มะเร็งและโรคร้าย

เหงือกร่น สาเหตุ การรักษา และการป้องกันอย่างถูกวิธี

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 23, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,248,457 คน

เหงือกร่น สาเหตุ การรักษา และการป้องกันอย่างถูกวิธี

เหงือกร่น คือการที่เนื้อเยื่อขอบเหงือกรอบๆ ฟันร่นออกไปจนเห็นเนื้อฟันหรือรากฟันมากขึ้น เกิดเป็นช่องว่างระหว่างฟันและเหงือก ซึ่งบริเวณนี้จะกลายเป็นแหล่งสะสมของคราบสกปรกและแบคทีเรียต่างๆ หากไม่ได้รับการรักษาอาจถึงขั้นทำให้ต้องสูญเสียฟันไป

เหงือกร่นมีอาการอย่างไรบ้าง?

ผู้ที่มีอาการเหงือกร่นบางรายอาจไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าเป็น เนื่องจากไม่มีอาการบ่งบอกอย่างชัดเจน โดยอาการมักเริ่มจากเสียวฟันเวลาดื่มของร้อนหรือของเย็น ส่วนในรายที่มีอาการชัดเจน เมื่อส่องกระจกดูภายในปากตัวเองจะพบว่าเหงือกร่นลงไปจนซี่ฟันดูยาวขึ้น ทำให้เนื้อฟันที่เดิมเคยอยู่ใต้เหงือกโผล่ออกมาอย่างชัดเจนจนสัมผัสกับเชื้อแบคทีเรียในช่องปากได้โดยตรง สิ่งที่ตามมาก็คือการเกิดคราบหินปูนที่เนื้อฟัน ซึ่งเป็นแหล่งเจริญเติบโตของเชื้อโรค เมื่อไม่รีบรักษาจะทำให้โครงสร้างกระดูกและเนื้อเยื่อที่รองรับฟันเสียหาย ส่งผลให้ฟันหลุดร่วงไปในที่สุด

สาเหตุของการเกิดเหงือกร่น

เหงือกร่นเกิดขึ้นได้จากสาเหตุหลายๆ อย่าง เช่น

  • การแปรงฟันผิดวิธี การแปรงฟันด้วยการถูไปมาในแนวนอนสามารถทำให้เหงือกร่นและคอฟันสึกได้ โดยอาการเหงือกร่นที่เกิดจากการแปรงฟันมักเกิดขึ้นบริเวณฟันเขี้ยว ฟันกรามน้อย และฟันกรามตรงกระพุ้งแก้ม
  • โรคปริทันต์อักเสบ เป็นโรคเกี่ยวกับการติดเชื้อแบคทีเรียที่ส่งผลให้เหงือกอักเสบ โรคนี้ถือเป็นสาเหตุหลักของอาการเหงือกร่นเลยก็ว่าได้ เพราะเมื่อปล่อยทิ้งไว้จะทำให้เนื้อเยื่อเหงือกและกระดูกที่รองรับฟันเสียหาย เหงือกร่น และตามมาด้วยฟันหลุดร่วง
  • การขาดสุขอนามัยในการดูแลฟัน เช่น แปรงฟันไม่บ่อยเท่าที่ควร ไม่ใช้ไหมขัดฟัน และไม่ไปตรวจสุขภาพฟันกับทันตแพทย์เป็นประจำทุก 6 เดือน เหล่านี้อาจทำให้เกิดคราบหินปูน โรคเหงือกอักเสบ เหงือกร่น หรือปัญหาสุขภาพในช่องปากและฟันอื่นๆ ได้
  • การสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่ส่งผลเสียต่อสุขภาพปากและฟัน ทำให้เกิดคราบที่ฟัน เหงือกอักเสบ และเหงือกร่นได้
  • พันธุกรรม งานวิจัยชี้ว่าประมาณร้อยละ 30 อาจมีความเสี่ยงในการเกิดโรคเหงือกมากกว่าคนอื่น แม้ว่าจะดูแลสุขภาพปากและฟันเป็นอย่างดีแล้วก็ตาม
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศหญิง เช่น ในช่วงตั้งครรภ์ ในวัยเจริญพันธ์ุ หรือในช่วงวัยทอง สามารถส่งผลให้เสี่ยงต่อการเกิดเหงือกร่นได้
  • การมีฟันเกหรือฟันซ้อน ฟันที่เรียงตัวไม่สม่ำเสมออาจเป็นสาเหตุให้เกิดแรงตึงบนเหงือกและกระดูกฟันจนส่งผลให้เหงือกร่น
  • การเจาะริมฝีปากหรือลิ้น อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อเหงือกและทำให้เหงือกร่นได้เช่นกัน

เหงือกร่น รักษาได้อย่างไร?

ทันตแพทย์จะรักษาอาการเหงือกร่นตามสาเหตุ รวมถึงการทำความสะอาดคราบหินปูนบนฟันและผิวรากฟันใต้เหงือก พร้อมกับทำให้ผิวรากฟันที่โผล่ขึ้นมาเรียบกว่าเดิม เพื่อที่แบคทีเรียจะได้เกาะตัวได้ยาก นอกจากนี้ ผู้ป่วยอาจได้รับยาปฏิชีวนะเพื่อกำจัดแบคทีเรียอันตรายที่ยังหลงเหลืออยู่ด้วย ซึ่งหากมีอาการไม่รุนแรง ไม่นานเหงือกก็จะกลับมาเป็นปกติดังเดิม

ในกรณีที่ยังคงมีเหงือกร่นเหมือนเดิม แม้จะรักษาที่ต้นเหตุไปแล้ว หรือกรณีที่ไม่อาจทำความสะอาดคราบหินปูนได้ เนื่องจากกระดูกและเบ้าฟันที่เสียหายนั้นอยู่ลึกมาก ทันตแพทย์อาจพิจารณารักษาด้วยการผ่าตัด เช่น การปลูกถ่ายเนื้อเยื่อเหงือกบริเวณที่มีปัญหาโดยใช้เนื้อเยื่อจากส่วนอื่นๆ ภายในช่องปาก หรือการซ่อมแซมกระดูกรองรับฟันที่เสียหายโดยใช้เนื้อเยื่อปลูกถ่ายหรือเยื่อบุผิวเหงือก

การป้องกันอาการเหงือกร่น

การดูแลรักษาสุขภาพปากและฟันให้ดีอยู่เสมอเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการช่วยป้องกันปัญหาเกี่ยวกับช่องปากทั้งหลาย ซึ่งรวมถึงอาการเหงือกร่นด้วย สามารถทำได้ตามคำแนะนำดังต่อไปนี้

  • แปรงฟันอย่างถูกวิธี
    • ควรแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ตอนเช้าและก่อนนอน ถ้าเป็นไปได้ควรแปรงฟันทุกครั้งหลังรับประทานอาหารเสร็จแล้ว
    • ใช้แปรงสีฟันที่มีขนอ่อนนุ่ม และควรเปลี่ยนแปรงสีฟันใหม่ทุกๆ 3 เดือน
    • ก่อนแปรงฟันและหลังแปรงฟันเสร็จควรล้างแปรงสีฟันให้สะอาดทุกครั้ง
    • การใช้น้ำยาบ้วนปากควรทำก่อนแปรงฟันหรือหลังรับประทานอาหารเสร็จ เพื่อช่วยชำระเศษอาหาร ไม่ควรใช้น้ำยาบ้วนปาก หรือบ้วนปากแรงๆ หลังแปรงฟัน เพราะจะทำให้ฟลูออไรด์จากยาสีฟันฟันหลุดออกไป
    • ทันตแพทย์แนะนำให้บีบยาสีฟันเท่าเม็ดถั่วเขียวก็เพียงพอ การใช้ยาสีฟันมากๆ ไม่ได้ช่วยให้ฟันสะอาดมากขึ้นแต่อย่างใด
    • จับแปรงสีฟันให้ทำมุม 45 องศา และแปรงในลักษณะหมุนวนเป็นวงกลมอย่างเบามือเพื่อไม่ให้เหงือกอักเสบ จากนั้นจึงแปรงปัดขึ้นปัดลงให้ทั่วทั้งด้านใน ด้านนอก และส่วนที่ใช้บดเคี้ยวอาหาร
    • สามารถแปรงฟันซ้ำอีกรอบได้หากรู้สึกว่าฟันยังไม่สะอาดพอ
  • หมั่นไปพบทันตแพย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันและขูดหินปูนเป็นประจำ เพราะหินปูนเป็นตัวการที่ดันเหงือกให้ร่นลง ซึ่งหากปล่อยไว้นานก็ยิ่งมีหินปูนสะสมมากขึ้น ทำให้เหงือกร่นลงเรื่อยๆ จึงควรไปขูดหินปูนเป็นประจำทุกๆ 3-6 เดือน และควรไปตรวจสุขภาพฟันอย่างน้อยทุก 6 เดือน
  • หยุดสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุให้เหงือกอักเสบได้ และจะทำให้เกิดอาการเหงือกร่นตามมา 
  • เลี่ยงการใช้ไม้จิ้มฟัน การใช้ไม้จิ้มฟันเพื่อเขี่ยเศษอาหารออกจากฟันส่งผลให้ฟันห่างยิ่งขึ้นและเศษอาหารเข้าไปติดในร่องฟันมากขึ้น ทางที่ดีจึงควรหันมาแปรงฟันหลังรับประทานอาหารแทนการใช้ไม้จิ้มฟัน 
  • นวดเหงือกบ้าง การนวดเหงือกเบาๆ ทุกๆ เช้าหรือเย็น จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบริเวณเหงือกได้อย่างดี เหงือกจึงแข็งแรง ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดเหงือกร่น 

หากมีอาการเหงือกร่น คุณควรรีบเข้ารับการรักษาทันทีเพื่อให้เหงือกฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติ หากปล่อยไว้นานโดยไม่รักษา สุดท้ายจะส่งผลให้ฟันเสียหายและหลุดร่วง ทั้งยังทำให้เหงือกไม่สามารถกลับมาเป็นปกติได้อีก ต้องเข้ารับการผ่าตัดหรือใส่ฟันเทียมเท่านั้น


โฆษณาจาก HonestDocs
ขูดหินปูน ลดเพิ่ม 40% กว่า 20 คลินิก

ลดกลิ่นปาก ลดเลือดออก เราจองคิวให้ ไม่ต้องรอนาน

%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b8%99bannerinternal ad

อ้างอิงข้อมูลจาก

Donna Christiano, The truth about receding gums (https://www.healthline.com/health/receding-gums-grow-back), 4 April 2018.
Michael Friedman, Receding gums (https://www.webmd.com/oral-health/guide/receding_gums_causes-treatments#1), 25 January 2017.

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่