มะเร็งและโรคร้าย

โรคหนองใน มีอาการอย่างไร

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ส.ค. 4, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 9 นาที
โรคหนองใน มีอาการอย่างไร

โรคหนองในเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้มากที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งมีระยะการฟักตัวของโรคค่อนข้างสั้น และสามารถแพร่กระจายโรคได้อย่างรวดเร็ว แต่เชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่สงสัยว่าโรคหนองในแท้และหนองในเทียมต่างกันอย่างไร ซึ่งเราจะมาไขความให้กระจ่างโดยเปรียบเทียบให้เข้าใจดังต่อไปนี้

ลักษณะโรคหนองใน

  • โรคหนองในแท้ เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่มีระยะการฟักตัวสั้น และสามารถก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่น การตั้งครรภ์นอกมดลูก เป็นหมัน หรืออาการอักเสบในอุ้งเชิงกราน เป็นต้น
  • โรคหนองในเทียม เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เช่นกัน และสามารถติดต่อผ่านทางการทำรักด้วยปาก หรือที่เรียกกันว่าออรัลเซ็กซ์ (Oral Sex) นั่นเอง โดยมีการติดเชื้อที่ไม่ใช่กลุ่มโกโนเรียเหมือนกับโรคหนองในแท้

สาเหตุของโรคหนองใน

  • โรคหนองในแท้ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Neisseria gonorrhea มีลักษณะของเชื้อเป็นรูปร่างค่อนข้างกลม โดยอยู่กันเป็นคู่ ๆ ที่หันด้านเว้าเข้าหากันคล้ายกับเมล็ดถั่วหรือเมล็ดกาแฟ เมื่อนำมาย้อมสีแกรมติดสีแดงจะเรียกว่า diplococcic
  • โรคหนองในเทียม เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Chlamydia trachomatis ซึ่งมักจะไม่ค่อยปรากฏอาการให้เห็นอย่างชัดเจน แต่กลับทำลายระบบอวัยวะสืบพันธุ์ของผู้หญิงอย่างยิ่ง ส่งผลให้ประสบกับปัญหาภาวะมีบุตรยาก ส่วนผู้ชายอาจมีอาการมีน้ำคล้ายหนองไหลออกมาจากอวัยวะเพศ

ลักษณะการติดต่อทางเพศสัมพันธ์

  • โรคหนองในแท้ มีระยะการฟักตัวของโรคประมาณ 1 – 10 วัน แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีการฟักตัวภายใน 5 วัน และเป็นโรคภายใน 7 วัน
  • โรคหนองในเทียม มีระยะการฟักตัวของโรคนานกว่าโรคหนองในแท้ นั่นคือมากกว่า 10 วันขึ้นไป แต่ปัจจุบันในบางกรณีอาจพบว่าไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป

อาการของโรคหนองใน

โรคหนองในแท้ สามารถแบ่งลักษณะอาการได้ 3 ลักษณะ ดังนี้

1. ผู้ชาย หากมีประวัติมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยภายใน 1 สัปดาห์ก่อนหน้านั้น จะมีอาการปัสสาวะแสบขัด และมีหนองสีขาวขุ่นข้นไหลออกมาจากท่อปัสสาวะ อีกทั้งยังสามารถติดต่อผ่านทางการทำรักด้วยปาก (Oral Sex) ถ้าคู่นอนมีเชื้อนี้ในลำคอ ซึ่งในระยะแรก ๆ หนองอาจจะไม่ขุ่นเท่าไร แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษาจะทำให้หนองขุ่นขึ้น หรือหนองอาจจะมีปริมาณลดลงแล้วเกิดการลุกลามอักเสบไปยังบริเวณใกล้เคียง จนทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ต่อมลูกหมากอักเสบหรืออัณฑะอักเสบ และกลายเป็นหมันในที่สุด

2. ผู้หญิง จะมีอาการปัสสาวะแสบขัด มีตกขาวปริมาณมากและมีกลิ่นเหม็นรุนแรง เกิดการอักเสบที่ปากมดลูกและท่อปัสสาวะ หากไม่ได้รับการรักษาจะทำให้โรคลุกลามจนก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น อาการอักเสบในอุ้งเชิงกราน เป็นฝีบวมโต ปีกมดลูกอักเสบ ต่อมบาร์โธลินอักเสบ ภาวะอุดตันในท่อรังไข่ ส่งผลให้เป็นหมันหรือตั้งครรภ์นอกมดลูก

3. ทารกแรกเกิด เด็กทารกที่เพิ่งเกิดสามารถติดเชื้อโรคหนองในแท้จากมารดาที่เป็นโรคนี้ โดยเชื้อโรคชนิดนี้จะเข้าตาเด็กในขณะที่เด็กกำลังคลอดออกมาทางช่องคลอด จึงทำให้เกิดการติดเชื้อแล้วมีอาการตาอักเสบและมีหนอง ซึ่งถ้าไม่ได้รับการรักษาทันทีจะเสี่ยงต่อการตาบอดได้

โรคหนองในเทียม สามารถแบ่งลักษณะอาการได้ 2 ลักษณะ ดังนี้

1. ผู้ชาย จะมีอาการของโรคล่าช้ากว่าโรคหนองในแท้ กล่าวคือ ประมาณ 1 – 3 สัปดาห์หลังจากที่มีเพศสัมพันธ์หรือสัมผัสกับเชื้อโรคชนิดนี้ อาการในระยะแรกอาจจะมีเพียงรู้สึกคันที่ท่อปัสสาวะ หรือมีน้ำใส ๆ ต่อมาจะเริ่มข้นขึ้นแล้วไหลออกมาทางท่อปัสสาวะ โดยหนองของโรคนี้จะไม่ข้นเท่าหนองในแท้ แต่ในปัจจุบันทั้งสองโรคนี้มักจะเกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน ซึ่งผู้ป่วยหนองในแท้มากกว่า 20% จะมีหนองในเทียมร่วมด้วย และหากไม่ได้รับการรักษาจะทำให้เกิดการลุกลามไปยังบริเวณอวัยวะใกล้เคียงได้

2. ผู้หญิง อาจจะไม่มีอาการแสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน มีเพียงอาการคันและมีตกขาว ซึ่งทำให้ยากต่อการตรวจวินิจฉัยโรคและการรักษา

การตรวจหารอยโรคทางห้องปฏิบัติการ

  • โรคหนองในแท้ สำหรับผู้ชายจะใช้วิธีป้ายหนองจากท่อปัสสาวะ ส่วนผู้หญิงจะป้ายจากช่องคลอด เพื่อนำไปส่งตรวจด้วยการย้อมสีและเพาะหาเชื้อแบคทีเรีย Neisseria gonorrhea ซึ่งถ้าเจอเชื้อที่ไม่ใช่หนองในแท้ก็อาจจะเจอเซลล์ที่เรียกกันว่า clue cell และควรตรวจหาเอดส์กับซิฟิลิสร่วมด้วย
  • โรคหนองในเทียม ใช้วิธีการตรวจเช่นเดียวกับหนองในแท้ แต่จะมีการตรวจพิเศษทางห้องปฏิบัติการเพิ่มอีกด้วย




 


การรักษาโรคหนองใน

  • โรคหนองในแท้ ในอดีตจะใช้วิธีการรักษาด้วยการฉีดยาเพนนิซิลินหรือยากลุ่มเซฟาโลสปอรินเข้ากล้ามเนื้อ แต่ปัจจุบันจะใช้เซฟาโลสปอรินเป็นยาฉีด และให้ยาปฏิชีวนะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ พร้อมกับแนะนำให้ผู้ป่วยไปพบแพทย์
    1. เซฟิซีม (Cefixime) 400 มก. ครั้งเดียว
    2. ซีฟาคลอร์ (Cefaclor) ขนาด 1 กรัม ครั้งเดียว
    3. เอซิโธรมัยชิน (Azithromycin) 1 กรัม ครั้งเดียว
    4. ไซโปรฟล็อกซาชิน (Ciprofloxacin) 500 มก. ครั้งเดียว
    5. โอฟล็อกซาชิน (Ofloxacin) 400 มก. ครั้งเดียว
    6. ลีโวฟล็อกซาชิน (Levofloxacin) 250 มก. ครั้งเดียว
  • โรคหนองในเทียม ยาที่ใช้รักษาหนองในแท้บางตัวจะไม่สามารถรักษาโรคหนองในเทียมได้ จึงต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะกลุ่ม doxycyclin azithromycin และยากลุ่มควิโนโลน ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาในการรักษาค่อนข้างนาน โดยเฉพาะเชื้อที่ดื้อยาหรือเกิดการลุกลามไปยังต่อมลูกหมากหรืออัณฑะ ควรให้ยาเบื้องต้นโดยเลือกยาชนิดใดชนิดหนึ่งและแนะนำให้พบแพทย์ต่อไป
    1. อิริโธรมัยชิน (Erythromycin) 500 มก. วันละ 4 ครั้งติดต่อกัน 10 วัน (ได้ผลน้อยกว่า เอซิโธรมัยชิน (Azithromycin) และด็อกชิซัยคลิน (Doxycycline)
    2. ด็อกชิซัยคลิน ครั้งละ 10 มก. วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ติดต่อกันนาน 10 วัน
    3. เอซิโธรมัยชิน 1 กรัม ครั้งเดียว ได้ผล 95%
    4. โอฟล็อกซาซิน (Ofloxacin) 400 มก. วันละ 2 ครั้ง ติดต่อกัน 7 วัน

การพยาบาล

ให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับผู้ป่วย ร่วมกับการประคับประคองด้านจิตใจทั้งในระยะการตรวจวินิจฉัยและการรักษาโรค วิธีการป้องกันการติดโรคซ้ำ ดูแลผู้ป่วยเพื่อลดความเจ็บปวด โดยให้รับประทานยาแก้ปวดและยาปฏิชีวนะตามแผนการรักษาประคบแผลด้วยน้ำเกลือ ดูแลให้พักผ่อนอย่างเพียงพอ และป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ เน้นการทำความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศ การรับประทานยาให้ครบถ้วนและถูกต้องตามที่แพทย์สั่ง และการมาตรวจตามนัด

การป้องกันโรคหนองในไม่ว่าจะเป็นหนองในแท้หรือหนองในเทียม วิธีที่ดีที่สุดคือควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ และไม่ควรเปลี่ยนคู่นอนบ่อย ๆ โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคนี้ จะช่วยลดการแพร่กระจายและปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคได้เป็นอย่างดี

การป้องกันโรคหนองในเทียม

สามารถป้องกันโรคหนองในเทียมจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ถูกสุขลักษณะ ได้แก่

  • ใช้ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ทางอวัยวะเพศหรือทางทวารหนัก
  • ใช้ถุงยางอนามัยสำหรับผู้ชายหรือถุงครอบปาก (dental dam) ซึ่งมีลักษณะเป็นยางบาง ๆ รูปสี่เหลี่ยมสำหรับผู้หญิงเมื่อมีเพศสัมพันธ์ทางปาก
  • ควรตรวจอย่างละเอียดว่าได้ล้างเซ็กส์ทอย (sextoy) หรือเปลี่ยนถุงยางอนามัยที่ใช้กับเซ็กส์ทอยแล้วก่อนใช้กับคนใหม่ และการลดจำนวนคู่นอนก็สามารถหลีกเลี่ยงโรคหนองในเทียมได้

หนองในไม่ได้เป็นแค่ที่อวัยวะเพศอย่างเดียว เป็นในปากก็ได้

โรคหนองในในคอเกิดขึ้นได้อย่างไร

                ผู้คนส่วนใหญ่มักจะเชื่อกันว่า หากเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ก็น่าจะมีการติดต่อที่อวัยวะเพศอย่างเดียวเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงโรคหนองในสามารถติดต่อทางปากได้อีกด้วย โดยเรียกกันว่า “โรคหนองในในคอ” อันเนื่องมาจากการร่วมเพศทางปากหรือทำออรัลเซ็กส์ให้กับคู่นอน จะพบได้ในหญิงรักชายและชายรักชาย ซึ่งจะติดต่อทางอวัยวะเพศสู่ปากหรือปากสู่อวัยวะเพศได้อย่างง่ายดาย โดยเชื้อจะแพร่ลงสู่ลำคอ

 

อาการทั่วไปของโรคหนองในในคอ

                หากมีการติดต่อทางปากก็มักจะพบว่าผู้ป่วยเป็นผู้ชาย ซึ่งมีระยะการฟักตัวของโรคประมาณ 2 – 14 วัน และจะเริ่มมีอาการ 4 – 6 วันหลังจากติดเชื้อ แต่จะไม่แสดงอาการทางปาก 90% แล้วมีอาการเจ็บคอ 10% โดยในผู้ชายจะมีอาการปวดแสบปวดร้อนหรือปัสสาวะขัด มีหนองไหลออกมา หากเป็นหนองในแท้จะมีหนองเป็นสีขุ่นเหลืองหรือคล้ายเส้นก๋วยเตี๋ยว แต่ก็มีผู้ชายประมาณ 10% ที่ยังคงไม่มีอาการ

สำหรับผู้หญิงในระยะแรกมักจะไม่มีอาการใด ๆ แสดงออกมา เมื่อผ่านไปสักระยะหนึ่งอาจมีตกขาวปริมาณมากเป็นสีเหลืองหรือสีเขียว มีกลิ่นเหม็น แต่ไม่มีอาการคัน โดยอาจจะมีอาการปวดในอุ้งเชิงกราน และอาจมีอาการปวดท้องน้อย ซึ่งบางรายอาจมีอาการไข้สูงร่วมด้วย อีกทั้งยังพบว่ามีผู้หญิงประมาณ 50% ที่ไม่มีอาการ แต่ยังคงสามารถแพร่เชื้อติดต่อคู่นอนได้เมื่อมีเพศสัมพันธ์

 นอกจากนี้ถ้าเชื้อลามขึ้นไปสู่ตาจะพบว่าดวงตามีหนองไหล หรือหากปล่อยปละละเลยโดยรักษาไม่หายแล้วปล่อยให้เป็นเรื้อรัง อาจทำให้แพร่กระจายไปตามส่วนต่าง ๆ ซึ่งมีผลต่อข้อและลิ้นหัวใจ อีกทั้งบางกรณียังพบภาวะมีบุตรยากหรือกระดูกเชิงกรานอักเสบ

 การตรวจหาเพื่อวินิจฉัยโรค

การตรวจเพื่อวินิจฉัยว่าเป็นโรคหนองในในคอหรือไม่นั้น หากจะวิเคราะห์เพียงแค่อาการที่ปรากฏอาจจะยังไม่ชัดเจน แต่ควรใช้การวิเคราะห์จากผลของห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ร่วมด้วย

  • การย้อมเชื้อ ถึงจะเป็นวิธีที่ทำได้แต่ก็ไม่สามารถสรุปได้ถึง 50% เพราะในลำคอจะพบเชื้อหนองในได้น้อยมาก อีกทั้งยังพบเชื้อโรคที่มีรูปร่างเหมือนหนองในจากบริเวณนี้อีกมายมากจนอาจแยกไม่ออก
  • การเพาะเชื้อ เป็นวิธีที่แม่นยำที่สุด สามารถเข้ารับการตรวจได้ที่ศูนย์กามโรคของกรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข หน่วยกามโรคของโรงพยาบาลรัฐและโรงพยาบาลเอกชนที่มีมาตรฐานสูงเท่านั้น

การรักษาโรคหนองในในคอ

ควรไปพบแพทย์เมื่อไม่มั่นใจหรือมีอาการที่น่าจะเป็นโรคหนองในในคอ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาด้วยวิธีการที่ถูกต้อง โดยไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง เพราะเสี่ยงต่อการได้รับยาที่ไม่ถูกกับเชื้อโรคและอาจทำให้เชื้อดื้อยาได้

วิธีป้องกันโรคหรือกลับมาเป็นซ้ำ

  • สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์กับคนที่ไม่ใช่คู่นอน หรือไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นโรคหนองในหรือไม่ และสวมด้วยวิธีที่ถูกต้อง
  • ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย และควรมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนของตนเพียงเท่านั้น หรือหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ทางปาก
  • หลังการขับถ่ายจะต้องทำความสะอาดให้ดี โดยผู้หญิงควรใช้กระดาษชำระเช็ดจากด้านหน้าไปทางด้านหลังเท่านั้น
  • หากพบว่าเป็นโรคหนองในจะต้องงดการมีเพศสัมพันธ์ทันที และควรให้คู่นอนได้รับการรักษาควบคู่กันไปด้วย
  • รับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

โรคข้ออักเสบติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์หรือเชื้อหนองใน

โรคข้ออักเสบติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์เป็นโรคที่พบได้บ่อยโรคหนึ่ง  เนื่องจากข้อติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์มักเกิดจากเชื้อหนองใน (เชื้อโกโนเรียหรือ gonorrhea) ซึ่งเป็นโรคที่พบบ่อยในวัยเจริญพันธุ์ โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยสาว โรคข้ออักเสบจากการติดเชื้อหนองในเกิดได้ 2 แบบ คือ

  • แบบที่พบได้บ่อย ได้แก่ โรคเกิดกับข้อได้หลาย ๆ ข้อ โดยเริ่มเกิดทีละข้อ แล้วลุกลามติดเชื้อไปยังข้ออื่น ๆ เกิดได้บ่อยกับข้อเข่า ข้อเท้า และข้อมือ และมักพบร่วมกับการเกิดผื่นคันของผิวหนัง
  • ส่วนอีกแบบเกิดจากโรคแพร่กระจายมาตามกระแสเลือด โดยอาจเกิดการอักเสบติดเชื้อกับข้อใดก็ได้ แต่มักเกิดเพียงข้อเดียวและพบได้น้อยกว่าแบบแรกมาก

อาการ

  • มีไข้ ร่วมกับปวดข้อ ข้อบวมแดง อาจเป็นไข้สูงหรือไข้ต่ำ และข้อจะค่อย ๆ ทยอยปวดทีละข้อไปเรื่อย ๆ แต่บางครั้งอาจปวดบวมเพียงข้อเดียว
  • ปวดท้องน้อย มักเกิดร่วมกับอาการทางปัสสาวะ เช่น ปวดแสบเมื่อเบ่งปัสสาวะ
  • มีแผลหรือหนองบริเวณอวัยวะเพศภายนอกร่วมด้วย (การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์)
  • มีผื่นแดงขึ้นตามตัว
  • รีบพบแพทย์เมื่อมีอาการดังกล่าว โดยเฉพาะเมื่อมีแผลหรือสารคัดหลั่งผิดปกติบริเวณอวัยวะเพศ
  • รักษาและควบคุมโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ตั้งแต่แรก
  • รีบพบแพทย์เสมอหากสงสัยหรือกังวลว่าติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (มีแผลหรือสารคัดหลั่งผิดปกติในบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก หรือตกขาวผิดปกติหลังมีเพศสัมพันธ์)

การวินิจฉัย

แพทย์วินิจฉัยโรคข้ออักเสบติดเชื้อหนองในได้จากประวัติอาการ การตรวจร่างกาย การตรวจเชื้อหนองในบริเวณอวัยวะเพศ การตรวจเพาะเชื้อจากเลือด การตรวจเชื้อจากน้ำในข้อ และการตรวจอื่น ๆ เพิ่มเติมตามดุลยพินิจของแพทย์

แนวทางการปฏิบัติ

แนวทางการปฏิบัติเมื่อเกิดโรคข้ออักเสบติดเชื้อหนองในคือ การกินยาปฏิชีวนะเฉพาะเชื้อ ร่วมกับการรักษาคู่นอนด้วย

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงจากโรคข้ออักเสบติดเชื้อหนองในคือ โรคข้อเสื่อม และผลข้างเคียงจากการติดเชื้อหนองในทางเพศสัมพันธ์คือ ช่องคลอด ปากมดลูก มดลูก และท่อนำไข่ ติดเชื้อ เป็นสาเหตุให้เกิดการติดเชื้อในช่องท้องน้อยเรื้อรัง (เป็นสาเหตุของการท้องนอกมดลูก มีบุตรยาก ปวดประจำเดือน และปวดหลังเรื้อรัง) นอกจากนั้น โรคอาจแพร่กระจายตามกระแสโลหิต ทำให้ดวงตาอักเสบได้

ความรุนแรงของโรค

ข้ออักเสบติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์เมื่อได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง จัดเป็นโรคไม่รุนแรง แต่ถ้าปล่อยให้เรื้อรังก็อาจมีผลถึงคุณภาพชีวิตได้

การดูแลตนเองและการพบแพทย์

การดูแลตนเองและการพบแพทย์เมื่อเป็นโรคข้ออักเสบติดเชื้อหนองในที่สำคัญ ได้แก่

  • รับประทานยาปฏิชีวนะให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แพทย์ พยาบาลแนะนำ
  • นำคู่นอนมารักษาด้วย
  • ไม่สำส่อนทางเพศ
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ พยาบาล
  • ป้องกันการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เช่น มีเพศสัมพันธ์อย่างถูกวิธี ไม่สำส่อนทางเพศ และให้ฝ่ายชายใช้ถุงยางอนามัย
  • รักษาสุขอนามัยพื้นฐานเสมอ

การป้องกัน

การป้องกันโรคข้ออักเสบจากการติดเชื้อหนองในที่สำคัญคือ ป้องกันการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เช่นเดียวกับที่กล่าวมาแล้วในหัวข้อการดูแลตนเองและการพบแพทย์

คุณสามารถอ่านข้อมูลดี ๆ มีประโยชน์แบบนี้ได้เพิ่มเติมจากหนังสือ "โรคของกล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ" โดยศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงพวงทอง ไกรพิบูลย์ จากสำนักพิมพ์อัมรินทร์สุขภาพ เพื่อสนับสนุนผู้แต่ง

คำถามจากผู้ป่วยท่านอื่นเกี่ยวกับโรคหนองในแท้

มีอาการเจ็บ ๆ แสบ ๆ คัน ๆ ตรงช่องคลอด มีเหมือนตกขาวไหลออกมาเป็นสีเขียวเยอะมาก มีอาการเสี่ยงจะเป็นหนองในหรือไม่

คำตอบ: สงสัยว่ามีการติดเชื้อ ต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายและหาสาเหตุเพื่อที่จะได้รักษาต่อไป ไม่แนะนำให้ซื้อยากินเอง - ตอบโดย ชยากร พงษ์พยัคเลิศ (นพ.)

หากรู้ตัวเองว่าเป็นหนองในเทียมควรปฏิบัติตัวอย่างไรและสามารถเป็นหนองในแท้ได้หรือไม่ และจะมีวิธีรักษาเบื้องต้นอย่างไรบ้าง

คำตอบ: หนองในเทียมรักษาโดยการรับประทานยา แต่ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเนื่องต้องแยกอาการกับหนองในแท้ การตรวจยืนยันคือนำหนองที่อวัยวะเพศไปย้อมสี - ตอบโดย กิตติศัพท์ สินน้อย (นพ.)

รู้สึกแสบเวลาปัสสาวะมาก และมีน้ำขาว ๆ เหลือง ๆ ออกมาตลอด และตรงแคมเป็นตุ่มๆก่อนแล้วกลายเป็นเหมือนแผล ปวดท้องน้อย ปวดใกล้ ๆ มดลูกทั้งสองข้าง อาการนี้จะเป็นหนองในหรือเปล่า

คำตอบ: ให้ไปพบนรีแพทย์ เพราะจากอาการที่เล่ามาสงสัยว่าช่องคลอดอักเสบจากการติดเชื้อ ทั้งนี้อาจต้องตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วย และอาจต้องให้คู่นอนมาตรวจด้วย และถ้ามีการติดเชื้อจริง แพทย์จะให้ยาฆ่าเชื้อมารับประทาน - ตอบโดย นิชดา พงษ์ธัญญกรณ์ (พญ.)

อาการเริ่มต้นแสบตอนปัสสาวะ และมีหนองออกมานิดหน่อยตอนปัสสาวะเสร็จ แบบนี้ซื้อยามารับประทานจะหายไหม

คำตอบ: อาการแบบนี้ควรไปพบแพทย์ เพื่อเก็บปัสสาวะและหนองที่ไหลออกมาไปตรวจด้วยว่าเกิดจากการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะหรือว่าโรคหนองใน ซึ่งการใช้ยาฆ่าเชื้อต้องอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ด้วยเพื่อป้องกันการดื้อยา - ตอบโดย วลีรักษ์ จันทร (พว.)

คำตอบ 2: อาการเช่นนี้แสดงว่ามีการติดเชื้อของท่อทางเดินปัสสาวะ ต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย ย้อมหนองหาเชื้อก่อโรค จะได้รักษาได้ถูกต้อง ไม่ควรไปหาซื้อยามารับประทานเอง - ตอบโดย ชยากร พงษ์พยัคเลิศ (นพ.)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่