Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

ปัสสาวะแสบขัด (Dysuria)

ปัสสาวะแสบขัดเกิดจากอะไร? มีอาการอย่างไร? อันตรายไหม? มีการรักษาและป้องกันอย่างไรบ้าง?
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,286,199 คน

ปัสสาวะแสบขัด (Dysuria)

หลายคนคงเคยมีอาการ ปัสสาวะแสบขัด หรือเจ็บแสบเวลาปัสสาวะออกมา ซึ่งเป็นอาการที่รบกวนชีวิตประจำวัน จนบางครั้งทำเอาเราขยาดการเข้าห้องน้ำไปเลย อาการปัสสาวะแสบขัดนั้นเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย และสาเหตุส่วนมากมักเกิดจากการอักเสบในทางเดินปัสสาวะหรือในช่องคลอด ถึงแม้จะเป็นอาการที่พบได้บ่อยๆ แต่หากปล่อยไว้ไม่รักษา ก็อาจนำไปสู่ความผิดปกติที่รุนแรงได้

อาการที่มาพร้อมกับปัสสาวะแสบขัด

หลายครั้งอาการปัสสาวะแสบขัดมักไม่ได้เกิดขึ้นเดี่ยวๆ แต่จะมาพร้อมกับอาการอื่นๆ ที่บ่งชี้ถึงโรคหรือความผิดปกติด้วย ตัวอย่างเช่น ทางเดินปัสสาวะอักเสบใน เช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ท่อปัสสาวะอักเสบ กรวยไตอักเสบ จะพบอาการปัสสาวะแสบขัด ร่วมกับอาการต่อไปนี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
รู้ตัวว่าเสี่ยงอย่ามัวกังวล ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ให้รู้ผลกันไปเลย

ตรวจความเสี่ยงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น HIV ไวรัสตับอักเสบบี ซิฟิลิส เริ่มต้นที่ 518 บาท

Istock 500358904
  • ปวดปัสสาวะบ่อย แต่ปัสสาวะออกมาทีละน้อย
  • ปัสสาวะขุ่น และมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ
  • บางครั้งอาจพบเลือดปนในปัสสาวะ
  • เจ็บท้องน้อย หรือบางครั้งปวดไปถึงหลังและเอว
  • มีไข้สูง หนาวสั่น พบบ่อยในผู้ที่เป็นกรวยไตอักเสบ
  • บางครั้งอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน
  • มีของเหลวคล้ายตกขาวออกมาจากท่อปัสสาวะ

แต่หากสาเหตุมาจาก การอักเสบในช่องคลอดหรืออุ้งเชิงกราน ซึ่งพบในเพศหญิง จะมีอาการปัสสาวะแสบขัด ร่วมกับอาการต่อไปนี้

  • รู้สึกแสบคันที่อวัยวะเพศ
  • เมื่อมีเพศสัมพันธ์จะรู้สึกเจ็บมาก
  • มีตกขาวผิดปกติ เช่น มีสีคล้ำ สีเขียวเหลือง หรือขุ่นและเหนียวคล้ายแป้งเปียก และตกขาวมีกลิ่นผิดปกติ

สาเหตุของปัสสาวะแสบขัด

สาเหตุของอาการปัสสาวะแสบขัดที่พบบ่อย ได้แก่

  • มีการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ (Urinary tract infection)

เป็นสาเหตุของอาการปัสสาวะแสบขัดที่พบได้บ่อยที่สุด โดยมักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ไต กรวยไต กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ ซึ่งการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะสามารถพบได้ทุกเพศทุกวัย แต่มักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และพบในผู้สูงอายุมากกว่าคนหนุ่มสาว นอกจากนี้ ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ได้แก่ โรคเบาหวาน การตั้งครรภ์ การใช้สายสวนปัสสาวะ เป็นต้น

  • มีนิ่วในทางเดินปัสสาวะ (Urolithiasis)

นิ่วในทางเดินปัสสาวะนั้น เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย โดยตำแหน่งที่เกิดนิ่วมากที่สุด คือ ที่ไต โรคนิ่วไตเป็นโรคที่คนไทยเป็นกันมาก โดยเฉพาะคนอายุ 30 – 70 ปี ซึ่งหากก้อนนิ่วมีขนาดใหญ่ จะทำให้เกิดอาการปัสสาวะแสบขัด ร่วมกับปวดท้องน้อยร้าวไปถึงสีข้าง นอกจากนี้ ผู้ป่วยที่ได้รับการนำนิ่วออกแล้ว ก็มีโอกาสสูงที่จะเกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะได้ใหม่

  • มีการติดเชื้อในช่องคลอดหรืออุ้งเชิงกราน

เป็นโรคที่พบเฉพาะในเพศหญิง โดยสาเหตุหลักมักมาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และเชื้อพยาธิ เช่น Candida albicans และ Trichomonas vaginalis  ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดการติดเชื้อเหล่านี้ คือ การรักษาสุขอนามัยไม่ดีพอ เชื้อปนเปื้อนมาจากทวารหนัก หรือติดจากการมีเพศสัมพันธ์  

  • เกิดการระคายเคืองที่อวัยวะเพศ

ความระคายเคือง เกิดขึ้นได้เมื่อมีการเสียดสีที่อวัยวะเพศและปากทางท่อปัสสาวะ เช่น การมีเพศสัมพันธ์ การปั่นจักรยาน เป็นต้น 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
รู้ตัวว่าเสี่ยงอย่ามัวกังวล ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ให้รู้ผลกันไปเลย

ตรวจความเสี่ยงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น HIV ไวรัสตับอักเสบบี ซิฟิลิส เริ่มต้นที่ 518 บาท

Istock 500358904
  • สาเหตุอื่นๆ

เช่น เป็นผลจากยาบางชนิด มีเนื้องอกในทางเดินปัสสาวะ เป็นมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ และมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบน้อยมาก

ภาวะแทรกซ้อนของอาการปัสสาวะแสบขัด

อาการปัสสาวะแสบขัดที่เกิดจากสาเหตุต่างๆ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ เช่น

  • ผู้ที่มีการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ อาจติดเชื้อลุกลามไปที่ไตและไปยังทั่วร่างกาย กลายเป็นการติดเชื้อในกระแสเลือดได้ ซึ่งพบได้บ่อยในผู้สูงอายุที่ร่างกายอ่อนแอ
  • ผู้ป่วยโรคนิ่วไตที่ไม่ได้รับการรักษา หรือเป็นนิ่วซ้ำบ่อยๆ อาจทำให้ไตบาดเจ็บเรื้อรัง จนกลายเป็นโรคไตเรื้อรัง (Chronic kidney disease) ได้
  • ผู้หญิงตั้งครรภ์ที่มีการติดเชื้อในช่องคลอด อาจส่งผลให้ทารกคลอดก่อนกำหนดได้

การรักษาอาการปัสสาวะแสบขัด

แนวทางการรักษาจะแบ่งเป็น การรักษาตามอาการ และ การรักษาที่สาเหตุ

การรักษาตามอาการ 

  • รับประทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล และไอบูโพรเฟน เพื่อบรรเทาอาการเจ็บแสบขณะปัสสาวะ อาการเจ็บท้อง และลดไข้
  • ดื่มน้ำมากๆ เพื่อเพิ่มปริมาณปัสสาวะ และเพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ

การรักษาที่สาเหตุ 

  • หากมีการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะและในช่องคลอด ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรีย แพทย์จะให้รับประทานยาปฏิชีวนะเพื่อกำจัดเชื้อ แต่หากมีการติดเชื้อรา แพทย์จะให้ยาต้านเชื้อรา ซึ่งมีทั้งประเภทยารับประทานและยาเหน็บ
  • หากเป็นโรคนิ่วไต และก้อนนิ่วมีขนาดใหญ่ จะต้องทำการสลายนิ่วหรือผ่าตัดเพื่อนำก้อนนิ่วออก

การป้องกันอาการปัสสาวะแสบขัด

  • ดื่มน้ำมากๆ เพื่อให้ปัสสาวะมีความเจือจาง จะช่วยป้องกันการเกิดนิ่วที่ไต และการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะได้
  • หลีกเลี่ยงการกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน
  • ดูแลสุขอนามัยของอวัยวะเพศให้ดี สำหรับผู้หญิง หลังขับถ่ายให้เช็ดทำความสะอาดจากด้านหน้าไปด้านหลัง และพยายามไม่ให้อวัยวะเพศอับชื้น
  • การมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย โดยการสวมถุงยางอนามัย จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในช่องคลอดได้ 

ที่มาของข้อมูล

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป