เซ็กส์อย่างถูกวิธี

วิธีใช้ถุงยางอนามัยที่ถูกต้อง ทำอย่างไร ถุงยางแบบไหนดีที่สุด

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.ค. 7, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 15 นาที
Istock 526370781 m

ทำความรู้จักถุงยางอนามัยกับวิธีใช้งานอย่างถูกต้องแบบครบวงจร

การใช้ถุงยางอนามัยจะช่วยในการคุมกำเนิดได้ดีกว่าวิธีอื่น ๆ ซึ่งหากใช้อย่างถูกต้องจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์และการเกิดโรคติดต่อจากเพศสัมพันธ์ได้ นอกจากนี้ ถุงยางอนามัยยังช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการร่วมเพศให้มากขึ้นได้ ดังจะเห็นได้จากความแตกต่างของถุงยางอนามัย ทั้งในเรื่องขนาด รูปร่าง และสีสัน มีทั้งแบบเรียบและแบบที่มีกระเปาะ(ถุงเก็บน้ำอสุจิที่ส่วนปลาย ) มีชนิดที่มีกลิ่นและรสของผลไม้ มีกลิ่นน้ำหอม มีหลากหลายสีให้เลือก มีชนิดที่เรืองแสงได้ในที่มืดทั้งแบบทึบแสงและแบบบางใส หรือชนิดที่ช่วยให้การร่วมเพศนานขึ้นได้ด้วยการเคลือบสารหรือยาบางชนิด นอกจากนี้ ยังมีถุงยางอนามัยสำหรับผู้หญิงแต่อาจไม่เป็นที่นิยมมากนัก และยังมีถุงยางอนามัยแบบที่ใช้สำหรับออรัลเซ็กส์ที่เรียกว่าแผ่นแดม (Dental dam) อีกด้วย

ถุงยางอนามัยทำมาจากอะไร?

ในปัจจุบันถุงยางอนามัยผลิตจากยางธรรมชาติ (Latex) หรือที่เรียกว่า “Male Latex Condom” ซึ่งนอกจากจะมีราคาถูกแล้ว ยังได้รับการรับรองในเรื่องของคุณภาพและความทนทาน และยังสามารถใช้ร่วมกับสารหล่อลื่นที่มีส่วนผสมของน้ำได้ เช่น เควาย เจล (K-Y jelly) แต่ถ้าเป็นสารที่มีน้ำมันเป็นส่วนผสมอาจจะทำให้ถุงยางเกิดการเสื่อมสภาพและชำรุดฉีกขาดได้ แต่หากใครแพ้ยางธรรมชาติก็อาจใช้ถุงยางอนามัยที่ผลิตมาจากสารสังเคราะห์ เช่น Polyurethane (Polyurethane Condom) แทนได้เช่นกัน 

ประเภทของถุงยางอนามัย

ตามกระทรวงสาธารณะสุขปี พ.ศ. 2535 ได้กำหนดประเภทของถุงยางอนามัยที่ทำมาจากน้ำยางตามธรรมชาติไว้ 13 ประเภท โดยใช้ขนาดความกว้างเป็นเกณฑ์ ตั้งแต่ขนาด 44 – 56 มิลลิเมตร โดยความยาวจากปลายเปิดถึงปลายปิดไม่รวมติ่งจะต้องไม่น้อยกว่า 160 มิลลิเมตร

ในประเทศไทยมีถุงยางอนามัยจำหน่ายอยู่ 2 ขนาด คือ ความกว้าง 49 มิลลิเมตร ยาวไม่น้อยกว่า 160 มิลลิเมตร กับขนาด 52 มิลลิเมตร ยาวไม่น้อยกว่า 180 มิลลิเมตร โดยมีความหนาไม่เกิน 0.06 มิลลิเมตร

ถุงยางอนามัยมีหลายแบบ หลายยี่ห้อ แตกต่างกันที่ตรงไหน ?

1. ชนิด ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีด้วยกัน 2 ชนิด คือ ชนิดที่ทำจากน้ำยางธรรมชาติ (Latex Condom) และชนิดที่ทำจากสารสังเคราะห์ (Polyurethane Condom)

2. ขนาด มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 13 ขนาด คือ ตั้งแต่ 44 มิลลิเมตร จนถึง 56 มิลลิเมตร

3. ความบาง โดยทั่วไปถุงยางอนามัยจะมีความหนาตามมาตรฐานคือ 0.05-0.07 มม. แต่ในปัจุบันได้มีการผลิตถุงยางที่มีความบางเป็นพิเศษ เพียง 0.02-0.01 มม. ออกมาอีกด้วย

4. รูปทรง มีทั้งแบบที่เป็นทรงกระบอกตรง (straight) และแบบลูกคลื่น (rippled)

5. ลักษณะก้นถุง มีทั้งแบบเรียบหรือมน (plain) และแบบที่เป็นกระเปาะ (reservoir-ended or teat) สำหรับเก็บน้ำอสุจิ

6. ผิวถุงยาง มีหลายแบบให้เลือก ทั้งแบบที่เป็นผิวเรียบ (smooth) และแบบผิวไม่เรียบ (textured) หรือผิวขรุขระ

7. สีสัน มีหลากหลายสีให้เลือก ทั้งแบบสีธรรมชาติ ประกายรุ้ง และแบบเรืองแสง

8. กลิ่นและรส สำหรับการทำ oral sex ซึ่งก็มีหลายกลิ่นหลายรสให้เลือกตามความชอบ

9. คุณสมบัติพิเศษ มีสารหล่อลื่น สารชะลอการหลั่ง สารฆ่าเชื้ออสุจิและป้องกันโรคติดต่อ เป็นต้น

วิธีการเลือกใช้ถุงยางอนามัยไม่ให้หลุดหรือแตกระหว่างใช้

  • การซื้อถุงยางอนามัยจะต้องดูวันเดือนปีที่หมดอายุ โดยบรรจุภัณฑ์จะต้องอยู่ในสภาพที่ดี ไม่ฉีกขาด หากหมดอายุแล้วยังนำมาใช้ ถุงยางอนามัยที่เสื่อมสภาพจะทำให้ฉีกขาดง่ายขณะใช้งาน
  • ต้องซื้อให้พอดีกับขนาดอวัยวะเพศของตัวเอง เพราะถ้าใช้ถุงยางอนามัยที่หลวมหรือคับจนเกินไป อาจทำให้ถุงยางอนามัยแตกหรือหลุดขณะปฏิบัติภารกิจได้
  • ควรฉีกตรงตามรอยที่กำหนดให้ ห้ามใช้ฟันกัดเพื่อฉีกซองและระวังเล็บมือไปขีดข่วน เพราะอาจเกี่ยวถุงยางอนามัยจนขาด และต้องใส่ถุงยางอนามัยขณะที่อวัยวะเพศยังแข็งตัวเต็มที่ เพื่อป้องกันการหลุดขณะใช้ และควรถอนอวัยวะเพศชายออกเมื่อยังคงแข็งตัวอยู่ เพื่อป้องกันถุงยางอนามัยหลุดตอนถอนตัวขณะที่อวัยวะเพศอ่อนตัวลงแล้วนั่นเอง
  • ขณะเอาถุงยางอนามัยออกจากอวัยวะเพศ ให้ใช้ทิชชูทุกครั้ง โดยไม่ให้มือสัมผัสกับสารคัดหลั่งโดยตรง

สารหล่อลื่นที่ไม่ควรใช้กับถุงยางอนามัย

ห้ามใช้สารหล่อลื่นประเภทไม่ละลายน้ำ กล่าวคือ สารหล่อลื่นที่มีส่วนผสมของน้ำมันแร่หรือน้ำมันพืชมาทาเพิ่มที่ถุงยางอนามัย เช่น เบบี้ออยล์ น้ำมันปิโตรเลียม หรือบอดี้โลชั่น เนื่องจากสารเหล่านี้จะทำให้ถุงยางอนามัยที่ทำจากยางธรรมชาติเสื่อมหรือขาด ชำรุด และมีฤทธิ์กัดกร่อนไปทำลายพันธะเคมีในถุงยาง โดยน้ำมันพืชจะทำให้ถุงยางอนามัยเสื่อมสภาพได้เร็วที่สุด รองลงมาคือเบบี้ออยล์ ปิโตรเลียมเจลลี่ และบอดี้โลชั่น อีกทั้งยาสอดบางชนิดที่ใช้สอดในช่องคลอดก็สามารถทำให้ถุงยางอนามัยเสื่อมได้เช่นกัน

ถุงยางอนามัยจะให้ผลในการคุมกำเนิดหรือป้องกันการแพร่เชื้อโรคได้อย่างสูงสุด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรู้ที่ถูกต้องของผู้ใช้อีกด้วย ซึ่งเราควรทำความเข้าใจหรือฝึกทดลองใช้ก่อนการลงสนามจริง เพื่อพิจารณาขนาดที่พอเหมาะหรือดูว่าจะเกิดการแพ้ถุงยางอนามัยหรือไม่ เพื่อช่วยให้การมีเซ็กส์เป็นความสุขที่เกิดขึ้นไปพร้อม ๆ กับความปลอดภัยด้วยนั่นเอง

ประสิทธิภาพของถุงยางอนามัย

หากใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธี (Perfect use) จะทำให้โอกาสที่การคุมกำเนิดจะล้มเหลวมีอยู่เพียง 2% เท่านั้น หรือหากเทียบเป็นจำนวนการตั้งครรภ์ต่อปี (First year of use) แล้ว คนที่ใช้ถุงยางอนามัยเพื่อคุมกำเนิดจำนวน 100 คนจะมีโอกาสตั้งครรภ์เพียงแค่ 2 เท่านั้น แต่จากการใช้งานจริง พบว่ามีความล้มเหลวในการคุมกำเนิดเพิ่มขึ้นเป็น 18% หรือคิดเป็น 1 ใน 5 คน จากผู้ที่ใช้วิธีนี้ในการคุมกำเนิด ซึ่งมีสาเหตุหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ถุงยางไม่ถูกวิธี ไม่ใช้อย่างสม่ำเสมอ ใช้สลับกับการคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่น หรือถุงยางอนามัยมีการชำรุดฉีกขาดหรือรั่วซึม แต่การใช้ถุงยางอนามัยก็ยังเป็นการคุมกำเนิดที่ช่วยป้องกันการเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่น อย่างไรก็ดี การใช้ถุงยางอนามัยก็ยังไม่อาจที่จะป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 100% นอกจากนี้ ยังมีเชื้อกามโรคหลายชนิดที่สามารถติดต่อกันได้จากหลายช่องทางอีกด้วย

ซื้อถุงยางอนามัยได้ที่ไหน?

สำหรับผู้ที่ต้องการจะซื้อถุงยางอนามัยก็สามารถหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ หรือหากเขินหรือกลัวว่าจะมีคนรู้จักพบเห็นก็สามารถสั่งซื้อผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น ผ่านเว็บไซต์ honestdocs.co ก็ได้

ใครควรใช้ถุงยางอนามัย

ผู้ที่ต้องการคุมกำเนิดและผู้ที่จะมีการร่วมเพศกับคนขายบริการ กับคนที่ฉีดยาเสพติดเข้าเส้น หรือกับคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักคุ้นเคย

ออรัลเซ็กส์ ต้องใช้ถุงยางอนามัยหรือไม่ ?

ทุกช่องทางในการมีเพศสัมพันธ์อาจทำให้มีโอกาสเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นจึงต้องใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งไม่ว่าจะทางช่องคลอด ทางปาก หรือทางทวารหนัก เพราะเราไม่อาจรู้ได้ว่าจะมีการติดเชื้อตามมาหรือไม่

วิธีการใส่ถุงยางอนามัย

 การใช้ถุงยางอนามัยเป็นทั้งวิธีคุมกำเนิดและวิธีป้องกันโรคเอดส์ โดยการป้องกันไม่ให้น้ำอสุจิของฝ่ายชายเข้าไปในร่างกายของฝ่ายหญิง เมื่ออวัยวะเพศชายเกิดการแข็งตัว มักจะมีน้ำอสุจิจำนวนเล็กน้อยออกมาจากอวัยวะเพศก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์หรือถึงจุดสุดยอด ด้วยเหตุนี้จึงควรจะใช้ถุงยางอนามัยก่อนจะมีการสัมผัสใด ๆ ระหว่างอวัยวะเพศชายกับบริเวณช่องคลอดของฝ่ายหญิง และที่สำคัญเมื่อจะใส่ถุงยางอนามัย ควรระวังไม่ให้น้ำอสุจิจำนวนเล็กน้อยที่ออกมาก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์หรือถึงจุดสุดยอดมาเปรอะเปื้อนด้านนอกของถุงยางอนามัย และควรแน่ใจว่าถุงยางอนามัยคลุมมิดอวัยวะเพศชายที่ยาวเต็มที่



 

a18.gif หากถุงยางอนามัยฉีกขาดระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ ควรหยุดทันทีและใส่อันใหม่แทน เมื่อฝ่ายชายถึงจุดสุดยอดแล้ว ควรเอาอวัยวะเพศออกจากช่องคลอดของฝ่ายหญิงก่อนจะอ่อนตัวลง การเอาออกนี้ฝ่ายชายควรจับถุงยางอนามัยไว้ด้วยเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ตกค้างอยู่ภายในร่างกายของฝ่ายหญิง ซึ่งอาจจะทำให้น้ำอสุจิหกออกมาใช่ช่องคลอดของฝ่ายหญิงได้

สามารถนำถุงยางอนามัยมาใช้ซ้ำได้หรือไม่ ?

หากจะยึดตามหลักความจริงแล้ว ถุงยางอนามัยของทั้งชายและหญิงไม่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ นั่นหมายความว่าถุงยางแต่ละชิ้นจะใช้ได้แค่ครั้งเดียว (ผู้หญิงหลายคนเชื่อว่าพวกเธอสามารถล้างถุงยางอนามัยสำหรับผู้หญิงและนำกลับมาใช้ซ้ำได้ นี่ไม่เป็นความจริง และไม่แนะนำให้ทำ)

เอาล่ะ ตอนนี้คุณก็รู้แล้วว่าไม่ควรนำถุงยางอนามัยกลับมาใช้ซ้ำ แล้วสำหรับตัวถุงยางเองจริง ๆ เลยล่ะ ตัวถุงยางสามารถเอาไปใช้ประโยชน์ได้อีกหรือเปล่า ? ไม่เลย ไม่มีโปรแกรมการนำถุงยางอนามัยใช้แล้วไปใช้ซ้ำแน่ บริษัทผลิตถุงยางบางแห่งเริ่มพยายามผลิตถุงยางโดยคำนึงในแง่ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างเช่น L. Condoms จะถูกบรรจุอยู่ในกล่องกระดาษที่นำกลับไปใช้ซ้ำได้ คู่มือการใช้ถุงยางจะพิมพ์ด้วยน้ำหมึกที่ทำจากผัก และไม่มีกระดาษแก้วหรือพลาสติก ซึ่งทำให้กล่องถุงยางอนามัยนำกลับไปใช้ซ้ำได้ง่ายขึ้น

หากไม่มีวิธีการนำถุงยางกลับไปใช้ แล้วถุงยางที่เราใช้แล้วไปไหน ?

ยางของถุงยางอนามัยนั้นสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ

ยางเป็นสารจากธรรมชาติที่ผลิตจากน้ำยาง โดยส่วนใหญ่แล้วถุงยางอนามัยที่ผลิตจากยางและผิวหนังของแกะจะสามารถย่อยสลายได้ (ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ) กระบวนการย่อยสลายอาจซับซ้อนกว่านั้นหากถุงยางอนามัยถูกเคลือบด้วยสารหล่อลื่นหรือยาฆ่าอสุจิ เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจทำให้ถุงยางอนามัยย่อยสลายได้ยากขึ้น

โชคไม่ดีที่ยังไม่มีงานวิจัยหลักในหัวข้อดังกล่าว เราจึงยังไม่ทราบว่าต้องใช้เวลานานเท่าไรในการย่อยสลายหลังจากอยู่ในหลุมฝังกลบแล้ว

ถึงแม้ว่าถุงยางอนามัยโพลียูรีเทน (polyurethane condoms) และถุงยางอนามัยสำหรับผู้หญิงจะทำมาจากพลาสติก แต่ถุงยางอนามัยเหล่านี้ก็ไม่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ดังนั้น แม้ว่าจะพวกมันจะจัดเป็นพลาสติก แต่คุณก็ไม่ควรทิ้งมันลงในถังขยะสำหรับนำกลับไปใช้ซ้ำร่วมกับขวดน้ำและพลาสติกอื่น ๆ แม้ว่าจะยังไม่มีใครศึกษาว่าต้องทำอย่างไร แต่สิ่งที่คุณควรทำแน่ ๆ คือการห่อถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วด้วยกระดาษชำระ (เนื่องจากย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ) และโยนทิ้งลงถังขยะ

ดังนั้นแล้ว คุณควรทำอย่างไรกับถุงยางอนามัยใช้แล้วล่ะ ?

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ไม่ควรทิ้งถุงยางอนามัยลงในโถชักโครก ซึ่งจากเหตุผลหลายอย่าง เช่น เมื่อยางแช่อยู่ในน้ำ มันจะไม่ได้ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติอีกต่อไป ถุงยางอนามัยในโถชักโครกยังทำให้ท่อตันได้ ซึ่งค่าซ่อมก็แพง (และยังน่าอายด้วยถ้าช่างประปาหาเจอว่าอะไรเป็นสาเหตุของการอุดตัน ! ) นอกจากนี้ แม้ว่าถุงยางอนามัยที่ถูกชักโครกไปมักจะถูกพบและทิ้งไปตั้งแต่ช่วงแรกของกระบวนการบำบัดเพื่อนำน้ำกลับไปใช้ แต่หากพวกมันหลุดรอดไปได้ ก็อาจไปจบลงในแหล่งน้ำใช้ของพวกเราได้ (อี๋ ! )

สิ่งที่ดีที่สุดที่ควรทำคือ ห่อถุงยางอนามัยใช้แล้วด้วยกระดาษชำระหรือแม้แต่ถุงกระดาษ และทิ้งลงถังขยะ ของเหล่านี้ส่วนใหญ่ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ดังนั้น การทำแบบนี้จึงเป็นการทิ้งถุงยางอนามัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

ถุงยางอนามัยที่ดีที่สุดที่ควรใช้คือชนิดไหน

a18.gif ปัจจุบันถุงยางอนามัยบางชนิด มียาทำลายสเปิร์ม โนน็อกซินอลเคลือบอยู่ ยานี้จะทำลายเชื้อไวรัสเอดส์ด้วย ฉะนั้น ถุงยางอนามัยชนิดนี้จึงนับว่าปลอดภัยกว่าชนิดอื่น ในประเทศไทยมีถุงยางอนามัยหลากหลายรุ่น หลากหลายยี่ห้อที่มียานี้ อย่างไรก็ตามการใช้ถุงยางอนามัยธรรมดาก็ยังปลอดภัยกว่าไม่ใช้เลย แต่ควรเลือกใช้เฉพาะยี่ห้อที่มีคุณภาพดี ผลิตโดยบริษัทที่มีชื่อเสียงมายาวนาน


การใช้ถุงยางอนามัยที่มีโนน็อกซินอลเคลือบอยู่จะมีผลข้างเคียงใดหรือไม่

a18.gif  โนน็อกซินอล ได้ถูกนำมาใช้ก้นอย่างแพร่หลายสำหรับการคุมกำเนิด โดยไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงใด ๆ ดังนั้น การเอาโนน็อกซินอลมาเคลือบบนถุงยางอนามัยจึงปลอดจากผลข้างเคียงเช่นกัน อนึ่ง ความเชื่อที่ว่าการใช้ยาฆ่าเชื้ออสุจิโนน็อกซินอลในช่วงระยะเวลาใกล้ไข่สุก ถ้าเกิดพลาดพลั้ง อสุจิไปผสมไข่ได้แล้ว ทารกที่เกิดมาจะพิการแต่กำเนิดนั้น ได้มีรายงานล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ ประจำวันที่ 20 สิงหาคม 2530 ได้ให้ข้อมูลลบล้างความเชื่อดังกล่าวแล้ว ดังนั้น เชื่อได้ว่าจะใช้ได้โดยปลอดภัย

  • โนน็อกซินอล นอกจากจะฆ่าไวรัสเอดส์ได้แล้ว ยังสามารถฆ่าเชื้อเชื้อไวรัสเริม โกโนเรีย ซิฟิลิส หนองใน
  • การใช้ถุงยางอนามัยเคลือบสารฆ่าอสุจิอย่างสม่ำเสมอจะสามารถลดการเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ถึง 74.2%

ถุงยางอนามัย L. Condoms

หลักปรัชญาของถุงยางอนามัย L. Condoms คือ ต้องการผลิตถุงยาอนามัยที่ดีกว่าโดยการใช้ส่วนประกอบคุณภาพ ถุงยางอนามัย L. Condoms เลือกใช้ส่วนประกอบคุณภาพสูงเท่านั้น เช่น น้ำยางที่มีโปรตีนต่ำ นุ่ม หล่อลื่นง่าย และไม่มีสารพิษ ถุงยางอนามัยเหล่านี้ใช้น้ำยางที่มีความคงทนต่อธรรมชาติ 100% และได้รับการรับรองจาก Vegan Action ว่า ไม่มีส่วนผสมของสัตว์เจือปน ถุงยางอนามัย L. condoms ถูกคัดสรร ผลิต และจัดจำหน่ายโดยการใช้ส่วนประกอบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยังไม่เป็นการทารุณกรรมสัตว์อีกด้วย นอกจากนี้ ถุงยางอนามัย L. Condoms ยังได้รับการรับรองจาก Green America และ PETA (องค์กรอนุรักษ์สัตว์ระดับสากล) และสุดท้ายนี้ ถุงยางอนามัยเหล่านี้ผ่านมาตรฐานในเรื่องภาระการรับผิดชอบทางสิ่งแวดล้อม การแสดงออกทางสังคม และความโปร่งใสด้วย

ประเภทของถุงยางอนามัย L. Condom

ถุงยางอนามัย L. Condoms มีให้เลือกทั้งหมด 4 ประเภท ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าประเภทไหนที่เหมาะกับคุณที่สุด ลองมาดูตัวเลือกของประเภทต่าง ๆ ดังนี้ ถุงยางอนามัย L. condoms มีให้เลือกทั้งแบบประเภท "Mix It Up" หรือประเภทแบบคละแบบ Do {Each Other} Good ซึ่งเป็นที่นิยม และแบบบางเฉียบ ใน 1 กล่องจะบรรจุถุงยางอนามัย L. Condoms 12 ชิ้น และในแต่ละกล่องที่ถูกซื้อไปจะถูกส่งไปยังประเทศที่จำเป็นในแถบ Sub-Saharan Africa

  • ถุงยางอนามัย รุ่น L. Classic Condoms: ถุงยางอนามัยรุ่นนี้เป็นแบบคลาสสิกและด้านข้างจะเป็นแบบตรง มีขนาดกว้าง 2.08"/53 มม. (+/- 2 มม.) และยาว 7.48"/190 มม. (เปรียบเทียบ: ตารางเปรียบเทียบขนาดถุงยางอนามัย)
  • ถุงยางอนามัย รุ่น L. Ultra Thin Condoms: ถุงยางอนามัยรุ่นนี้เป็นชนิดบางและเรียบ บางเบาเสียจนคุณรู้สึกเหมือนว่าคุณไม่ได้ใส่ถุงยางอนามัย และช่วยลดอาการระคายเคืองและเพิ่มความเล้าโลมขณะสวมใส่ ถุงยางอนามัยรุ่น L. Ultra Thin กว้าง 2.08"/53 มม. (+/- 2 มม.)  และยาว 7.48"/190 มม.
  • ถุงยางอนามัย รุ่น L. Do {Each Other} Good Condoms: ถุงยางอนามัยรุ่นนี้มีปลายที่เป็นจุ่น ๆ เพื่อที่จะช่วยเพิ่มการเล้าโลมให้กับคู่ของคุณ และยังมีรูปทรงที่ลับเฉพาะในการเพิ่มความสนุกสนานให้กับตัวคุณ ถุงยางอนามัยรุ่น L. Do {Each Other} Good condoms กว้าง 2.08"/53 มม. (+/- 2 มม.) และยาว 7.48"/190 มม.
  • ถุงยางอนามัย รุ่น L. Large Condoms: ถุงยางอนามัยรุ่นนี้ออกแบบมาเพื่อหนุ่ม ๆ ที่ต้องการถุงยางอนามัยขนาดที่ใหญ่ขึ้นเพราะมีฐานที่มั่นคงช่วยให้สวมใส่สบายยิ่งขึ้นจากขนาดที่ใหญ่พร้อมปลอกที่ถูกขยาย ถุงยางอนามัยรุ่น L. Large condoms กว้าง 2.20"/56 มม. (+/- 2 มม.) และยาว 7.48"/190 มม.

ส่วนประกอบของถุงยางอนามัย L. Condoms

ถุงยางอนามัย L. Condoms ผลิตจากน้ำยางธรรมชาติคุณภาพสูงที่มีความคงทน ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ความนุ่มสบาย ความคงทน และยังป้องกันการตั้งครรภ์อีกด้วย มีโปรตีนที่อาจก่อให้เกิดภูมิแพ้อยู่ 13 ชนิดที่สามารถพบได้ในยางพารา (ยางธรรมชาติ) ถุงยางอนามัย L. condoms แตกต่างจากถุงยางอนามัยประเภทอื่น ๆ เพราะถุงยางอนามัยชนิดนี้ลดโปรตีนและกำจัดเคซีน (โปรตีนนม) จากยางระหว่างขั้นตอนการผลิต นอกจากนี้ ในช่วงต้นของขั้นตอนการผลิตยางยังถูกชำระล้างให้บริสุทธิ์อีกด้วย เพื่อช่วยลดกลิ่นของถุงยางอนามัยและมีสีที่ใสขึ้น

นอกจากนี้ถุงยางอนามัย L. condoms ทุกตัวยังมีสารหล่อลื่นที่อุดมไปด้วยความชุ่มชื้นที่ปราศจากกลีเซอรีนและพาราเบน เพื่อไม่ให้คุณผู้หญิงรู้สึกกังวลใจ สารหล่อลื่นตัวนี้ออกแบบมาเพื่อให้คล้ายกับร่างกายของคุณผู้หญิง ซึ่งมีสารหล่อลื่นตามธรรมชาติและไม่ผสมสารเติมแต่งที่อันตราย เช่น benzocaine หรือ nonoxynol-9 (ยาฆ่าเชื้ออสุจิที่นิยมใช้)

คุณภาพและความปลอดภัยของถุงยางอนามัย L. Condoms

ถุงยางอนามัย L. Condoms ถูกผลิตขึ้นภายใต้มาตรฐานขององค์การอาหารและยาพร้อมกลุ่มวัดคุณภาพที่ดูแลทุกขั้นตอนในการผลิต

ถุงยางอนามัย L. Condoms ผ่านกระบวนการที่เข้มงวดเพื่อให้มั่นใจว่าถุงยางอนามัยแต่ละชิ้นถูกออกแบบมาเพื่อให้ได้มาตรฐานของทั้งในและต่างประเทศ (และผ่านคุณภาพมาตรฐานของ L. ที่เข้มงวดได้) ถุงยางอนามัยแต่ละชิ้นจะถูกทดสอบแบบสามชิ้นโดยเครื่องทดสอบแบบอิเล็กทรอนิกส์ และจะผ่านน้ำและกระแสไฟฟ้า ถ้ากระแสไฟฟ้าสามารถผ่านตัวถุงยางได้ นั่นหมายความว่าถุงยางมีรู ถุงยางชิ้นนั้นจะถูกทิ้งทันที ถุงยางอนามัย L. condoms ทุกชิ้นจะต้องทำการทดสอบเพื่อยืนยันว่ามาตรฐานแรงดันอากาศและปริมาตรนั้นคงที่ การซีลตัวฟอยล์ครบถ้วนหรือไม่ และฉลากมีการระบุวันหมดอายุ น้ำหนักของสารหล่อลื่น และประเภทของสารหล่อลื่นหรือไม่ เมื่อคุณตัดสินใจเลือกใช้ถุงยางอนามัย L. Condoms คุณสามารถมั่นใจได้ว่าถุงยางอนามัยยี่ห้อนี้เป็นวิธีคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพ และยังป้องกันคุณจากการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ด้วย

เบื้องหลังของถุงยางอนามัย L. Condoms

ถุงยางอนามัย L. Condoms เป็นบริษัทที่ก่อตั้งโดยสตรีในปี 2008 โดย Talia Frenkel ผู้ที่เป็นช่างภาพข่าว

“ฉันได้ถ่ายภาพความวิบัติมากมายในชีวิตของฉัน แต่เมื่อฉันถ่ายภาพผลกระทบของ HIV/AIDS ในผู้หญิงและเด็ก ฉันรู้สึกตกใจในธรรมชาติของการป้องกันการระบาดของโรค ไม่ใช่แค่ผู้หญิงที่มีสัดส่วนที่ไม่เท่ากันในการติดเชื้อเอดส์ แต่ถุงยางอนามัยเป็นวิธีคุมกำเนิดพื้นฐานที่ผู้หญิงในแถบ Sub-Saharan Africa ขาดการเข้าถึง”

และนี่สร้างแรงบันดาลใจให้เธอสร้างถุงยางอนามัย L. Condoms เธอใช้ประโยชน์ในการกระจายถุงยางอนามัยโดยใช้หลักการที่ว่า เมื่อขายถุงยางอนามัย L. condom หนึ่งชิ้น อีกหนึ่งชิ้นจะถูกส่งต่อให้นักธุรกิจหญิงในประเทศที่กำลังพัฒนาที่จำเป็นต้องใช้ถุงยางอนามัย (ประเทศในแถบ Sub-Saharan Africa ซึ่งเป็นประเทศที่มีอัตราการระบาดของ HIV สูงที่สุดในโลก) ถ้าการซื้อถุงยางอนามัย 20 ครั้งมีการซื้อถุงยางอนามัย L. Condoms 1 ครั้ง การป้องกัน HIV ในสามประเทศที่มีการระบาดของเอดส์สูงที่สุดสามารถป้องกันได้ และนี่สามารถนำไปสู่การสิ้นสุดการแพร่กระจายของ HIV ใหม่ ๆ และเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีของคนหมู่มาก

ถุงยางอนามัย L. condoms ผลิตในสถานที่ซึ่งมีจุดยุทธศาสตร์ที่ตั้งอยู่ในประเทศมาเลเซียและเป็นผู้ผลิตยางธรรมชาติชั้นนำของโลก ถุงยางอนามัย L. Condoms ถูกบรรจุในกล่องกระดาษรีไซเคิล 100% ซึ่งพิมพ์บนหมึกที่สกัดมาจากผักและไม่มีส่วนผสมของพลาสติกและกระดาษแก้ว นอกจากนี้ วิธีใช้ถุงยางอนามัย L. Condoms ยังถูกพิมพ์ไว้ภายในตัวกล่องเพื่อประหยัดกระดาษ ส่วนตัวดีไซน์ออกแบบมาเป็นแนวมินิมอลลิสต์สีขาวดำเพื่อประหยัดน้ำหมึกและช่วยให้ตัวกล่องรีไซเคิลง่ายขึ้น ยางที่เหลือและไม่ได้ใช้ในระหว่างขั้นตอนการผลิตถุงยางอนามัย L. Condoms จะถูกรีไซเคิลและนำไปใช้เพื่อผลิตสินค้าที่ผลิตจากยางประเภทอื่น ๆ เช่น รองเท้าแตะ

คุณต้องการซื้อถุงยางอนามัย L. Condoms ใช่ไหม ?

มีหลายวิธีที่คุณสามารถเลือกซื้อถุงยางอนามัย L. Condoms ได้แก่

  • สามารถซื้อได้ในร้านค้าปลีก เช่น CVS, Target และ Whole Foods นอกจากนี้ ถุงยางอนามัยยี่ห้อนี้ยังมีขายที่ Amazon Prime อีกด้วย
  • คุณสามารถซื้อถุงยางอนามัย L. Condoms ผ่านเว็บไซต์ของบริษัท นอกจากการซื้อสินค้าแบบเดี่ยว ๆ แล้ว ตัวเว็บไซต์ยังมีทางเลือกในการซื้ออีก 3 แบบ

1. โปรแกรมการเป็นสมาชิก -- ถุงยางอนามัย L. condoms 12 แพ็กจะถูกจัดส่งในแต่ละเดือน เรามีบริการแจกของขวัญสุดพิเศษรวมอยู่ด้วย และราคาถุงยางอนามัยจะลดลงเหลือเพียง $1 ต่อชิ้น

2. บริการจัดส่งในทันที -- สำหรับอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ของ $5 คุณจะได้รับถุงยางอนามัย Ultra Thin L. Condoms 1 กล่องหรือมากกว่า (กล่องละ 12 ชิ้น) ซึ่งจะถูกจัดส่งให้ผู้ที่อาศัยอยู่ใน San Francisco, Brooklyn หรือ Manhattan จากการบริการนี้ ถุงยางอนามัย 1 ชิ้นจะถูกจัดส่งไปที่ประเทศ Uganda

3. โปรแกรมจากนักเรียนสู่นักเรียน -- ถ้าคุณเป็นสมาชิกของสมาคนนักเรียน สโมสรนักเรียน หรือบ้านพักอาศัยที่อยู่ร่วมกัน คุณสามารถลงชื่อสำหรับโปรแกรมรายเดือนที่มีการลดราคาถุงยางอนามัยได้ (ยิ่งคุณซื้อถุงยางอนามัยมากขึ้น ราคาจะยิ่งถูกลง) ในจำนวน 50, 100, และ 200 ชิ้น สำหรับทุกการสั่งซื้อ ถุงยางอนามัยหนึ่งชิ้นจะถูกบริจาคโดยชื่อของคุณเพื่อให้แก่นักเรียนในประเทศที่กำลังพัฒนา

ถุงยางอนามัยช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้จริงหรือ ?

ถุงยางอนามัยป้องกันการแพร่เชื้อ STD ได้หลายชนิด ด้วยการทําหน้าที่เป็นปราการกั้นเลือด อสุจิ สารคัดหลั่งจากช่องคลอด ซึ่งล้วนแล้วแต่มีโอกาสเป็นแหล่งเชื้อโรค ไม่ให้ส่งต่อไปยังคู่นอนในระหว่างมีเพศสัมพันธ์ เป็นเครื่องป้องกันที่มีประสิทธิภาพจากโรคเอชไอวี/เอดส์ หนองในเทียม โกโนเรีย คลามายเดีย ตลอดจนโรคไวรัสตับอักเสบ แต่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางอย่างก็แพร่ผ่านการสัมผัสผิวหนังที่มีเชื้อได้ เช่น เริ่มที่อวัยวะเพศ ซิฟิลิส และหูดหงอนไก่ ซึ่งเกิดจากไวรัส HPV

ถุงยางอนามัยช่วยปกป้องคุณจากโรคไม่พึงประสงค์ได้ดีที่สุด แม้จะป้องกันได้ไม่หมดทุกโรคก็ตาม เพราะเหตุใดถุงยางอนามัยจึงไม่ได้ผลเต็มร้อย ? ถ้าจะพูดเรื่องประสิทธิภาพของถุงยางอนามัย มีปัจจัยที่ต้องคํานึงถึงดังต่อไปนี้

  • เชื้อโรคสามารถผ่านถุงยางอนามัยได้หรือไม่
  • การแพร่เชื้อมักจะมากับสารคัดหลังจากช่องคลอดหรือองคชาตใช่หรือไม่
  • การใช้ถุงยางอนามัยถูกต้องหรือไม่ ถุงยางปริ แตก รั่ว หรือเลื่อนหลุดหรือไม่

ถุงยางอนามัยจะช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อได้ ตราบเท่าที่ของเหลวหรือบริเวณที่ปนเปื้อนเชื้อถูกคั่นแบ่งด้วยถุงยางอนามัย ไม่เช่นนั้น ถุงยางอนามัยก็ช่วยอะไรไม่ได้ ดังเช่น กรณีออรัลเซ็กส์และเยื่อบุช่องปากที่สัมผัสบริเวณอวัยวะเพศหรือสารคัดหลั่ง ผิวหนังที่มีเชื้อก็อาจติดโรค STD บางชนิดได้

คําแนะนําที่น่าจะเป็นประโยชน์

  • ถุงยางอนามัยที่ทําจากลาเท็กซ์หรือโพลียูริเทนมีคุณสมบัติปกป้องได้เหนือกว่าถุงยางอนามัยธรรมชาติที่ทําจากหนังแกะ ซึ่งจะมีรูขนาดใหญ่กว่า เชื้อโรคบางชนิดสามารถผ่านได้
  • เมื่อสวมถุงยางอนามัย ต้องคลุมองคชาตทั้งลํา และสวมตั้งแต่ก่อนร่วมเพศไปจนสิ้นสุดกระบวนการ จากนั้นค่อย ๆ ถอดออกอย่างระมัดระวัง อย่าให้รั่วหรือแตก หากใช้เป็นประจํา โอกาสผิดพลาดจะน้อย
  • สวมถุงยางอนามัยใหม่ทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ หลังจากหลั่งแล้ว ต้องถอดออกด้วยความระมัดระวังทันที
  • ใช้สารหล่อลื่นสูตรน้ำเพื่อช่วยไม่ให้ถุงยางอนามัยแตก แต่อย่าใช้น้ำมันหรือวาสลีน เพราะจะทําให้ถุงยางอนามัยอ่อนตัวลงและแตกง่าย
  • เก็บรักษาถุงยางอนามัยใหม่ในที่เย็นและแห้ง นั่นหมายความว่า ถุงยางอนามัยเก่าเก็บที่พกในกระเป๋าสตางค์ของคุณเป็นปีนั้นอาจเสื่อมสภาพไปแล้ว

ถ้าคุณอยากฟังเหตุผลอื่น ๆ ที่สนับสนุนการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย นี่เป็นความรู้ที่คุณอาจไม่ทราบมาก่อน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางชนิด รักษายากหรือเป็นแล้วไม่มีวันหายขาด ขณะนี้เรายังไม่มีวิธีรักษาโรคเอชไอวี/เอดส์ ให้หายขาดได้ แต่คุณจะแปลกใจถ้าได้รู้ว่าปัจจุบันวงการแพทย์มีความกังวลต่อเชื้อหนองในเทียมสายพันธุ์ที่ดื้อยาปฏิชีวนะแทบทุกชนิด ขณะเดียวกันก็เริ่มเป็นโรคที่เราควบคุมอาการได้ แต่ก็ไม่สามารถรักษาให้หายขาด โรคหูดหงอนไก่เกิดจากเชื้อไวรัส HPV และสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็ง มีผู้ป่วยบางรายแม้รักษาเป็นปี ๆ ก็ไม่หาย

บทสรุปของหมอเบซเซอร์

หากคุณยังมีกิจกรรมทางเพศ ถุงยางอนามัยคืออุปกรณ์ที่ดีที่สุดในการป้องกันคุณจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และเอชไอวี แต่ไม่ใช่จะปลอดภัยเต็มร้อย เพราะถึงจะใช้อย่างถูกต้อง ถุงยางอนามัยก็ไม่สามารถป้องกันเริม หูดหงอนไก่ และซิฟิลิสได้ และหากถุงยางอนามัยแตก ผลก็เท่ากับไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัย คนที่มีคู่นอนหลายคน แม้คุณจะใช้ถุงยางอนามัยเสมอ แต่คําแนะนําสําหรับคุณก็คือ ต้องตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจํา

 หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์และอยากอ่านเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มเติม สามารถสนับสนุนผู้แต่ง นายแพทย์ริชาร์ด เบซเซอร์ โดยการซื้อหนังสือ “ความจริงจากหมอไขข้อกังขาปัญหาสุขภาพ”


ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่