Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
สุขภาพฟัน

ฟันปลอม

ทำความรู้จักฟันชนิดที่สามของชีวิต ซึ่งคุณอาจมีโอกาสต้องใช้บริการสักซี่ก็ได้ ใครจะไปรู้
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,553,638 คน

ฟันปลอม

ฟันปลอม หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า (ฟันเทียม) คือ สิ่งประดิษฐ์ที่สร้างขึ้นเลียนแบบฟันเพื่อใช้ทดแทนฟันธรรมชาติที่หายไป ไม่ว่าจะเพื่อความสะดวกในการบดเคี้ยวอาหาร เสริมบุคลิก ทำให้การออกเสียงชัดเจนขึ้น ป้องกันปัญหาการล้มเอียงของฟันซี่ที่เหลือไปยังช่องว่างของเหงือกรวมทั้งปัญหาเรื่องขากรรไกรที่อาจเกิดขึ้น

แบ่งได้กี่ชนิด

  1. ชนิดถอดได้ อาจใช้ทดแทนซี่ฟันที่หายไปเพียงบางซี่ หรือมากกว่านั้น กรณีที่หายไปเพียงบางซี่ ทันตแพทย์จะทำการกรอแต่งรูปร่างของฟันในบางตำแหน่งให้เป็นที่อยู่ของฐานฟันเทียมและตะขอเพื่อให้ฟันปลอมสามารถใช้งานได้โดยไม่หลุดออกจากปาก หรือหากเป็นกรณีที่ทำทั้งขากรรไกรก็อาจเป็นการพิมพ์ปากทั้งแนว (บน หรือล่าง) เพื่อเสริมวัสดุเป็นฐานรากไม่ให้ฟันปลอมหลุด ส่วนวัสดุที่ใช้ทำฟันปลอมมักทำจากอะคลิลิก (พลาสติก) หรือโลหะผสม 
  2. ชนิดติดแน่น มีหลายชนิด ถ้าใช้ในการซ่อมแซมฟันซี่ใดซี่หนึ่งเพียงซี่เดียวจะเรียกว่า “ครอบฟัน” แต่ถ้าหากใช้ทดแทนซี่ฟันที่หายไปด้วยจะเรียกว่า “สะพานฟัน” หรือ "สะพานฟันติดแน่น"  ซึ่งทันตแพทย์จะกรอแต่งฟันซี่ข้างเคียงเพื่อสวมสะพานฟัน
  3. รากเทียม การรีกษาเพื่อทดแทนซี่ฟันที่หายไปเพียงบางซี่ หลายซี่ หรือทั้งปาก โดยรากเทียมจะทำจากโลหะไทเทเนียมซึ่งมีคุณสมบัติเข้ากันได้ดีกับเนื้อเยื่อของมนุษย์ ทันตแพทย์จะจะผ่าตัดรากเทียมฝังไว้ในกระดูกขากรรไกรเพื่อทดแทนรากฟันธรรมชาติที่หายไปจากการถอนฟัน จากนั้นจะรอระยะเวลาให้รากเทียมยึดติดกับกระดูกดีแล้วทันตแพทย์จึงสามารถใช้รากเทียมเป็นฐานยึดครอบฟัน สะพานฟัน หรือฟันปลอมได้

ภายหลังการถอนฟันหลายๆ ซี่ เหงือก และกระดูกจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างค่อนข้างเร็ว ทันตแพทย์ปจึงจะล่อยให้ช่องเหงือกรักษาและเปลี่ยนรูปร่างตัวเองไปก่อนเป็นเวลาหลายเดือน ก่อนจะทำฟันปลอมให้ การใส่ฟันปลอมในตอนแรกจะมีความรู้สึกแปลกๆ เหมือนมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาอยุ่ในปาก จากนั้นเมื่อใส่เป็นประจำทุกๆ วันคุณจะค่อยๆ ชินไปเอง ทั้งนี้ทันตแพทย์จะแนะนำให้สวมใส่ฟันปลอมตลอดเวลา ยกเว้นเวลานอนเพื่อให้เหงือกได้พัก

การรับประทานอาหาร

เมื่อคุณเริ่มใส่ฟันปลอมครั้งแรก คุณควรรับประทานแต่อาหารอ่อนๆ ที่ตัดเป็นชิ้นเล็กๆ และค่อยๆ เคี้ยวโดยใช้ฟันทั้งสองฟาก หลีกเลี่ยงการเคี้ยวหมากฝรั่งและอาหารที่มีความเหนียว แข็ง หรือมีความคม ค่อย ๆ ปรับตัวให้สามารถรับประทานอาหารประเภทอื่นๆ ได้ และไม่ควรใช้ไม้แคะฟันทำความสะอาดฟันปลอมในช่องปาก 

หากฟันปลอมของคุณติดกาวอย่างพอดี ก็ไม่จำเป็นต้องใช้กาวติดฟันปลอมแต่อย่างใด แต่หากกระดูกกรามของคุณเกิดหดตัวจนรู้สึกว่า ฟันปลอมหลวม ควรกลับไปพบทันตแพทย์เพื่อทำการแก้ไขหรือใช้กาวช่วยติด บางคนอาจรู้สึกมั่นใจมากขึ้นเมื่อใช้กาวติดฟันปลอม อย่างไรก็ตาม ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์และหลีกเลี่ยงการใช้กาวปริมาณมากเกินไป  ทั้งนี้สามารถกำจัดกาวติดออกจากฟันปลอมได้โดยการขัดออกด้วยสบู่และน้ำ ส่วนคราบกาวที่ติดอยู่ในช่องปากก็สามารถล้างออกด้วยกระดาษทิชชู่ชุบน้ำ หรือด้วยผ้าเนื้ออ่อนชุบน้ำสะอาดนำมาเช็ดฟันปลอมให้ทั่ว

การดูแลช่องปากและทำความสะอาด

การดูแลความสะอาดช่องปากก็สำคัญพอๆ กับการทำความสะอาดตัวฟันปลอม คุณควรทำความสะอาดฟันปลอมให้สม่ำเสมอเพื่อกำจัดคราบจุลินทรีย์และเศษอาหารที่อาจสะสมอยู่ เนื่องจากฟันปลอมที่ไม่สะอาดจะเป็นสาเหตุของปัญหาต่างๆ อย่างเช่นกลิ่นปาก โรคปริทันต์ ฟันผุ และการติดเชื้อราในช่องปาก เป็นต้น นอกจากนี้คุณควรแปรงฟันที่เหลืออยู่กับต้องแปรงเหงือกและลิ้นให้สะอาดอย่างน้อย 2 ครั้งต่อวันด้วยยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์เพื่อป้องกันฟันผุและปัญหาในช่องปากอื่นๆ

  • แปรงฟันปลอมด้วยยาสีฟัน หรือสบู่ และล้างด้วยน้ำสะอาดเพื่อกำจัดเศษอาหาร
  • แช่ในสารละลายที่มีฟองฟู่ หรือใส่เม็ดทำความสะอาดฟันลงในน้ำแช่ฟันปลอมเพื่อกำจัดคราบแบคทีเรียที่หลงเหลืออยู่ (ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต)
  • แปรงและขัดฟันปลอมอีกครั้ง (อย่าขัดแรงเกินไป)
  • ควรหาภาชนะใส่น้ำมารองไว้ขณะทำความสะอาดฟันปลอมเพื่อป้องกันการแตกหัก
  • การถอดฟันปลอมไว้ข้างนอก ควรให้ฟันปลอมมีความชื้นตลอดเวลาเพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุฟันปลอมเปลี่ยนรูปร่างไป

ควรไปพบทันตแพทย์เมื่อไร?

หากต้องใส่ฟันปลอม คุณควรไปพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ (แม้แต่ฟันปลอมแบบทั้งปากก็ตาม) เพื่อตรวจสภาพหาร่องรอยปัญหาต่างๆ ฟันปลอมมีอายุการใช้งานหลายปีหากดูแลอย่างดี แต่ส่วนใหญ่แล้วเหงือกและกรามของจะหดลงทำให้ฟันปลอมอาจไม่พอดีจนหลวมและหลุดออกมาได้ ดังนั้นให้รีบไปพบทันตแพทย์หากว่า 

  • ฟันปลอมส่งเสียงขณะที่คุณพูด
  • ฟันปลอมหลวม หรือคุณรู้สึกได้ว่า ฟันปลอมไม่พอดีปากอีกแล้ว
  • ฟันปลอมทำให้คุณรู้สึกอึดอัด
  • ฟันปลอมมีความโทรมอย่างเห็นได้ชัด
  • คุณมีสัญญาณของโรคเหงือก หรือฟันผุ อย่างการมีเลือดออกตามไรฟัน หรือมีกลิ่นปาก เป็นต้น
  • หากไม่เปลี่ยนฟันปลอมที่เก่าและไม่พอดีเสีย ฟันปลอมอาจสร้างความไม่สบายช่องปากและทำให้คุณเมื่อยปากได้ บางครั้งอาจส่งผลไปถึงการติดเชื้อ หรือปัญหาการรับประทานอาหารและการพูด หรืออกเสียงได้ด้วย

แม้ว่าคุณจะไม่อยากใช้ฟันชุดมี่สามที่ชื่อว่า "ฟันปลอม" เลย  แต่เชื่อเถอะว่า หากถึงเวลาที่จำเป็นต้องใช้ฟันปลอมจริงๆ รับรองว่า สิ่งประดิษฐ์นี้จะให้ประโยชน์มากกว่าโทษแน่นอน อย่างน้อยๆ การมีฟันปลอมก็ทำให้คุณรับประทานอาหารได้อย่างเอร็ดอร่อย ยิ้มกว้างได้อย่างไม่เคอะเขิน และเป็นตัวช่วยเสริมบุคลิกชั้นดีจริงๆ 

ที่มาของข้อมูล

อ.ทพญ.ธารี จำปีรัตน์, มหาวิทยาลัยมหิดล, มารู้จักฟันเทียมกันเถอะ (http://www.dt.mahidol.ac.th/th/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99)

คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, ข้อแนะนำในการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันปลอม (http://www.info.dent.nu.ac.th/dentalHospital/index.php/2012-09-18-18-57-27/8-2013-03-25-09-21-57/35-2013-06-18-04-53-22)

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
5 อาหารที่น่าตกใจสำหรับการมีสุขภาพฟันที่ดี
5 อาหารที่น่าตกใจสำหรับการมีสุขภาพฟันที่ดี

อาหารที่สามารส่งเสริมสุขภาพของช่องปากได้อย่างน่ามหัศจรรย์