การตั้งครรภ์

ท้องหรือไม่ ?

ตอบทุกคำถามที่คุณสงสัยเกี่ยวกับการตั้งครรภ์
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 11 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,188,198 คน

ท้องหรือไม่ ?

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 21/03/2562

ผู้หญิงหลายคนที่กำลังวางแผนตั้งครรภ์ อาจเคยรู้สึกว่าตัวเองน่าจะกำลังตั้งครรภ์อยู่ แต่กลับไม่มี อาการคนท้องใดๆ ที่ทำให้แน่ใจได้เลยว่ากำลังตั้งครรภ์หรือไม่ เช่น ผลตรวจครรภ์เป็นลบ มีประจำเดือน หรืออยู่ๆ อาการที่บ่งชี้ว่ากำลังตั้งครรภ์กลับหายไป แล้วสรุปว่าคุณกำลังตั้งครรภ์หรือไม่กันแน่ ?

โฆษณาจาก HonestDocs
ขูดหินปูน ลดเพิ่ม 40% กว่า 20 คลินิก

ลดกลิ่นปาก ลดเลือดออก เราจองคิวให้ ไม่ต้องรอนาน

%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b8%99bannerinternal ad

การมีลูกคือความฝันของผู้หญิงหลายๆ คน และเมื่อคุณจดจ่อไปกับการตั้งครรภ์ ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่คุณจะอ่อนไหวต่ออาการใดก็ตามที่ส่งสัญญาณเหมือนว่าคุณกำลังตั้งครรภ์ ซึ่งลักษณะอาการนี้ ทางการแพทย์เรียกว่า อาการหมกมุ่นกับการตั้งครรภ์ (Pregnancy-Symptom Obsession) ดังนั้น คุณไม่สามารถสรุปเองได้ว่าตั้งครรภ์หรือไม่จากความรู้สึกของตัวเอง โดยปัจจุบันมีเครื่องมือตรวจครรภ์ที่น่าเชื่อถือซึ่งให้ผลแม่นยำ ดังนั้นหากสงสัยว่ากำลังตั้งครรภ์ ควรใช้เครื่องมือเหล่านี้เพื่อยืนยันผลจะดีกว่า

แต่หากคุณเริ่มสงสัยว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์หรือเปล่า แต่ยังไม่ได้ตรวจสอบด้วยเครื่องมือมาตรฐาน ลองสังเกตุอาการเหล่านี้ในเบื้องต้นได้เช่นกัน

อาการอะไรบ้างที่บ่งบอกว่าคุณกำลังตั้งครรภ์

อาการเบื้องต้นที่ผู้ตั้งครรภ์มักเป็น ได้แก่

  1.  หน้าอกคัดตึงและเจ็บ:  หญิงตั้งครรภ์ขนาดของเต้านมจะขยายมากขึ้นเรื่อยๆ หัวนมและลานนมโตขึ้น สีคล้ำขึ้น อาจเห็นตุ่มเล็กๆ ขึ้นบริเวณลานนมร่วมด้วย ซึ่งอาการจะชัดมากในช่วง 5-6 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์
  2.  ปัสสาวะบ่อย:  เพราะขนาดของมดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้นไปกดเบียดกระเพาะปัสสาวะ ทำให้จุปริมาณปัสสาวะได้น้อยลง
  3.  เหนื่อยล้าและอ่อนเพลีย:  ความเครียด ความเหนื่อยล้าและความอ่อนเพลีย เป็นอาการเบื้องต้นของหญิงตั้งครรภ์บางราย
  4.  สิว ผิวคล้ำขึ้น มีฝ้า:  เป็นอาการที่ไม่สามารถบ่งชี้ได้อย่างชัดเจนว่าคุณกำลังตั้งครรภ์ แต่ก็เป็นหนึ่งในอาการที่เกิดขึ้นบ่อยในหญิงตั้งครรภ์ โดยมากสีผิวของหญิงตั้งครรภ์มักคล้ำขึ้น จากการกระตุ้นของฮอร์โมนเอสโตรเจน สังเกตได้บริเวณรอบสะดือ ข้อพับต่างๆ บางรายอาจเกิดฝ้า หรือสิวที่หน้าด้วย ที่สำคัญต้องควรระมัดระวังการใช้ยารักษาสิว ฝ้า เพราะอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ หากต้องการใช้ยาควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง
  5.  หิวกระหายอาหารบางอย่าง: ไม่ว่าจะเป็นของเปรี้ยว ของดอง ไอศกรีม หรือจะเป็นอาหารแปลกๆ 
  6.  คลื่นไส้และแพ้ท้อง: เป็นอาการที่เกิดขึ้นในหญิงตั้งครรภ์ โดยมักเกิดตอนท้องว่างในช่วงเช้า หรือบางรายก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา 
  7.  อาการปวดท้องเฉพาะที่:  อาการปวดท้องเฉพาะที่ก็นับเป็นอาการหนึ่งของคนมีประจำเดือนหรือตั้งครรภ์ โดยอาจเกิดจากการขยายหรือบีบตัวของมดลูก อย่างไรก็ตาม หากคุณมีอาการปวดท้องเฉพาะที่ อย่างรุนแรง คุณควรพบแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีเลือดไหลมากผิดปกติจากการปวดท้อง
  8.  ท้องป่อง:  หญิงตั้งครรภ์บางคนอาจเห็นท้องที่นูนชัดขึ้นได้ แต่อาการท้องป่องนี้ก็อาจมาจากสาเหตุอื่นได้เช่นกัน เช่น ก่อนมีประจำเดือน หรือท้องอืด 
  9.  มีเลือดออกไม่ตรงกับรอบเดือน:  ประจำเดือนมาน้อยกว่าปกติ หรือมาไม่ตรงรอบ ไม่ใช่สีแดงสด ซึ่งรอบเดือนลักษณะนี้ อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการตั้งครรภ์ได้เช่นกัน ทางที่ดีคุณควรจดบันทึกรอบเดือนเป็นประจำ เพราะจะช่วยในการคาดคะเนโอกาสในการตั้งครรภ์ได้
  10. รอบเดือนขาด:  รอบเดือนขาดหลังจากมีเพศสัมพันธ์ครั้งล่าสุด อาจมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ ซึ่งวิธีดูแบบนี้เหมาะสำหรับคนที่ประเดือนมาสม่ำเสมอ แต่ในบางครั้งรอบเดือนอาจแค่มาช้าเพราะฉะนั้นทางที่ดีใช้ชุดตรวจครรภ์ตรวจเพื่อยืนยันผลจะดีกว่า

อาการที่บ่งบอกว่ากำลังตั้งครรภ์นั้นค่อนข้างหลากหลายและบางครั้งอาจเป็นอาการร่วมกับภาวะอื่นๆ เช่น ก่อนมีรอบเดือน ความเครียด เป็นต้น ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะยืนยันว่าคุณกำลังตั้งครรภ์หรือไม่ด้วยอาการที่เกิดขึ้น แต่ควรยืนยันผลการตั้งครรภ์ด้วยเครื่องมือที่ได้มาตรฐานหรือปรึกษาแพทย์จะดีที่สุด

ถ้ามีอาการหลายๆ อย่างคล้ายคนท้อง แปลว่าท้องจริงๆ หรือไม่

อาการที่เรากล่าวมาข้างต้น เรียกว่า “อาการเริ่มต้น” ของการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นผลจากฮอร์โมนในร่างกายของหญิงที่คาดว่าจะตั้งครรภ์ โดยอยู่ในระยะที่กำลังสังเกตอาการและรอผลว่าตั้งครรภ์จริงหรือไม่ โดยใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์จึงจะรู้ผลแน่ชัด หรือที่เรียกกันว่า "2 week wait"

โฆษณาจาก HonestDocs
ขูดหินปูน ลดเพิ่ม 40% กว่า 20 คลินิก

ลดกลิ่นปาก ลดเลือดออก เราจองคิวให้ ไม่ต้องรอนาน

%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b8%99bannerinternal ad

ดังนั้น เราไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่าตั้งครรภ์หรือไม่ในช่วงระหว่าง 2 สัปดาห์หลังมีเพศสัมพันธ์ ทางที่ดีควรรอดูว่าประจำเดือนขาดหรือไม่ ถ้าหากเป็นเช่นจริงๆ ให้ตรวจด้วยชุดตรวจครรภ์ เพื่อยืนยันอีกครั้งหนึ่ง แต่สำหรับคนที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ต้องรอตรวจปัสสาวะหลังมีเพศสัมพันธ์ครั้งสุดท้าย 16 - 18 วัน

แล้วถ้าไม่มีอาการคนท้อง แปลว่าเราไม่ได้ท้องใช่ไหม?

ถึงแม้คุณจะไม่มีอาการคนท้องเลย แต่ก็ไม่ได้แปลว่าคุณจะไม่ได้ตั้งครรภ์ ผู้หญิงบางคนทั้งตั้งครรภ์อาจไม่มีสัญญาณบ่งบอก หรืออาการแพ้ท้องใดๆ เลยก็ได้

ทำไมรู้สึกว่าท้อง แต่ผลตรวจครรภ์เป็นลบ

นี่เป็นคำถามที่พบบ่อยที่สุด บางคนมีอาการเหมือนกำลังตั้งครรภ์ทุกประการ แต่ผลตรวจครรภ์กลับเป็นลบ จึงลังเลว่าควรจะเชื่ออาการหรือเชื่อผลตรวจครรภ์ดี จริงๆ แล้วผลตรวจครรภ์นั้นถือว่าแม่นยำพอสมควร แต่ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่างที่ทำให้ผลออกมาเป็นลบได้ ซึ่งปัจจัยเหล่านั้น ได้แก่

  • อายุครรภ์ไม่มากพอ:  ชุดทดสอบจะตรวจพบการตั้งครรภ์ได้ เมื่อมีอายุครรภ์เกินกว่า 1-2 สัปดาห์ ดังนั้น หากอายุครรภ์ยังไม่ครบสัปดาห์ โอกาสที่จะตรวจไม่เจอนั้นสูงมาก ทางที่ดีควรตรวจซ้ำในสัปดาห์ถัดไปจึงจะให้ผลที่แน่นอนได้
  • ปัสสาวะเจือจางเกินไปปัสสาวะที่เหมาะสมสำหรับการทดสอบควรมีความเข้มข้นมากพอ เช่น เป็นปัสสาวะที่เก็บตอนเช้าหลังตื่นนอน หากเก็บปัสสาวะหลังจากดื่มน้ำมากๆ ปัสสาวะที่ได้จะเจือจาง ยิ่งถ้าอายุครรภ์ยังไม่มากด้วยแล้ว ก็มีโอกาสตรวจไม่เจอได้เหมือนกัน และไม่ควรนำปัสสาวะที่เก็บค้างไว้มาตรวจ ควรเป็นปัสสาวะที่เก็บใหม่ๆ
  • ชุดทดสอบเสื่อมคุณภาพหลายๆ ครั้ง ชุดทดสอบที่เสื่อมคุณภาพก็ทำให้ผลตรวจผิดพลาดได้ ควรตรวจสอบก่อนทุกครั้งว่าชุดทดสอบนั้นหมดอายุหรือไม่ ที่ซองมีรอยฉีกขาดหรือเก็บไว้ในที่ที่มีความชื้นหรือไม่ ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งคือ ในการตรวจทุกครั้ง จะต้องปรากฏขีดที่แถบ C เสมอ หากตรวจแล้วพบว่ามีขีดขึ้นขีดเดียวที่แถบ T นั่นไม่ได้หมายความว่าเราไม่ท้อง แต่เป็นเพราะชุดทดสอบนั้นเสื่อมคุณภาพแล้ว
  • ไม่ปฏิบัติตามคู่มือของชุดทดสอบชุดทดสอบแต่ละแบบ แต่ละยี่ห้อ จะมีวิธีการใช้ระบุไว้ ซึ่งเราต้องทำตามอย่างเคร่งครัด เช่น ชุดทดสอบแบบจุ่ม ต้องจุ่มไม่ให้เกินขีดที่กำหนด ไม่เช่นนั้นจะอ่านผลไม่ได้ ส่วนชุดทดสอบแบบหยด ต้องหยดปัสสาวะ 3-5 หยด ตามที่กำหนดไว้ หากหยดน้อยเกินไปก็อาจทำให้ตรวจไม่พบ รวมถึงเวลาในการอ่านผลด้วย บางชุดทดสอบจะกำหนดให้อ่านผลภายใน 5-10 นาที หลังหยดหรือจุ่มปัสสาวะ หากเราอ่านผลเร็วหรือช้าเกินไปก็อาจได้ผลที่ไม่ถูกต้องได้ 

ข้อแนะนำอีกอย่างหนึ่งในการตรวจครรภ์ด้วยตนเอง คือ ควรตรวจด้วยชุดทดสอบการตั้งครรภ์มากกว่า 1 ยี่ห้อในแต่ละครั้ง เพื่อเปรียบเทียบผลที่ได้ว่าต่างกันหรือไม่ และหากตรวจพบว่าไม่ท้อง ก็ควรตรวจซ้ำอีกครั้งในสัปดาห์ถัดไปเพื่อยืนยันผลที่แน่ชัด

ถ้าหากประจำเดือนขาด...แต่ผลตรวจครรภ์เป็นลบ หมายความว่าอย่างไร?

ผลตรวจครรภ์จากชุดตรวจครรภ์เบื้องต้น ความน่าเชื่อถืออาจไม่ 100% และอย่างที่กล่าวไปว่ามีหลายปัจจัยที่อาจทำให้ผลการตรวจคลาดเคลื่นได้ ดังนั้นถ้าไม่มั่นใจ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อความชัดเจน 

นอกจากนั้น การที่ประจำเดือนไม่มาอาจเป็นเพราะปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น ความเครียด วิตกกังวลมากๆ หรือเจ็บป่วย ก็สามารถส่งผลต่อรอบเดือนที่ไม่ปกติได้นั่นเอง

ทำไมคุณถึงรู้สึกเหมือนว่ากำลังตั้งครรภ์

ถึงแม้ว่าอาการที่กล่าวไปข้างต้น อาจเป็นสัญญาณของ อาการคนท้อง แต่ก็เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนระหว่างรอบเดือนได้เช่นกัน หรือเกิดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน  เช่น ความเจ็บป่วย ความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอหรือออกกำลังกายมากเกินไป เป็นต้น

ผู้หญิงบางคนอาจมีอาการก่อนมีประจำเดือน ซึ่งคิดว่าเป็นอาการของคนท้อง เพราะอาจจะไม่เคยมีอาการเหล่านี้มาก่อนในแต่ละรอบเดือน ประกอบกับอยากมีบุตรด้วยแล้วนั้น ทำให้เมื่อมีอาการใดๆ ก็ตามที่ผิดปกติไปจากการมีรอบเดือนโดยทั่วไป ก็ทำให้เกิดความสับสนได้

อาการของการตั้งครรภ์หลังจากการมีเพศสัมพันธ์

หลายคนมักมีคำถามว่าตนเองจะตั้งครรภ์ไหม ถ้ามีอาการคนท้องหลังจากการมีเพศสัมพันธ์ไม่นาน จริงๆ แล้ว นอกจากประจำเดือนขาด ที่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าตั้งครรภ์ได้แล้ว อาการคนท้องอื่นๆ มักเริ่มแสดงออกเมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 5 หรือ 6 ของการตั้งครรภ์ หรือประมาณ 2 สัปดาห์หลังจากการขาดประจำเดือนรอบล่าสุด หรือ 6 สัปดาห์หลังประจำเดือนครั้งสุดท้าย หรือเกิดขึ้นพร้อมๆ กับการขาดประจำเดือน

ถ้ามีอาการคลื่นไส้หลังจากมีเพศสัมพันธ์ จะท้องไหม?

เป็นอีกหนึ่งในคำถามที่ถูกถามบ่อย ความจริงคือ อาการคลื่นไส้นั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ครั้งนั้นแต่อย่างใด แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะยืนยันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าคุณไม่ได้ตั้งครรภ์

จริงอยู่ว่าอาการคลื่นไส้หลังมีเพศสัมพันธ์ไม่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์แต่อย่างใด แต่หากผลตรวจออกมาเป็นบวก นั่นก็หมายความว่า คุณอาจตั้งครรภ์มาก่อนหน้านี้แล้ว และเพิ่งเริ่มมีอาการคลื่นไส้จากการตั้งครรภ์ เพราะร่างกายยังไม่แสดงอาการในช่วงก่อนหน้านี้ ทำให้คุณไม่รู้ตัว และผู้หญิงส่วนใหญ่มักไม่มีอาการจนกว่าจะเข้าสู่ช่วงสัปดาห์ที่ 5 หรือ 6 ของการตั้งครรภ์

มีอาการคล้ายคนท้องแต่มีเลือดออกจากช่องคลอด

ถ้ากำลังตั้งครรภ์จริงๆ ปกติไม่ควรมีเลือดออก เพราะอาจบ่งบอกถึงการแท้งได้ แต่สำหรับคนที่ยังไม่รู้แน่ชัดว่าตนเองท้องหรือไม่ ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลกับเรื่องแท้งเลย เพราะอาจเป็นเลือดจากประจำเดือนก็ได้ แต่ก็อาจเป็น "เลือดล้างหน้าเด็ก" ได้เช่นกัน

แล้วเลือด 2 อย่างนี้แตกต่างกันอย่างไร?

เลือดล้างหน้าเด็ก อาจเกิดจากเส้นเลือดฉีกขาดจากการฝังตัวของตัวอ่อนที่เยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งเลือดล้างหน้าเด็กมีสีจางกว่าประจำเดือนมาก อาจเป็นสีชมพูจางๆ หรือสีน้ำตาลก็ได้ และมีปริมาณน้อยมาก และมักหมดภายในไม่กี่ชั่วโมง หรือ 1 - 3 วัน ซึ่งเลือดล้างหน้าเด็กจะมาในช่วง 7 ถึง 10 วันช่วงหลังตกไข่ หรือ 1 สัปดาห์ก่อนช่วงมีประจำเดือน และไม่ได้เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ 

ถึงแม้ว่าเลือดล้างหน้าเด็ก จะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าท้อง ประกอบกับประจำเดือนขาดด้วย ก็ยังไม่สามารถฟันธงได้เลยว่าคุณกำลังตั้งครรภ์ สำหรับบางคนไม่มั่นใจว่าจะแยกออกได้อย่างไรว่าเป็นประจำเดือนหรือเลือดล้างหน้าเด็ก คุณสามารถใช้ชุดตรวจครรภ์หรือไปตรวจที่โรงพยาบาล หรือสังเกตความผิดปกติของประจำเดือนได้ด้วยตัวเองง่ายๆ ดังนี้

  • มีสีผิดปกติไหม
  • ปริมาณมามาก หรือน้อยกว่าปกติ
  • ระยะเวลาน้อยกว่าปกติหรือไม่

ดังนั้น การมีเลือดออกทางช่องคลอด จำเป็นต้องสังเกตให้ดี อาจไม่เพียงเป็นแค่เลือดล้างเด็ก หรือประจำเดือน อาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ได้เช่นกัน 

รู้แล้วว่าตัวเองตั้งท้อง แต่อาการแพ้ท้องกลับหายไป จะเป็นอะไรไหม

อาการแพ้ท้องจะเป็นๆ หายๆ ตลอดวัน โดยจะเป็นมากในช่วงเช้าขณะท้องว่าง จึงมีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า morning sickness ซึ่งเป็นภาวะที่สามารถพบได้บ่อยในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ (3 เดือนแรก) เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย และมักหายไปตอนช่วงกลางๆ ของการตั้งครรภ์ ซึ่งก็มีหญิงตั้งครรภ์บางรายไม่มีอาการแพ้ท้องเลยตลอดเวลาของการตั้งครรภ์

หากคุณมีประวัติการแท้งลูกมาก่อน หรือไม่มีก็ตาม แต่อาการแพ้ท้องหายไป ประกอบกับมีเลือดออกจากช่องคลอด หรือปวดบิดๆ (เหมือนเป็นตะคริว) คุณควรติดต่อแพทย์โดยด่วน

แบบทดสอบการตั้งครรภ์ออนไลน์ เชื่อถือได้หรือไม่

โดยทั่วไปแบบทดสอบการตั้งครรภ์แบบออนไลน์จะถามถึงลักษณะอาการต่างๆ ของคนท้อง ซึ่งในคำถามส่วนใหญ่จะถามว่าคุณมีอาการคนท้องเป็นหรือไม่ และยิ่งคุณตอบว่า "ใช่" หลายๆ ข้อ ก็ไม่แปลกใจว่าทำไมผลทดสอบที่ออกมาถึงบอกว่าคุณกำลังตั้งครรภ์ ในความเป็นจริงแล้ว แบบทดสอบออนไลน์ไม่สามารถบอกคุณได้จริงว่าคุณท้องหรือไม่ ดังนั้น ไม่แนะนำให้เชื่อผลดังกล่าว

สาระน่ารู้เกี่ยวกับชุดตรวจครรภ์ประเภทต่างๆ พร้อมวิธีการใช้

ชุดตรวจตั้งครรภ์วัดการตั้งครรภ์จากอะไร?

ชุดตรวจตั้งครรภ์นี้เป็นอุปกรณ์เล็กๆ ที่สามารถตรวจการตั้งครรภ์ได้ด้วยตัวเองจากการ การตรวจปัสสาวะ แต่สำหรับทางการแพทย์ เรียกว่า การทดสอบหาฮอร์โมน HCG (Human Chorionic Gonadotropin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่หลั่งมาจากรก หากเห็นแถบสีแดงขึ้น 2 ขีด นั่นแปลว่า กำลังตั้งครรภ์นั่นเอง

วิธีการอ่านผลชุดตรวจตั้งตรวจครรภ์

การใช้ที่ตรวจครรภ์เป็นการวัดขีดซึ่งจะเกิดขึ้นหลังจากการหยดฉี่หรือปัสสาวะในที่ตรวจครรภ์ แนะนำให้อ่านค่าหลังจากที่ทิ้งไว้ 5 นาที จะเป็นค่าที่แม่นยำที่สุด ขีดในแถบวัดจะมีขีด 2 ขีด ขีดแรกคือ C (Control Line) และอีกขีดคือ T (Test Line) ผลที่เกิดขึ้นจะมี 3 ประเภท ดังนี้

  • อย่างแรกคือ มีขีดขึ้น 1 ขีดที่ C หมายถึง น่าจะไม่ท้อง
  • หากเริ่มมีการตั้งครรภ์ ขีดจะขึ้น 2 ขีดทั้ง C และ T แถบคู่กัน นั่นแปลว่ากำลังท้อง
  • แต่ก็เป็นไปได้ที่จะขึ้นขีดเดียวที่ T นั่นแปลว่า อ่านค่าไม่ได้หรือชุดทดสอบเสีย ควรซื้อชุดใหม่มาทดสอบ

ในกรณีที่พบขีดที่ 2 นั้นบางครั้งอาจจะไม่ชัดเนื่องจากเพิ่งพบฮอร์โมน HCG ซึ่งจะเกิดขึ้นจากการปฏิสนธิไปแล้ว 6 วัน ฉะนั้นหากต้องการความแม่นยำที่สุด ควรตรวจในช่วงที่ประจำเดือนขาดไปแล้ว 10-14 วัน ซึ่งผลที่ได้จะชัดเจนกว่า 90% เลยทีเดียว

ที่ตรวจครรภ์

ประเภทของชุดตรวจตั้งครรภ์ ราคา และวิธีใช้

แบบปัสสาวะผ่าน

เป็นประเภทชุดตรวจครรภ์ที่มีราคาค่อนข้างสูงที่สุด (ราคาประมาณ 150-200 บาท แล้วแต่ยี่ห้อ) ใช้ง่าย ไม่ต้องเก็บปัสสาวะใส่ถ้วย จึงสะดวกและได้ผลค่อนข้างแม่นยำ 

วิธีใช้

  • ถอดฝาครอบออกพร้อมกับถือแท่งทดสอบโดยให้หัวลูกศรชี้ลง
  • ปัสสาวะผ่านบริเวณที่ดูดซับน้ำปัสสาวะให้ชุ่มประมาณ 5 วินาที
  • ถือหรือวางแท่งทดสอบการตั้งครรภ์ไว้ในแนวราบประมาณ 30 วินาทีเป็นต้นไป (หรืออ่านผลเมื่อทิ้งไว้ 3-5 นาทีเพื่อความมั่นใจ)
ที่ตรวจครรภ์

ประเภทของชุดตรวจตั้งครรภ์ ราคา และวิธีใช้

แบบตลับหรือแบบหยด

ในชุดจะมีถ้วยตวงปัสสาวะและหลอดหยดสำหรับดูดน้ำปัสสาวะ (ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 100-150 บาทแล้วแต่ยี่ห้อ) ข้อดีของที่ตรวจครรภ์แบบหยด คือ สามารถควบคุมปริมาณปัสสาวะได้ ใช้เพียง 3-4 หยด ทำให้ช่วยลดโอกาสแผ่นทดสอบเสียจากการดูดซับน้ำปัสสาวะได้

วิธีใช้

  • ให้เก็บน้ำปัสสาวะลงในถ้วยตวง
  • นำหลอดหยดดูดน้ำปัสสาวะเข้าไปในปริมาณพอเหมาะ
  • หยดน้ำปัสสาวะลงบนตลับทดสอบประมาณ 3-4 หยด (อย่าหยดมากกว่านี้)
  • วางชุดทดสอบทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แล้วจึงอ่านผลการทดสอบ
ที่ตรวจครรภ์

ประเภทของชุดตรวจตั้งครรภ์ ราคา และวิธีใช้

แบบแถบจุ่ม

ประกอบไปด้วยแผ่นทดสอบการตั้งครรภ์ (ราคาเฉลี่ย 90-150 บาทแล้วแต่ยี่ห้อ) บางยี่ห้อมีถ้วยตวงปัสสาวะ แต่บางยี่ห้อไม่มี ข้อดี คือ ราคาถูกที่สุดใน 3 แบบ แต่ต้องระวังอย่าให้น้ำปัสสาวะสูงเกินกว่าขีดที่กำหนดเพราะอาจทำให้แผ่นทดสอบเสื่อมสภาพ

วิธีใช้

  • เก็บน้ำปัสสาวะลงในถ้วยตวง ถ้าหากบางยี่ห้อไม่มี ให้หาภาชนะเล็กๆ ที่สะอาดสำหรับรองปัสสาวะ ควรใช้แล้วทิ้ง
  • นำแผ่นทดสอบการตั้งครรภ์ด้านที่มีลูกศรชี้ลง จุ่มลงไปในน้ำปัสสาวะ 3 วินาที ระวังอย่าให้น้ำปัสสาวะเลยขีดที่กำหนด
  • นำแผ่นทดสอบออกจากน้ำปัสสาวะ และถือหรือวางไว้ในแนวนอน
  • อ่านผลการตั้งครรภ์ได้ภายใน 1-5 นาที
ที่ตรวจครรภ์

ประเภทของชุดตรวจตั้งครรภ์ ราคา และวิธีใช้

คำแนะนำในการทดสอบการตั้งครรภ์ด้วยตนเอง

  • การตรวจปัสสาวะ ควรใช้ปัสสาวะหลังจากตื่นนอนตอนเช้า เพราะเป็นปัสสาวะใหม่จะให้ผลดีที่สุด
  • ควรใช้ที่ตรวจครรภ์หลายๆ ชนิดพร้อมกัน เป็นการวัดผลจากหลากหลายทางเพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนจากที่ตรวจครรภ์วิธีใดวิธีหนึ่ง
  • ที่ตรวจครรภ์แต่ละประเภทมีวิธีการใช้ที่แตกต่างกัน ควรอ่านคำแนะนำอย่างละเอียดและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
  • การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยตัวเอง ควรทำซ้ำอีก 2-3 วันถัดมา เนื่องจากการตรวจครั้งแรกระดับฮอร์โมน HCG ในหญิงตั้งครรภ์ยังต่ำ อาจมีการตั้งครรภ์แล้วแต่ตรวจไม่พบ แต่จะชัดเจนขึ้นในอีก 2-3 วันถัดมา

และนี่ก็เป็นข้อแนะนำสำหรับการตรวจครรภ์เบื้องต้นที่คุณผู้หญิงสามารถทำได้เอง อย่างไรก็ตามหากยังไม่มั่นใจควรไปรับการตรวจที่โรงพยาบาลอีกครั้ง เพราะหากพบว่ามีการตั้งครรภ์แล้วจะได้ฝากครรภ์ในลำดับต่อไป เพื่อติดตามการดูแลครรภ์ได้ทันท่วงที โดยในระหว่างนี้ถึงแม้จะยังไม่แน่ใจว่าตั้งครรภ์หรือไม่ แต่ก็ต้องระวังเรื่องการรับประทานยา เพราะยาปฏิชีวนะบางชนิดมีผลร้ายแรงต่อทารกในครรภ์มาก จึงควรดูแลตัวเองเป็นพิเศษจนกว่าจะได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากแพทย์

วิธีคุมกำเนิด เมื่อไม่พร้อมตั้งครรภ์

หากคุณหลีกเลี่ยงที่จะตั้งครรภ์ ควรคุมกำเนิดทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ซึ่งในปัจจุบันก็มีทางเลือกมากมาย เช่น การใช้ถุงยางอนามัย ยาคุมกำเนิด ห่วงคุมกำเนิด การใช้โฟม การฉีดหรือฝังยาคุมกำเนิด เป็นต้น คุณสามารถเข้าไปสอบถามข้อมูลจากแพทย์ พยาบาลที่โรงพยาบาล หรือศูนย์สุขภาพในพื้นที่ใกล้บ้าน เพื่อให้ได้วิธีการคุมกำเนิดที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

สรุป หลายคนที่กำลังสงสัยว่าตนเองกำลังตั้งครรภ์หรือไม่ แนะนำให้จดบันทึกรอบเดือนอย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย หมั่นสังเกตอาการหรือสัญญาณของร่างกายว่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง และเพื่อการยืนยันผลที่ชัดเจน ควรใช้เครื่องมือทดสอบการตั้งครรภ์หรือพบแพทย์จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

ที่มาของข้อมูล

อ.พญ.สุชยา ลือวรรณ, การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาในสตรีตั้งครรภ์ (http://www.med.cmu.ac.th/dept/obgyn/2011/index.php?option=com_content&view=article&id=1087:2015-02-22-11-39-05&catid=38&Itemid=480), 22 กุมภาพันธ์ 2558

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
ผลตรวจอัลตราซาวนด์ (ULTRASOUND) แสดงอัตราการเต้นหัวใจที่ค่อนข้างช้าของทารกในครรภ์ช่วงไตรมาสแรก
ผลตรวจอัลตราซาวนด์ (ULTRASOUND) แสดงอัตราการเต้นหัวใจที่ค่อนข้างช้าของทารกในครรภ์ช่วงไตรมาสแรก

ความเสี่ยงของการแท้งบุตรในกรณีที่มีทารกในครรภ์มีอัตราการเต้นของหัวใจที่ค่อนข้างช้าในช่วงไตรมาสแรก

อะไรคือสัญญาณการฉีกขาดในภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก?
อะไรคือสัญญาณการฉีกขาดในภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก?

เรียนรู้สัญญาณการตั้งครรภ์นอกมดลูกก่อนที่มันจะฉีกขาด

ทำความเข้าใจกับภาวะตั้งครรภ์ที่ไข่ที่ปฏิสนธิไม่ฝังตัว  (Chemical Pregnancy) ใช่หรือไม่ใช่?
ทำความเข้าใจกับภาวะตั้งครรภ์ที่ไข่ที่ปฏิสนธิไม่ฝังตัว (Chemical Pregnancy) ใช่หรือไม่ใช่?

การตั้งครรภ์ที่เร็วเกินไปที่จะยืนยันด้วยวิธีการทางชีวเคมี