ความรู้สุขภาพ

สิวอุดตัน กับหลากวิธีรักษาเพื่อผิวหน้าเนียนใส

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.ค. 22, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 17 นาที

ขึ้นชื่อว่า “สิวอุดตัน” ล้วนเป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวเราเป็นอย่างมาก แม้ว่าสิวจะไม่ใช่โรคร้ายแรงที่ทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่ก็เป็นปัญหาใหญ่ของใบหน้าที่พรากเอาความสวยใสของผิวให้หมดไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะสิวอุดตันที่ผุดขึ้นมาเป็นเม็ดตะปุ่มตะป่ำและรักษาให้หายได้ยาก วันนี้เราจะพาคุณมาทำความรู้จักสิวอุดตันไปพร้อม ๆ กัน ตั้งแต่ลักษณะของสิว สาเหตุของการเกิดสิว วิธีการป้องกันและรักษาสิวอย่างได้ผล มาดูกันเลยว่าต้องทำอย่างไร

สิวเกิดขึ้นได้อย่างไร


 

 ผิวหนังปกติมีความชุ่มชื้นเนื่องจากต่อมใต้ผิวหนังผลิตซีบัมส่งผ่านท่อเล็ก ๆ ขึ้นมาหล่อเลี้ยง (ซีบัม เป็นของเหลวซึ่งมีน้ำมันและขี้ผึ้งปนกัน) สิวเกิดขึ้นเมื่อท่อเล็ก ๆ นี้ถูกอุดตัน ซีบัมผสมกับผนังท่อรวมกันเป็นก้อนใหญ่ ดันขึ้นมาบนผิวหน้า กลายเป็นตุ่มเล็ก ๆ หรือสิวหัวขาว หากผสมกับเม็ดสีซึ่งอยู่ที่ผิวหนังก็กลายเป็นสิวหัวดำ ถ้ามีจุลินทรีย์อยู่บนผิวหน้าแถบนั้นจะทำให้อักเสบเป็นรอยแดงหรือกลายเป็นหนอง

 ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงในวัยรุ่นทำให้วัยนี้เป็นสิวมากกว่าวัยอื่น เพราะฮอร์โมนไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานหนักขึ้น ผลิตไขมันมากขึ้น โอกาสที่ท่อจะอุดตันจึงเพิ่มขึ้นด้วย ในการรักษาหรือป้องกันสิวจำต้องกำจัดสาเหตุ นั่นคือลดการสร้างไขมัน ป้องกันการอุดตันของท่อน้ำส่งซีบัม และทำลายเชื้อโรคที่ผิวหน้าเพื่อป้องกันไม่ให้สิวอักเสบลุกลาม

 จะเห็นได้ว่าอาหารไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เกิดสิว การงดอาหารบางอย่างจึงไม่น่าจะทำให้สิวหายได้ ที่เข้าใจผิดกันอาจเนื่องมาจากสับสนระหว่างสิวกับการแพ้อาหาร ผื่นแดงที่ผิวหนังเป็นอาการแพ้อาหารอย่างหนึ่งซึ่งป้องกันได้โดยการเลิกกินอาหารชนิดนั้น เช่น กินปูแล้วเป็นผื่น ควรเลิกกินปู เป็นต้น สิวไม่ใช่ผื่น จึงแก้ด้วยวีธีเดียวกันไม่ได้

คนที่กินช็อกโกแลตแล้วพบว่าสิวกำเริบขึ้นนั้น อาจจะไม่ใช่เพราะช็อกโกแลต

 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระหว่างนั้นต่างหากทำให้สิวกำเริบ ความเครียดจากการเรียนหรือการงานมีผลโดยตรงกับการหลั่งฮอร์โมน ซึ่งมีผลทางอ้อมกับสิว ในระยะที่จิตใจปลอดโปร่งจึงรู้สึกว่าสิวลดลงไปด้วย แม้กระทั่งความเครียดที่เกิดจากการแอบกินช็อกโกแลตที่คิดว่าเป็นของต้องห้าม ก็อาจทำให้สิวกำเริบได้

 ถึงแม้อาหารจะไม่ใช่ต้นเหตุที่ทำให้เกิดสิว แต่สุขภาพโดยทั่วไปของผิวหนังก็ยังขึ้นอยู่กับภาวะโภชนาการของร่างกาย การกินอาหารไม่ถูกครบ 5 หมู่จนร่างกายขาดสารอาหารบางอย่าง จะปรากฏอาการผิดปกติที่ผิวหนัง เช่น การขาดวิตามินเอ กรดไขมันที่จำเป็น วิตามินบีสอง และไนอาซีน ทำให้ผิวหนังแห้ง ลอก เป็นขุย และแตกเป็นผื่นหรือมีตุ่มเล็ก ๆ ขึ้น

 สำหรับวัยรุ่นที่ห่วงใยผิวหน้า ต้องหมั่นดูแลให้ผิวหน้าสะอาดอยู่เสมอ และเอาใจใส่เรื่องอาหารการกิน ต้องกินอาหารครบทั้ง 5 หมู่ การเลือกกินเพียงหมู่หนึ่งหมู่ใด เช่น กินเนื้อสัตว์มาก แต่กินหมู่ผักหรือผลไม้น้อย ย่อมไม่ได้ผล นอกจากจะให้เกลือแร่และวิตามินสูงแล้ว หมู่ผักและผลไม้ยังมีกากใย ช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น

ในปัจจุบัน ยังไม่พบว่าการกินวิตามินช่วยรักษาสิวได้ การกินอาหารที่ถูกส่วนย่อมเพียงพอสำหรับรักษาสุขภาพของผิวหนังแล้ว การกินของหวานจัดและมันมาก เป็นการกินอาหารที่ไม่ถูกส่วนอย่างหนึ่ง ช็อกโกแลตมีทั้งไขมันและน้ำตาลมาก หากงดและกินอาหารที่มีประโยชน์แทน ย่อมทำให้ผิวพรรณดีขึ้น




สิวอุดตันคืออะไร ?

สิวอุดตัน โดยทั่วไปแล้วมีลักษณะเป็น เม็ด ตุ่ม หรือผื่น ซึ่งเกิดจากการอุดตันของต่อมไขมันจนก่อให้เกิดความแตกต่างกันไปตามแต่ละประเภทของสิว โดยสามารถจำแนกออกมาเป็นได้ทั้งสิวผด สิวที่มีลักษณะเป็นผดเล็ก ๆ แต่ไม่มีหัว และมักขึ้นในบริเวณหน้าผาก ไรผม จมูก และแก้ม เมื่อเหงื่อออกมากหรืออยู่ท่ามกลางสภาพอากาศร้อน บวกกับการเช็ดถูผิวหน้าแรง ๆ โดยมีสิ่งสกปรกทับถมเพิ่ม สิวผดก็มักจะผุดขึ้นได้อย่างง่ายดาย นอกจากสิวผดแล้วก็ยังมีสิวหัวเปิดหรือสิวหัวดำ สิวหัวปิดหรือสิวหัวขาว และสิวที่ไม่สามารถมองด้วยตาเปล่าเห็น ซึ่งสิวแต่ละชนิดล้วนมีลักษณะบนใบหน้าที่เด่นชัดแตกต่างกันไป 

ประเภทของสิว 

 สิวจะถูกจัดประเภทจากการพัฒนาของรอยโรคในสิวที่แตกต่างกันออกไป 

Comedones (ทั้งประเภทเปิดและปิด) เป็นสิวที่ไม่มีการติดเชื้อ เกิดจากการรวมตัวกันของเคราตินและไขมันบริเวณเหนือต่อม follicular ซึ่ง comedones แบบเปิดนี้มักรู้จักกันในชื่อสิวหัวดำ (black head) ในขณะที่ comedones แบบปิดมักรู้จักกันในชื่อสิวหัวขาว (white head) 

Papules เป็นสิวที่มีขนาดเล็กกว่า 5 มม. มีการอักเสบและนูนขึ้นมาเล็กน้อย Pustules เป็นสิวอักเสบที่มีหนองชัดเจนอยู่ภายใน 

Nodules เป็นสิวขนาดใหญ่มากกว่า 5 มม. เป็นตุ่มนูนอักเสบอยู่ภายในชั้นผิวหนัง 

Cysts เป็นสิวที่มีขนาดใหญ่มากกว่า 1 ซม. มีการอักเสบ มีของเหลวหรือกึ่งของเหลวอยู่ภายใน


ชนิดและลักษณะของสิวอุดตัน

ในส่วนของสิวอุดตันนั้นจะมีการแบ่งออกเป็น 3 ชนิด และลักษณะของสิวอุดตันแต่ละชนิดนั้นจะมีความแตกต่างกันออกไปดังนี้

1. สิวอุดตันหัวเปิด

สิวอุดตันหัวเปิด หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Open comedone เป็นสิวอุดตันชนิดที่มีหัวสีดำ หรือที่เราเคยได้ยินว่า สิวหัวดำ หรือ Black head นั่นเอง สิวอุดตันชนิดนี้สามารถบีบหรือใช้วิธีการกดให้ออกมาจากใต้ผิวได้ ทั้งนี้ก็ควรลงมือทำให้ถูกวิธี เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้เกิดอาการอักเสบตามมาได้

 

สิวอุดตันชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนเพียงเล็กน้อย มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 0.1-3 มิลลิเมตร เมื่อสังเกตดูดี ๆ จะเห็นว่าสิวอุดตันชนิดนี้มีจุดดำอยู่ตรงกลางของหัวสิว เนื่องจากจุดสีดำนั้นจะเป็นกลุ่มของเซลล์ผิวที่ตายไปแล้ว รวมทั้งมีไขมันและเชื้อ P.acne ที่ยังคงอุดอยู่ในท่อเปิดของต่อมไขมัน เราจึงเรียกว่า “สิวหัวดำ” นั่นเอง

2. สิวอุดตันหัวปิด

สิวอุดตันหัวปิด หรือที่ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Closed comedone เป็นสิวอุดตันที่มีลักษณะเป็นสิวหัวขาว หรือ White head สิวอุดตันชนิดนี้อยู่ในประเภทของสิวที่ไม่มีหัวให้สามารถบีบหรือกดให้ออกจากผิวหนังได้ มิหนำซ้ำหากลงมือบีบหรือกดสิวอุดตันหัวปิดไป จะกลายเป็นการกดหรือบีบไขมันที่ไม่มีทางออกจากผิว จนสามารถทะลักกลับไปในผิวใหม่ได้ และนั่นก็จะยิ่งส่งผลทำให้เนื้อเยื่อเกิดความเสียหายได้ ลักษณะสิวอุดตันชนิดนี้ มักจะเป็นตุ่มนูนเพียงเล็กน้อย โดยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางอยู่ประมาณ 0.1-3 มิลลิเมตร และมีลักษณะสีเดียวกับผิวหนังปกติของแต่ละคน

 

สิวชนิดนี้เป็นสิวที่เกิดจากการอุดตันสะสมที่อยู่ในท่อเปิดของต่อมไขมันและรูขุมขน เมื่อท่อเปิดก็จะมีรูปร่างที่เล็กมากจนไม่สามารถมองเห็นได้ สำหรับสิวอุดตันหัวปิดนี้จะขึ้นอยู่ที่ขนาดของมันที่สามารถอยู่ได้นานหลายเดือน แต่ประมาณ  75% ของสิวอุดตันหัวปิดนี้จะกลายมาเป็นสิวอักเสบ

3. สิวอุดตันที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

สำหรับสิวอุดตันที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หรือที่เราคุ้นเคยกันดีในชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า Microcomedone ซึ่งเป็นสิวที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ นั่นก็หมายความว่าในช่วงที่มนุษย์เริ่มเข้าสู่ช่วงชีวิตของการเป็นวัยรุ่นนั้น ร่างกายจะเริ่มสร้างฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า แอนโดรเจน โดยที่ต่อมไขมันจะมีการตอบสนองต่อฮอร์โมนตัวนี้ และนั่นก็จะทำให้เกิดการหลั่งของไขมันที่เพิ่มมากขึ้น

 

ในส่วนของสารแอนโดรเจนนั้น ยังช่วยในการกระตุ้นให้มีการสร้างเซลล์ชั้นขี้ไคลของรูขุมขนได้อีกด้วย จนทำให้เกิดลักษณะที่เรียกกันว่า Microcomedone ซึ่งก็คือต้นเหตุของการเกิดสิวทั้งหลายนั่นเอง นอกจากนี้สาร Microcomedone อาจจะหายได้เอง หรือไม่ก็เกิดการพัฒนาต่อไปได้ ซึ่งก็อาจจะกลายเป็นสิวลักษณะอื่น ๆ ได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่างด้วย เช่น หากเกิดการสะสมของไขมัน รวมทั้งเซลล์ชั้นขี้ไคลมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็จะทำให้เกิดสิวอุดตันหัวเปิดหรือสิวอุดตันหัวปิด แต่หากมีแบคทีเรียก็จะกลายเป็นสิวอักเสบขึ้นมา

สาเหตุที่ทำให้เกิดสิวอุดตัน

  1. ในบางรายอาจเป็นสิวอุดตันที่เกิดจากการแพ้อาหาร เช่น บางคนกินช็อกโกแลต และผ่านไปสักพักจะมีสิวขึ้นทันที
  2. บางครั้งเกิดจากสภาพอากาศแต่ละช่วง ซึ่งบางคนไม่สามารถโดนแดดมาก ๆ ได้ เพราะเมื่อโดนแดดมาก ๆ จะทำให้สิวขึ้น
  3. เกิดจากความเครียด เพราะการที่คนเราอยู่ในภาวะที่มีความเครียดนั้น จะทำให้ความต้านทานโรคภายในร่างกายยิ่งต่ำลง จนสามารถทำให้เชื้อโรคเกิดการเจริญเติบโตได้ง่ายมากขึ้น
  4. เกิดจากกรรมพันธุ์ ซึ่งสาเหตุนี้อาจไม่สามารถป้องกันได้ แต่การรักษาทางการแพทย์ปัจจุบันนี้สามารถรักษาให้สิวอุดตันหายได้อย่างแน่นอน
  5. เกิดจากการทาครีมหรือแป้ง เพราะครีมและแป้งบางยี่ห้อนั้นอาจอุดตันรูระบายไขมันได้ ซึ่งสารเคมีที่อยู่ในสบู่บางชนิดอาจทำให้เกิดการกระตุ้นจนทำให้สิวขึ้นมาได้ ที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นครีมบำรุงผิว น้ำมัน หรือแม้แต่โลชั่นทาผิวบางชนิดก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวอุดตันได้เช่นกัน
  6. เกิดจากระดับฮอร์โมน เช่น ในช่วงก่อนมีประจำเดือนหรือแม้แต่การอยู่ในช่วงของวัยรุ่น โดยที่กรดไขมันที่เกิดจากการย่อยไขมันจะถูกขับออกมาตามรูขุมขนพร้อม ๆ กับเชื้อโรคอยู่ตลอดเวลา แต่ทั้งนี้ระดับของฮอร์โมนเพศในช่วงดังกล่าวนั้นจะกระตุ้นทำให้ต่อมไขมันผลิตไขมันได้มากขึ้น และนั่นก็จะทำให้ไขมันไม่สามารถระบายออกมาได้ทัน เชื้อโรคจึงมีโอกาสที่จะแบ่งตัวได้มากขึ้นนั่นเอง

เชื้อแบคทีเรีย สาเหตุของการเกิดสิว 

Propionibacterium acnes จัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียจำพวก "โพรคาริโอต(Procaryote)" หรือ "โพรคาริโอติกเซลล์ (Procaryotic cell)" ภายในมีนิวเคลียส แต่ไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส ด้วยสภาพแวดล้อมของผิวหน้าที่มีการสร้างไขมัน ปริมาณน้ำมันที่ออกมามากทำให้เหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย พบได้ทั่วไปตามผิวหนัง ขน ผม ช่องปาก ระบบทางเดินอาหารสัตว์ แต่ที่พบว่าเป็นสาเหตุทำให้เกิดสิวคือชนิด "P.acnes" ที่จะผลิตกรดโพรพิโอนิคขึ้นมา เจริญเติบโตได้ด้วยความสามารถในการใช้น้ำตาลกลูโคสแบบไม่ต้องใช้ออกซิเจน พบได้มากที่บริเวณจมูก เป็นสาเหตุของการเกิดสิวที่พบได้บ่อยที่สุด สามารถทำให้ผิวระคายเคือง อักเสบ บวมแดง เป็นหนอง ที่เรียกกันว่าสิวอักเสบนั่นเอง   ผลกระทบจากเชื้อแบคทีเรีย P.acnes เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้อาศัยอยู่ในรูขุมขน ผลกระทบที่ตามมาตัวเชื้อ P. acnes จะหลั่งเอนไซม์ chemotactic factor, hyaluronidase และ protease ออกมา เป็นตัวการทำให้ผิวหนังอักเสบ มีการผลิตเอนไซม์ไลเปส เพื่อย่อยสลายไตรกลีเซอไรด์ในไขมันที่มาจากต่อมไขมันให้กลายเป็นกรดไขมันอิสระ ช่วยทำให้พวกมันเจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้น การรักษาที่ผิดวิธีจะยิ่งทำให้ปฏิกิริยาการอักเสบรุนแรงขึ้น กลายเป็นหัวสิวในลักษณะต่าง ๆ ตามมา เรายังสามารถพบ P. acne ในระบบทางเดินอาหาร เช่นเดียวกับเชื้อแบคทีเรียอื่น ๆ ดังนั้นการลดสิวในกลุ่มคนที่พบเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ จึงจำเป็นต้องได้รับยารักษาสิวที่สามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรียได้ตรงตามสายพันธุ์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องพึ่งยาปฏิชีวนะ หรือยาต้านจุลชีพที่มีผลข้างเคียง สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องสิว หากกำลังมองหาวิธีลดสิวและลดรอยสิว ลองหันมาใช้วิธีธรรมชาติ โดยการปฏิบัติตามคำแนะนำที่จะช่วยป้องกันการเกิดสิวได้ผล และการนำสมุนไพรอย่างผักผลไม้มาใช้รักษากันดู นอกจากจะให้ผลลัพธ์ที่ดีเกินคาดแล้ว ยังให้ความปลอดภัยแก่ผิวหน้าได้อีกด้วย

วิธีการป้องกันสิวอุดตัน

  1. ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการล้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นสบู่ โฟม หรือเจล ที่เหมาะกับสภาพผิวมัน และควรมีส่วนผสมของตัวยาที่สามารถป้องกันการเกิดสิวได้
  2. ไม่ควรเลือกใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำหอมและสารดีเทอร์เจนต์
  3. หากเป็นคนที่มีใบหน้ามันมาก ควรใช้โลชั่นเช็ดหน้าหรือยารับประทานที่อยู่ในกลุ่ม Retionoids หรือยาคุมกำเนิดที่อยู่ในกลุ่ม Dian-35 เพื่อลดความมันของใบหน้า
  4. เลือกใช้ครีมกันแดดที่มี SPF15 เพื่อป้องกันความมันของเนื้อครีมกันแดด
  5. สำหรับผู้ที่ใบหน้าแพ้ง่ายควรใช้ครีมแก้แพ้หรือสบู่ล้างหน้าสำหรับผิวแพ้ง่าย เพราะสบู่ประเภทนี้จะมีความอ่อนโยนต่อสภาพผิว
  6. ครีมบำรุงที่ใช้ไม่ควรเลือกที่มีส่วนผสมของน้ำมันและเนื้อครีมไม่ควรมัน รวมทั้งไม่มีฮอร์โมนผสมอยู่ในครีมบำรุงนั้นด้วย
  7. หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดสิวง่าย ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่มีความมัน อาหารรสชาติจัดจ้าน ขนมหวาน ไอศกรีม หรือแม้แต่ผลไม้อย่างทุเรียนก็ตาม
  8. ควรให้เวลาตัวเองได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ รวมทั้งไม่ปล่อยให้อยู่ในภาวะตึงเครียด เพราะภาวะดังกล่าวจะทำให้เชื้อโรคเกิดการเจริญเติบโตได้เร็วมากขึ้น
  9. ไม่ควรเอามือไปกดหรือบีบสิวเอง เพราะนอกจากจะไม่ทำให้สิวหลุดออกมาได้แล้ว ยังทำให้สิวเกิดการอักเสบขึ้นมาได้

วิธีการรักษาสิวอุดตัน

สำหรับวิธีการรักษาสิวอุดตันนั้นสามารถทำได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะรักษาด้วยยาหรือแม้แต่รักษาด้วยสมุนไพรธรรมชาติ ก็ล้วนมีโอกาสทำให้สิวอุดตันหายได้ ซึ่งวิธีการรักษาดังกล่าวนั้นมีดังนี้

การรักษาสิวโดยไม่ใช้ยา

การรักษาสิวโดยไม่ใช้ยาสามารถทำได้โดยการทำความสะอาดผิวหน้าอย่างอ่อนโยน ใช้สบู่ที่ไม่มีสารเพิ่มความชุ่มชื้น ทำความสะอาดอย่างน้อยสองครั้งต่อวัน จะสามารถช่วยกำจัดความมันส่วนเกินโดยทั่วไปได้ การจัดหาผ้าเช็ดตัวที่อ่อนนุ่มก็เป็นสิ่งสำคัญ สำหรับสิวที่อยู่ในระยะไม่รุนแรงมาก แนะนำให้ใช้สบู่ที่มีส่วนประกอบของ salicylic จะช่วยกำจัดเซลส์ผิวหนังที่ตายแล้วได้ แต่หากคนไข้มีผิวหนังที่อ่อนแอแนะนำให้ใช้สบู่ที่มีความอ่อนโยนแทน หลีกเลี่ยงการทำความสะอาดอย่างรุนแรง เนื่องจากจะไม่ช่วยในการกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ยังก่อให้เกิดการระคายเคืองซึ่งอาจนำไปสู่อาการบวมแดงของผิวได้ นอกจากนี้ การควบคุมอาหาร ความเครียด และปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดสิวก็เป็นส่วนหนึ่งในการรักษาสิวด้วย

วิธีรักษาสิวอุดตันด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ

นอกจากวิธีการรักษาสิวอุดตันด้วยการใช้ยาแล้ว การรักษาโดยธรรมชาติอย่างผัก ผลไม้ หรืออาหารที่อยู่รอบตัวเราบางชนิดที่มีฤทธิ์ยับยั้งการอักเสบและช่วยให้สิวแห้งเร็วก็นับว่าน่าสนใจเช่นกัน โดยคุณสามารถหยิบเอาวิธีเหล่านี้ไปปฏิบัติตามกันได้เลย

1. มะเขือเทศ

เพียงนำมะเขือเทศลูกแดง ๆ มาฝานและถูให้ทั่วใบหน้า จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้ก็จะทำให้สิวอุดตันยุบตัวลงได้แล้ว เนื่องจากมะเขือเทศจะอุดมไปด้วยวิตามินเอที่มีคุณสมบัติช่วยในการกำจัดน้ำมันส่วนเกินและทำให้รูขุมขนมีขนาดเล็กลง

2. น้ำผึ้ง

เนื่องจากน้ำผึ้งมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนัง อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว และยังช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอย่างมีสุขภาพดี วิธีการรักษาสิวอุดตัวด้วยน้ำผึ้งทำง่ายมาก เพียงนำน้ำผึ้งมาพอกหน้าประมาณสัปดาห์ละ 4 ครั้ง โดยก่อนพอกหน้าควรล้างมือให้สะอาดด้วย เพราะในขณะที่พอกนั้นจะต้องใช้มือนวดหน้าแล้ววนไปเรื่อย ๆ ประมาณ 3 นาที ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดสิวอุดตันได้ดีและมีความปลอดภัย

3. ทุเรียน

ทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีธาตุกำมะถัน โดยมีสรรพคุณช่วยให้สิวแห้ง ยุบตัวลงเร็ว อีกทั้งยังมีส่วนช่วยบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื้น และกำจัดสิ่งสกปรกให้หลุดออกจากรูขุมขนได้อย่างล้ำลึก นอกจากช่วยป้องกันการเกิดสิวได้แล้ว ยังช่วยรักษาสิวอุดตันให้หายเร็วขึ้นได้ด้วย วิธีใช้คือ นำเนื้อทุเรียนที่กำลังห่ามประมาณ 3 – 5 ช้อนโต๊ะ มาปั่นให้เข้ากับดินสอพอง 1 ใน 4 ช้อนโต๊ะ คนจนเป็นเนื้อครีม โดยก่อนพอกจะต้องล้างหน้าให้สะอาดก่อน จากนั้นจึงนำส่วนผสมที่เตรียมไว้มาพอกจนทั่วผิวหน้า เว้นรอบดวงตา แล้วปล่อยไว้ประมาณ 10-15 นาที จึงล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น แล้วล้างตบท้ายด้วยน้ำเย็นอีกครั้งเพื่อปิดกระชับรูขุมขน เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้สิวอุดตันที่บวมเป่ง ค่อย ๆ แห้งและยุบลงเร็วขึ้นได้แล้ว

4. ไข่ขาว

หลายคนล้วนเคยได้ยินสูตรรักษาสิวด้วยไข่ขาวด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งความจริงแล้วไข่ขาวก็มีคุณสมบัติช่วยรักษาสิวให้แห้งและยุบตัวเร็วเช่นกัน วิธีใช้คือ ให้นำสำลีชุบลงในไข่ขาวที่เตรียมไว้แล้วนำมาวางบนใบหน้าจนทั่ว ยกเว้นเพียงรอบดวงตาและริมฝีปาก ปล่อยไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วลอกออกอย่างช้า ๆ จากนั้นล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น วิธีนี้จะช่วยกำจัดได้ทั้งสิวอุดตันและสิวเสี้ยน นอกจากนี้ยังช่วยดูดซับสิ่งสกปรกจากใบหน้า ช่วยลดเลือนความมันและช่วยให้รูขุมขนกระชับขึ้นได้ด้วย

การเลือกใช้ยารักษาสิวอุดตัน

การรักษาสิวอุดตันมีด้วยกันหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการรักษาด้วยวิธีธรรมชาติหรือการรักษาด้วยวิธีกำจัดหัวสิวเหล่านั้นออกไป ยังมีอีกวิธีคือการใช้ยารักษา ซึ่งมีทั้งชนิดที่เป็นครีมทาละลายหัวสิวและป้องกันการเกิดสิว ซึ่งเราสามารถเลือกใช้ยาเหล่านี้ได้ตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและได้ประสิทธิภาพในการรักษาสูงสุด

ยา Benzoyl peroxide ลดการเกิดสิวอุดตัน

มักรู้จักกันในกลุ่มของคนรักษาสิวที่มีชื่อว่า BENZAC AC มีฤทธิ์เป็น Comedolytic ช่วยกำจัดให้หัวสิวหลุดออกไป และยังช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ในกลุ่ม P.acne ที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้มากที่สุด และพบได้บ่อยมากที่สุด ไม่เพียงเป็นตัวช่วยแก้ปัญหาสิวอุดตันเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่แก้ปัญหาสิวได้หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นสิวอักเสบหรือสิวผด นิยมใช้ความเข้มข้นที่ 2.5% เป็นระดับค่าต่ำสุดที่มีโอกาสแพ้ได้น้อยมาก

วิธีใช้: ทาก่อนล้างหน้าเช้าและเย็น ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการคันยิบ ๆ ถือว่าเป็นอาการปกติ จากนั้นก็ล้างออกด้วยการล้างหน้าตามปกติ ทาเป็นประจำประมาณ 2-3 สัปดาห์ จะช่วยลดปริมาณสิวอุดตันลงได้

ยา Retinoic acid ช่วยละลายสิวอุดตัน

เป็นยาที่มีฤทธิ์เป็นกรด จึงทำหน้าที่ในการละลายหัวสิว ยามีลักษณะเป็นเนื้อครีม มีคุณสมบัติช่วยละลายสิวอุดตันได้เป็นอย่างดี ครีมรักษาที่ดีจะมี tretinoin ผสมอยู่ด้วย ซึ่งจะเข้าไปช่วยปรับการทำงานของรูขุมขนไปในตัว เมื่อละลายหัวสิวแล้ว ก็จะไปลดการทำงานของต่อมไขมันในรูขุมขน ช่วยให้สิวอุดตันลดลงด้วย

วิธีใช้: ทาภายหลังล้างหน้า ก่อนเข้านอน ไม่ต้องล้างออก กรณีที่ทาแล้วรู้สึกผิดปกติ ให้ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีแล้วล้างออก แต่หากผิวไม่เกิดอาการระคายเคืองใด ๆ ก็สามารถทาทิ้งไว้ทั้งคืนได้ แล้วค่อยล้างหน้าตามปกติในตอนเช้า

หากคุณมีปัญหาเรื่องสิวอุดตัน แน่นอนว่าการป้องกันและการรักษาเบื้องต้นที่ควรใส่ใจมากเป็นพิเศษก็คือการทำให้ใบหน้าสะอาดและไม่ควรปล่อยให้มีความมันอยู่เต็มใบหน้า ที่สำคัญไม่ควรล้างหน้าด้วยสบู่หรือโฟมที่ไม่เหมาะต่อสภาพผิว เพราะจะเป็นการเพิ่มปัญหาและสิวอุดตันให้ยิ่งรักษาได้ยากมากขึ้น นอกจากนี้ เมื่อมีสิวขึ้นก็ต้องรีบหาวิธีรักษาดังรายละเอียดที่แนะนำไป หากทำได้แบบนี้ รับรองว่าปัญหาสิวอุดตันจะไม่มารบกวนคุณให้กังวลใจอีกต่อไปแน่นอน

วิธีลดรอยสิวด้วยธรรมชาติ

สำหรับการลดรอยสิวนั้น มีอยู่มากมายหลายวิธีเลยทีเดียว ซึ่งแต่ละวิธีบอกได้เลยว่ามีความปลอดภัยและให้ผลลัพธ์ที่ดีจริง วิธีการลดรอยสิวด้วยสมุนไพรและผักผลไม้มีดังนี้

ลดรอยสิวด้วยมะนาว

สำหรับวิธีนี้ เริ่มจากการคั้นน้ำมะนาว แล้วนำสำลีสะอาดก้อนกลมชุบน้ำมะนาวที่คั้นเตรียมไว้ จากนั้นก็นำมาแต้มที่สิวประมาณ 2 สัปดาห์ จะเห็นได้ชัดว่ารอยสิวเริ่มจางลงจากเดิม

ลดรอยสิวด้วยมะนาวและน้ำมันมะกอก

สำหรับวิธีนี้จะเพิ่มส่วนผสมจากวิธีข้างต้น นั่นก็คือเพิ่มน้ำมันมะกอกนั่นเอง โดยเริ่มจากการนำส่วนผสมทั้งสองอย่างในอัตราส่วนที่เท่ากันมาผสมเข้าด้วยกัน แล้วนำมาป้ายที่สิว ทิ้งไว้ประมาณ 2-5 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้ก็จะทำให้รอยสิวลดลงไปจากเดิมได้

ลดรอยสิวด้วยน้ำผึ้งและโยเกิร์ตรสธรรมชาติ

ใช้เตรียมโยเกิร์ตรสธรรมชาติผสมกับน้ำผึ้งแท้ในอัตราส่วนที่เท่ากัน คนให้ส่วนผสมเข้ากันแล้วนำมาพอกให้ทั่วใบหน้า หรือจะแต้มที่สิวก็ช่วยลดรอยสิวได้ ที่สำคัญยังทำให้ใบหน้าแลดูขาวและสว่างมากขึ้น แถมยังเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ลดรอยสิวด้วยน้ำแข็ง


คำถามจากผู้ป่วยท่านอื่นเกี่ยวกับสิวอุดตัน

อาการสิวอุดตันและอักเสบเป็นอย่างไร

คำตอบ: สิวอักเสบมักเกิดจากสิวอุดตันมาก่อน แล้วติดเชื้อแบคทีเรีย Propionibacterium acne จึงเกิดเป็นสิวอักเสบ ควรกินยา Doxycyclin ยาทา Benzoyl peroxide และ/หรือ Clindamycin ถ้าการอักเสบไม่ดีขึ้น หรือกลายเป็นสิวหัวช้าง หรืออักเสบเป็นถุงใต้ผิวหนัง ควรไปพบแพทย์ - ตอบโดย Dr.Chaiwat J.(หมอเปี๊ยก) (นพ.)

วิธีรักษาสิวผดและสิวอุดตันทำอย่างไร

คำตอบ: สิวผดคือสิวที่มีลักษณะคล้ายผดผื่นเล็ก ๆ มักจะแสดงอาการเมื่ออากาศร้อนและในบริเวณที่มีเหงื่อออกมาก เพราะฉะนั้นจะมีอาการมากในช่วงบ่ายหรือเย็น และมักจะเป็นบริเวณหน้าผาก และสามารถเกิดได้จากสาเหตุอื่น เช่น การแพ้เครื่องสำอาง การล้างเครื่องสำอางไม่สะอาด การล้างหน้าบ่อยหรือออกแรงเกินไป การใช้ผ้าเช็ดหน้าที่ไม่สะอาด การล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนเป็นประจำ ใช้ครีมล้างหน้าไม่เหมาะสมกับสภาพผิวหน้า หรือเกิดจากการแพ้ยาสระผม หรืออุปกรณ์แต่งหน้าที่ไม่สะอาด เพราะฉะนั้นการรักษาก็คือ การหลีกเลี่ยงการใช้น้ำร้อนล้างหน้า ควรใช้น้ำธรรมดาหรือน้ำเย็นล้างหน้า หลีกเลี่ยงแสงแดด ใช้ครีมกันแดด ล้างหน้าเบา ๆ ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่สะอาด ไม่ควรบีบหรือกดสิวเพราะมือเราอาจไม่สะอาดพอ อาจทำให้เกิดเป็นสิวอักเสบได้ และหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าจัด หมั่นทำความสะอาดแปรงแต่งหน้าที่ใช้เป็นประจำ และล้างหน้าให้สะอาดก่อนนอนทุกครั้ง ส่วนสิวอุดตันคือการอุดตันของต่อมไขมัน แบ่งเป็นหัวปิดหรือสิวหัวขาว และหัวเปิดหรือสิวหัวดำ ดังนั้นสาเหตุการเกิดมักเกิดจากการทำความสะอาดหน้าไม่ดีพอ การล้างเครื่องสำอางไม่สะอาดจึงเกิดการอุดตัน หรือเกิดจากฮอร์โมนในช่วงที่มีรอบเดือน หรือความมันบนใบหน้า เพราะฉะนั้นการรักษาคือการล้างหน้าให้สะอาด หรือแต่งหน้าก็ควรล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้ง ไม่ควรบีบ แคะ แกะ เกา เพราะอาจทำให้เป็นสิวอักเสบ ไม่กินอาหารมัน ๆ เนื่องจากจะทำให้ร่างกายมีไขมันเยอะเกินไป ส่งผลต่อต่อมไขมันให้ผลิตไขมันออกมามากเกินไปจนเกิดเป็นสิวอุดตัน หากต้องการรักษาอย่างรวดเร็วสามารถใช้อุปกรณ์กดสิวได้แต่ต้องสะอาด - ตอบโดย Witchuda Onmee (พญ.)

คำตอบ 2: การรักษาสิวผด/สิวอุดตันมีทั้งวิธีการใช้ยาและการรักษาด้วยธรรมชาติ เช่น 1. ใช้ยาคีโตโคนาโซลครีม กรณีที่เกิดจากเชื้อยีสต์/รา ก่อนใช้ยาต้องปรึกษาแพทย์และเภสัชกรทุกครั้ง 2. ยาอะดาพาลีน ใช้ทาก่อนนอนเพื่อให้หัวสิวโผล่และกำจัดออก 3. การดูแลตัวเองโดยการไม่เครียด พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำสะอาดเยอะ ๆ 4. หลีกเลี่ยงมลภาวะที่อาจทำให้เกิดสิวผด เช่น แสงแดด ฝุ่นควัน 5. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว 6. การทำเลเซอร์โดยแพทย์ผิวหนัง -  ตอบโดย ศิรินทิพย์ ผอมน้อย (นักจิตวิทยาคลินิก)

สิวอุดตัน ควรใช้ผลิตภัณฑ์ตัวไหน

คำตอบ: ประเภทของสิวมีหลัก ๆ คือ 1. สิวอักเสบมีหนอง เกิดจากการที่สิวหัวเล็กอุดตันมาก ๆ จนติดเชื้อ การรักษาในระยะแรก ๆ อาจต้องกินยาฆ่าเชื้อร่วมด้วยประมาณ 7-10 วัน ร่วมกับทายาฆ่าเชื้อเช่น Clindamycin. อย่าใช้นิ้วกดสิว ควรใช้เข็มสะอาด sterile เจาะบริเวณหัวหนองให้แตก แล้วใช้ antisepic เช่น เบตาดีนเช็ดทำความสะอาด อาจใช้แผ่นแปะซับหัวสิวร่วมด้วย หาซื้อได้ตามร้านยาและร้านเวชสำอางทั่วไป หนองจะยุบเร็ว แผลเป็นจะไม่ลึก 2. สิวหัวขาว เกิดจากการสะสมของไขมันอุดตันแต่ยังไม่ถึงขั้นติดเชื้อ ควรรีบกำจัดก่อนจะลุกลาม สามารถใช้ยากลุ่ม BHA หรือ salicylic acid เพื่อผลัดเซลล์ผิวไม่ให้เกิดการอุดตันเพิ่ม หรืออาจใช้ retin a ทาก็ได้แต่จะระคายผิวมากกว่า ถ้าใช้ตัวผลัดเซลล์ผิวต้องทาครีมกันแดดทุกครั้ง อาจใช้แผ่นแปะหรือครีมลอกสิวเสี้ยนช่วยลอกด้วย ถ้าต้องกดสิวควรใช้ไม้กด พยายามแต่งหน้าและใช้เครื่องสำอางที่อุดตันให้น้อยที่สุด หลัก ๆ คือรีบล้างหน้าทำความสะอาด อย่าปล่อยเครื่องสำอางให้ติดหน้านาน 3. สิวหัวดำ คือสิวหัวขาวที่ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนนอกรูขุมขน การรักษาก็คล้ายกัน หากเป็นคนหน้ามันมาก ลองสังเกตผิวหน้าหลังล้างหน้าว่าแห้งตึงหรือไม่ ถ้าแห้งมากแสดงว่าผิวขาดน้ำ จะสร้างน้ำมันมาทดแทนตลอด ต้องใช้เจลล้างหน้าที่ไม่มีฟองและอ่อนโยนมากขึ้น ไม่ให้ผิวแห้งเกินไป อย่าล้างหน้าบ่อยเกินวันละสองครั้ง อาจใช้กระดาษซับหน้าควบคู่ไปด้วย กรณีที่เป็นสิวรุนแรงอาจกินยา acnotin ลดการทำงานของต่อมไขมันร่วมด้วย ก่อนเริ่มยาควรตรวจค่าตับ ไต ไขมันในเลือดและตรวจการตั้งครรภ์ก่อน และใช้ในการควบคุมของแพทย์เท่านั้น หลาย ๆ สาเหตุของสิวมักเกิดจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงด้วย อาจปรึกษาสูติแพทย์หรือแพทย์ผิวหนังเรื่องการกินฮอร์โมนด้วย กรณีเป็นหลุมแผลเป็นต้องรักษาด้วยเลเซอร์เท่านั้น ไม่สามารถดีขึ้นด้วยยาทา - ตอบโดย Thitipon (MD)

ปัญหาของสิวอุดตันเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วต้องใช้อะไรในการรักษา

คำตอบ: สิวอุดตันมีสาเหตุมาจากต่อมไขมันสร้างน้ำมันมากเกินไป ด้วยอิทธิพลของฮอร์โมนหรืออื่น ๆ วิธีกําจัดสิวอุดตัน 

-ใช้ยาทา มีหลากหลายประเภท เช่น เบนซอยล์เพอร์ออกไซด์หรือเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (Benzoyl peroxide – BP) ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเรตินอยด์ (Retinoids) หรือสารสกัดจากอนุพันธ์ของวิตามินเอ ผลิตภัณฑ์ประเภท AHA และ BHA 

-ยากิน เช่น Doxycycline หรือยากลุ่ม Retinoids อย่างเช่น Roaccutane, Isotretionoin 

-การลอกหน้าผลัดเซลล์ผิว (Chemical Peeling) ด้วยการใช้น้ำยาเคมีมาทาบนผิวหน้าเพื่อทำให้เซลล์ผิวหนังชั้นบนหลุดลอก ตามมาด้วยการสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทน 

-กดสิวอุดตัน - ตอบโดย Dr.Chaiwat J.(หมอเปี๊ยก) (นพ.)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่