สุขภาพฟัน

โรคเหงือกอักเสบ (gingivitis) คืออะไร ?

เรียนรู้ว่าโรคเหงือกอักเสบคืออะไร และจะรักษาหรือป้องกันได้อย่างไร
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มี.ค. 15, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 548,573 คน

โรคเหงือกอักเสบ (gingivitis) คืออะไร ?

หากคุณรู้สึกระคายเคืองที่เหงือก เหงือกแดงและบวม นั่นอาจเป็นสัญญาณของโรคเหงือกอักเสบ (Gingivitis) ซึ่งเป็นปัญหาเกี่ยวกับเหงือกที่พบบ่อยที่สุด แม้อาการของเหงือกอักเสบจะไม่รุนแรงนัก แต่ก็ไม่ควรละเลยเป็นอันขาด เพราะเมื่อนานไปอาจยิ่งมีอาการรุนแรง และทำให้สูญเสียฟันไปได้

โรคเหงือกอักเสบมักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เนื่องจากละเลยการดูแลรักษาความสะอาดของช่องฟัน ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอาจกลายเป็นโรคปริทันต์ ซึ่งเป็นการติดเชื้ออย่างรุนแรงของเหงือก ส่งผลต่อเนื้อเยื่อและกระดูกบริเวณรอบๆ ฟัน ทำให้ฟันโยกและหลุดไปในที่สุด

โฆษณาจาก HonestDocs
โปรโมชั่นทำฟัน ใกล้ ดี คุ้ม

ซื้อวันนี้ดี ใช้วันหลังได้ ก่อนโปรโมชั่นหมด! คลินิกเราคัดมาแล้วว่าได้มาตรฐาน บริการดี ทั่วกรุงเทพ

Dental clinics 01

อาการของโรคเหงือกอักเสบ

โดยปกติ เหงือกที่มีสุขภาพดีจะมีสีชมพูอ่อนๆ มีความแข็งแรง และขอบเงือกเรียบติดกับฟัน แต่หากคุณสังเกตถึงอาการผิดปกติของเหงือกและฟันดังต่อไปนี้ ก็เป็นไปได้ว่าคุณกำลังมีอาการเหงือกอักเสบ

  • เหงือกบวม
  • เหงือกมีแดงออกดำคล้ำ
  • เมื่อสัมผัสเหงือกดูรู้สึกเจ็บ
  • เหงือกร่น
  • มีเลือกออกตามไรฟันบ่อยๆ หลังจากแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟัน
  • มีกลิ่นปาก

สาเหตุของโรคเหงือกอักเสบ

เหงือกอักเสบมักเกิดจากการขาดสุขอนามัยในการดูแลช่องปากและฟัน ทำให้คราบสกปรกและแบคทีเรียก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นคราบหินปูนตามซอกเหงือก ซึ่งหินปูนเหล่านี้เป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียจำนวนมาก และเมื่อนานไปก็สร้างความระคายเคืองให้เนื้อเยื่อเหงือกบริเวณรอบๆ ฟัน ทำให้เกิดการอักเสบขึ้นในที่สุด นำมาซึ่งอาการเหงือกบวม และมีเลือดออกตามไรฟันหลังจากแปรงหรือใช้ไหมขัดฟัน

นอกจากนี้ ปัจจัยบางอย่างก็อาจทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคเหงือกอักเสบได้มากขึ้น เช่น

  • การแปรงฟันอย่างไม่ถูกต้อง หรือแปรงไม่บ่อยเท่าที่ควร
  • การมีฟันคุด การจัดฟัน หรือการใส่อุปกรณ์ต่างๆ ในช่องปาก อาจเอื้อให้เกิดคราบแบคทีเรียสะสมมากขึ้น
  • การมีฟันเกหรือฟันซ้อน
  • การใช้ยาบางอย่างที่ทำให้เกิดภาวะน้ำลายแห้ง (Xerostomia) หรือทำให้เหงือกบวมโตขึ้น
  • การสูบบุหรี่
  • โรคเบาหวานการขาดสารอาหารบางชนิด เช่น วิตามินซี เป็นต้น
  • การตั้งครรภ์และการใช้ยาคุมกำเนิด
  • ภาวะที่ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคติดเชื้อเอชไอวี หรือโรคเอดส์ และการเข้ารับการรักษาโรคมะเร็ง
  • การติดเชื้อไวรัสและการติดเชื้อรา

การวินิจฉัยโรคเหงือกอักเสบ

หากสังเกตถึงอาการผิดปกติในช่องปากและฟันดังข้างต้น คุณควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษา โดยเบื้องต้นทันแพทย์จะสอบถามถึงอาการและประวัติการรักษาโรคต่างๆ ของผู้ป่วย รวมถึงโรคภายในช่องปาก จากนั้นจะตรวจดูฟัน เหงือก ลิ้น และภายในช่องปากเพื่อดูคราบหินปูนหรือหาลักษณะของโรคเหงือกอักเสบ และอาจมีการเอกเรย์ดูกระดูกบริเวณรอบๆ ฟันว่าปกติดีหรือไม่ รวมทั้งตรวจหาสาเหตุของอาการเหงือกอักเสบด้วยวิธีอื่นๆ หรือในกรณีที่อาการรุนแรง อาจต้องส่งตัวผู้ป่วยไปพบแพทย์เฉพาะทางด้านโรคเหงือก

การรักษาโรคเหงือกอักเสบ

การรักษาที่ทันท่วงทีสามารถช่วยให้เหงือกของคุณกลับมามีสุขภาพดีเหมือนเดิม รวมทั้งช่วยป้องกันโรคปริทันต์และการสูญเสียฟัน ทันแพทย์จะให้การรักษาโดยเริ่มจากการทำความสะอาดคราบสกปรกและหินปูนที่สะสมอยู่ออกไป และอาจให้ใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาอาการติดเชื้อด้วย รวมทั้งแนะนำให้ผู้ป่วยดูแลสุขภาพช่องปากอย่างต่อเนื่องที่บ้านเป็นประจำ 

ส่วนผู้ที่มีปัญหาเหงือกอักเสบเนื่องจากการใส่สะพานฟัน ฟันปลอม หรือการจัดฟัน ทำให้เกิดการระคายเคืองหรือทำความสะอาดได้ยาก แพทย์อาจแนะนำให้แก้ไขที่ปัญหาเหล่านี้ ทั้งนี้ หลังจากรับการรักษาเรียบร้อยแล้ว คุณควรไปพบทันตแพทย์เพื่อติดตามอาการและตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำ ซึ่งจะช่วยควบคุมปัญหาโรคเหงือกได้อย่างสมบูรณ์

โฆษณาจาก HonestDocs
โปรโมชั่นทำฟัน ใกล้ ดี คุ้ม

ซื้อวันนี้ดี ใช้วันหลังได้ ก่อนโปรโมชั่นหมด! คลินิกเราคัดมาแล้วว่าได้มาตรฐาน บริการดี ทั่วกรุงเทพ

Dental clinics 01

ภาวะแทรกซ้อนของโรคเหงือกอักเสบ

หากคุณละเลยและไม่เข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสม โรคเหงือกอักเสบจะยิ่งรุนแรงและกลายเป็นโรคปริทันต์อักเสบ ซึ่งต่างจากเหงือกอักเสบตรงที่ไม่สามารถรักษาให้กลับมาเป็นปกติได้ และมักเป็นสาเหตุของการสูญเสียฟัน

นอกจากนี้ มีแนวโน้มที่โรคเหงือกอักเสบเรื้อรังอาจมีความเกี่ยวข้องกับโรคร้ายแรงอื่นๆ เช่น เบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด ลมชัก และโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์โดยมีงานวิจัยชี้ว่าแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคปริทันต์อักเสบนั้นสามารถเดินทางผ่านเนื้อเยื่อเหงือกเข้าสู่กระแสเลือด และส่งผลกระทบต่อหัวใจ ปอด และส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้ 

การป้องกันโรคเหงือกอักเสบ

การดูแลสุขอนามัยช่องปากเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยปกป้องคุณจากโรคเหงือกอักเสบ ซึ่งทำได้ง่ายๆ ตามคำแนะนำต่อไปนี้

  • แปรงฟันให้สะอาดอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หลังจากตื่นนอนและก่อนนอน และใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละครั้ง หรือถ้าจะให้ดีก็ควรแปรงฟันหลังอาหารทุกมื้อ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วน เพื่อป้องกันการขาดสารอาหารต่างๆ
  • หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เพราะจะทำให้มีแบคทีเรียสะสมตามช่องปากและฟันจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน
  • ไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำทุก 6-12 เดือน หากคุณมีความเสี่ยงเกิดโรคเหงือก ทันตแพทย์จะให้คำแนะนำคุณเกี่ยวกับการป้องกันได้

อ้างอิงข้อมูลจาก

Gingivitis (https://www.mayoclinic.org/dis...) 4 April 2017
Christine Frank, Gum disease (Gingivitis) (https://www.healthline.com/hea...) 13 November 2017.

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่