สุขภาพผู้หญิง

ตกขาวแบบต่างๆ บ่งบอกถึงสาเหตุอะไรบ้าง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,183,538 คน

ตกขาวแบบต่างๆ บ่งบอกถึงสาเหตุอะไรบ้าง

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 28/01/2562

ตกขาวคืออะไร

ตกขาวมีลักษณะเป็นมูกใสๆ หรือเป็นสีขาว หลั่งออกมาจากต่อมต่าง ๆ ภายในปากมดลูกและผนังช่องคลอด มักพบได้บ่อยในหญิงวัยเจริญพันธุ์  ตกขาวอาจทำให้สาวๆ จำนวนไม่น้อยหมดความมั่นใจ และยังก่อให้เกิดอาการระคายเคืองบริเวณจุดซ่อนเร้นด้วย  ปกติตกขาวจะมีปริมาณมากช่วงไข่ตกในระยะกลางของรอบเดือนแล้วจะหายไป และกลับมาอีกครั้งในช่วงใกล้มีประจำเดือน

ความแตกต่างระหว่างตกขาวปกติและตกขาวผิดปกติ

ตกขาวปกติ หรือตกขาวธรรมดา  ขึ้นอยู่กับปริมาณฮอร์โมนเพศหญิงที่เปลี่ยนแปลงตามรอบประจำเดือน  ปกติจะไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่ก่อให้เกิดอาการคัน และไม่มีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น มีไข้ ปวดท้อง หรือขัดเบา ตกขาวจะมีปริมาณเล็กน้อยเพื่อให้ช่องคลอดชุ่มชื้นและอาจมีกลิ่นบ้างตามลักษณะกลิ่นตัวของแต่ละคน

ตกขาวผิดปกติ จะมีปริมาณตกขาวมากขึ้นผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด โดยมีลักษณะ  สี และกลิ่นเปลี่ยนไปจากเดิม จากปกติที่มักใส ไม่มีสี ก็เปลี่ยนเป็นสีเหลือง หรือสีเขียว ข้นเป็นก้อน เป็นมูกเลือด มีหนอง มีฟองปนออกมาจำนวนมาก หรือมีกลิ่นเหม็นคล้ายปลาเน่า อีกทั้งยังมีอาการคันและปวดแสบปวดร้อนที่บริเวณปากช่องคลอด รวมถึงมีไข้ รู้สึกปวดท้องน้อย ขัดเบา และมีอาการเจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์

สีของตกขาวบอกถึงอะไร

  1. ตกขาวเป็นน้ำ หรือเมือกใส
  2. เป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกคน โดยเฉพาะในช่วงกึ่งกลางของรอบเดือนที่มีการตกไข่ซึ่งจะมีปริมาณตกขาวมาก  แต่ถ้าตกขาวเป็นน้ำและไหลเป็นฟองรวมถึงมีอาการคันร่วมด้วย อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย หรืออาการอักเสบภายในช่องคลอดได้

  3. ตกขาวเป็นก้อนสีขาว
  4. เกิดจากการติดเชื้อราที่มีชื่อว่า "แคนดิดา อัลบิแคนส์ (Candida albicans)" ส่งผลให้ตกขาวมีลักษณะเป็นก้อนสีขาวข้น หรือสีเหลืองขาวคล้ายนมบูด มีกลิ่นเหม็นแต่ไม่คาว อาจทำให้ปัสสาวะแสบขัด หรือแสบคันในบางครั้ง มักจะเกิดกับผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานต่ำ หรือใช้ยาปฏิชีวนะเป็นเวลานานๆ

  5. ตกขาวสีเหลือง
  6. สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุดังนี้

    1. การติดเชื้อไวรัส มีสีเหลืองและมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ เกิดจากการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เชื้อไวรัสจากโรคเริม ทำให้มีตุ่มน้ำใสๆ ขนาดเล็ก และจะแตกออกกลายเป็นแผลแสบคัน
    2. การติดเชื้อแบคทีเรีย จุดเด่นที่สังเกตได้ชัดเจนคือ มีกลิ่นคาวปลาและอาจมีอาการคันร่วมด้วย ซึ่งมักเกิดจากการติดเชื้อผ่านทางเพศสัมพันธ์
    3. การติดเชื้อรา เกิดจากการติดเชื้อราแคนดิดา อัลบิแคนส์ 
    4. การติดเชื้อหนองใน เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า “ไนซีเรียโกโนเรียอี (Neisseria gonorrhoeae)" ทำให้มีปริมาณตกขาวมากขึ้น  ลักษณะเป็นหนองสีเหลือง หรืออาจมีสีเขียวปน ส่งผลให้มีกลิ่นเหม็นแต่ไม่คัน อีกทั้งยังทำให้มีอาการปวดแสบขณะปัสสาวะได้
    5. การติดเชื้อพยาธิในช่องคลอด ส่วนใหญ่มักทำให้ตกขาวมีสีเขียว แต่บางครั้งก็ทำให้เป็นสีเหลืองได้เช่นกัน อีกทั้งยังมีสาเหตุอื่นๆ เช่น การติดเชื้อแบคทีเรียชื่อว่า Chlamydia  อาการปากมดลูกอักเสบ หรือช่องคลอดอักเสบ แต่พบได้ไม่บ่อยเท่าสาเหตุอื่นๆ ที่กล่าวมาข้างต้น

  7. ตกขาวสีเขียว
  8. เกิดจากการติดเชื้อพยาธิประเภทโปรโตซัวที่มีชื่อว่า “ทริโคโมแนส วาจินาลิส” (Trichomonas vaginalis) ซึ่งมักเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์  ตกขาวชนิดนี้ทำให้มีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว เป็นฟอง มีอาการคันและแสบแดงที่บริเวณอวัยวะเพศ  ผู้ป่วยบางรายจะมีอาการปัสสาวะขัดและมีตกขาวมากผิดปกติ นอกจากนี้แบคทีเรียบางชนิดยังสามารถทำให้ตกขาวมีสีเขียวได้ แต่จะไม่มีอาการคันและไม่มีกลิ่นซึ่งอาจไม่ต้องรักษา

  9. ตกขาวสีเทา
  10. เกิดจากการลดลงของแบคทีเรียชนิด "แลคโตบาซิลไล (Latobacilli)" ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียก่อโรคในช่องคลอด ทำให้แบคทีเรียก่อโรคมีจำนวนเพิ่มขึ้นจนช่องคลอดเกิดการอักเสบ ตกขาวชนิดนี้มีสีขาวปนเทาอ่อนและมีกลิ่นเหม็นคล้ายกับกลิ่นปลาเค็ม อีกทั้งมักมีกลิ่นรุนแรงหลังหมดประจำเดือนใหม่ๆ หรือหลังมีเพศสัมพันธ์ ตกขาวสีเทาสอดคล้องกับปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคอย่าง เช่น การคุมกำเนิดด้วยห่วงอนามัย การสวนล้างช่องคลอด การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ และการรับประทานยาปฏิชีวนะต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ เป็นต้น

  11. ตกขาวสีน้ำตาล
  12. อาจเกิดจากเลือดออกผิดปกติปนออกมากับตกขาว เช่น อาการเลือดออกจากการตกไข่ที่มักเกิดขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์หลังมีประจำเดือนวันแรก โดยอาจมีอาการปวดท้องน้อยร่วมด้วย หรือไม่ก็ได้ อาการเลือดออกจากประจำเดือนที่มาช้า หรือมาไม่ตรงรอบ เลือดออกที่เกิดจากการฝังตัวของตัวอ่อน ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในสัปดาห์ที่ 3 หลังจากที่มีประจำเดือนวันแรก แต่ไม่มีอาการปวดท้อง มีลักษณะเป็นเลือดสีน้ำตาลที่ปริมาณไม่มากนัก  นอกจากนี้กรณีที่มีเลือดออกจากการตั้งครรภ์นอกมดลูกก็อาจทำให้มีอาการเลือดออกกระปริบกระปรอยและมีอาการปวดท้องน้อยร่วมด้วย รวมถึงอาจเกิดจากการติดเชื้อที่ช่องคลอด หรือปากมดลูก จึงทำให้มีกลิ่นเหม็นและมีสีน้ำตาลปนจากเลือดเก่า

  13. ตกขาวสีชมพู
  14. พบได้มากในหญิงหลังคลอด ซึ่งเกิดจากการลอกของเยื่อบุโพรงมดลูก หรืออาจจะเป็นสีของเลือดที่เรียกว่า “เลือดล้างหน้าเด็ก” ที่เป็นสีชมพูจางๆ

    ตกขาวอาจดูเหมือนเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกคน แต่หากมีอาการผิดปกติก็ไม่ควรมองข้ามเพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนให้เราต้องระวังเกี่ยวกับสุขอนามัย ที่สำคัญควรหมั่นสังเกตตัวเองให้มากขึ้น   หากไม่มั่นใจควรเข้ารับการปรึกษาจากสูติ-นรีแพทย์ เพื่อการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่