มะเร็งและโรคร้าย

เปรียบเทียบโรคหนองในแท้หรือโรคหนองในเทียมต่างกันอย่างไร สาเหตุ อาการ และวิธีรักษา

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
Istock 905599190 %281%29

โรคหนองในเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้มากที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งมีระยะการฟักตัวของโรคค่อนข้างสั้น และสามารถแพร่กระจายโรคได้อย่างรวดเร็ว แต่เชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่สงสัยว่าโรคหนองในแท้และหนองในเทียมต่างกันอย่างไร ซึ่งเราจะมาไขความกระจ่างโดยเปรียบเทียบให้เข้าใจดังต่อไปนี้

ลักษณะโรคหนองใน

  • โรคหนองในแท้ เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่มีระยะการฟักตัวสั้น และสามารถก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่น การตั้งครรภ์นอกมดลูก เป็นหมัน หรืออาการอักเสบในอุ้งเชิงกราน เป็นต้น
  • โรคหนองในเทียม เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เช่นกัน และสามารถติดต่อผ่านทางการทำรักด้วยปาก หรือที่เรียกกันว่าออรัลเซ็กซ์ (Oral Sex) นั่นเอง โดยมีการติดเชื้อที่ไม่ใช่กลุ่มโกโนเรียเหมือนกับโรคหนองในแท้

สาเหตุของโรคหนองใน

  • โรคหนองในแท้ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Neisseria gonorrhea มีลักษณะของเชื้อเป็นรูปร่างค่อนข้างกลม โดยอยู่กันเป็นคู่ๆ ที่หันด้านเว้าเข้าหากัน คล้ายกับเมล็ดถั่วหรือเมล็ดกาแฟ เมื่อนำมาย้อมสีแกรมติดสีแดงจะเรียกว่า diplococcic
  • โรคหนองในเทียม เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Chlamydia trachomatis ซึ่งมักจะไม่ค่อยปรากฏอาการให้เห็นอย่างชัดเจน แต่กลับทำลายระบบอวัยวะสืบพันธุ์ของผู้หญิงอย่างยิ่ง ส่งผลให้ประสบกับปัญหาภาวะมีบุตรยาก ส่วนผู้ชายอาจจะมีอาการมีน้ำที่คล้ายกับหนองไหลออกมาจากอวัยวะเพศ

ลักษณะการติดต่อทางเพศสัมพันธ์

  • โรคหนองในแท้ มีระยะการฟักตัวของโรคประมาณ 1 – 10 วัน แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีการฟักตัวภายใน 5 วัน และเป็นโรคภายใน 7 วัน
  • โรคหนองในเทียม มีระยะการฟักตัวของโรคนานกว่าโรคหนองในแท้ นั่นคือมากกว่า 10 วันขึ้นไป แต่ปัจจุบันในบางกรณีอาจพบว่าไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป

อาการของโรคหนองใน

โรคหนองในแท้ สามารถแบ่งลักษณะอาการได้ 3 ลักษณะ ดังนี้

1. ผู้ชาย หากมีประวัติการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยภายใน 1 สัปดาห์ก่อนหน้านั้น จะมีอาการปัสสาวะแสบขัด และมีหนองสีขาวขุ่นข้นไหลออกมาจากท่อปัสสาวะ อีกทั้งยังสามารถติดต่อผ่านทางการทำรักด้วยปาก (Oral Sex) ถ้าคู่นอนมีเชื้อนี้ในลำคอ ซึ่งในระยะแรกๆ หนองอาจจะไม่ขุ่นเท่าไร แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษาตะทำให้หนองขุ่นขึ้น หรือหนองอาจจะมีปริมาณลดลงแล้วเกิดการลุกลามอักเสบไปยังบริเวณใกล้เคียง จนทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างเช่นต่อมลูกหมากอักเสบหรืออัณฑะอักเสบ และกลายเป็นหมันในที่สุด

2. ผู้หญิง จะมีอาการปัสสาวะแสบขัด มีตกขาวปริมาณมากและมีกลิ่นเหม็นรุนแรง เกิดการอักเสบที่ปากมดลูกและท่อปัสสาวะ หากไม่ได้รับการรักษาจะทำให้โรคลุกลามจนก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างเช่นอาการอักเสบในอุ้งเชิงกราน เป็นฝีบวมโต ปีกมดลูกอักเสบ ต่อมบาร์โธลินอักเสบ ภาวะอุดตันในท่อรังไข่ ส่งผลให้เป็นหมันหรือมีการตั้งครรภ์นอกมดลูก

3. ทารกแรกเกิด เด็กทารกที่เพิ่งเกิดสามารถติดเชื้อโรคหนองในแท้จากมารดาที่เป็นโรคนี้ โดยเชื้อโรคชนิดนี้จะเข้าตาเด็กในขณะที่เด็กกำลังคลอดออกมาทางช่องคลอด จึงทำให้มีการติดเชื้อแล้วเกิดอาการตาอักเสบและมีหนอง ซึ่งถ้าไม่ได้รับการรักษาทันทีจะเสี่ยงต่อการตาบอดได้

โรคหนองในเทียม สามารถแบ่งลักษณะอาการได้ 2 ลักษณะ ดังนี้

1. ผู้ชาย จะมีอาการของโรคล่าช้ากว่าโรคหนองในแท้ กล่าวคือ ประมาณ 1 – 3 สัปดาห์ หลังจากที่มีเพศสัมพันธ์หรือสัมผัสกับเชื้อโรคชนิดนี้ อาการในระยะแรกอาจจะมีแค่เพียงรู้สึกคันที่ท่อปัสสาวะ หรือมีน้ำใสๆ ต่อมาจะเริ่มข้นขึ้นแล้วไหลออกมาทางท่อปัสสาวะ โดยหนองของโรคนี้จะไม่ข้นเท่าหนองในแท้ แต่ในปัจจุบันทั้งสองโรคนี้มักจะเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน ซึ่งผู้ป่วยหนองในแท้มากกว่า 20% จะมีหนองในเทียมร่วมด้วย และหากไม่ได้รับการรักษาจะทำให้มีการลุกลามไปยังบริเวณอวัยวะใกล้เคียงได้

2. ผู้หญิง อาจจะไม่มีอาการแสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน แต่มีแค่เพียงอาการคันและมีตกขาว ซึ่งทำให้ยากต่อการตรวจวินิจฉัยโรคและการรักษา

การตรวจหารอยโรคทางห้องปฏิบัติการ

  • โรคหนองในแท้ สำหรับผู้ชายจะใช้วิธีป้ายหนองจากท่อปัสสาวะ ส่วนผู้หญิงจะป้ายจากช่องคลอด เพื่อนำไปส่งตรวจด้วยย้อมสีและเพาะหาเชื้อแบคทีเรีย Neisseria gonorrhea ซึ่งถ้าเจอเชื้อที่ไม่ใช่หนองในแท้ก็อาจจะเจอเซลล์ที่เรียกกันว่า clue cell และควรตรวจหาเอดส์กับซิฟิลิสร่วมด้วย
  • โรคหนองในเทียม ใช้วิธีการตรวจเช่นเดียวกับหนองในแท้ แต่จะมีการตรวจพิเศษทางห้องปฏิบัติการเพิ่มอีกด้วย

การรักษาโรคหนองใน

  • โรคหนองในแท้ ในอดีตจะใช้วิธีการรักษาด้วยการฉีดยาเพนนิซิลินหรือยากลุ่มเซฟาโลสปอรินเข้ากล้ามเนื้อ แต่ปัจจุบันจะใช้เซฟาโลสปอรินเป็นยาฉีด และมียารับประทานในกลุ่ม azithromycin ciprofloxacin และ Norfloxacin
  • โรคหนองในเทียม ยาที่ใช้รักษาหนองในแท้บางตัวจะไม่สามารถรักษาโรคหนองในเทียมได้ จึงต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะกลุ่ม doxycyclin azithromycin และยากลุ่มควิโนโลน ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาในการรักษาค่อนข้างนาน โดยเฉพาะเชื้อที่ดื้อยาหรือเกิดการลุกลามไปยังต่อมลูกหมากหรืออัณฑะ

การป้องกันโรคหนองในไมว่าจะเป็นหนองในแท้หรือหนองในเทียม วิธีที่ดีที่สุดคือควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ และไม่ควรเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคนี้ จะช่วยลดการแพร่กระจายและปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคได้เป็นอย่างดี

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่