มะเร็งและโรคร้าย

โรคหนองใน (Gonorrhea)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,607,491 คน

โรคหนองใน (Gonorrhea)

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 29/03/2562

หนองใน เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่นับว่าอันตราย หากผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธี แม้ผู้ติดเชื้อจะแสดงอาการเพียงเล็กน้อยหรือไม่แสดงอาการเลยก็ตาม ทั้งนี้จากข้อมูลของสำนักระบาดวิทยาระบุว่า ในปีพ.ศ. 2555 มีจำนวนผู้เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทั้งสิ้น 32,972 คน โดยเป็นผู้ติดเชื้อหนองในทั้งสิ้น 7,312 คน (ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดในบรรดาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทั้งหมด) แม้ว่าจำนวนผู้ป่วยมีแนวโน้มลดลง แต่ก็ถือว่ายังมีจำนวนมากเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ โดยข้อมูลที่เราจะนำเสนอนี้น่าจะเป็นประโยชน์ในการช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อหนองในได้มากขึ้น

โรคหนองในคืออะไร

โรคหนองใน (Gonorrhea) หรือเรียกอีกชื่อว่าโรคหนองในแท้ เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดหนึ่งที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Neisseria gonorrhoeae ซึ่งเชื้อดังกล่าวสามารถแพร่จากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่งได้ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ไม่ว่าจะเป็นทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือปากโดยที่ไม่ได้สวมใส่ถุงยางอนามัย โดยผู้ติดเชื้ออาจไม่แสดงอาการใดๆ เลยก็ได้

นอกจากนี้ เชื้อหนองในยังสามารถแพร่จากมารดาสู่ทารกระหว่างการคลอด แต่เชื้อไม่สามารถแพร่ได้ผ่านการใช้สิ่งของร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นผ้าเช็ดตัว ลูกบิดประตู หรือฝานั่งชักโครก

อาการของโรคหนองในจะปรากฏขึ้นเมื่อไหร่

อาการของโรคมักปรากฏให้เห็นประมาณ 2-7 วันหลังจากได้รับเชื้อ แต่ส่วนใหญ่อาจไม่แสดงอาการใด โดยผู้หญิงอาจแสดงอาการช้ากว่าผู้ชาย

สัญญาณและอาการของโรคหนองใน ในผู้หญิง

ผู้หญิงที่ติดเชื้อหนองในส่วนใหญ่มักจะไม่แสดงอาการใดๆ ของโรค หรือหากมีอาการก็จะเป็นไม่มากนักจนอาจไม่สามารถสังเกตได้ จนกว่าโรคจะอยู่ในระดับรุนแรงแล้ว ในบางรายอาจมีอาการปวดแสบขณะปัสสาวะ มีตกขาว สีเหลืองหรือสีเขียวผิดปกติ เจ็บอุ้งเชิงกราน หรืออาจมีเลือดออกจากช่องคลอดในช่วงที่ไม่มีประจำเดือน หรือมีประจำเดือนผิดปกติ

หากเชื้อมีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะส่วนอื่นๆ อย่างมดลูกหรือท่อนำไข่ เชื้อจะทำให้เกิดอาการอักเสบในอุ้งเชิงกราน ซึ่งจะทำให้ผู้ติดเชื้อมีอาการปวดท้องน้อย มีไข้ และเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์

สัญญาณและอาการของโรคหนองใน ในผู้ชาย

สำหรับผู้ชายที่ติดเชื้อจะแสดงอาการให้เห็นชัดเจนมากกว่าผู้หญิง แต่บางครั้งอาการห็แสดงเพียงเล็กน้อย จนไม่ทราบว่าตนเองกำลังติดเชื้อ โดยอาการที่สามารถสังเกตได้คือ ปวดแสบขณะปัสสาวะและมีเมือกสีขาวขุ่นไหลออกมาทางอวัยวะเพศ บริเวณรอบๆ รูองคชาติเป็นสีแดงๆ

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังการติดเชื้อหนองใน

  • สำหรับผู้หญิง เชื้อสามารถแพร่กระจายไปยังมดลูก ท่อนำไข่ และรังไข่ ส่งผลให้เกิดอาการอักเสบที่อุ้งเชิงกรานและอาจทำให้เกิดแผลในส่วนต่างๆ ที่เชื้อเข้าถึง ทั้งยังอาจทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากด้วย หรืออาจตั้งครรภ์นอกมดลูกที่มีอันตรายถึงชีวิตได้ นอกจากนี้การติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์ อาจทำให้เกิดปัญหากับทารก โดยอาจทำให้ทารกเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบและโรคติดเชื้อที่ดวงตาจนอาจทำให้เด็กตาบอดได้หากไม่ได้รับการรักษา
  • สำหรับผู้ชาย เชื้อหนองในสามารถแพร่กระจายไปยังหลอดเก็บอสุจิ ทำให้เกิดอาการปวดและบวมบริเวณอัณฑะ การติดเชื้อนี้จะทำให้เนื้อเยื่อส่วนที่ติดเชื้อเป็นแผล ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก

นอกจากนี้โรคหนองในอาจส่งผลต่ออวัยวะและส่วนต่างๆ ของร่างกายทั้งผู้ชายและผู้หญิงได้ ไม่ว่าจะเป็นหลอดลม ดวงตา หัวใจ สมอง ผิวหนัง และข้อต่อต่างๆ แต่จะเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก

หนองในแท้ VS หนองในเทียม

หลายคนอาจได้ยินชื่อโรคหนองในแท้ และหนองในเทียมกันมาบ้าง ซึ่งแม้จะมีชื่อคล้ายกันแต่มีสาเหตุการติดเชื้อ อาการ รวมทั้งการรักษาที่ต่างกัน ดังนี้

หนองในแท้

  • เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Neisseria gonorrhea 
  • มีระยะการฟักตัวของโรคประมาณ 1 – 10 วัน 
  • อาการของผู้ชาย มีอาการปัสสาวะแสบขัด และมีหนองสีขาวขุ่นข้นไหลออกมาจากท่อปัสสาวะ ซึ่งในระยะแรกๆ หนองอาจจะไม่ขุ่นเท่าไร แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษาตะทำให้หนองขุ่นขึ้น
  • อาการของผู้หญิง มีอาการปัสสาวะแสบขัด มีตกขาวปริมาณมากและมีกลิ่นเหม็นรุนแรง เกิดการอักเสบที่ปากมดลูกและท่อปัสสาวะ หากไม่ได้รับการรักษาจะทำให้โรคลุกลามจนก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะอุดตันในท่อรังไข่ ส่งผลให้เป็นหมันหรือมีการตั้งครรภ์นอกมดลูก
  • การรักษา ใช้เซฟาโลสปอรินเป็นยาฉีด และให้ยาปฏิชีวนะ เช่น เซฟิซีม (Cefixime) 400 มก. ครั้งเดียว

หนองในเทียม

  • เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Chlamydia trachomatis 
  • มีระยะการฟักตัวของโรคมากกว่า 10 วันขึ้นไป
  • อาการของผู้ชาย ระยะแรกอาจจะมีแค่เพียงรู้สึกคันที่ท่อปัสสาวะ หรือมีน้ำใสๆ ต่อมาจะเริ่มข้นขึ้นแล้วไหลออกมาทางท่อปัสสาวะ โดยหนองของโรคนี้จะไม่ข้นเท่าหนองในแท้ 
  • อาการของผู้หญิง อาจจะไม่มีอาการแสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน แต่มีแค่เพียงอาการคันและมีตกขาว อาจมีอาการปวดแสบร้อนขณะปัสสาวะร่วมด้วย ซึ่งตรวจวินิจฉัยและรักษาได้ยาก
  • การรักษา ใช้ยาปฏิชีวนะกลุ่ม doxycyclin azithromycin และยากลุ่มควิโนโลน ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาในการรักษาค่อนข้างนาน

การวินิจฉัยโรคหนองใน

หากสงสัยว่าตัวเองอาจติดเชื้อหรือคู่นอนติดเชื้อหนองใน คุณและคู่นอนจำเป็นต้องพบแพทย์หรือสูติแพทย์ ซึ่งแพทย์จะตรวจหาเชื้อโดยการตรวจปัสสาวะ หรืออาจทำการทดสอบจากตัวอย่างเนื้อเยื่อที่ได้จากองคชาต ช่องคลอด หรือตกขาว ซึ่งสามารถปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีการตรวจเช็คที่เหมาะสมมากที่สุด นอกจากนี้ แพทย์อาจตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ด้วย เช่น เอชไอวี ซิฟิลิส หรือหนองในเทียม เป็นต้น

การรักษาโรคหนองใน

หากคุณติดเชื้อหนองใน แพทย์จะจ่ายยาปฏิชีวนะเพื่อลดการติดเชื้อ และติดตามอาการอย่างใกล้ชิด รวมทั้งแนะนำให้คุณงดมีเพศสัมพันธ์ขณะรักษาเพื่อป้องกันเชื้อจะแพร่กระจายสู่ผู้อื่น ที่สำคัญ คู่นอนของคุณจำเป็นต้องได้รับการตรวจหาเชื้อและรักษาด้วยเช่นกัน ซึ่งหมายถึงคู่นอนที่คุณมีเพศสัมพันธ์ด้วยในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา แต่หากคุณทิ้งช่วงการมีเพศสัมพันธ์มากกว่า 2 เดือน ควรให้คู่นอนคนล่าสุดรับการตรวจรักษาด้วย เพราะแม้ว่าคุณจะรักษาโรคหายแล้วก็ยังมีโอกาสติดโรคซ้ำได้อีก

ยิ่งคุณรักษาโรคหนองในเร็วเท่าไร ก็ยิ่งช่วยลดความเสี่ยงและความรุนแรงของโรคได้มากเท่านั้น นอกจากนี้ยังเป็นการลดโอกาสในการแพร่กระจายเชื้อไปยังผู้อื่นด้วย 

ทั้งนี้แพทย์จะแนะนำให้งดมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 7 วันหลังจากการรักษาโรคจนหายสนิทแล้ว เพราะหากคุณมีเพศสัมพันธ์ก่อนที่จะรักษาโรคสำเร็จ มีโอกาสสูงมากที่คุณและคู่นอนจะกลับมาติดเชื้ออีก และควรใช้ถุงยางอนามัยเมื่อเริ่มกลับมามีเพศสัมพันธ์

หนองในหายเองได้หรือไม่ ?

ผู้ติดเชื้อหลายคนเมื่อมีอาการหนองในอาจไม่กล้ามาพบแพทย์ และคิดว่าหากปล่อยไว้ร่างกายน่าจะสามารถเยียวยาตัวเองได้ แต่จริงๆ แล้วไม่เป็นความจริง เพราะหนองในเป็นโรคที่จำเป็นต้องรักษาด้วยการรับประทานยาฆ่าเชื้อประมาณ 1 สัปดาห์ ไม่สามารถหายเองได้ ที่สำคัญไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง แต่ควรมาพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการก่อนการรักษา จะได้เลือกยาอย่างเหมาะสม และไม่ควรรักษาเพียงคนเดียว แต่ควรพาคู่นอนมาตรวจรักษาด้วย มิเช่นนั้นก็มีโอกาสกลับไปติดเชื้อได้อีก

การป้องกันการติดเชื้อหนองใน

การป้องกันการติดเชื้อที่ดีที่สุดคือ การงดมีเพศสัมพันธ์ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด (ทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือปาก) และไม่ควรเปลี่ยนคู่นอนบ่อย เพราะยิ่งเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อมากขึ้น ที่สำคัญคุณควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง เนื่องจากถุงยางอนามัยเป็นวิธีการเดียวที่จะสามารถป้องกันคุณจากโรคหนองในและการตั้งครรภ์ได้

ที่มาของข้อมูล 
  1. Krishna Wood White, Gonorrhea  (https://kidshealth.org/en/teen...)
  2. อ.พญ.เจนจิต ฉายะจินดา ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล,โรคติดเชื้อระบบสืบพันธุ์น่ารู้: โรคหนองใน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่