ความรู้สุขภาพ

สิวอุดตัน กับหลากวิธีรักษาเพื่อผิวหน้าเนียนใส

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 20, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 18 นาที

ขึ้นชื่อว่า “สิวอุดตัน” ล้วนเป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวคนเราอย่างมาก แม้ว่าสิวจะไม่ใช่โรคร้ายแรงที่ทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตก็ตาม แต่ก็เป็นปัญหาใหญ่ของใบหน้าที่พรากเอาความสวยใสของผิวให้หมดไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะสิวอุดตันที่ผุดขึ้นมาเป็นเม็ดตะปุ่มตะป่ำและยากต่อการรักษาให้หาย ในวันนี้เราจึงไม่พลาดกับการพาคุณมาทำความรู้จักสิวอุดตันไปพร้อมๆ กัน ตั้งแต่ลักษณะของสิว สาเหตุของการเกิดสิว วิธีการป้องกันและรักษาสิวอย่างได้ผล มาดูกันเลยว่าต้องทำอย่างไร

สิวเกิดขึ้นได้อย่างไร


 

 ผิวหนังปกติมีความชุ่มชื้น เนื่องจากต่อมใต้ผิวหนังผลิตซีบัมส่งผ่านท่อเล็ก ๆ ขึ้นมาหล่อเลี้ยง (ซีบัม เป็นของเหลวซึ่งมีน้ำมันและขี้ผึ้งปนกัน) สิวเกิดขึ้นเมื่อท่อเล็ก ๆ นี้ถูกอุดตัน ซีบัมผสมกับผนังท่อรวมกันเป็นก้อนใหญ่ ดันขึ้นมาบนผิวหน้า กลายเป็นตุ่มเล็ก ๆ หรือสิวหัวขาว หากผสมกับเม็ดสีซึ่งอยู่ที่ผิวหนังก็กลายเป็นสิวหัวดำ ถ้ามีจุลินทรีย์อยู่บนผิวหน้าแถบนั้น จะทำให้อักเสบเป็นรอยแดงหรือกลายเป็นหนอง

 ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงในวัยรุ่น ทำให้วัยนี้เป็นสิวมากกว่าวัยอื่น เพราะฮอร์โมนไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานหนักขึ้น ผลิตไขมันมากขึ้น โอกาสที่ท่อจะถูกอุดตันจึงเพิ่มขึ้นด้วย ในการรักษาหรือป้องกันสิว จำต้องกำจัดสาเหตุ นั่นคือลดการสร้างไขมัน ป้องกันการอุดตันของท่อน้ำส่งซีบัม และทำลายเชื้อโรคที่ผิวหน้าเพื่อป้องกันมิให้สิวอักเสบลุกลาม

 จะเห็นได้ว่าอาหารไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เกิดสิว การงดอาหารบางอย่างจึงไม่น่าจะทำให้สิวหายได้ ที่เข้าใจผิดกันอาจเนื่องมาจากสับสนสิวกับการแพ้อาหาร ผื่นแดงที่ผิวหนังเป็นอาการแพ้อาหารอย่างหนึ่งซึ่งป้องกันได้โดยการเลิกกินอาหารอย่างนั้น กินปูแล้วเป็นผื่น ควรเลิกกินปู เป็นต้น สิวไม่ใช่ผื่น จึงแก้ด้วยวีธีเดียวกันไม่ได้

คนที่กินช็อคโกแลตแล้วพบว่าสิวกำเริบขึ้นนั้น อาจจะไม่ใช่เพราะช็อกโกแลต

 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระหว่างนั้นต่างหากทำไห้สิวกำเริบ ความเครียดจากการเรียน หรือการงานมีผลโดยตรงต่อการหลั่งฮอร์โมนซึ่งมีผลโดยทางอ้อมกับสิว ในระยะที่จิตใจปลอดโปร่ง ในระยะนั้นจึงรู้สึกว่าสิวซาหรือเบาบางลงไปด้วย แม้กระทั่งความเครียดที่เกิดจากการแอบกินช็อคโกแลต ที่คิดว่าเป็นของต้องห้าม ก็อาจทำให้สิวกำเริบได้

 ถึงแม้อาหารจะไม่ใช่ต้นเหตุที่ทำให้เกิดสิว แต่สุขภาพโดยทั่วไปของผิวหนัง ก็ยังขึ้นอยู่กับภาวะโภชนาการของร่างกายการกินอาหารไม่ถูกส่วนจนร่างกายขาดสารอาหารบางอย่าง จะปรากฏอาการผิดปกติที่ผิวหนัง เป็นต้นว่าการขาดวิตามินเอ กรดไขมันที่จำเป็น วิตามินบีสอง และไนอาซีน ทำให้ผิวหนังแห้งลอก เป็นขุยและแตกเป็นผื่นหรือมีตุ่มเล็ก ๆ ขึ้น

 สำหรับวัยรุ่นที่ห่วงใยผิวหน้า อาจช่วยตัวเองได้โดยหมั่นดูแลให้ผิวหน้าสะอาดอยู่เสมอ และเอาใจใส่เรื่องอาหารการกิน อาหารที่ถูกส่วนจะต้องมีอาหารครบทั้งห้าหมู่ การเลือกกินเพียงหมู่หนึ่งหมู่ใด เช่น กินเนื้อสัตว์มาก แต่กินหมู่ผักหรือผลไม้น้อย ย่อมไม่ได้ผล นอกจากจะให้เกลือแร่และวิตามินสูงแล้วหมู่ผักและผลไม้มีกากช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น

ในปัจจุบัน ยังไม่พบว่าการกินวิตามินช่วยรักษาสิวได้ การกินอาหารที่ถูกส่วนย่อมเพียงพอสำหรับรักษาสุขภาพของผิวหนังแล้ว การกินของหวานจัดและมันมาก เป็นการกินอาหารที่ไม่ถูกส่วนอย่างหนึ่ง ช็อคโกแลตมีทั้งไขมันและน้ำตาลมาก หากงดเสียแล้วกินอาหารที่มีประโยชน์แทน ย่อมทำให้ผิวพรรณดีขึ้น




สิวอุดตันคืออะไร?

สิวอุดตัน โดยทั่วไปแล้ว มีลักษณะเป็น เม็ด ตุ่ม หรือผื่น ซึ่งเกิดจากการอุดตันของต่อมไขมันจนก่อให้เกิดความแตกต่างกันไปตามแต่ละประเภทของสิว โดยสามารถจำแนกออกมาเป็นได้ทั้งสิวผด สิวที่มีลักษณะเป็นผดเล็กๆ แต่ไม่มีหัว และมักขึ้นในบริเวณหน้าผาก ไรผม จมูกและแก้ม เมื่อไรที่เหงื่อออกมากหรืออยู่ท่ามกลางสภาพอากาศร้อน บวกกับการเช็ดถูผิวหน้าแรงๆ โดยมีสิ่งสกปรกทับถมเพิ่ม สิวผดก็มักจะผุดขึ้นได้อย่างง่ายดาย นอกจากสิวผดแล้วก็ยังมีสิวหัวเปิดหรือสิวหัวดำ สิวหัวปิดหรือสิวหัวขาว และสิวที่ไม่สามารถมองด้วยตาเปล่าเห็น ซึ่งสิวแต่ละชนิดล้วนมีลักษณะบนใบหน้าที่เด่นชัดแตกต่างกันไป ซึ่งรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะของสิวก็มีให้ทราบเพิ่มเติมดังนี้

ประเภทของสิว 

 สิวจะถูกจัดประเภทโดยการพัฒนาของรอยโรคในสิวที่แตกต่างกันออกไป 

Comedones (ทั้งประเภทเปิดและปิด) เป็นสิวที่ไม่มีการติดเชื้อ เกิดจากการรวมตัวกันของเคราตินและไขมันบริเวณเหนือต่อม follicular ซึ่ง comedones แบบเปิดนี้มักรู้จักกันในชื่อสิวหัวดำ (black head) ในขณะที่ comedones แบบปิดมักรู้จักกันในชื่อสิวหัวขาว (white head) 

Papules เป็นสิวที่มีขนาดเล็กกว่า 5 มม. มีการอักเสบและนูนขึ้นมาเล็กน้อย Pustules เป็นสิวอักเสบที่มีหนองชัดเจนอยู่ภายใน 

Nodules เป็นสิวขนาดใหญ่มากกว่า 5 มม. เป็นตุ่มนูนอักเสบอยู่ภายในชั้นผิวหนัง 

Cysts เป็นสิวที่มีขนาดใหญ่มากกว่า 1 ซม. มีการอักเสบ ภายในมีของเหลวหรือกึ่งของเหลวอยู่ภายใน


ชนิดและลักษณะของสิวอุดตัน

ในส่วนของสิวอุดตันนั้นจะมีการแบ่งออกเป็น 3 ชนิด และลักษณะของสิวอุดตันแต่ละชนิดนั้นจะมีความแตกต่างกันออกไปดังนี้

1. สิวอุดตันหัวเปิด

สิวอุดตันหัวเปิด หรือที่ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Open comedone เป็นสิวอุดตันชนิดที่มีหัวสีดำ หรือที่เราเคยได้ยินที่คนเรียกกันว่า สิวหัวดำ หรือ Black head นั่นเอง สิวอุดตันชนิดนี้สามารถบีบหรือใช้วิธีการกดมันให้ออกมาจากใต้ผิวได้ ทั้งนี้ก็ควรลงมือทำให้ถูกวิธี เพราะไม่เช่นนั้นก็อาจจะทำให้เกิดอาการอักเสบตามมาได้

 

ในส่วนของลักษณะของสิวอุดตันชนิดนี้นั้นจะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนเพียงเล็กน้อย มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 0.1-3 มิลลิเมตร เมื่อสังเกตดูดีๆ จะเห็นว่าสิวอุดตันชนิดนี้จะมีจุดดำอยู่ตรงกลางของหัวสิว เนื่องจากจุดสีดำนั้นจะเป็นกลุ่มของเซลล์ผิวที่ตายไปแล้ว รวมทั้งมีไขมันและเชื้อ P.acne ที่ยังคงอุดอยู่ในท่อเปิดของต่อมไขมัน เราจึงเรียกว่า “สิวหัวดำ” นั่นเอง

2. สิวอุดตันหัวปิด

สิวอุดตันหัวปิด หรือที่ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Closed comedone เป็นสิวอุดตันที่มีลักษณะเป็นสิวหัวขาว หรือ White head สิวอุดตันชนิดนี้อยู่ในประเภทของสิวที่ไม่มีหัวให้สามารถบีบ หรือกดให้ออกจากผิวหนังได้ มิหนำซ้ำหากลงมือทำการบีบหรือกดสิวอุดตันหัวปิดไป จะกลายเป็นการยิ่งเข้าไปกดหรือไปบีบไขมันที่ไม่มีทางออกจากผิว จนสามารถทะลักกลับไปในผิวใหม่ได้ และนั่นก็จะยิ่งส่งผลทำให้เนื้อเยื่อเกิดความเสียหายได้ ในส่วนของลักษณะสิวอุดตันชนิดนี้ มักจะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนเพียงเล็กน้อย โดยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางอยู่ประมาณ 0.1-3 มิลลิเมตร และมีลักษณะสีเดียวกับผิวหนังปกติของแต่ละคน

 

สิวชนิดนี้เป็นสิวที่เกิดจากการอุดตันสะสมที่อยู่ในท่อเปิดของต่อมไขมันและรูขุมขน เมื่อท่อทำการเปิดก็จะมีรูปร่างที่เล็กมากจนไม่สามารถมองเห็นได้ สำหรับสิวอุดตันหัวปิดนี้จะขึ้นอยู่ที่ขนาดของมันที่สามารถอยู่ได้นานหรือหลายเดือน  แต่ที่แน่ๆ ประมาณ  75% ของสิวอุดตันหัวปิดนี้จะกลายมาเป็นสิวอักเสบ

3. สิวอุดตันที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

สำหรับสิวอุดตันที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หรือที่เราคุ้นเคยกันดีในชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า Microcomedone ซึ่งเป็นสิวที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ นั่นก็หมายความว่าในช่วงที่มนุษย์เริ่มเข้าสู่ช่วงชีวิตของการเป็นวัยรุ่นนั้น ร่างกายจะเริ่มมีการสร้างฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า แอนโดรเจน โดยที่ต่อมไขมันจะมีการตอบสนองต่อฮอร์โมนตัวนี้ และนั่นก็จะทำให้เกิดการหลั่งไหลของไขมันที่เพิ่มมากขึ้น

 

ในส่วนของสารแอนโดรเจนนั้น มันยังช่วยในการกระตุ้นให้มีการสร้างเซลล์ชั้นขี้ไคลของรูขุมขนได้อีกด้วย จนทำให้เกิดลักษณะที่เรียกกันว่า Microcomedone ซึ่งก็คือต้นเหตุของการเกิดสิวทั้งหลายนั่นเอง นอกจากนี้สาร Microcomedone อาจจะหายได้เอง หรือไม่ก็เกิดการพัฒนาต่อไปได้ ซึ่งก็อาจจะกลายเป็นสิวลักษณะอื่นๆ ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่างด้วย เช่น หากเกิดการสะสมของไขมัน รวมทั้งเซลล์ชั้นขี้ไคลมากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะทำให้เกิดสิวอุดตันหัวเปิดหรือสิวอุดตันหัวปิด แต่หากมีแบคทีเรียก็จะกลายเป็นสิวอักเสบขึ้นมา

สาเหตุที่ทำให้เกิดสิวอุดตัน

  1. ในบางรายอาจเป็นสิวอุดตันที่เกิดจากการแพ้อาหาร เช่น บางคนกินช็อกโกแลต และผ่านไปสักพักจะมีสิวขึ้นทันที
  2. บางครั้งเกิดจากสภาพอากาศแต่ละช่วง ซึ่งบางคนไม่สามารถโดนแดดมากๆ ได้ เพราะเมื่อโดนแดดมากๆ จะทำให้สิวขึ้น
  3. เกิดจากความเครียด เพราะการที่คนเราอยู่ในภาวะที่มีความเครียดนั้น จะทำให้ความต้านทานโรคภายในร่างกายยิ่งต่ำลง จนสามารถทำให้เชื้อโรคเกิดการเจริญเติบโตได้ง่ายมากขึ้น
  4. เกิดจากกรรมพันธุ์ ซึ่งสาเหตุนี้อาจไม่สามารถป้องกันได้ แต่การรักษาทางการแพทย์ปัจจุบันนี้สามารถรักษาให้สิวอุดตันหายได้อย่างแน่นอน
  5. เกิดจากการทาครีมหรือแป้ง เพราะครีมและแป้งบางยี่ห้อนั้นสามารถทำให้มีการอุดตันรูระบายไขมันได้ ซึ่งสารเคมีที่อยู่ในสบู่บางชนิดนั้นอาจทำให้เกิดการกระตุ้นจนทำให้สิวขึ้นมาได้ ที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นครีมบำรุงผิว น้ำมันหรือแม้แต่โลชั่นทาผิวบางชนิดก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวอุดตันได้เช่นกัน
  6. เกิดจากระดับฮอร์โมน เช่น การที่อยู่ในช่วงก่อนมีประจำเดือน หรือแม้แต่การอยู่ในช่วงของวัยรุ่น โดยที่กรดไขมันที่เกิดจากการย่อยไขมันจะถูกขับออกมาตามรูขุมขนพร้อมๆ กับเชื้อโรคอยู่ตลอดเวลา แต่ทั้งนี้ระดับของฮอร์โมนเพศในช่วงดังกล่าวนั้นจะกระตุ้นทำให้ต่อมไขมันผลิตไขมันได้มากขึ้น และนั่นก็จะทำให้ไขมันไม่สามารถระบายออกมาได้ทัน เชื้อโรคจึงมีโอกาสที่จะแบ่งตัวได้มากขึ้นนั่นเอง

เชื้อแบคทีเรีย สาเหตุของการเกิดสิว 

Propionibacterium acnes จัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียจำพวก "โพรคาริโอต(Procaryote)" หรือ "โพรคาริโอติกเซลล์ (Procaryotic cell)" ภายในมีนิวเคลียส แต่ไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส ด้วยสภาพแวดล้อมของผิวหน้าที่มีการสร้างไขมัน ปริมาณน้ำมันที่ออกมามาก จะทำให้เหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย พบได้ทั่วไปตามผิวหนัง ขน ผม ช่องปาก ระบบทางเดินอาหารสัตว์ แต่ที่พบว่าเป็นสาเหตุทำให้เกิดสิวคือชนิด "P.acnes" ที่จะผลิตกรดโพรพิโอนิคขึ้นมา เจริญเติบโตได้ด้วยความสามารถในการใช้น้ำตาลกลูโคสแบบไม่ต้องใช้ออกซิเจน พบได้มากที่บริเวณจมูก เป็นสาเหตุของการเกิดสิวที่พบได้บ่อยที่สุด สามารถทำให้ผิวระคายเคือง อักเสบ บวมแดง เป็นหนอง ที่เรียกกันว่าสิวอักเสบนั่นเอง   ผลกระทบจากเชื้อแบคทีเรีย P.acnes เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้อาศัยอยู่ในรูขุมขน ผลกระทบที่ตามมาตัวเชื้อ P. acnes จะทำการหลั่งเอนไซม์ chemotactic factor, hyaluronidase และ protease ออกมา เป็นตัวการทำให้ผิวหนังของเราอักเสบ มีการผลิตเอนไซม์ไลเปส เพื่อย่อยสลายไตรกลีเซอไรด์ในไขมันที่มาจากกต่อมไขมัน ให้กลายเป็นกรดไขมันอิสระ ช่วยทำให้พวกมันเจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้น การรักษาที่ผิดวิธี จะยิ่งทำให้ปฏิกิริยาการอักเสบรุนแรงขึ้น กลายเป็นหัวสิวในลักษณะต่างๆ ตามมา เรายังสามารถพบ P. acne ในระบบทางเดินอาหาร เช่นเดียวกับเชื้อแบคทีเรียอื่นๆ ดังนั้นการลดสิวในกลุ่มคนที่พบเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ จึงจำเป็นต้องได้รับยารักษาสิวที่สามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรียได้ตรงตามสายพันธุ์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องพึ่งยาปฏิชีวนะ หรือยาต้านจุลชีพที่มีผลข้างเคียง สำหรับใครที่มีปัญหาเรื่องสิว หากกำลังมองหาวิธีลดสิว และลดรอยสิว ลองหันมาใช้วิธีธรรมชาติ โดยการปฏิบัติตามคำแนะนำในการลดสิวที่จะช่วยป้องกันการเกิดสิวได้ผล และการนำสมุนไพรอย่างผักผลไม้มาใช้รักษากันดู นอกจากจะให้ผลลัพธ์ที่ดีเกินคาดแล้ว ยังให้ความปลอดภัยแก่ผิวหน้าได้อย่างไร้กังวลอีกด้วย

วิธีการป้องกันสิวอุดตัน

  1. ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการล้างหน้า ไม่ว่าจะเป็น สบู่ โฟม หรือเจล ที่เหมาะกับสภาพผิวมัน และควรมีส่วนผสมของตัวยาที่สามารถป้องกันการเกิดสิวได้
  2. ไม่ควรเลือกใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำหอมและสารดีเทอร์เจ้นท์
  3. หากเป็นคนที่มีใบหน้าที่มันมาก ควรใช้โลชั่นเช็ดหน้าหรือยารับประทานที่อยู่ในกลุ่ม Retionoids หรือยาคุมกำเนิดที่อยู่ในกลุ่ม Dian-35 เพื่อลดความมันของใบหน้าได้
  4. เลือกใช้ครีมกันแดดที่มี SPF15 เพื่อสามารถป้องกันความมันของเนื้อครีมกันแดดได้
  5. สำหรับผู้ที่มีใบหน้าแพ้ง่ายควรใช้ครีมแก้แพ้หรือสบู่ล้างหน้าสำหรับผิวแพ้ง่าย เพราะสบู่ประเภทนี้จะมีความอ่อนโยนต่อสภาพผิว
  6. ครีมบำรุงที่ใช้ไม่ควรเลือกที่มีส่วนผสมของน้ำมันและเนื้อครีมไม่ควรมัน รวมทั้งไม่มีฮอร์โมนผสมอยู่ในครีมบำรุงนั้นด้วย
  7. หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดสิวง่าย ไม่ว่าจะเป็น อาหารที่มีความมัน อาหารรสชาติจัดจ้าน ขนมหวาน ไอศกรีม หรือแม้แต่ผลไม้อย่างทุเรียนก็ตาม
  8. ควรให้เวลาตัวเองได้พักผ่อนให้เพียงพอ รวมทั้งไม่ปล่อยให้อยู่ในภาวะตึกเครียด เพราะภาวะดังกล่าวจะทำให้เชื้อโรคเกิดการเจริญเติบโตได้เร็วมากขึ้น
  9. ไม่ควรเอามือไปกดหรือบีบสิวเอง เพราะนอกจากจะไม่ทำให้สิวหลุดออกมาได้แล้ว ยังทำให้สิวมีอาการอักเสบขึ้นมาได้

วิธีการรักษาสิวอุดตัน

สำหรับวิธีการรักษาสิวอุดตันนั้นสามารถทำได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะทำการรักษาด้วยยา หรือแม้แต่รักษาด้วยสมุนไพรธรรมชาติ ก็ล้วนมีโอกาสทำให้สิวอุดตันหายได้ ซึ่งวิธีการรักษาดังกล่าวนั้นมีดังนี้

การรักษาสิวโดยไม่ใช้ยา

การรักษาสิวโดยไม่ใช้ยาสามารถทำได้โดยการทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน ใช้สบู่ที่ไม่มีสารเพิ่มความชุ่มชื้น ทำความสะอาดอย่างน้อยสองครั้งต่อวัน จะสามารถช่วยกำจัดความมันส่วนเกินโดยทั่วไปได้ การจัดหาผ้าเช็ดตัวที่อ่อนนุ่มก็เป็นสิ่งที่มีความสำคัญ สำหรับสิวที่อยู่ในระยะไม่รุนแรงมาก แนะนำให้ใช้สบู่ที่มีส่วนประกอบของ salicylic จะช่วยกำจัดเซลส์ผิวหนังที่ตายแล้วได้ แต่หากคนไข้มีผิวหนังที่อ่อนแอแนะนำให้ใช้สบู่ที่มีความอ่อนโยนแทน หลีกเลี่ยงการทำความสะอาดอย่างรุนแรงเนื่องจากจะไม่ช่วยในการกำจัดเซลส์ผิวที่ตายแล้วยังก่อให้เกิดการระคายเคืองซึ่งอาจนำไปสู่อาการบวมแดงของผิวได้ มากไปกว่านั้นการควบคุมอาหาร ความเครียดและปัจจัยอื่นๆที่ทำให้เกิดสิวก็เป็นส่วนหนึ่งในการรักษาสิวด้วย

รักษาสิวอุดตันด้วยยา

  1. ใช้ยาเบนซอยล์เพอร์ออกไซด์ หรือที่รู้จักในชื่อ เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ ซึ่งยาชนิดนี้จะมีความสามารถในการช่วยลดสิวอุดตันได้ในระดับปานกลาง และมีหลากหลายยี่ห้อให้ได้เลือก เช่น Benzac AC, Enzoxid, Brevoxyl, PanOxyl, ACNEXYL โดยคุณสามารถใช้ยาตัวนี้ได้ด้วยการนำมาทาให้ทั่วใบหน้าก่อนการล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง ทั้งเช้าและเย็น โดยทายาทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด มันจะช่วยลดการอุดตันของต่อมไขมันได้
  2. ใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเรตินอยด์ ซึ่งผลิตภัณฑ์ชนิดนี้หลายคนอาจจะคุ้นเคยกันดีในชื่อที่เรียกว่ายาละลายสิวอุดตัน ซึ่งเป็นสารสกัดจากอนุพันธ์ของวิตามินเอ มีความสามารถในการช่วยลดสิวอุดตันได้ในระดับดีเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีสรรพคุณที่ช่วยในการละลายไขมันที่อุดตันให้มีความอ่อนตัวและหลุดออกมาได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
  3. ใช้ผลิตภัณฑ์ประเภท AHA และ BHA ซึ่งเป็นตัวยาที่มีทั้งในรูปแบบโลชั่นและของเหลว ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้อาจจะให้ผลลัพธ์ที่ช้ากว่าตัวยาและผลิตภัณฑ์อื่นๆ แต่กลับมีผลข้างเคียงน้อยกว่า จึงทำให้โอกาสเสี่ยงที่จะเป็นสิวอักเสบหรือผลกระทบจากการใช้ยาน้อยลง โดยผลิตภัณฑ์ชนิดนี้จะมีส่วนช่วยในการกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว จึงเป็นการป้องกันการเกิดสิวได้ไปในตัว

วิธีรักษาสิวอุดตันด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ

นอกจากวิธีการรักษาสิวอุดตันด้วยการใช้ยาแล้ว การรักษาในแบบธรรมชาติอย่างผักผลไม้หรืออาหารที่อยู่รอบตัวเราบางชนิดที่มีฤทธิ์ยับยั้งการอักเสบและช่วยให้สิวแห้งเร็ว ก็นับว่าน่าสนใจเช่นกัน โดยคุณสามารถหยิบเอาวิธีเหล่านี้ไปปฏิบัติตามกันได้เลย

1. มะเขือเทศ

เพียงแค่นำมะเขือเทศลูกแดงๆ มาฝานและถูให้ทั่วใบหน้า จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้ก็จะทำให้สิวอุดตันยุบตัวลงได้แล้ว เนื่องจากมะเขือเทศจะอุดมไปด้วยวิตามินเอ ที่มีคุณสมบัติช่วยในการกำจัดน้ำมันส่วนเกินและทำให้รูขุมขนมีขนาดที่เล็กลง

2. น้ำผึ้ง

เนื่องจากน้ำผึ้งมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนัง อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว และยังช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอย่างมีสุขภาพดี วิธีการรักษาสิวอุดตัวด้วยน้ำผึ้งทำง่ายอย่างมาก เพียงนำน้ำผึ้งมาพอกหน้าประมาณสัปดาห์ละ 4 ครั้ง โดยก่อนทำการพอกหน้าควรล้างมือให้สะอาดด้วย เพราะในขณะที่พอกนั้นจะต้องใช้มือนวดหน้าแล้ววนไปเรื่อยๆ ประมาณ 3 นาที ซึ่งวิธีนี้จะมีส่วนช่วยในการลดสิวอุดตันได้ดีและมีความปลอดภัย

3. ทุเรียน

ทุเรียน เป็นผลไม้ที่มีธาตุกำมะถัน โดยมีสรรพคุณช่วยให้สิวแห้ง ยุบตัวลงเร็ว อีกทั้งยังมีส่วนช่วยบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื้น และกำจัดสิ่งสกปรกให้หลุดออกจากรูขุมขนได้อย่างล้ำลึก นอกจากช่วยป้องกันการเกิดสิวได้แล้ว ยังช่วยรักษาสิวอุดตันให้หายเร็วขึ้นได้ด้วย

วิธีใช้คือ ให้เนื้อทุเรียนที่กำลังห่ามประมาณ 3 – 5 ช้อนโต๊ะ มาปั่นให้เข้ากันกับดินสอพอง 1 ใน 4 ช้อนโต๊ะ คนจนเป็นเนื้อครีม โดยก่อนพอกจะต้องล้างหน้าให้สะอาดก่อน จากนั้นจึงนำส่วนผสมที่เตรียมไว้มาพอกจนทั่วผิวหน้า เว้นรอบดวงตา แล้วปล่อยไว้ประมาณ 10-15 นาที จึงล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น แล้วล้างตบท้ายด้วยน้ำเย็นอีกครั้งเพื่อปิดกระชับรูขุมขน เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้สิวอุดตันที่บวมเป่ง ค่อยๆ แห้งและยุบลงเร็วขึ้นได้แล้ว

4. ไข่ขาว

หลายคนล้วนเคยได้ยินสูตรรักษาสิวด้วยไข่ขาวด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งความจริงแล้ว ไข่ขาวก็มีคุณสมบัติช่วยรักษาสิวให้แห้งและยุบตัวเร็วเช่นกัน วิธีใช้คือ ให้นำสำลีชุบลงในไข่ขาวที่เตรียมไว้จากนั้นนำมาวางบนใบหน้าจนทั่ว ยกเว้นเพียงรอบดวงตาและริมฝีปาก ปล่อยไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วลอกออกอย่างช้าๆ จากนั้นล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น วิธีนี้จะช่วยกำจัดได้ทั้งสิวอุดตัน และสิวเสี้ยน นอกจากนี้ ยังช่วยดูดซับเอาสิ่งสกปรกให้หมดลงจากใบหน้า ช่วยลดเลือนความมันและช่วยให้รูขุมขนกระชับขึ้นได้ด้วย

การเลือกใช้ยารักษาสิวอุดตัน

การรักษาสิวอุดตันมีด้วยกันหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการรักษาด้วยวิธีธรรมชาติ หรือการรักษาด้วยวิธีกำจัดหัวสิวเหล่านั้นออกไป ยังมีอีกวิธีคือการใช้ยารักษา ซึ่งมีทั้งชนิดที่เป็นครีมทาละลายหัวสิวและป้องกันการเกิดสิว ซึ่งเราสามารถเลือกใช้ยาเหล่านี้ได้ตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อให้เกิดความปลอดภัย และได้ประสิทธิภาพในการรักษาสูงสุด

ยา Benzoyl peroxide ลดการเกิดสิวอุดตัน

มักรู้จักกันในกลุ่มของคนที่รักษาสิวที่มีชื่อว่า BENZAC AC มีฤทธิ์เป็น Comedolytic ช่วยกำจัดให้หัวสิวหลุดออกไป และยังช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ในกลุ่ม P.acne ที่เป็นต้นตอทำให้เกิดสิวได้มากที่สุด และพบได้บ่อยมากที่สุด ไม่เพียงเป็นตัวช่วยแก้ปัญหาสิวอุดตันเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่แก้ปัญหาสิวได้หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นสิวอักเสบ หรือสิวผด นิยมใช้ความเข้มข้นที่ 2.5% เป็นระดับค่าต่ำสุดที่มีโอกาสแพ้ได้น้อยมาก

วิธีใช้: การใช้ยาให้ทาก่อนล้างหน้าเช้าและเย็น ทาทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ซึ่งอาจทำให้อาการคันยิบๆ ถือว่าเป็นอาการปกติ จากนั้นก็ล้างออกด้วยการล้างหน้าตามปกติ ทาเป็นประจำประมาณ 2-3 สัปดาห์ จะช่วยให้สิวอุดตันลดปริมาณน้อยลงได้

ยา Retinoic acid ช่วยละลายสิวอุดตัน

เป็นยาที่มีฤทธิ์เป็นกรด จึงทำหน้าที่ในการละลายหัวสิว เป็นยาที่มีลักษณะเป็นเนื้อครีม มีคุณสมบัติช่วยละลายสิวอุดตันได้เป็นอย่างดี ครีมรักษาที่ดีจะมี tretinoin ผสมยู่ด้วย ซึ่งจะเข้าไปช่วยปรับการทำงานของรูขุมขนไปในตัว เมื่อละลายหัวสิวแล้ว ก็จะไปลดการทำงานของต่อมไขมันในรูขุมขน ช่วยให้สิวอุดตันลดลงด้วย

วิธีใช้: คือการทาภายหลังล้างหน้า ก่อนเข้านอน ไม่ต้องล้างออก กรณีที่ทาแล้วรู้สึกผิดปกติ ให้ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีแล้วล้างออก แต่หากผิวไม่เกิดอาการระคายเคืองใดๆ ก็สามารถทาทิ้งไว้ทั้งคืนได้ แล้วค่อยล้างหน้าตามปกติในตอนเช้า

หากคุณมีปัญหาเรื่องสิวอุดตัน แน่นอนว่าการป้องกันและการรักษาเบื้องต้นที่ควรใส่ใจมากเป็นพิเศษนั่นก็คือ การทำให้ใบหน้าสะอาดและไม่ควรปล่อยให้มีความมันอยู่เต็มใบหน้า ที่สำคัญไม่ควรทำการล้างหน้าด้วยสบู่หรือโฟมที่ไม่เหมาะต่อสภาพผิว เพราะนั่นจะเป็นการเพิ่มปัญหาและสิวอุดตันให้ยิ่งทำการรักษาได้ยากมากขึ้น นอกจากนี้แล้ว เมื่อมีสิวขึ้นก็ต้องรีบหาวิธีรักษาดังรายละเอียดที่เราแนะนำไป หากทำได้แบบนี้ รับรองปัญหาสิวอุดตันจะไม่มารบกวนคุณให้กังวลใจอีกต่อไปแน่นอน

วิธีลดรอยสิวด้วยธรรมชาติ

สำหรับการลดรอยสิวนั้น มีอยู่มากมายหลากหลายวิธีเลยทีเดียว ซึ่งแต่ละวิธีบอกได้เลยว่ามีความปลอดภัยและให้ผลลัพธ์ที่ดีจริง ทั้งนี้ก็จะมีวิธีการลดรอยสิวด้วยสมุนไพรและผักผลไม้ ดังนี้

ลดรอยสิวด้วยมะนาว

สำหรับวิธีนี้ เริ่มจากการคั้นน้ำมะนาว แล้วนำสำลีสะอาดก้อนกลมชุบน้ำมะนาวที่คั้นเตรียมไว้ จากนั้นก็นำมาแต้มที่สิว ประมาณเพียง 2 อาทิตย์ จะเห็นได้ว่ารอยสิวเริ่มจางลงจากเดิม

ลดรอยสิวด้วยมะนาวและน้ำมันมะกอก

สำหรับวิธีนี้จะเพิ่มส่วนผสมจากวิธีข้างต้น นั่นก็คือ มีการเพิ่มน้ำมันมะกอกนั่นเอง โดยเริ่มจากการนำส่วนผสมทั้งสองอย่างในอัตราส่วนที่เท่ากันมาผสมเข้าด้วยกัน แล้วนำมาป้ายที่สิว ทิ้งไว้ประมาณ 2-5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้ก็จะทำให้รอยสิวลดลงไปจากเดิมได้

ลดรอยสิวด้วยน้ำผึ้งและโยเกิร์ตรสธรรมชาติ

ใช้เตรียมโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ผสมกับน้ำผึ้งแท้ในอัตราส่วนที่เท่ากัน คนให้ส่วนผสมเข้ากันแล้วนำมาพอกให้ทั่วใบหน้า หรือจะแต้มที่สิวก็ช่วยลดรอยสิวได้ ที่สำคัญยังทำให้ใบหน้าแลดูขาวและสว่างมากขึ้น แถมยังเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ลดรอยสิวด้วยน้ำแข็ง


คำถามจากผู้ป่วยท่านอื่นเกี่ยวกับสิวอุดตัน

อาการสิวอุดตันและอักเสบ [เป็นอย่างไร] 

คำตอบ: สิวอักเสบมักเกิดจากสิวอุดตันมาก่อน แล้วติดเชื้อแบคทีเรีย Propionibacterium acne จึงเกิดเป็นสิวอักเสบ ควรกินยา Doxycyclin ยาทา Benzoyl peroxide และ/หรือ Clindamycin ถ้าการอักเสบ ไม่ดีขึ้น หรือ กลายเป็นสิวหัวช้าง หรือ อักเสบเป็นถุงใต้ผิวหนัง ควรไปพบแพทย์ - ตอบโดย Dr.Chaiwat J.(หมอเปี๊ยก) (นพ.)

วิธีรักษาสิวผดและสิวอุดตันทำยังไงค่ะ

คำตอบ: ต้องแยกก่อนนะคะ สิวผดคือ สิวที่มีลักษณะคล้ายผดผื่นเล็กๆ มักจะแสดงอาการเมื่อมีอากาศร้อนและบริเวณที่มีเหงื่อออกมาก เพราะฉนั้นจะมีอาการมากช่วงบ่ายหรือเย็น และมักจะเป็นบริเวณหน้าผาก และสามารถเกิดได้จากสาเหตุอื่นเช่น การแพ้เครื่องสำอาง หรือการล้างเครื่องสำอางไม่สะอาด การล้างบ่อยหรืออแรงเกินไป การใช้ผ้าที่เช็ดใบหน้าไม่สะอาด การล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนเป็นประจำ ใช้ครีมล้างหน้าไม่เหมาะสมกับสภาพผิวหน้า หรือเกิดจากการแพ้ยาสระผม หรืออุปกรณืแต่งหน้าที่ไม่สะอาด เพราะฉนั้นการรักษา ก็คือ การหลีกเลี่ยงการใช้น้ำร้อนล้างหน้าควรใช้น้ำธรรมดาหรือน้ำเย็นล้างหน้า หลีกเลี่ยงแสงแดดใช้ครีมกันแดด ล้างหน้าเบาๆใช้ผ้าเช็ดหน้าที่สะอาด ไม่ควรบีบหรือกดสิวเพราะมือเราอาจไม่สะอาดพออาจทำให้เกิดเป็นสิวอักเสบได้ และหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าจัด หมั่นทำความสะอาดแปรงแต่งหน้าที่ใช้เป้นประจำ และล้างหน้าให้สะอาดก่อนนอนทุกครั้ง ส่วนสิวอุดตัน คือ การอุดตันของต่อมไขมัน แบ่งเป็นหัวปิดหรือสิวหัวขาว และหัวเปิดคือสิวหัวดำ ดังนั้นสาเหตุการเกิดมักเกิดจากการทำความสะอาดหน้าไม่ดีพอ การล้างเครื่องสำอางไม่สะอาดจึงเกิดารอุดตัน หรือเกิดจากฮอร์โมนในช่วงที่มีรอบเดือน หรือความมันบนใบหน้า เพราะฉนั้นการรักษา คือการล้างหน้าให้สะอาด หรือแต่งหน้าก็ควรล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้งไม่ควรบีบแคะแกะเกาเพราะอาจทำให้เป็นสิวอักเสบ ไม่ทานอาหารมันๆ เนื่องจากจะทำให้ร่างกายมีไขมันเยอะเกินไป ส่งผลต่อต่อมไขมันให้ไขมันออกมามากเกินไปจนเกิดเป็นสิวอุดตัน หากต้องการรักษาโดยรวดเร็วสามารถใช้อุปกรณ์กดสิวได้แต่ต้องสะอาดค่ะ - ตอบโดย Witchuda Onmee (พญ.)

คำตอบ 2: การรักษาสิวผด/สิวอุดตันมีทั้งวิธีการใช้ยาและการรักษาด้วยธรรมชาติค่ะ เช่น 1.ใช้ยา คีโตโคนาโซลครีม กรณีที่เกิดจากเชื้อยีสต์/รา ก่อนใช้ยาต้องปรึกษาแพทย์และเภสัชกรทุกครั้ง 2.ยาอะดาพาลีน ใช้ทาก่อนนอนเพื่อให้หัวสิวโผล่และทำการกำจัดออก 3.การดูแลตัวเองโดยการไม่เครียด พักผ่อนเพียงพอ ดื่มน้ำสะอาดเยอะๆ 4.หลีกเลี่ยงมลภาวะที่อาจทำให้เกิดสิวผดเช่น แสงแดด ฝุ่นควัน 5.เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว 6.การทำเลเซอร์โดยแพทย์ผิวหนังค่ะ -  ตอบโดย ศิรินทิพย์ ผอมน้อย (นักจิตวิทยาคลินิก)

สิวอุดตัน ควรใช้ผลิตภัณฑ์ตัวไหนค่ะ

คำตอบ: ประเภทของสิวมีหลักๆ คือ 1.สิวอักเสบมีหนอง เกิดจากการที่สิวหัวเล็กอุดตันมากๆจนติดเชื้อ การรักษาในระยะแรกๆอาจต้องกินยาฆ่าเชื้อร่วมด้วยประมาณ 7-10 วัน ร่วมกับทายาฆ่าเชื้อเช่น Clindamycin. อย่าใช้นิ้วกดสิว ควรใช้เข็มสะอาด sterile เจาะบริเวณหัวหนองให้แตก แล้วใช้ antisepic เช่นเบตาดีนเช็ดทำความสะอาด อาจใช้แผ่นแปะซับหัวสิวร่วมด้วย หาซื้อได้ตามร้านยาและร้านเวชสำอางค์ทั่วไป หนองจะยุบเร็วแผลเป็นจะไม่ลึก. 2.สิวหัวขาว เกิดจากการสะสมของไขมันอุดตันแต่ยังไม่ถึงขั้นติดเชื้อ ควรรีบกำจัดก่อนจะลุกลาม สามารถใช้ยากลุ่ม BHA หรือ salicylic acid เพื่อผลัดเซลล์ผิวไม่ให้เกิดการอุดตันเพิ่ม หรืออาจใช้ retin a ทาก็ได้ค่ะแต่จะระคายผิวมากกว่า ถ้าใช้ตัวผลัดเซลล์ต้องทากันแดดทุกครั้งสำคัญมาก อาจใช้แผ่นแปะหรือครีมลอกสิวเสี้ยนช่วยลอกด้วย. ถ้าต้องกดสิวควรใช้ไม้กด พยายามแต่งหน้าและใช้เครื่องสำอางค์ที่อุดตันให้น้อยที่สุด หลักๆคือรีบล้างหน้าทำความสะอาดอย่าปล่อยเครื่องสำอางค์ติดหน้านาน 3.สิวหัวดำ คือสิวหัวขาวที่ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนนอกรูขุมขน การรักษาก็คล้ายกันค่ะ หากเป็นคนหน้ามันมากลองสังเกตผิวหลังล้างหน้าว่าแห้งตึงหรือไม่ ถ้าแห้งมากแสดงว่าผิวขาดน้ำจะสร้างน้ำมันมาทดแทนตลอด ต้องใช้เจลล้างหน้าที่ไม่มีฟองอ่อนโยนมากขึ้นไม่ให้ผิวแห้งเกินไป อย่าล้างหน้าบ่อยเกินวันละสองครั้ง อาจใช้กระดาษซับหน้าควบคู่ไปด้วย กรณีที่เป็นสิวรุนแรงเป็นเยอะอาจกินยา acnotin ลดการทำงานของต่อมไขมันร่วมด้วย ก่อนเริ่มยาควรตรวจค่าตับ ไต ไขมันในเลือดและตรวจการตั้งครรภ์ก่อนค่ะ และใช้ในการควบคุมของแพทย์เท่านั้น หลายๆสาเหตุของสิวมักเกิดจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงด้วย อาจปรึกษาสูติแพทย์หรือแพทย์ผิวหนังเรื่องการกินฮอร์โมนด้วยค่ะ กรณีแผลเป็นเป็นหลุมต้องรักษาด้วยเลเซอร์เท่านั้นค่ะไม่สามารถดีขึ้นด้วยยาทา - ตอบโดย Thitipon (MD)

คำตอบ: สิวอักเสบมักเกิดจากสิวอุดตันมาก่อน แล้วติดเชื้อแบคทีเรีย Propionibacterium acne จึงเกิดเป็นสิวอักเสบ ควรกินยา Doxycyclin ยาทา Benzoyl peroxide และ/หรือ Clindamycin ถ้าการอักเสบ ไม่ดีขึ้น หรือ กลายเป็นสิวหัวช้าง หรือ อักเสบเป็นถุงใต้ผิวหนัง ควรไปพบแพทย์ - ตอบโดย Dr.Chaiwat J.(หมอเปี๊ยก) (นพ.)

ปัญหาของสิวอุดตันเกิดขึ้นได้อย่างไรค่ะ แล้วต้องใช้อะไรในการรักษาค่ะ

คำตอบ: สิวอุดตันนั้นมีสาเหตุมาจากต่อมไขมันทำการสร้างน้ำมันมากเกินไป ด้วยอิทธิพลฮอร์โมนหรือ อื่น ๆ วิธีกําจัดสิวอุดตัน -ใช้ยาทา มี หลากหลาย เช่น เบนซอยล์เพอร์ออกไซด์ หรือ เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (Benzoyl peroxide – BP), ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเรตินอยด์ (Retinoids) หรือสารสกัดจากอนุพันธ์ของวิตามินเอ, ผลิตภัณฑ์ประเภท AHA และ BHA -ยารับประทาน เช่น Doxycycline หรือ ยากลุ่ม Retinoids อย่างเช่น Roaccutane, Isotretionoin -การลอกหน้าผลัดเซลล์ผิว (Chemical Peeling) ด้วยการใช้น้ำยาเคมีนำมาทาบนผิวหน้าเพื่อทำให้เกิดการหลุดลอกของเซลล์ผิวหนังชั้นบน ตามมาด้วยการสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทน -กดสิวอุดตัน - ตอบโดย Dr.Chaiwat J.(หมอเปี๊ยก) (นพ.)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่