ความรู้สุขภาพ

เซลล์เม็ดเลือดขาวสูง เป็นสัญญาณอันตรายหรือไม่?

เซลล์เม็ดเลือดขาวสูงบ่งบอกถึงความผิดปกติอะไรได้บ้าง มาเรียนรู้ภาวะผิดปกติที่เกี่ยวของกับภาวะเซลล์เม็ดเลือดขาวสูงกว่าปกติ (Leukocytosis) วิธีการตรวจ การรักษา และการป้องกัน
เผยแพร่ครั้งแรก 12 ส.ค. 2018 อัปเดตล่าสุด 12 พ.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 4 นาที
เซลล์เม็ดเลือดขาวสูง เป็นสัญญาณอันตรายหรือไม่?

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • เซลล์เม็ดเลือดขาว เป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกัน คอยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคในร่างกาย ช่วยกำจัดสารพิษ สิ่งแปลกปลอม และของเสียบางชนิด เมื่อเซลล์เม็ดเลือดขาวสูงกว่าปกติ นั่นอาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติในร่างกาย
  • จำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวปกติจะอยู่ระหว่าง 4,000-11,000 เซลล์/ไมโครลิตร
  • อาการเมื่อมีเซลล์เม็ดเลือดขาวสูงกว่าปกติ เช่น ไข้ อ่อนแรง วิงเวียน มีเหงื่อออกมาก หายใจลำบาก ปวดเมื่อย เบื่ออาหาร น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีปัญหาด้านการมองเห็น
  • สาเหตุที่ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวสูงกว่าปกติ เช่น การติดเชื้อ การอักเสบ ความผิดปกติของไขกระดูก หรือมะเร็งเม็ดเลือดขาว
  • หากคุณมีอาการของภาวะเซลล์เม็ดเลือดขาวสูงกว่าปกติ อย่าเพิกเฉย เพราะอาจเป็นสัญญาณผิดปกติของร่างกาย ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย และรักษาด้วยวิธีที่เหมาะสม (ดูแพ็กเกจตรวจสุขภาพได้ที่นี่)

เซลล์เม็ดเลือดขาว (White Blood Cell: WBC) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ลิวโคไซต์ (Leukocyte)” เป็นหนึ่งในส่วนประกอบที่อยู่ในเลือด ทำหน้าที่ในระบบภูมิคุ้มกัน คอยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคในร่างกาย ช่วยกำจัดสารพิษ สิ่งแปลกปลอม และของเสียบางชนิด

เมื่อใดที่เซลล์เม็ดเลือดขาวมีจำนวนมากกว่าปกติ เรียกภาวะนี้ว่า “ลิวโคไซโตซิส (Leukocytosis)” อาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติภายในร่างกาย เช่น เกิดการติดเชื้อ การอักเสบ โรคมะเร็ง หรือโรคภูมิแพ้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 370 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

จำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวปกติคือเท่าไร?

ปกติแล้ว จำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวจะอยู่ระหว่าง 4,000-11,000 เซลล์/ไมโครลิตร

ชนิดของเซลล์เม็ดเลือดขาวและความผิดปกติที่เกี่ยวข้อง

เซลล์เม็ดเลือดขาวในร่างกายของเราแบ่งออกเป็น 5 ชนิด เรียงตามจำนวนมากไปน้อย ได้แก่

  • นิวโทรฟิล (Neutrophil) เป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดที่มีจำนวนมากที่สุด คิดเป็น 50-70% ของจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวในร่างกาย โดยภาวะจำนวนนิวโทรฟิลผลิตมากผิดปกติ (Neutrophilia) จะเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ และการอักเสบ

  • ลิมโฟไซต์ (Lymphocyte) คิดเป็น 20-40% ของจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวในร่างกาย โดยภาวะจำนวนลิมโฟไซต์ผลิตมากผิดปกติ (Lymphocytosis) จะเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อไวรัส และโรคลูคีเมีย

  • โมโนไซต์ (Monocyte) คิดเป็น 0-7% ของจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวในร่างกาย โดยภาวะโมโนไซต์ผลิตมากผิดปกติ (Monocytosis) จะเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ และโรคมะเร็ง

  • อีโอซิโนฟิล (Eosinophil) คิดเป็น 0-1% ของจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวในร่างกาย โดยภาวะอีโอซิโนฟิลผลิตมากผิดปกติ (Eosinophilia) จะเกี่ยวข้องกับโรคภูมิแพ้ และโรคจากปรสิต

  • เบโซฟิล (Basophil) คิดเป็น 0-5% ของจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวในร่างกาย โดยภาวะเบโซฟิลผลิตมากผิดปกติ (Basiphilia) จะเกี่ยวข้องกับโรคลูคีเมีย

อาการเมื่อมีเซลล์เม็ดเลือดขาวสูงกว่าปกติ

หากจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวสูงขึ้นเพียงเล็กน้อย มักไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆ แต่หากเซลล์เม็ดเลือดขาวสูงมากผิดปกติ ก็อาจเกิดการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันได้มากกว่าปกติ จนทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น

  • มีไข้
  • อ่อนแรง หน้ามืด วิงเวียน
  • มีเหงื่อออกมาก
  • หายใจลำบาก
  • ปวดเมื่อย หรือชาตามแขนขา
  • มีเลือดออก หรือรอยฟกช้ำตามผิวหนัง
  • เบื่ออาหาร
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • มีปัญหาด้านการมองเห็น

หากมีอาการดังกล่าว ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุความผิดปกติ เพราะถ้าหากเกี่ยวข้องกับภาวะเซลล์เม็ดเลือดขาวสูงผิดปกติ ก็อาจหมายถึงการป่วยเป็นโรคร้ายแรงที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างใกล้ชิดได้

สาเหตุที่ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวสูงกว่าปกติ

สาเหตุที่ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวสูงกว่าปกติ มีหลายประการ ดังนี้

  • การติดเชื้อ ทำให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาวจำนวนมากเพื่อมาต่อสู้กับเชื้อโรค เช่น
    • การติดเชื้อแบคทีเรีย มักพบในภาวะเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดนิวโทรฟิลสูง
    • การติดเชื้อไวรัส มักพบในภาวะเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์สูง ยกเว้นการติดเชื้อเอชไอวี (HIV) เนื่องจากเชื้อเอชไอวี มีเซลล์เป้าหมายเป็นเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ ดังนั้น ผู้ติดเชื้อเอชไอวี จึงอาจพบภาวะเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ต่ำลงได้
    • การติดเชื้อปรสิต หรือหนอนพยาธิ มักพบในภาวะเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดอีโอซิโนฟิลสูง

  • ร่างกายมีการอักเสบ เนื่องจากการอักเสบเป็นหนึ่งในกลไกตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน และเกี่ยวข้องกับการทำงานของเม็ดเลือดขาวโดยตรงด้วย

  • มีความผิดปกติของไขกระดูก เซลล์เม็ดเลือดขาวนั้นถูกสร้างในไขกระดูก ดังนั้น หากไขกระดูกเกิดความผิดปกติก็อาจส่งผลให้การสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวมากหรือน้อยกว่าปกติได้

  • มีความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันไวเกิน หรือเป็นโรคภูมิแพ้ตัวเอง อาจมีการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวในร่างกายมากกว่าปกติได้เช่นกัน

  • เป็นผลจากยาบางชนิด เช่น ยาที่กระตุ้นการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน และยาสเตียรอยด์

  • มีอาการแพ้ เมื่อร่างกายสัมผัสกับสารกระตุ้นอาการแพ้ จะตอบสนองโดยการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวมากขึ้น โดยเฉพาะเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดเบโซฟิล

  • ความเครียด ความตึงเครียดทางร่างกายและอารมณ์ อาจส่งผลให้พบเม็ดเลือดขาวสูงได้เช่นกัน

  • เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว การพบเซลล์เม็ดเลือดขาวสูงมาก อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้ เช่น
    • มะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเฉียบพลัน ทั้งชนิดมัยลอยด์และลิมฟอยด์ มักพบเซลล์ตัวอ่อนของเม็ดเลือดขาวในกระแสเลือดจำนวนมาก
    • เม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรัง ทั้งชนิดมัยลอยด์และลิมฟอยด์ มักพบเซลล์ตัวเต็มวัยของเม็ดเลือดขาวในกระแสเลือดสูงมาก (สูง 2-5 เท่า ของจำนวนปกติ) และมีเซลล์ตัวอ่อนเม็ดเลือดขาวปะปนมาด้วย

การตรวจวัดจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาว

การวัดจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวในกระแสเลือด ทำได้โดยการเจาะเลือดไปตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete blood count) หรือเรียกสั้นๆ ว่า “ตรวจซีบีซี (CBC)” เพื่อนับแยกจำนวนเม็ดเลือดขาวแต่ละชนิด

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 370 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

การตรวจซีบีซีจะตรวจร่วมกับการตรวจค่าความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดผ่านกล้องอจุลทรรศน์ (Blood smear) เพื่อดูลักษณะของเซลล์เม็ดเลือดขาวด้วย

ค่าปกติของจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวจะอยู่ที่ 4,000-11,000 เซลล์/ไมโครลิตร โดยสัดส่วนปกติของเซลล์เม็ดเลือดขาวแต่ละชนิด คือ

  • นิวโทรฟิล 50-70%
  • ลิมโฟไซต์ 20-40%
  • โมโนไซต์ 0-7%
  • อีโอซิโนฟิล 0-5%
  • เบโซฟิล 0-1%

การรักษาภาวะเซลล์เม็ดเลือดขาวสูงกว่าปกติ

การรักษาภาวะเซลล์เม็ดเลือดขาวสูงจะแบ่งออกเป็น 3 กรณี คือ

  • เซลล์เม็ดเลือดขาวสูงขึ้นเพียงเล็กน้อย และไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ไม่จำเป็นต้องรักษา เนื่องจากเป็นการตอบสนองของภูมิคุ้มกันตามปกติ

  • เซลล์เม็ดเลือดขาวสูงขึ้น และมีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย แพทย์จะวินิจฉัยหาสาเหตุ และรักษาตามความเหมาะสม เช่น
    • หากเกิดการติดเชื้อ จะรักษาโดยการให้ยาต้านไวรัส ยาปฏิชีวนะ หรือยาถ่ายพยาธิ
    • หากมีอาการแพ้ จะรักษาโดยการให้ยาแก้แพ้
    • หากพบว่า เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว จะรักษาโดยการให้ยาเคมีบำบัด และการฉายรังสี

  • ผู้ป่วยมีเซลล์เม็ดเลือดขาวสูงมาก (มากกว่า 100,000 เซลล์/ไมโครลิตร) อาจต้องรักษาโดยการเปลี่ยนถ่ายพลาสมา เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

การป้องกันภาวะเซลล์เม็ดเลือดขาวสูงกว่าปกติ

การเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาวมักเป็นการตอบสนองตามปกติของร่างกาย เพื่อป้องกันการรุกรานของเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม จึงไม่มีวิธีป้องกันเป็นพิเศษ

สิ่งที่สามารถทำได้คือ การรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้ภูมิต้านทานอ่อนแอ ออกกำลังกายเป็นประจำ และรับประทานอาหารที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เช่น ผักผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ก็จะช่วยให้เซลล์เม็ดเลือดขาวทำงานได้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีอาการของภาวะเซลล์เม็ดเลือดขาวสูงกว่าปกติ เช่น มีไข้ อ่อนแรง หายใจลำบาก มีเลือดออก หรือเบื่ออาหาร อย่าเพิกเฉย เพราะอาจเป็นสัญญาณผิดปกติในร่างกาย ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย และเข้ารับการรักษาด้วยวิธีการที่เหมาะสม

ดูแพ็กเกจตรวจสุขภาพ เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจต่างๆ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @hdcoth และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


2 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
อาจารย์ ดร.วันวิสาข์ อุดมสินประเสริฐ, ผลแลปจากการตรวจเลือด...มีความหมายว่าอย่างไร (https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/442/ผลแลปจากการตรวจเลือด/), 27 พฤศจิกายน 2561.
Nancy L. Moyer, What is Leukocytosis? (https://www.healthline.com/health/leukocytosis), 18 July 2018.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
วิตามิน (Vitamins) คืออะไร?
วิตามิน (Vitamins) คืออะไร?

ร่างกายของคุณต้องการวิตามินที่สำคัญถึง 13 ชนิดในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านเพิ่ม