มะเร็งและโรคร้าย

โรคหนองใน (Gonorrhea)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 14, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,089,795 คน

โรคหนองใน (Gonorrhea)

หนองในเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่อันตรายมากโรคหนึ่งหากไม่ได้รับการรักษาแม้ผู้ติดเชื้อจะแสดงอาการเพียงเล็กน้อยหรือไม่แสดงอาการเลย ข้อมูลต่อไปนี้จะช่วยให้คุณสามารถป้องกันตัวเองจากโรคนี้ได้

โรคหนองในคืออะไร

โฆษณาจาก HonestDocs
ส่งยาคุมถึงบ้าน ไม่เขิน ไม่เสียเวลา

กินยาคุมอย่างถูกต้อง ไม่ต้องกังวลเรื่องท้อง

Medicine delivery 02

โรคหนองใน (Gonorrhea) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดหนึ่งที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Neisseria gonorrhoeae ซึ่งเชื้อดังกล่าวสามารถแพร่จากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่งได้ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ไม่ว่าจะเป็นทางช่องคลอด ทวาหนัก หรือปาก โดยผู้ติดเชื้ออาจไม่แสดงอาการใดๆ

นอกจากนี้ เชื้อหนองในยังสามารถแพร่จากมารดาสู่ทารกระหว่างการคลอดได้ อย่างไรก็ตามเชื้อจะไม่สามารถแพร่ได้ผ่านการใช้ผ้าเช็ดตัว ลูกบิดประตู หรือฝานั่งชักโครกร่วมกัน

สัญญาณและอาการของโรคในผู้หญิง

หญิงที่ติดเชื้อหนองในส่วนใหญ่มักจะไม่แสดงอาการใดๆ ของโรคหรือหากมีอาการก็จะเป็นไม่มากนักจนอาจไม่สามารถสังเกตได้จนกว่าโรคจะอยู่ในระดับรุนแรงแล้ว ในบางรายอาจมีอาการปวดแสบขณะปัสสาวะ มีตกขาว สีเหลืองหรือสีเขียวผิดปกติ หรืออาจมีเลือดออกจากช่องคลอดในช่วงที่ไม่มีประจำเดือน

หากเชื้อมีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะส่วนอื่นๆ อย่างมดลูกหรือท่อนำไข่ เชื้อจะทำให้เกิดอาการอักเสบในอุ้งเชิงกราน ซึ่งจะทำให้ผู้ติดเชื้อมีอาการปวดท้องน้อย มีไข้ และเจ็บในขณะมีเพศสัมพันธ์

สัญญาณและอาการของโรคในผู้ชาย

โฆษณาจาก HonestDocs
ส่งยาคุมถึงบ้าน ไม่เขิน ไม่เสียเวลา

กินยาคุมอย่างถูกต้อง ไม่ต้องกังวลเรื่องท้อง

Medicine delivery 02

สำหรับผู้ชายที่ติดเชื้อจะแสดงอาการให้เห็นชัดเจนมากกว่าผู้หญิงและบางครั้งพวกเขาอาจไม่ทราบว่าตนเองกำลังติดเชื้อ โดยอาการที่สามารถสังเกตได้คือ ปวดแสบขณะปัสสาวะและมีเมือกสีขาวขุ่นไหลออกมาทางอวัยวะเพศ

อาการของโรคจะปรากฏขึ้นเมื่อไหร่

อาการของโรคมักปรากฏให้เห็นประมาณ 2-7 วันหลังจากได้รับเชื้อ แต่สำหรับสาวๆ อาการของโรคอาจแสดงให้เห็นช้ากว่าเวลาดังกล่าว

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นตามมาจากการติดเชื้อ

หนองในเป็นโรคที่อันตรายมากหากไม่ได้รับการรักษา แม้ผู้ติดเชื้อจะแสดงอาการน้อยมากหรืออาจไม่แสดงอาการเลย

  • สำหรับผู้หญิง เชื้อสามารถแพร่กระจายไปยังมดลูก ท่อนำไข่ และรังไข่ ส่งผลให้เกิดอาการอักเสบที่อุ้งเชิงกรานและอาจทำให้เกิดแผลเป็นในส่วนต่างๆ ที่เชื้อเข้าถึง ทั้งยังอาจทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากด้วย นอกจากนี้การติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์อาจทำให้เกิดปัญหากับทารกแรกเกิด อาจทำให้เด็กเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบและติดเชื้อที่ดวงตาจนอาจทำให้เด็กตาบอดได้หากไม่ได้รับการรักษา
  • สำหรับผู้ชาย เชื้อหนองในสามารถแพร่กระจายไปยังหลอดเก็บอสุจิทำให้เกิดอาการปวดและบวมบริเวณอัณฑะ การติดเชื้อจะทำให้เนื้อเยื่อส่วนที่ติดเชื้อเป็นแผลซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก

ไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชาย โรคหนองในที่ไม่ได้รับการรักษาอาจส่งผลต่ออวัยวะและส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ ไม่ว่าจะเป็นหลอดลม ดวงตา หัวใจ สมอง ผิวหนัง และข้อต่อต่างๆ แต่จะเกิดขึ้นไม่บ่อยมาก

การวินิจฉัยโรค

ในปัจจุบันการตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์กลายเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจตรวจสุขภาพประจำปีซึ่งสามารถตรวจได้ในเด็กอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป แม้ผู้ตรวจจะไม่เปิดเผยประวัติการมีเพศสัมพันธ์ก็ตาม แต่หากผู้ตรวจต้องการตรวจหาโรคย่อมทำได้ สำหรับผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดจำเป็นต้องได้รับการตรวจหาเชื้ออย่างน้อยปีละครั้ง

หากสงสัยว่าคุณอาจติดเชื้อหรือคู่นอนมีเชื้อ คุณและคู่นอนจำเป็นต้องพบแพทย์หรือสูติแพทย์ ซึ่งแพทย์จะตรวจหาเชื้อโดยการตรวจปัสสาวะ หรืออาจทำการทดสอบจากตัวอย่างเนื้อเยื่อที่ได้จากองคชาต ช่องคลอด หรือตกขาว ซึ่งคุณสามารถปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีการตรวจเช็คที่คุณพึงพอใจมากที่สุด

นอกจากนี้ แพทย์จะมีการตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ด้วย เช่น เอชไอวี ซิฟิลิส หรือหนองในเทียม เป็นต้น แนะนำว่าคุณควรแจ้งให้แพทย์ทราบว่าวิธีการตรวจแบบใดที่คุณต้องการและพึงพอใจมากที่สุด

การรักษาโรค

หากตรวจพบว่าคุณติดเชื้อ แพทย์จะกำหนดให้คุณทานยาปฏิชีวนะเพื่อลดการติดเชื้อ ที่สำคัญคือคู่นอนของคุณจะต้องได้รับการตรวจหาเชื้อและรักษาด้วยเช่นกัน ซึ่งหมายถึงคู่นอนที่คุณมีเพศสัมพันธ์ด้วยในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาและหากคุณทิ้งช่วงการมีเพศสัมพันธ์มากกว่า 2 เดือน ให้คู่นอนคนล่าสุดได้รับการตรวจรักษา

เมื่อพบว่าคู่นอนมีเชื้อ การรักษาที่รวดเร็วและทันท่วงทีจะช่วยลดความเสี่ยงและความรุนแรงของโรค นอกจากนี้ยังเป็นการลดโอกาสในการแพร่กระจายเชื้อไปยังผู้อื่นหรือมาสู่คุณ หากคุณยังกลับไปมีเพศสัมพันธ์กับคนๆ นั้นอีก เพราะคุณมีโอกาสติดเชื้ออีกครั้งแม้จะมีการรักษาแล้วและการที่คุณเคยติดเชื้อแล้วครั้งหนึ่งไม่ได้หมายความว่าคุณจะมีวัคซีนป้องกันโรคได้

ดังนั้น แนะนำให้หยุดการมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 7 วันหลังจากการรักษาโรคจนหายสนิทแล้ว เพราะหากคุณมีเพศสัมพันธ์ก่อนที่จะรักษาโรคสำเร็จ มีโอกาสสูงมากที่คุณและคู่นอนจะกลับมาติดเชื้ออีก

การป้องกันการติดเชื้อ

การป้องกันไม่ให้มีการติดเชื้อย่อมดีกว่าการรักษาเมื่อติดเชื้อแล้ว และการป้องกันการติดเชื้อที่ดีที่สุดคือ การงดมีเพศสัมพันธ์ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใด (ทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือปาก) แต่หากคุณมีเพศสัมพันธ์ จำเป็นต้องใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง เนื่องจากถุงยางอนามัยเป็นวิธีการเดียวที่จะสามารถป้องกันคุณจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์ได้

ที่มาของข้อมูล http://kidshealth.org/en/teens/std-gonorrhea.html

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่