ความรู้สุขภาพ

สิวอุดตัน กับหลากวิธีรักษาเพื่อผิวหน้าเนียนใส

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ต.ค. 17, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 18 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 709,230 คน

ขึ้นชื่อว่า “สิวอุดตัน” ล้วนเป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวเราเป็นอย่างมาก แม้ว่าสิวจะไม่ใช่โรคร้ายแรงที่ทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่ก็เป็นปัญหาใหญ่ของใบหน้าที่พรากเอาความสวยใสของผิวให้หมดไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะสิวอุดตันที่ผุดขึ้นมาเป็นเม็ดตะปุ่มตะป่ำและรักษาให้หายได้ยาก วันนี้เราจะพาคุณมาทำความรู้จักสิวอุดตันไปพร้อม ๆ กัน ตั้งแต่ลักษณะของสิว สาเหตุของการเกิดสิว วิธีการป้องกันและรักษาสิวอย่างได้ผล มาดูกันเลยว่าต้องทำอย่างไร

สิวเกิดขึ้นได้อย่างไร


 

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

 ผิวหนังปกติมีความชุ่มชื้นเนื่องจากต่อมใต้ผิวหนังผลิตซีบัมส่งผ่านท่อเล็ก ๆ ขึ้นมาหล่อเลี้ยง (ซีบัม เป็นของเหลวซึ่งมีน้ำมันและขี้ผึ้งปนกัน) สิวเกิดขึ้นเมื่อท่อเล็ก ๆ นี้ถูกอุดตัน ซีบัมผสมกับผนังท่อรวมกันเป็นก้อนใหญ่ ดันขึ้นมาบนผิวหน้า กลายเป็นตุ่มเล็ก ๆ หรือสิวหัวขาว หากผสมกับเม็ดสีซึ่งอยู่ที่ผิวหนังก็กลายเป็นสิวหัวดำ ถ้ามีจุลินทรีย์อยู่บนผิวหน้าแถบนั้นจะทำให้อักเสบเป็นรอยแดงหรือกลายเป็นหนอง

 ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงในวัยรุ่นทำให้วัยนี้เป็นสิวมากกว่าวัยอื่น เพราะฮอร์โมนไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานหนักขึ้น ผลิตไขมันมากขึ้น โอกาสที่ท่อจะอุดตันจึงเพิ่มขึ้นด้วย ในการรักษาหรือป้องกันสิวจำต้องกำจัดสาเหตุ นั่นคือลดการสร้างไขมัน ป้องกันการอุดตันของท่อน้ำส่งซีบัม และทำลายเชื้อโรคที่ผิวหน้าเพื่อป้องกันไม่ให้สิวอักเสบลุกลาม

 จะเห็นได้ว่าอาหารไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เกิดสิว การงดอาหารบางอย่างจึงไม่น่าจะทำให้สิวหายได้ ที่เข้าใจผิดกันอาจเนื่องมาจากสับสนระหว่างสิวกับการแพ้อาหาร ผื่นแดงที่ผิวหนังเป็นอาการแพ้อาหารอย่างหนึ่งซึ่งป้องกันได้โดยการเลิกกินอาหารชนิดนั้น เช่น กินปูแล้วเป็นผื่น ควรเลิกกินปู เป็นต้น สิวไม่ใช่ผื่น จึงแก้ด้วยวีธีเดียวกันไม่ได้

คนที่กินช็อกโกแลตแล้วพบว่าสิวกำเริบขึ้นนั้น อาจจะไม่ใช่เพราะช็อกโกแลต

 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระหว่างนั้นต่างหากทำให้สิวกำเริบ ความเครียดจากการเรียนหรือการงานมีผลโดยตรงกับการหลั่งฮอร์โมน ซึ่งมีผลทางอ้อมกับสิว ในระยะที่จิตใจปลอดโปร่งจึงรู้สึกว่าสิวลดลงไปด้วย แม้กระทั่งความเครียดที่เกิดจากการแอบกินช็อกโกแลตที่คิดว่าเป็นของต้องห้าม ก็อาจทำให้สิวกำเริบได้

 ถึงแม้อาหารจะไม่ใช่ต้นเหตุที่ทำให้เกิดสิว แต่สุขภาพโดยทั่วไปของผิวหนังก็ยังขึ้นอยู่กับภาวะโภชนาการของร่างกาย การกินอาหารไม่ถูกครบ 5 หมู่จนร่างกายขาดสารอาหารบางอย่าง จะปรากฏอาการผิดปกติที่ผิวหนัง เช่น การขาดวิตามินเอ กรดไขมันที่จำเป็น วิตามินบีสอง และไนอาซีน ทำให้ผิวหนังแห้ง ลอก เป็นขุย และแตกเป็นผื่นหรือมีตุ่มเล็ก ๆ ขึ้น

 สำหรับวัยรุ่นที่ห่วงใยผิวหน้า ต้องหมั่นดูแลให้ผิวหน้าสะอาดอยู่เสมอ และเอาใจใส่เรื่องอาหารการกิน ต้องกินอาหารครบทั้ง 5 หมู่ การเลือกกินเพียงหมู่หนึ่งหมู่ใด เช่น กินเนื้อสัตว์มาก แต่กินหมู่ผักหรือผลไม้น้อย ย่อมไม่ได้ผล นอกจากจะให้เกลือแร่และวิตามินสูงแล้ว หมู่ผักและผลไม้ยังมีกากใย ช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น

ในปัจจุบัน ยังไม่พบว่าการกินวิตามินช่วยรักษาสิวได้ การกินอาหารที่ถูกส่วนย่อมเพียงพอสำหรับรักษาสุขภาพของผิวหนังแล้ว การกินของหวานจัดและมันมาก เป็นการกินอาหารที่ไม่ถูกส่วนอย่างหนึ่ง ช็อกโกแลตมีทั้งไขมันและน้ำตาลมาก หากงดและกินอาหารที่มีประโยชน์แทน ย่อมทำให้ผิวพรรณดีขึ้น




สิวอุดตันคืออะไร ?

สิวอุดตัน โดยทั่วไปแล้วมีลักษณะเป็น เม็ด ตุ่ม หรือผื่น ซึ่งเกิดจากการอุดตันของต่อมไขมันจนก่อให้เกิดความแตกต่างกันไปตามแต่ละประเภทของสิว โดยสามารถจำแนกออกมาเป็นได้ทั้งสิวผด สิวที่มีลักษณะเป็นผดเล็ก ๆ แต่ไม่มีหัว และมักขึ้นในบริเวณหน้าผาก ไรผม จมูก และแก้ม เมื่อเหงื่อออกมากหรืออยู่ท่ามกลางสภาพอากาศร้อน บวกกับการเช็ดถูผิวหน้าแรง ๆ โดยมีสิ่งสกปรกทับถมเพิ่ม สิวผดก็มักจะผุดขึ้นได้อย่างง่ายดาย นอกจากสิวผดแล้วก็ยังมีสิวหัวเปิดหรือสิวหัวดำ สิวหัวปิดหรือสิวหัวขาว และสิวที่ไม่สามารถมองด้วยตาเปล่าเห็น ซึ่งสิวแต่ละชนิดล้วนมีลักษณะบนใบหน้าที่เด่นชัดแตกต่างกันไป 

ประเภทของสิว 

 สิวจะถูกจัดประเภทจากการพัฒนาของรอยโรคในสิวที่แตกต่างกันออกไป 

Comedones (ทั้งประเภทเปิดและปิด) เป็นสิวที่ไม่มีการติดเชื้อ เกิดจากการรวมตัวกันของเคราตินและไขมันบริเวณเหนือต่อม follicular ซึ่ง comedones แบบเปิดนี้มักรู้จักกันในชื่อสิวหัวดำ (black head) ในขณะที่ comedones แบบปิดมักรู้จักกันในชื่อสิวหัวขาว (white head) 

Papules เป็นสิวที่มีขนาดเล็กกว่า 5 มม. มีการอักเสบและนูนขึ้นมาเล็กน้อย Pustules เป็นสิวอักเสบที่มีหนองชัดเจนอยู่ภายใน 

Nodules เป็นสิวขนาดใหญ่มากกว่า 5 มม. เป็นตุ่มนูนอักเสบอยู่ภายในชั้นผิวหนัง 

Cysts เป็นสิวที่มีขนาดใหญ่มากกว่า 1 ซม. มีการอักเสบ มีของเหลวหรือกึ่งของเหลวอยู่ภายใน


ชนิดและลักษณะของสิวอุดตัน

ในส่วนของสิวอุดตันนั้นจะมีการแบ่งออกเป็น 3 ชนิด และลักษณะของสิวอุดตันแต่ละชนิดนั้นจะมีความแตกต่างกันออกไปดังนี้

1. สิวอุดตันหัวเปิด

สิวอุดตันหัวเปิด หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Open comedone เป็นสิวอุดตันชนิดที่มีหัวสีดำ หรือที่เราเคยได้ยินว่า สิวหัวดำ หรือ Black head นั่นเอง สิวอุดตันชนิดนี้สามารถบีบหรือใช้วิธีการกดให้ออกมาจากใต้ผิวได้ ทั้งนี้ก็ควรลงมือทำให้ถูกวิธี เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้เกิดอาการอักเสบตามมาได้

 

สิวอุดตันชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนเพียงเล็กน้อย มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 0.1-3 มิลลิเมตร เมื่อสังเกตดูดี ๆ จะเห็นว่าสิวอุดตันชนิดนี้มีจุดดำอยู่ตรงกลางของหัวสิว เนื่องจากจุดสีดำนั้นจะเป็นกลุ่มของเซลล์ผิวที่ตายไปแล้ว รวมทั้งมีไขมันและเชื้อ P.acne ที่ยังคงอุดอยู่ในท่อเปิดของต่อมไขมัน เราจึงเรียกว่า “สิวหัวดำ” นั่นเอง

2. สิวอุดตันหัวปิด

สิวอุดตันหัวปิด หรือที่ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Closed comedone เป็นสิวอุดตันที่มีลักษณะเป็นสิวหัวขาว หรือ White head สิวอุดตันชนิดนี้อยู่ในประเภทของสิวที่ไม่มีหัวให้สามารถบีบหรือกดให้ออกจากผิวหนังได้ มิหนำซ้ำหากลงมือบีบหรือกดสิวอุดตันหัวปิดไป จะกลายเป็นการกดหรือบีบไขมันที่ไม่มีทางออกจากผิว จนสามารถทะลักกลับไปในผิวใหม่ได้ และนั่นก็จะยิ่งส่งผลทำให้เนื้อเยื่อเกิดความเสียหายได้ ลักษณะสิวอุดตันชนิดนี้ มักจะเป็นตุ่มนูนเพียงเล็กน้อย โดยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางอยู่ประมาณ 0.1-3 มิลลิเมตร และมีลักษณะสีเดียวกับผิวหนังปกติของแต่ละคน

 

สิวชนิดนี้เป็นสิวที่เกิดจากการอุดตันสะสมที่อยู่ในท่อเปิดของต่อมไขมันและรูขุมขน เมื่อท่อเปิดก็จะมีรูปร่างที่เล็กมากจนไม่สามารถมองเห็นได้ สำหรับสิวอุดตันหัวปิดนี้จะขึ้นอยู่ที่ขนาดของมันที่สามารถอยู่ได้นานหลายเดือน แต่ประมาณ  75% ของสิวอุดตันหัวปิดนี้จะกลายมาเป็นสิวอักเสบ

3. สิวอุดตันที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

สำหรับสิวอุดตันที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หรือที่เราคุ้นเคยกันดีในชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า Microcomedone ซึ่งเป็นสิวที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ นั่นก็หมายความว่าในช่วงที่มนุษย์เริ่มเข้าสู่ช่วงชีวิตของการเป็นวัยรุ่นนั้น ร่างกายจะเริ่มสร้างฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า แอนโดรเจน โดยที่ต่อมไขมันจะมีการตอบสนองต่อฮอร์โมนตัวนี้ และนั่นก็จะทำให้เกิดการหลั่งของไขมันที่เพิ่มมากขึ้น

 

ในส่วนของสารแอนโดรเจนนั้น ยังช่วยในการกระตุ้นให้มีการสร้างเซลล์ชั้นขี้ไคลของรูขุมขนได้อีกด้วย จนทำให้เกิดลักษณะที่เรียกกันว่า Microcomedone ซึ่งก็คือต้นเหตุของการเกิดสิวทั้งหลายนั่นเอง นอกจากนี้สาร Microcomedone อาจจะหายได้เอง หรือไม่ก็เกิดการพัฒนาต่อไปได้ ซึ่งก็อาจจะกลายเป็นสิวลักษณะอื่น ๆ ได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่างด้วย เช่น หากเกิดการสะสมของไขมัน รวมทั้งเซลล์ชั้นขี้ไคลมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็จะทำให้เกิดสิวอุดตันหัวเปิดหรือสิวอุดตันหัวปิด แต่หากมีแบคทีเรียก็จะกลายเป็นสิวอักเสบขึ้นมา

สาเหตุที่ทำให้เกิดสิวอุดตัน

  1. ในบางรายอาจเป็นสิวอุดตันที่เกิดจากการแพ้อาหาร เช่น บางคนกินช็อกโกแลต และผ่านไปสักพักจะมีสิวขึ้นทันที
  2. บางครั้งเกิดจากสภาพอากาศแต่ละช่วง ซึ่งบางคนไม่สามารถโดนแดดมาก ๆ ได้ เพราะเมื่อโดนแดดมาก ๆ จะทำให้สิวขึ้น
  3. เกิดจากความเครียด เพราะการที่คนเราอยู่ในภาวะที่มีความเครียดนั้น จะทำให้ความต้านทานโรคภายในร่างกายยิ่งต่ำลง จนสามารถทำให้เชื้อโรคเกิดการเจริญเติบโตได้ง่ายมากขึ้น
  4. เกิดจากกรรมพันธุ์ ซึ่งสาเหตุนี้อาจไม่สามารถป้องกันได้ แต่การรักษาทางการแพทย์ปัจจุบันนี้สามารถรักษาให้สิวอุดตันหายได้อย่างแน่นอน
  5. เกิดจากการทาครีมหรือแป้ง เพราะครีมและแป้งบางยี่ห้อนั้นอาจอุดตันรูระบายไขมันได้ ซึ่งสารเคมีที่อยู่ในสบู่บางชนิดอาจทำให้เกิดการกระตุ้นจนทำให้สิวขึ้นมาได้ ที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นครีมบำรุงผิว น้ำมัน หรือแม้แต่โลชั่นทาผิวบางชนิดก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวอุดตันได้เช่นกัน
  6. เกิดจากระดับฮอร์โมน เช่น ในช่วงก่อนมีประจำเดือนหรือแม้แต่การอยู่ในช่วงของวัยรุ่น โดยที่กรดไขมันที่เกิดจากการย่อยไขมันจะถูกขับออกมาตามรูขุมขนพร้อม ๆ กับเชื้อโรคอยู่ตลอดเวลา แต่ทั้งนี้ระดับของฮอร์โมนเพศในช่วงดังกล่าวนั้นจะกระตุ้นทำให้ต่อมไขมันผลิตไขมันได้มากขึ้น และนั่นก็จะทำให้ไขมันไม่สามารถระบายออกมาได้ทัน เชื้อโรคจึงมีโอกาสที่จะแบ่งตัวได้มากขึ้นนั่นเอง

เชื้อแบคทีเรีย สาเหตุของการเกิดสิว 

Propionibacterium acnes จัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียจำพวก "โพรคาริโอต(Procaryote)" หรือ "โพรคาริโอติกเซลล์ (Procaryotic cell)" ภายในมีนิวเคลียส แต่ไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส ด้วยสภาพแวดล้อมของผิวหน้าที่มีการสร้างไขมัน ปริมาณน้ำมันที่ออกมามากทำให้เหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย พบได้ทั่วไปตามผิวหนัง ขน ผม ช่องปาก ระบบทางเดินอาหารสัตว์ แต่ที่พบว่าเป็นสาเหตุทำให้เกิดสิวคือชนิด "P.acnes" ที่จะผลิตกรดโพรพิโอนิคขึ้นมา เจริญเติบโตได้ด้วยความสามารถในการใช้น้ำตาลกลูโคสแบบไม่ต้องใช้ออกซิเจน พบได้มากที่บริเวณจมูก เป็นสาเหตุของการเกิดสิวที่พบได้บ่อยที่สุด สามารถทำให้ผิวระคายเคือง อักเสบ บวมแดง เป็นหนอง ที่เรียกกันว่าสิวอักเสบนั่นเอง   ผลกระทบจากเชื้อแบคทีเรีย P.acnes เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้อาศัยอยู่ในรูขุมขน ผลกระทบที่ตามมาตัวเชื้อ P. acnes จะหลั่งเอนไซม์ chemotactic factor, hyaluronidase และ protease ออกมา เป็นตัวการทำให้ผิวหนังอักเสบ มีการผลิตเอนไซม์ไลเปส เพื่อย่อยสลายไตรกลีเซอไรด์ในไขมันที่มาจากต่อมไขมันให้กลายเป็นกรดไขมันอิสระ ช่วยทำให้พวกมันเจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้น การรักษาที่ผิดวิธีจะยิ่งทำให้ปฏิกิริยาการอักเสบรุนแรงขึ้น กลายเป็นหัวสิวในลักษณะต่าง ๆ ตามมา เรายังสามารถพบ P. acne ในระบบทางเดินอาหาร เช่นเดียวกับเชื้อแบคทีเรียอื่น ๆ ดังนั้นการลดสิวในกลุ่มคนที่พบเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ จึงจำเป็นต้องได้รับยารักษาสิวที่สามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรียได้ตรงตามสายพันธุ์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องพึ่งยาปฏิชีวนะ หรือยาต้านจุลชีพที่มีผลข้างเคียง สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องสิว หากกำลังมองหาวิธีลดสิวและลดรอยสิว ลองหันมาใช้วิธีธรรมชาติ โดยการปฏิบัติตามคำแนะนำที่จะช่วยป้องกันการเกิดสิวได้ผล และการนำสมุนไพรอย่างผักผลไม้มาใช้รักษากันดู นอกจากจะให้ผลลัพธ์ที่ดีเกินคาดแล้ว ยังให้ความปลอดภัยแก่ผิวหน้าได้อีกด้วย

วิธีการป้องกันสิวอุดตัน

  1. ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการล้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นสบู่ โฟม หรือเจล ที่เหมาะกับสภาพผิวมัน และควรมีส่วนผสมของตัวยาที่สามารถป้องกันการเกิดสิวได้
  2. ไม่ควรเลือกใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำหอมและสารดีเทอร์เจนต์
  3. หากเป็นคนที่มีใบหน้ามันมาก ควรใช้โลชั่นเช็ดหน้าหรือยารับประทานที่อยู่ในกลุ่ม Retionoids หรือยาคุมกำเนิดที่อยู่ในกลุ่ม Dian-35 เพื่อลดความมันของใบหน้า
  4. เลือกใช้ครีมกันแดดที่มี SPF15 เพื่อป้องกันความมันของเนื้อครีมกันแดด
  5. สำหรับผู้ที่ใบหน้าแพ้ง่ายควรใช้ครีมแก้แพ้หรือสบู่ล้างหน้าสำหรับผิวแพ้ง่าย เพราะสบู่ประเภทนี้จะมีความอ่อนโยนต่อสภาพผิว
  6. ครีมบำรุงที่ใช้ไม่ควรเลือกที่มีส่วนผสมของน้ำมันและเนื้อครีมไม่ควรมัน รวมทั้งไม่มีฮอร์โมนผสมอยู่ในครีมบำรุงนั้นด้วย
  7. หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดสิวง่าย ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่มีความมัน อาหารรสชาติจัดจ้าน ขนมหวาน ไอศกรีม หรือแม้แต่ผลไม้อย่างทุเรียนก็ตาม
  8. ควรให้เวลาตัวเองได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ รวมทั้งไม่ปล่อยให้อยู่ในภาวะตึงเครียด เพราะภาวะดังกล่าวจะทำให้เชื้อโรคเกิดการเจริญเติบโตได้เร็วมากขึ้น
  9. ไม่ควรเอามือไปกดหรือบีบสิวเอง เพราะนอกจากจะไม่ทำให้สิวหลุดออกมาได้แล้ว ยังทำให้สิวเกิดการอักเสบขึ้นมาได้

วิธีการรักษาสิวอุดตัน

สำหรับวิธีการรักษาสิวอุดตันนั้นสามารถทำได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะรักษาด้วยยาหรือแม้แต่รักษาด้วยสมุนไพรธรรมชาติ ก็ล้วนมีโอกาสทำให้สิวอุดตันหายได้ ซึ่งวิธีการรักษาดังกล่าวนั้นมีดังนี้

การรักษาสิวโดยไม่ใช้ยา

การรักษาสิวโดยไม่ใช้ยาสามารถทำได้โดยการทำความสะอาดผิวหน้าอย่างอ่อนโยน ใช้สบู่ที่ไม่มีสารเพิ่มความชุ่มชื้น ทำความสะอาดอย่างน้อยสองครั้งต่อวัน จะสามารถช่วยกำจัดความมันส่วนเกินโดยทั่วไปได้ การจัดหาผ้าเช็ดตัวที่อ่อนนุ่มก็เป็นสิ่งสำคัญ สำหรับสิวที่อยู่ในระยะไม่รุนแรงมาก แนะนำให้ใช้สบู่ที่มีส่วนประกอบของ salicylic จะช่วยกำจัดเซลส์ผิวหนังที่ตายแล้วได้ แต่หากคนไข้มีผิวหนังที่อ่อนแอแนะนำให้ใช้สบู่ที่มีความอ่อนโยนแทน หลีกเลี่ยงการทำความสะอาดอย่างรุนแรง เนื่องจากจะไม่ช่วยในการกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ยังก่อให้เกิดการระคายเคืองซึ่งอาจนำไปสู่อาการบวมแดงของผิวได้ นอกจากนี้ การควบคุมอาหาร ความเครียด และปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดสิวก็เป็นส่วนหนึ่งในการรักษาสิวด้วย

วิธีรักษาสิวอุดตันด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ

นอกจากวิธีการรักษาสิวอุดตันด้วยการใช้ยาแล้ว การรักษาโดยธรรมชาติอย่างผัก ผลไม้ หรืออาหารที่อยู่รอบตัวเราบางชนิดที่มีฤทธิ์ยับยั้งการอักเสบและช่วยให้สิวแห้งเร็วก็นับว่าน่าสนใจเช่นกัน โดยคุณสามารถหยิบเอาวิธีเหล่านี้ไปปฏิบัติตามกันได้เลย

1. มะเขือเทศ

เพียงนำมะเขือเทศลูกแดง ๆ มาฝานและถูให้ทั่วใบหน้า จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้ก็จะทำให้สิวอุดตันยุบตัวลงได้แล้ว เนื่องจากมะเขือเทศจะอุดมไปด้วยวิตามินเอที่มีคุณสมบัติช่วยในการกำจัดน้ำมันส่วนเกินและทำให้รูขุมขนมีขนาดเล็กลง

2. น้ำผึ้ง

เนื่องจากน้ำผึ้งมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนัง อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว และยังช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอย่างมีสุขภาพดี วิธีการรักษาสิวอุดตัวด้วยน้ำผึ้งทำง่ายมาก เพียงนำน้ำผึ้งมาพอกหน้าประมาณสัปดาห์ละ 4 ครั้ง โดยก่อนพอกหน้าควรล้างมือให้สะอาดด้วย เพราะในขณะที่พอกนั้นจะต้องใช้มือนวดหน้าแล้ววนไปเรื่อย ๆ ประมาณ 3 นาที ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดสิวอุดตันได้ดีและมีความปลอดภัย

3. ทุเรียน

ทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีธาตุกำมะถัน โดยมีสรรพคุณช่วยให้สิวแห้ง ยุบตัวลงเร็ว อีกทั้งยังมีส่วนช่วยบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื้น และกำจัดสิ่งสกปรกให้หลุดออกจากรูขุมขนได้อย่างล้ำลึก นอกจากช่วยป้องกันการเกิดสิวได้แล้ว ยังช่วยรักษาสิวอุดตันให้หายเร็วขึ้นได้ด้วย วิธีใช้คือ นำเนื้อทุเรียนที่กำลังห่ามประมาณ 3 – 5 ช้อนโต๊ะ มาปั่นให้เข้ากับดินสอพอง 1 ใน 4 ช้อนโต๊ะ คนจนเป็นเนื้อครีม โดยก่อนพอกจะต้องล้างหน้าให้สะอาดก่อน จากนั้นจึงนำส่วนผสมที่เตรียมไว้มาพอกจนทั่วผิวหน้า เว้นรอบดวงตา แล้วปล่อยไว้ประมาณ 10-15 นาที จึงล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น แล้วล้างตบท้ายด้วยน้ำเย็นอีกครั้งเพื่อปิดกระชับรูขุมขน เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้สิวอุดตันที่บวมเป่ง ค่อย ๆ แห้งและยุบลงเร็วขึ้นได้แล้ว

4. ไข่ขาว

หลายคนล้วนเคยได้ยินสูตรรักษาสิวด้วยไข่ขาวด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งความจริงแล้วไข่ขาวก็มีคุณสมบัติช่วยรักษาสิวให้แห้งและยุบตัวเร็วเช่นกัน วิธีใช้คือ ให้นำสำลีชุบลงในไข่ขาวที่เตรียมไว้แล้วนำมาวางบนใบหน้าจนทั่ว ยกเว้นเพียงรอบดวงตาและริมฝีปาก ปล่อยไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วลอกออกอย่างช้า ๆ จากนั้นล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น วิธีนี้จะช่วยกำจัดได้ทั้งสิวอุดตันและสิวเสี้ยน นอกจากนี้ยังช่วยดูดซับสิ่งสกปรกจากใบหน้า ช่วยลดเลือนความมันและช่วยให้รูขุมขนกระชับขึ้นได้ด้วย

การเลือกใช้ยารักษาสิวอุดตัน

การรักษาสิวอุดตันมีด้วยกันหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการรักษาด้วยวิธีธรรมชาติหรือการรักษาด้วยวิธีกำจัดหัวสิวเหล่านั้นออกไป ยังมีอีกวิธีคือการใช้ยารักษา ซึ่งมีทั้งชนิดที่เป็นครีมทาละลายหัวสิวและป้องกันการเกิดสิว ซึ่งเราสามารถเลือกใช้ยาเหล่านี้ได้ตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและได้ประสิทธิภาพในการรักษาสูงสุด

ยา Benzoyl peroxide ลดการเกิดสิวอุดตัน

มักรู้จักกันในกลุ่มของคนรักษาสิวที่มีชื่อว่า BENZAC AC มีฤทธิ์เป็น Comedolytic ช่วยกำจัดให้หัวสิวหลุดออกไป และยังช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ในกลุ่ม P.acne ที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้มากที่สุด และพบได้บ่อยมากที่สุด ไม่เพียงเป็นตัวช่วยแก้ปัญหาสิวอุดตันเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่แก้ปัญหาสิวได้หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นสิวอักเสบหรือสิวผด นิยมใช้ความเข้มข้นที่ 2.5% เป็นระดับค่าต่ำสุดที่มีโอกาสแพ้ได้น้อยมาก

วิธีใช้: ทาก่อนล้างหน้าเช้าและเย็น ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการคันยิบ ๆ ถือว่าเป็นอาการปกติ จากนั้นก็ล้างออกด้วยการล้างหน้าตามปกติ ทาเป็นประจำประมาณ 2-3 สัปดาห์ จะช่วยลดปริมาณสิวอุดตันลงได้

ยา Retinoic acid ช่วยละลายสิวอุดตัน

เป็นยาที่มีฤทธิ์เป็นกรด จึงทำหน้าที่ในการละลายหัวสิว ยามีลักษณะเป็นเนื้อครีม มีคุณสมบัติช่วยละลายสิวอุดตันได้เป็นอย่างดี ครีมรักษาที่ดีจะมี tretinoin ผสมอยู่ด้วย ซึ่งจะเข้าไปช่วยปรับการทำงานของรูขุมขนไปในตัว เมื่อละลายหัวสิวแล้ว ก็จะไปลดการทำงานของต่อมไขมันในรูขุมขน ช่วยให้สิวอุดตันลดลงด้วย

วิธีใช้: ทาภายหลังล้างหน้า ก่อนเข้านอน ไม่ต้องล้างออก กรณีที่ทาแล้วรู้สึกผิดปกติ ให้ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีแล้วล้างออก แต่หากผิวไม่เกิดอาการระคายเคืองใด ๆ ก็สามารถทาทิ้งไว้ทั้งคืนได้ แล้วค่อยล้างหน้าตามปกติในตอนเช้า

หากคุณมีปัญหาเรื่องสิวอุดตัน แน่นอนว่าการป้องกันและการรักษาเบื้องต้นที่ควรใส่ใจมากเป็นพิเศษก็คือการทำให้ใบหน้าสะอาดและไม่ควรปล่อยให้มีความมันอยู่เต็มใบหน้า ที่สำคัญไม่ควรล้างหน้าด้วยสบู่หรือโฟมที่ไม่เหมาะต่อสภาพผิว เพราะจะเป็นการเพิ่มปัญหาและสิวอุดตันให้ยิ่งรักษาได้ยากมากขึ้น นอกจากนี้ เมื่อมีสิวขึ้นก็ต้องรีบหาวิธีรักษาดังรายละเอียดที่แนะนำไป หากทำได้แบบนี้ รับรองว่าปัญหาสิวอุดตันจะไม่มารบกวนคุณให้กังวลใจอีกต่อไปแน่นอน

วิธีลดรอยสิวด้วยธรรมชาติ

สำหรับการลดรอยสิวนั้น มีอยู่มากมายหลายวิธีเลยทีเดียว ซึ่งแต่ละวิธีบอกได้เลยว่ามีความปลอดภัยและให้ผลลัพธ์ที่ดีจริง วิธีการลดรอยสิวด้วยสมุนไพรและผักผลไม้มีดังนี้

ลดรอยสิวด้วยมะนาว

สำหรับวิธีนี้ เริ่มจากการคั้นน้ำมะนาว แล้วนำสำลีสะอาดก้อนกลมชุบน้ำมะนาวที่คั้นเตรียมไว้ จากนั้นก็นำมาแต้มที่สิวประมาณ 2 สัปดาห์ จะเห็นได้ชัดว่ารอยสิวเริ่มจางลงจากเดิม

ลดรอยสิวด้วยมะนาวและน้ำมันมะกอก

สำหรับวิธีนี้จะเพิ่มส่วนผสมจากวิธีข้างต้น นั่นก็คือเพิ่มน้ำมันมะกอกนั่นเอง โดยเริ่มจากการนำส่วนผสมทั้งสองอย่างในอัตราส่วนที่เท่ากันมาผสมเข้าด้วยกัน แล้วนำมาป้ายที่สิว ทิ้งไว้ประมาณ 2-5 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้ก็จะทำให้รอยสิวลดลงไปจากเดิมได้

ลดรอยสิวด้วยน้ำผึ้งและโยเกิร์ตรสธรรมชาติ

ใช้เตรียมโยเกิร์ตรสธรรมชาติผสมกับน้ำผึ้งแท้ในอัตราส่วนที่เท่ากัน คนให้ส่วนผสมเข้ากันแล้วนำมาพอกให้ทั่วใบหน้า หรือจะแต้มที่สิวก็ช่วยลดรอยสิวได้ ที่สำคัญยังทำให้ใบหน้าแลดูขาวและสว่างมากขึ้น แถมยังเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ลดรอยสิวด้วยน้ำแข็ง


คำถามจากผู้ป่วยท่านอื่นเกี่ยวกับสิวอุดตัน

อาการสิวอุดตันและอักเสบเป็นอย่างไร

คำตอบ: สิวอักเสบมักเกิดจากสิวอุดตันมาก่อน แล้วติดเชื้อแบคทีเรีย Propionibacterium acne จึงเกิดเป็นสิวอักเสบ ควรกินยา Doxycyclin ยาทา Benzoyl peroxide และ/หรือ Clindamycin ถ้าการอักเสบไม่ดีขึ้น หรือกลายเป็นสิวหัวช้าง หรืออักเสบเป็นถุงใต้ผิวหนัง ควรไปพบแพทย์ - ตอบโดย Dr.Chaiwat J.(หมอเปี๊ยก) (นพ.)

วิธีรักษาสิวผดและสิวอุดตันทำอย่างไร

คำตอบ: สิวผดคือสิวที่มีลักษณะคล้ายผดผื่นเล็ก ๆ มักจะแสดงอาการเมื่ออากาศร้อนและในบริเวณที่มีเหงื่อออกมาก เพราะฉะนั้นจะมีอาการมากในช่วงบ่ายหรือเย็น และมักจะเป็นบริเวณหน้าผาก และสามารถเกิดได้จากสาเหตุอื่น เช่น การแพ้เครื่องสำอาง การล้างเครื่องสำอางไม่สะอาด การล้างหน้าบ่อยหรือออกแรงเกินไป การใช้ผ้าเช็ดหน้าที่ไม่สะอาด การล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนเป็นประจำ ใช้ครีมล้างหน้าไม่เหมาะสมกับสภาพผิวหน้า หรือเกิดจากการแพ้ยาสระผม หรืออุปกรณ์แต่งหน้าที่ไม่สะอาด เพราะฉะนั้นการรักษาก็คือ การหลีกเลี่ยงการใช้น้ำร้อนล้างหน้า ควรใช้น้ำธรรมดาหรือน้ำเย็นล้างหน้า หลีกเลี่ยงแสงแดด ใช้ครีมกันแดด ล้างหน้าเบา ๆ ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่สะอาด ไม่ควรบีบหรือกดสิวเพราะมือเราอาจไม่สะอาดพอ อาจทำให้เกิดเป็นสิวอักเสบได้ และหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าจัด หมั่นทำความสะอาดแปรงแต่งหน้าที่ใช้เป็นประจำ และล้างหน้าให้สะอาดก่อนนอนทุกครั้ง ส่วนสิวอุดตันคือการอุดตันของต่อมไขมัน แบ่งเป็นหัวปิดหรือสิวหัวขาว และหัวเปิดหรือสิวหัวดำ ดังนั้นสาเหตุการเกิดมักเกิดจากการทำความสะอาดหน้าไม่ดีพอ การล้างเครื่องสำอางไม่สะอาดจึงเกิดการอุดตัน หรือเกิดจากฮอร์โมนในช่วงที่มีรอบเดือน หรือความมันบนใบหน้า เพราะฉะนั้นการรักษาคือการล้างหน้าให้สะอาด หรือแต่งหน้าก็ควรล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้ง ไม่ควรบีบ แคะ แกะ เกา เพราะอาจทำให้เป็นสิวอักเสบ ไม่กินอาหารมัน ๆ เนื่องจากจะทำให้ร่างกายมีไขมันเยอะเกินไป ส่งผลต่อต่อมไขมันให้ผลิตไขมันออกมามากเกินไปจนเกิดเป็นสิวอุดตัน หากต้องการรักษาอย่างรวดเร็วสามารถใช้อุปกรณ์กดสิวได้แต่ต้องสะอาด - ตอบโดย Witchuda Onmee (พญ.)

คำตอบ 2: การรักษาสิวผด/สิวอุดตันมีทั้งวิธีการใช้ยาและการรักษาด้วยธรรมชาติ เช่น 1. ใช้ยาคีโตโคนาโซลครีม กรณีที่เกิดจากเชื้อยีสต์/รา ก่อนใช้ยาต้องปรึกษาแพทย์และเภสัชกรทุกครั้ง 2. ยาอะดาพาลีน ใช้ทาก่อนนอนเพื่อให้หัวสิวโผล่และกำจัดออก 3. การดูแลตัวเองโดยการไม่เครียด พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำสะอาดเยอะ ๆ 4. หลีกเลี่ยงมลภาวะที่อาจทำให้เกิดสิวผด เช่น แสงแดด ฝุ่นควัน 5. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว 6. การทำเลเซอร์โดยแพทย์ผิวหนัง -  ตอบโดย ศิรินทิพย์ ผอมน้อย (นักจิตวิทยาคลินิก)

สิวอุดตัน ควรใช้ผลิตภัณฑ์ตัวไหน

คำตอบ: ประเภทของสิวมีหลัก ๆ คือ 1. สิวอักเสบมีหนอง เกิดจากการที่สิวหัวเล็กอุดตันมาก ๆ จนติดเชื้อ การรักษาในระยะแรก ๆ อาจต้องกินยาฆ่าเชื้อร่วมด้วยประมาณ 7-10 วัน ร่วมกับทายาฆ่าเชื้อเช่น Clindamycin. อย่าใช้นิ้วกดสิว ควรใช้เข็มสะอาด sterile เจาะบริเวณหัวหนองให้แตก แล้วใช้ antisepic เช่น เบตาดีนเช็ดทำความสะอาด อาจใช้แผ่นแปะซับหัวสิวร่วมด้วย หาซื้อได้ตามร้านยาและร้านเวชสำอางทั่วไป หนองจะยุบเร็ว แผลเป็นจะไม่ลึก 2. สิวหัวขาว เกิดจากการสะสมของไขมันอุดตันแต่ยังไม่ถึงขั้นติดเชื้อ ควรรีบกำจัดก่อนจะลุกลาม สามารถใช้ยากลุ่ม BHA หรือ salicylic acid เพื่อผลัดเซลล์ผิวไม่ให้เกิดการอุดตันเพิ่ม หรืออาจใช้ retin a ทาก็ได้แต่จะระคายผิวมากกว่า ถ้าใช้ตัวผลัดเซลล์ผิวต้องทาครีมกันแดดทุกครั้ง อาจใช้แผ่นแปะหรือครีมลอกสิวเสี้ยนช่วยลอกด้วย ถ้าต้องกดสิวควรใช้ไม้กด พยายามแต่งหน้าและใช้เครื่องสำอางที่อุดตันให้น้อยที่สุด หลัก ๆ คือรีบล้างหน้าทำความสะอาด อย่าปล่อยเครื่องสำอางให้ติดหน้านาน 3. สิวหัวดำ คือสิวหัวขาวที่ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนนอกรูขุมขน การรักษาก็คล้ายกัน หากเป็นคนหน้ามันมาก ลองสังเกตผิวหน้าหลังล้างหน้าว่าแห้งตึงหรือไม่ ถ้าแห้งมากแสดงว่าผิวขาดน้ำ จะสร้างน้ำมันมาทดแทนตลอด ต้องใช้เจลล้างหน้าที่ไม่มีฟองและอ่อนโยนมากขึ้น ไม่ให้ผิวแห้งเกินไป อย่าล้างหน้าบ่อยเกินวันละสองครั้ง อาจใช้กระดาษซับหน้าควบคู่ไปด้วย กรณีที่เป็นสิวรุนแรงอาจกินยา acnotin ลดการทำงานของต่อมไขมันร่วมด้วย ก่อนเริ่มยาควรตรวจค่าตับ ไต ไขมันในเลือดและตรวจการตั้งครรภ์ก่อน และใช้ในการควบคุมของแพทย์เท่านั้น หลาย ๆ สาเหตุของสิวมักเกิดจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงด้วย อาจปรึกษาสูติแพทย์หรือแพทย์ผิวหนังเรื่องการกินฮอร์โมนด้วย กรณีเป็นหลุมแผลเป็นต้องรักษาด้วยเลเซอร์เท่านั้น ไม่สามารถดีขึ้นด้วยยาทา - ตอบโดย Thitipon (MD)

ปัญหาของสิวอุดตันเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วต้องใช้อะไรในการรักษา

คำตอบ: สิวอุดตันมีสาเหตุมาจากต่อมไขมันสร้างน้ำมันมากเกินไป ด้วยอิทธิพลของฮอร์โมนหรืออื่น ๆ วิธีกําจัดสิวอุดตัน 

-ใช้ยาทา มีหลากหลายประเภท เช่น เบนซอยล์เพอร์ออกไซด์หรือเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (Benzoyl peroxide – BP) ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเรตินอยด์ (Retinoids) หรือสารสกัดจากอนุพันธ์ของวิตามินเอ ผลิตภัณฑ์ประเภท AHA และ BHA 

-ยากิน เช่น Doxycycline หรือยากลุ่ม Retinoids อย่างเช่น Roaccutane, Isotretionoin 

-การลอกหน้าผลัดเซลล์ผิว (Chemical Peeling) ด้วยการใช้น้ำยาเคมีมาทาบนผิวหน้าเพื่อทำให้เซลล์ผิวหนังชั้นบนหลุดลอก ตามมาด้วยการสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทน 

-กดสิวอุดตัน - ตอบโดย Dr.Chaiwat J.(หมอเปี๊ยก) (นพ.)

บทความน่าอ่าน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่