Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

การรักษาสิวที่เหมาะสำหรับสิวแต่ละแบบ

รวมสาเหตุการเกิดสิว และการรักษาสิวที่เหมาะกับสิวแต่ละแบบ ทั้งสิวอุดตัน อักเสบ ไปจนถึงสิวผดที่มักเกิดเพราะอากาศร้อน
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 649,790 คน

การรักษาสิวที่เหมาะสำหรับสิวแต่ละแบบ

สิวเป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อยที่สุด พบเห็นได้หลายลักษณะเช่น สิวหัวดำ สิวหัวขาว สิวผด สิวอักเสบ เป็นต้น บริเวณที่มักพบได้บ่อยคือใบหน้า คอ หน้าอกและหลัง ในวัยรุ่น  ผู้หญิงอายุ 14-17 ปี  ผู้ชายอายุ 16-17 ปี มักพบเป็นสิวมากกว่าวัยผู้ใหญ่ เนื่องมาจากฮอร์โมน แอนโดรเจนที่มีมากในช่วงวัยรุ่นกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานมากกว่าปกติ

สิวแบ่งตามความรุนแรงได้เป็น 3 ระดับ ได้แก่ระดับเล็กน้อย ปานกลางและมาก หากปล่อยปะละเลยการรักษา สิวไปแล้ว จะก่อให้เกิดแผลเป็นจากสิวตามมา ซึ่งทำให้เกิดความ ไม่มั่นใจในตนเองจากรูปลักษณ์ภายนอกได้

ลักษณะของสิวมี 2 ลักษณะ คือ ชนิดไม่อักเสบ และชนิดอักเสบ ซึ่งชนิดไม่อักเสบที่มักพบได้มากที่สุดคือสิวอุดตัน (comedone) สิวอุดตันแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดคือ สิวหัวขาว และสิวหัวดำ สิวหัวดำจะพบเซลล์ผิวที่ตายแล้วอุดตันรูขุมขนอยู่ มองเห็นลักษณะเป็นสีดำได้ชัดเจน สำหรับสิวหัวขาวเกิดจากเซลล์ผิวหนังบางส่วนอุดตันรูขุมขนไว้ จะมองเห็นลักษณะภายนอก เป็นตุ่มสีขาวนูนขนาดเล็ก 

สิวอักเสบคือสิวอุดตันที่เกิดการอักเสบขึ้นจากแบคทีเรียบนผิวหนังที่ชื่อ P.acnes ลักษณะของสิวอักเสบ จะพบเป็นตุ่มนูนแดงและมีอาการเจ็บร่วมด้วย การรักษาสิวอักเสบสามารถทำได้ด้วยการใช้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้แก่ clindamycin, erythromycin สำหรับสิวอักเสบที่มีขนาดใหญ่และนูนมากจะถูกเรียกว่าสิวหัวช้าง การรักษาสิวหัวช้าง แนะนำให้พบแพทย์เพื่อฉีดสารสเตียรอยด์เข้าไปลดอาการอักเสบ ได้ทันที เพื่อลดการเกิดรอยสิวตามมา แต่วิธีการป้องกันการเกิดสิวอักเสบที่ดีที่สุด คือการเริ่มป้องกันไม่ให้เกิดสิวอุดตันก่อนนั่นเอง

สิวอีกชนิดหนึ่งที่มักพบในพื้นที่ที่มีอากาศร้อนชื้นอย่างประเทศไทยคือสิวผด (Acne Aestivalis) มักพบเป็นตุ่มใส และแดงขึ้นหลังโดนแดดจัด การรักษาไม่ต่างจากสิวอุดตันทั่วไปและแนะนำให้หลีกเลี่ยงแสงแดด พร้อมทาครีมกันแดดเพื่อลดปัจจัยเสี่ยง

เมื่อเป็นสิวเล็กน้อยถึงปานกลาง สามารถดีขึ้นได้ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าสำหรับผู้เป็นสิว การรักษาสิวด้วยตนเองนั้นทำได้ไม่ยาก ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีส่วนผสมของ Salicylic acid และอ่อนโยนต่อผิว เพื่อช่วยลดการอุดตันของต่อมไขมัน อีกทั้งเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมของ สารสกัดจากพืชบางชนิด ได้แก่ Aloe vera มีฤทธิ์ช่วยลดการอักเสบของผิว Tea tree oil ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนัง และ Propolis มีฤทธิ์ทั้งสองอย่างดังที่กล่าวมาข้างต้น

การรักษาสิวเบื้องต้น (First line treatment) 

แบ่งตามความรุนแรงของสิว ดังนี้

  1. สิวเล็กน้อย (mild acne) ใช้เฉพาะยาทา ได้แก่  
    - Benzoyl peroxide 2.5% - 5%
    - Topical retinoids 0.01%-0.1%
    - Clindamycin 1% solution
    - Erythromycin 2%-4% (solution หรือ gel)
    - Salicylic acid
    - Azelaic acid
    - Sulfur, Resorcinol
    ไม่ควรใช้ Clindamycin หรือ Erythromycin ทาอย่างเดียว เพราะมีความเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อดื้อยาควรใช้รวมกับ Benzoyl peroxide
  2. สิวปานกลาง (moderate acne) ใช้ยาทา (ดังกล่าวแล้วใน mild acne) ร่วมกับยารับประทานคือยาในกลุ่ม Tetracycline ในกรณีที่แพ้ยาในกลุ่ม Tetracycline ให้ใช้ Erythromycin
  3. สิวรุนแรง (severe acne) ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนัง  ในกรณีการรักษาที่ไม่ตอบสนองด้วยวิธีมาตรฐานใน 2-3 เดือน หรือเป็นสิวรุนแรง (severe acne ) ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนัง  

การรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนัง (Second line treatment) 

  1. สิว (acne vulgaris) ที่ใช้ยาทาตามการรักษาสิวเบื้องต้น ติดต่อกัน 2-3 เดือนแล้วไม่ได้ผล ควรพิจารณาใช้ second line drugs เช่น Co-trimoxazole (Sulfamethoxazole trimethoprim), dapsone, amoxicillin, isotretinoin, hormone 
  2. การรักษาเสริม (adjunctive therapy )
    - Comedone extraction (กดสิว)
    - Intralesional steroid (ฉีดสเตียรอยด์) 
    - Laser therapy and Light therapy (รักษาด้วยเลเซอร์)
    - Cryotherapy (รักษาด้วยความเย็น)

ในผู้ที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่ายควรหลีกเลี่ยงการขัดถูผิวอย่างแรง เพราะจะยิ่งไปช่วยกระตุ้นการทำงานของ ต่อมไขมันให้ทำงานหนักยิ่งขึ้น หลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อน งดใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมเป็นน้ำมัน เพราะจะทำให้ผิวอุดตันได้ง่าย

นอกจากปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผิวหนังแล้ว ปัจจัยอื่นที่มีผลต่อร่างกายทั้งระบบก็เกี่ยวข้อง กับสิวด้วยเช่นกัน ชนิดของอาหารก็เป็นสาเหตุหนึ่งในนั้น อาหารยอดนิยมของชาติตะวันตก เช่น สเต็กเนื้อ แป้งขัดสี เฟรนช์ฟราย เนยและนมวัวก่อให้เกิดการกระตุ้นสิวมากยิ่งขึ้นได้ การเปลี่ยนมาเลือกรับประทานอาหารที่มีค่าดัชนี น้ำตาลต่ำ ทานผักผลไม้สด และเนื้อสัตว์ที่ไขมันน้อย จะช่วยควบคุมการเกิดสิวได้ดีกว่า

อีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลทำให้สิวแย่ลงมากคือความเครียด ความเครียดส่งผลให้ฮอร์โมนคอร์ติซอลและแอนโดรเจน เพิ่มขึ้นผิดปกติในทุกเพศทุกวัย มีผลกระตุ้นการทำงานของรูขุมขนอย่างชัดเจน การสูบบุหรี่ก็เช่นกัน ผู้ที่สูบบุหรี่จะพบการอุดตันของผิวหนังได้มากกว่าผู้ที่ไม่สูบ

สิวเป็นโรคผิวหนังเรื้อรังที่ไม่ก่อเกิดให้อันตรายแก่ชีวิต แต่สามารถทำให้สูญเสียความมั่นใจในบุคลิกภาพ และส่งผลกระทบไปถึงการดำรงชีวิตประจำวันได้ การรักษาสิวจึงมีความจำเป็นมากขึ้นเมื่อเทียบกับแนวความเชื่อดั้งเดิม ที่ควรปล่อยให้สิวหายไปเอง การรักษาสิวนอกจากการใช้ยาเพื่อปรับสภาพผิวให้ทำงานอย่างสมดุลขึ้นแล้ว ปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า รวมไปถึงการรักษาความสะอาดของผิวก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน และต้องทำไปควบคู่กันเพื่อ ให้เห็นผลการรักษา ที่ชัดเจน ระยะเวลาในการรักษาสิวมักเริ่มเห็นผลภายใน 4-6 สัปดาห์ ดังนั้นผู้ที่เป็นสิวจึงควรรอจนกว่าอาการจะ ค่อยๆดีขึ้น ไม่ควรไปแกะเกาบริเวณที่เป็นสิว

แต่หากเป็นสิวระดับรุนแรงมาก พบสิวอักเสบและสิวหัวช้างจำนวนมาก ทั้งบริเวณใบหน้าและลำตัว แนะนำให้ไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อทำการรักษา ไม่ควรปล่อยสิวอักเสบรุนแรงให้หายเอง เพราะถึงแม้สิวจะสามารถ หายได้เองเมื่อระยะเวลาผ่านไป แต่รอยดำและหลุมสิวที่อาจเกิดขึ้นตามมานั้นรักษาได้ยากกว่ามาก


ที่มาของข้อมูล

Hayashi N, Akamatsu H, Kawashima M. Acne Study Group. Establishment of grading criteria for acne severity. J Dermatol 2008;35:255-60.

Wise E. and Graber E. Clinical Pearl: Comedone Extraction for Persistent Macrocomedones While on Isotretinoin Therapy. J Clin Aesthet Dermatol. 2011 Nov; 4(11): 20–21.

Emil A. Tanghetti, The Role of Inflammation in the Pathology of Acne.J Clin Aesthet Dermatol. 2013 Sep; 6(9): 27–35.


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป