุมากแล้ว การตรวจ CT scans ก็ไม่ได้มีความเสี่ยงมากนักเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่จะได้จากการวินิจฉัยที่ได้จากการตรวจ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปวดตึงกล้ามเนื้อหลัง ชาตามมือตามแขน เจ็บบริเวณข้อมือ อย่าปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด

ทำกายภาพบำบัด รักษา Office Syndrome เริ่มต้นที่ 940 บาท ถึง 19 พ.ย. นี้ เท่านั้น

Physicalinternal ad

“ความเสี่ยงที่สัมพันธ์กับการได้รับรังสีในผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี จากการทำ CT ส่วนช่องอกหรือช่องท้องเพื่อการวินิจฉัยนั้นน้อยมาก หรือไม่มีเลย” “ปริมาณรังสีนั้นต่ำมาก และใช้เวลามากกว่า 20 ปี จึงจะเกิดมะเร็งได้”

อย่างไรก็ตาม คุณก็ควรเข้ารับการตรวจเท่าที่จำเป็น และเลือกแนวทางอื่นที่ไม่ต้องสัมผัสกับรังสีหากเป็นไปได้

รังสีจากการทำ CT และมะเร็ง

ความเข้าใจของเราเกี่ยวกับอันตรายจากรังสีมาจากการศึกษาในผู้ที่รอดชีวิตจากระเบิดปรมาณูที่ญี่ปุ่น นักวิทยาศาสตร์คำนวณความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งโดยอ้างอิงจากปริมาณรังสีที่ผู้รอดชีวิตได้สัมผัส และผู้รอดชีวิตเหล่านี้จำนวนกี่คนที่เป็นมะเร็งในเวลาต่อมา

ปริมาณรังสีที่ได้รับจากการตรวจ CT เพื่อการวินิจฉัยในแต่ละครั้งจะถูกวัดในหน่วย millisieverts (mSv) พวกเราทุกคนล้วนได้สัมผัสกับรังสีตามธรรมชาติอยู่แล้วในระดับหนึ่ง ทั้งจากดวงอาทิตย์ โลก และแม้แต่จากสารเคมีตามธรรมชาติบางอย่างในร่างกายของเรา โดยเฉลี่ยแล้ว รังสีจากสิ่งแวดล้อม (background radiation) ในสหรัฐอเมริกา มีค่า 3.7 mSv ต่อปี การตรวจเอกซเรย์ปอด (ทำในสองท่า) จะทำให้ผู้รับการตรวจได้รับรังสีเฉลี่ย 0.01 mSv หรือประมาณว่าเท่ากับปริมาณรังสีที่คุณได้รับจากสิ่งแวดล้อมในแต่ละวัน

ปริมาณรังสีจากการตรวจ CT จะสูงกว่านั้น การสัมผัสกับรังสีจากการตรวจ CT ช่องอกคือ 7 mSv อย่างไรก็ตาม ด้วยการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ของเครื่องตรวจเพื่อลดปริมาณรังสี ปริมาณรังสีแท้จริงที่ได้สัมผัสสามารถเหลือแค่ใกล้เคียงกับ 4 mSv การตรวจ CT ช่องอกโดยใช้รังสีในขนาดต่ำเป็นเวลา 15 วินาที เพื่อตรวจหามะเร็งปอดที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัย ให้ปริมาณรังสีที่ได้สัมผัสเพียง 1.5 mSv

มากแค่ไหนที่เรียกว่ามากเกินไป?

ยิ่งคุณตรวจ CT มากเท่าไหร่ การสัมผัสรังสีในช่วงชีวิตของคุณก็ยิ่งมาก และความเสี่ยงของคุณก็มากตามไปด้วย ทาง American college of radiology แนะนำว่าให้จำกัดปริมาณรังสีที่ได้รับตลอดชีวิตจากการตรวจวินิจฉัยไว้ที่ 100 mSv ซึ่งเทียบเท่ากับการตรวจเอ็กซเรย์ปอด 10,000 ครั้ง หรือการตรวจ CT ช่องอก 25 ครั้ง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปวดตึงกล้ามเนื้อหลัง ชาตามมือตามแขน เจ็บบริเวณข้อมือ อย่าปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด

ทำกายภาพบำบัด รักษา Office Syndrome เริ่มต้นที่ 940 บาท ถึง 19 พ.ย. นี้ เท่านั้น

Physicalinternal ad

ในการรักษาโรคเรื้อรังหลายชนิด ซึ่งรวมถึงมะเร็ง คุณอาจได้รับการตรวจ CT มากจนถึงระดับ 100 mSv ที่กำหนดไว้ได้ นั่นเป็นเพราะการรักษาอาจจำเป็นต้องใช้การตรวจ CT เพื่อติดตาม เพื่อตัดสินใจว่าการรักษาเป็นไปได้ดีเพียงใด และเฝ้าระวังการกลับเป็นอีกของมะเร็ง ในกรณีนี้ อันตรายจากมะเร็งที่เป็นอยู่มีมากกว่าความเสี่ยงที่เกิดจากการตรวจ CT scans

ความเสี่ยงของคุณคืออะไร?

ตำแหน่งของร่างกายที่มักเกิดมะเร็งที่สัมพันธ์กับการตรวจ CT มักเป็นที่ช่องอก ช่องท้อง และอุ้งเชิงกราน ที่มีเซลล์ที่เจริญได้เร็ว และไวต่อรังสีมากกว่า ความเสี่ยงตลอดชีวิตจากการตรวจ CT ช่องท้องเพียงหนึ่งครั้งที่สัมผัสกับรังสี 8 mSv คิดเป็น 0.05% หรือโอกาสหนึ่งใน 2,000 ที่จะเป็นมะเร็ง ลองพิจารณาดูว่าความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากมะเร็งนั้นมีประมาณหนึ่งในสี่ ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งจากสาเหตุใดก็ตาม และเพิ่มขึ้นตามอายุอีกด้วย ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจาก CT นั้นมีน้อยมาก โดยสูงกว่าปริมาณรังสีที่ได้สัมผัสจากสิ่งแวดล้อมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

เหตุผลคือ หากคุณได้รับการตรวจ CT ในช่วงวัยกลางคน และที่อายุมากกว่านั้น กว่าจะเกิดมะเร็งได้ก็ต้องใช้เวลานับสิบๆ ปี ในทางกลับกัน เด็ก หรือวัยรุ่น จะมีอายุขัยยืนยาวพอที่รังสีจากการตรวจ CT ซ้ำๆ ทำให้เกิดมะเร็งได้

ถึงแม้ว่าประโยชน์จากการตรวจ CT ในผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี อาจคุ้มกับความเสี่ยง แต่ไม่ควรมีใครได้รับการตรวจ CT โดยไม่มีเหตุผลที่ดีพอ แม้จะเป็นผู้ที่มีอายุในช่วง 70-80 ปีก็ตาม เราจำเป็นต้องระมัดระวังเรื่องรังสีไอออไนซ์ ดังนั้น หากไม่จำเป็น ก็ไม่ควรต้องได้รับ ทำการตรวจ CT เท่าที่จำเป็น ในสถาบันที่มีอุปกรณ์ทันสมัยที่ให้ปริมาณรังสีเท่าที่ต้องใช้เท่านั้น



บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
ภาวะมีลมในช่องท้อง ท้องอืด และมะเร็งลำไส้ใหญ่
ภาวะมีลมในช่องท้อง ท้องอืด และมะเร็งลำไส้ใหญ่

ถอดรหัสสัญญาณแสดงอาการปวดในทางเดินอาหาร

ดูในแอป