เซ็กส์อย่างถูกวิธี

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ About Sexually Transmitted Diseases (STDs)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,398,935 คน

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ About Sexually Transmitted Diseases (STDs)

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 04/04/2562

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นซิฟิลิส หนองในแท้ หนองในเทียม เริม แผลริมอ่อน หูดหงอนไก่  แม้กระทั่งการติดเชื้อไวรัส HIV  คงเป็นฝันร้ายที่ไม่มีใครอยากเจอ เพราะหากติดเชื้อขึ้นมานั่นหมายถึงการสูญเสียทั้งทางกาย ใจ ทรัพย์สิน ครอบครัว หน้าที่การงาน  ข่าวดีคือ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์สามารถ "ป้องกัน" ได้ ในบทความนี้เรามาดูกันว่า คุณจะป้องกันตัวเองได้อย่างไร

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STDs)

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป็นโรคที่ติดต่อจากบุคคลหนึ่งไปยังบุคคลหนึ่งผ่านการมีเพศสัมพันธ์สามารถติดต่อได้ในทุกเพศ ทุกวัย  ปัจจุบันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์พบมากในวัยรุ่น วัยทำงานตอนต้น และกลุ่มชายรักชาย เนื่องจากกลุ่มวัยดังกล่าวมีความคึกคะนอง ไม่ชอบการป้องกัน และนิยมเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ 

การเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่เพียงทำให้คุณอายเพื่อนๆ เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายด้วย  หากติดเชื้อแล้วไม่ได้รับการรักษาโรคเหล่านี้จะสร้างความเสียหายต่อร่างกายอย่างถาวร เช่น เกิดภาวะการมีบุตรยาก  เป็นหมัน หรืออาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เช่น การติดเชื้อเอชไอวีซึ่งนำไปสู่โรคเอดส์  ซิฟิลิสระยะรุนแรง 

การแพร่กระจายโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

เหตุผลหนึ่งที่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ยังแพร่กระจายอยู่มาก เพราะหลายคนคิดว่า โรคเหล่านี้สามารถติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์เท่านั้นซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดมาก เนื่องจากคุณสามารถรับเชื้ออย่างโรคเริม หรือหูดที่อวัยวะเพศ จากการสัมผัสผิวหนังบริเวณที่ติดเชื้อ หรือเป็นแผลได้

อีกหนึ่งความเชื่อผิดๆ คือ หลายคนเข้าใจว่าจะไม่สามารถติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้จากการมีเพศสัมพันธ์ทางปาก (oral sex) หรือทวารหนัก  ความเป็นจริงคือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์สามารถติดต่อผ่านบาดแผล  หรือของเหลวภายในปาก ทวารหนัก และช่องคลอดได้

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์แพร่กระจายได้ง่ายเพราะคุณอาจมองไม่ออกเลยว่า ผู้ใดมีเชื้อบ้างและบางคนอาจไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่า "ตนเองติดเชื้อ" แล้ว คนกลุ่มนี้เป็นอันตรายมากเพราะจะสามารถแพร่เชื้อโดยไม่รู้ตัวไปยังผู้ใดก็ได้ทั้งทางเพศสัมพันธ์  ผ่านบาดแผล โดยการรับสารคัดหลั่ง เช่น เลือด  และจากแม่สู่ทารกในครรภ์ 

ความเสี่ยงทำให้เกิดการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

  • การมีเพศสัมพันธ์ในวัยหนุ่มสาว นั่นเพราะผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ในขณะที่ยังมีอายุน้อยมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มากขึ้นเท่านั้น
  • เปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ ผู้ที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับเพศ หรือการสัมผัสทางเพศกับหลายๆ คน (ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีเพศสัมพันธ์เสมอไป) มีความเสี่ยงที่จะติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มากกว่าผู้ที่มีคู่นอนเพียงคนเดียว
  • การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ถุงยางอนามัยเป็นอุปกรณ์คุมกำเนิดชนิดเดียวที่สามารถป้องกันหรือลดความเสี่ยงในการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้   คุณจำเป็นต้องใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ และควรทราบว่า สารฆ่าเชื้ออสุจิ ไดอะเฟรม และวิธีการคุมกำเนิดอื่นๆ แม้จะสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้แต่ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้

การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

วิธีป้องกันการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ดีที่สุดคือ การงดมีเพศสัมพันธ์ไม่ว่าจะทางปาก ช่องคลอด หรือทวารหนัก  หรืออาจสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง  หากคุณตัดสินใจจะมีเพศสัมพันธ์จำเป็นต้องใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธีทุกครั้งเพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์  สำหรับผู้ที่ตัดสินใจจะมีเพศสัมพันธ์ควรได้รับการตรวจภายใน  หรือตรวจอวัยวะเพศชายเป็นประจำ ซึ่งมีเหตุผลดังนี้ 

1) เพื่อให้แพทย์ได้มีโอกาสให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และวิธีป้องกันโรค 

2) การตรวจร่างกายเป็นประจำจะเพิ่มโอกาสให้แพทย์พบเชื้อตั้งแต่เนิ่นๆ และทำการรักษาหากมีการติดเชื้อ

นอกจากนี้คุณควรไม่มีพฤติกรรมเปลี่ยนคู่นอน คือ การมีสามี หรือภรรยาคนเดียว ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของการป้องกันไม่ให้เกิดโรคติดต่อทางเพศ  รักษาความสะอาดของร่างกายและอวัยวะเพศอย่างสม่ำเสมอ   อย่าคิดว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องไกลตัว ควรเรียนรู้อาการของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เอาไว้บ้าง  หมั่นสังเกตความผิดปกติของตนเองและคูนอนไว้บ้าง  หากพบว่า คุณ หรือคู่นอนมีอาการผิดปกติควรรีบไปพบแพทย์

เมื่อพบแพทย์การแจ้งแพทย์ว่า เคยมีเพศสัมพันธ์  เริ่มมีเพศสัมพันธ์เมื่อไร   มีพฤติกรรมทางด้านเพศอย่างไร  จะเป็นประโยชน์มากต่อการประกอบการวินิจฉัย  แพทย์ คุณจำเป็นต้องแจ้งเรื่องเหล่านี้ให้แพทย์ อย่าปล่อยให้ความรู้สึกเขินอายกลายเป็นอุปสรรคในการพบแพทย์เพื่อรักษา การปล่อยเวลาไว้โดยไม่รักษาโรคจะส่งผลให้เชื้อพัฒนาและกระจายกว้างมากขึ้นทำให้เกิดความเสียหายต่อสุขภาพร่างกายได้ 

คุณสามารถรับการตรวจหาเชื้อได้จากโรงพยาบาล คลินิก หรือแล็ปตรวจโรคใกล้บ้าน  ทั้งนี้ข้อมูลหรือผลตรวจของคุณจะถูกเก็บไว้เป็นความลับ

อย่างไรก็ตาม   การติดเชื้อที่อวัยวะเพศอาจไม่ได้เกิดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เสมอไป บางครั้งพบว่า อาการที่เกิดขึ้นนั้นคล้ายกันกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มากโดยที่คุณอาจยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อนเลยก็ตาม   สำหรับเด็กผู้หญิงการติดเชื้อในช่องคลอดบางชนิดอาจทำให้รู้สึกสับสนว่า เป็นการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้   ส่วนเด็กผู้ชายอาจกังวลเกี่ยวกับก้อนเนื้อบริเวณอวัยวะเพศ  ที่จริงๆ แล้วเป็นเพียงตุ่มสิว หรือผิวที่เริ่มมีขนบริเวณอวัยวะเพศเท่านั้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมคุณจำเป็นต้องพบแพทย์หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศของตน

ที่มาของข้อมูล 

  1. Amy W. Anzilotti, MD, STDs (Sexually Transmitted Diseases) (http://kidshealth.org/en/teens/std.html), July 2018
  2. WHO, "Sexually transmitted infections (STIs) Fact sheet N°110", 25 November 2014
  3. Centers for Disease Control and Prevention, How You Can Prevent Sexually Transmitted Diseases, 31 May 2016

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
มีเพศสัมพันธ์แล้วเลือดออกเพราะอะไร? แบบไหนถึงอันตราย?
มีเพศสัมพันธ์แล้วเลือดออกเพราะอะไร? แบบไหนถึงอันตราย?

เลือดออกอาจไม่ได้หมายความว่า "คุณคือคนแรกของเธอ" แต่อาจร้ายแรงยิ่งกว่านั้น หาสาเหตุ และวิธีแก้ไขก่อนจะรุนแรงไปกว่านี้

อะไรคือภาวะเกลียดเซ็กซ์ (Sexual Anorexia)
อะไรคือภาวะเกลียดเซ็กซ์ (Sexual Anorexia)

อาการ ปัจจัยเสี่ยง การรักษาและอื่น ๆ