มะเร็งและโรคร้าย

โรคหนองใน

เข้าใจสาเหตุและอาการของหนองใจ เพื่อการป้องกันอย่างถูกวิธี
เผยแพร่ครั้งแรก 14 มิ.ย. 2018 อัปเดตล่าสุด 12 พ.ค. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 29 มี.ค. 2019 เวลาอ่านประมาณ 5 นาที
โรคหนองใน

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • โรคหนองใน เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดได้ทั้งผู้หญิง และผู้ชาย ผ่านการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน อีกทั้งสามารถแพร่เชื้อจากแม่ไปสู่ทารกได้ด้วย
  • โรคหนองในแบ่งเป็นหนองในแท้ และหนองในเทียม ซึ่งจะมีระยะการฟักตัว อาการ และยารักษาแตกต่างกัน
  • ผู้ป่วยโรคหนองในผู้ชายมักแสดงอาการชัดเจนกว่าผู้หญิง และเชื้อหนองในยังสามารถลุกลามไปถึงอวัยวะอื่นๆ ได้ เช่น มดลูก ท่อนำไข่ รังไข่ หลอดเก็บอสุจิ รวมถึงสมอง หัวใจ ดวงตา หลอดลม
  • คู่นอนของผู้ติดเชื้อจะต้องเข้ารับการตรวจโรค และรักษาเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับคู่นอนคนล่าสุด หรือคู่นอนที่ผู้ป่วยมีเพศสัมพันธ์ด้วยภายใน 2 เดือน
  • โรคหนองในสามารถส่งผลกระทบร้ายแรง และทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการเจ็บปวดได้ ทารกที่มีมารดาเป็นโรคหนองในยังอาจเกิดมามีโรคแทรกซ้อนได้ด้วย หากคุณคิดว่า ตนเองมีอาการของโรคหนองใน คุณสามารถไปตรวจโรคกับแพทย์โดยตรงได้ (ดูแพ็กเกจตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ที่นี่)

หนองใน เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เป็นอันตรายอย่างมาก หากผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธี แม้ผู้ติดเชื้อจะแสดงอาการเพียงเล็กน้อยหรือไม่แสดงอาการเลยก็ตาม 

ในปัจจุบัน จำนวนผู้ป่วยโรคหนองในมีแนวโน้มลดลงก็จริง แต่ก็ถือเป็นชนิดของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่มีผู้ป่วยจำนวนมาก เมื่อเทียบกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ คุณจึงควรรู้ว่า อาการของโรคหนองในเป็นอย่างไร แล้วเป็นอันตรายขนาดไหน

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจ STD วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 399 บาท ลดสูงสุด 5%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

179

ความหมายของโรคหนองใน

โรคหนองใน (Gonorrhea) หรือเรียกอีกชื่อว่า "โรคหนองในแท้" เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า "ไนซ์ซีเรีย โกโนร์เรีย (Neisseria Gonorrhoeae)"

ซึ่งเชื้อดังกล่าวสามารถแพร่จากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่งได้ ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ไม่ว่าจะเป็นทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือปากโดยที่ไม่ได้สวมใส่ถุงยางอนามัย โดยผู้ติดเชื้ออาจไม่แสดงอาการใดๆ เลยออกมาเลยก็ได้

นอกจากนี้ เชื้อหนองในยังสามารถแพร่จากมารดาไปสู่ทารกระหว่างคลอดได้ แต่เชื้อจะไม่สามารถแพร่ได้ผ่านการใช้สิ่งของร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นผ้าเช็ดตัว ลูกบิดประตู หรือฝานั่งชักโครก

อาการของโรคหนองในจะปรากฏขึ้นเมื่อไหร่?

อาการของโรคมักปรากฏให้เห็นประมาณ 2-7 วันหลังจากได้รับเชื้อ แต่ส่วนมากอาจไม่แสดงอาการใด โดยผู้หญิงมักแสดงอาการช้ากว่าผู้ชาย

สัญญาณ และอาการของโรคหนองใน ในผู้หญิง

ผู้หญิงที่ติดเชื้อหนองในส่วนมากมักจะไม่แสดงอาการใดๆ ของโรคออกมา หรือหากมีอาการก็จะเป็นไม่มากนัก และอาจสังเกตไม่เห็นจนกว่าโรคจะอยู่ในระดับรุนแรงแล้ว  

ในผู้หญิงบางรายอาจมีอาการปวดแสบขณะปัสสาวะ มีตกขาว สีเหลือง หรือสีเขียวผิดปกติ เจ็บอุ้งเชิงกราน หรืออาจมีเลือดออกจากช่องคลอดในช่วงที่ไม่มีประจำเดือน หรือมีประจำเดือนผิดปกติ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจ STD วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 399 บาท ลดสูงสุด 5%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

179

หากเชื้อมีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะส่วนอื่นๆ อย่างมดลูก หรือท่อนำไข่ เชื้อจะทำให้เกิดอาการอักเสบในอุ้งเชิงกราน ซึ่งจะทำให้ผู้ติดเชื้อมีอาการปวดท้องน้อย มีไข้ และเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์

สัญญาณและอาการของโรคหนองใน ในผู้ชาย

สำหรับผู้ชายที่ติดเชื้อจะแสดงอาการให้เห็นชัดเจนมากกว่าผู้หญิง แต่บางครั้งอาการก็แสดงออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ผู้ป่วยจึงไม่ทราบว่า ตนเองกำลังติดเชื้อ 

โดยอาการที่สามารถสังเกตได้ คือ ปวดแสบขณะปัสสาวะ และมีเมือกสีขาวขุ่นไหลออกมาทางอวัยวะเพศ บริเวณรอบๆ รูองคชาติเป็นสีแดงๆ

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังการติดเชื้อหนองใน

ผลข้างเคียงจากการเกิดหนองในของเพศชายและเพศหญิงจะแตกต่างกันออกไป ดังนี้

  • สำหรับผู้หญิง เชื้อหนองในสามารถแพร่กระจายไปยังมดลูก ท่อนำไข่ และรังไข่ได้ จึงส่งผลให้เกิดอาการอักเสบที่อุ้งเชิงกราน และอาจทำให้เกิดแผลในส่วนต่างๆ ที่เชื้อเข้าถึง

    นอกจากนี้ เชื้อหนองในยังอาจทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากด้วย หรืออาจทำให้ตั้งครรภ์นอกมดลูกซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

    การติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์ อาจทำให้เกิดปัญหากับทารก โดยอาจทำให้ทารกเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และโรคติดเชื้อที่ดวงตาจนทำให้เด็กตาบอดได้ หากไม่ได้รับการรักษา

  • สำหรับผู้ชาย เชื้อหนองในสามารถแพร่กระจายไปยังหลอดเก็บอสุจิ ทำให้เกิดอาการปวด และบวมบริเวณอัณฑะ การติดเชื้อนี้จะทำให้เนื้อเยื่อส่วนที่ติดเชื้อเป็นแผล ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะมีบุตรยากในเวลาต่อมา

นอกจากผลข้างเคียงด้านบน โรคหนองในยังอาจส่งผลต่ออวัยวะ และส่วนต่างๆ ของร่างกายทั้งผู้ชาย และผู้หญิงได้ ไม่ว่าจะเป็นหลอดลม ดวงตา หัวใจ สมอง ผิวหนัง และข้อต่อต่างๆ แต่จะเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก

ความแตกต่างระหว่างโรคหนองในแท้ และหนองในเทียม

หลายคนอาจได้ยินชื่อโรคหนองในแท้ และหนองในเทียมกันมาบ้าง ซึ่งแม้จะมีชื่อคล้ายกันแต่มีสาเหตุการติดเชื้อ อาการ รวมทั้งการรักษาที่ต่างกัน ดังนี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจ STD วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 399 บาท ลดสูงสุด 5%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

179

หนองในแท้

  • เกิดจากเชื้อแบคทีเรียไนซ์ซีเรีย โกโนร์เรีย
  • มีระยะการฟักตัวของโรคประมาณ 1-10 วัน 
  • อาการของผู้ชาย มีอาการปัสสาวะแสบขัด และมีหนองสีขาวขุ่นข้นไหลออกมาจากท่อปัสสาวะ ซึ่งในระยะแรกๆ หนองอาจจะไม่ขุ่นเท่าไร แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษาจะทำให้หนองขุ่นขึ้น
  • อาการของผู้หญิง มีอาการปัสสาวะแสบขัด มีตกขาวปริมาณมากและมีกลิ่นเหม็นรุนแรง เกิดการอักเสบที่ปากมดลูกและท่อปัสสาวะ หากไม่ได้รับการรักษาจะทำให้โรคลุกลามจนก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะอุดตันในท่อรังไข่ ส่งผลให้เป็นหมัน หรือมีการตั้งครรภ์นอกมดลูก
  • การรักษา ใช้เซฟาโลสปอริน (Cephalosporins) เป็นยาฉีด และให้ยาปฏิชีวนะ เช่น เซฟิซีม (Cefixime) 400 มก. ครั้งเดียว

หนองในเทียม

  • เกิดจากเชื้อแบคทีเรียคลาไมเดีย (Chlamydia trachomatis)
  • มีระยะการฟักตัวของโรคมากกว่า 10 วันขึ้นไป
  • อาการของผู้ชาย ระยะแรกอาจจะมีแค่เพียงรู้สึกคันที่ท่อปัสสาวะ หรือมีน้ำใสๆ ต่อมาจะเริ่มข้นขึ้นแล้วไหลออกมาทางท่อปัสสาวะ โดยหนองของหนองในเทียมจะไม่ข้นเท่าหนองในแท้ 
  • อาการของผู้หญิง อาจจะไม่มีอาการแสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน แต่มีแค่เพียงอาการคัน และมีตกขาว อาจมีอาการปวดแสบร้อนขณะปัสสาวะร่วมด้วย ซึ่งตรวจวินิจฉัยและรักษาได้ยาก
  • การรักษา ใช้ยาปฏิชีวนะกลุ่มด็อกซีไซคลิน (Doxycyclin) อะซิโธรมัยซิน (azithromycin) และยากลุ่มควิโนโลน (Quinolones) ซึ่งอาจต้องใช้เวลาในการรักษาค่อนข้างนาน

การวินิจฉัยโรคหนองใน

หากสงสัยว่า ตนเองอาจติดเชื้อ หรือคู่นอนติดเชื้อหนองใน คุณ และคู่นอนต้องพบแพทย์ หรือสูติแพทย์ ซึ่งแพทย์จะตรวจหาเชื้อโดยการตรวจปัสสาวะ หรืออาจทำการทดสอบจากตัวอย่างเนื้อเยื่อที่ได้จากองคชาต ช่องคลอด หรือตกขาว 

ซึ่งสามารถปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีการตรวจเช็คที่เหมาะสมมากที่สุด นอกจากนี้ แพทย์อาจตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ด้วย เช่น เชื้อไวรัสเอชไอวี โรคซิฟิลิส หรือโรคหนองในเทียม 

การรักษาโรคหนองใน

หากคุณติดเชื้อหนองใน แพทย์จะจ่ายยาปฏิชีวนะเพื่อลดการติดเชื้อ และติดตามอาการอย่างใกล้ชิด รวมทั้งแนะนำให้คุณงดมีเพศสัมพันธ์ขณะรักษาเพื่อป้องกันเชื้อจะแพร่กระจายสู่ผู้อื่น 

ที่สำคัญ คู่นอนของคุณจำเป็นต้องได้รับการตรวจหาเชื้อ และรักษาด้วยเช่นกัน ซึ่งหมายถึงคู่นอนที่คุณมีเพศสัมพันธ์ด้วยในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา 

แต่หากคุณทิ้งช่วงการมีเพศสัมพันธ์มากกว่า 2 เดือน ควรให้คู่นอนคนล่าสุดรับการตรวจรักษาด้วย เพราะแม้ว่าคุณจะรักษาโรคหายแล้วก็ยังมีโอกาสติดโรคซ้ำได้อีก

ยิ่งคุณรักษาโรคหนองในเร็วเท่าไร ก็ยิ่งช่วยลดความเสี่ยง และความรุนแรงของโรคได้มากเท่านั้น นอกจากนี้ ยังเป็นการลดโอกาสในการแพร่กระจายเชื้อไปยังผู้อื่นด้วย 

ทั้งนี้แพทย์จะแนะนำให้งดมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 7 วันหลังจากการรักษาโรคจนหายสนิทแล้ว เพราะหากคุณมีเพศสัมพันธ์ก่อนที่จะรักษาโรคสำเร็จ มีโอกาสสูงมากที่คุณและคู่นอนจะกลับมาติดเชื้ออีก และควรใช้ถุงยางอนามัยเมื่อเริ่มกลับมามีเพศสัมพันธ์

หนองในหายเองได้หรือไม่ ?

ผู้ติดเชื้อหลายคนเมื่อมีอาการหนองในอาจไม่กล้ามาพบแพทย์ และคิดว่าหากปล่อยไว้ร่างกายน่าจะสามารถเยียวยาตัวเองได้ 

แต่จริงๆ แล้วไม่เป็นความจริง เพราะหนองในเป็นโรคที่จำเป็นต้องรักษาด้วยการรับประทานยาฆ่าเชื้อประมาณ 1 สัปดาห์ ไม่สามารถหายเองได้ ที่สำคัญไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง 

แต่ควรมาพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการก่อนการรักษา จะได้เลือกยาอย่างเหมาะสม และไม่ควรรักษาเพียงคนเดียว แต่ควรพาคู่นอนมาตรวจรักษาด้วย มิเช่นนั้นก็มีโอกาสกลับไปติดเชื้อได้อีก

การป้องกันการติดเชื้อหนองใน

การป้องกันการติดเชื้อที่ดีที่สุด คือ การงดมีเพศสัมพันธ์ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด (ทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือปาก) และไม่ควรเปลี่ยนคู่นอนบ่อย เพราะยิ่งเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อมากขึ้น 

ที่สำคัญคุณควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง เนื่องจากถุงยางอนามัยเป็นวิธีการป้องกันเดียวที่จะสามารถป้องกันคุณจากโรคหนองใน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ และการตั้งครรภ์ได้

ดูแพ็กเกจตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจต่างๆ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @HonestDocs และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


11 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Chlamydia/Gonorrhea, Sexuality Education Resource Center (SERC) (http://www.serc.mb.ca/sexual-health/stis-and-hiv/chlamydia-gonorrhea)
Gonorrhea – CDC Fact Sheet (Detailed Version), Centers for Disease Control and Prevention (https://www.cdc.gov/std/gonorrhea/stdfact-gonorrhea-detailed.htm)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป