Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
สุขภาพฟัน

เลือดออกตามไรฟัน

สัญญาณเตือนสุขภาพที่เกิดได้ทุกเพศทุกวัย อย่าชะล่าใจโดยเด็ดขาด
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,393,042 คน

เลือดออกตามไรฟัน

โรคเลือดออกตามไรฟัน หรือที่เรียกอีกชื่อว่า “โรคลักปิดลักเปิด” เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แม้ว่าจะไม่ใช่โรคร้ายแรงจนถึงอันตรายแก่ชีวิต แต่เมื่อเป็นแล้วก็มักจะสร้างความวิตกกังวลให้กับผู้ป่วย หรือเกิดความรำคาญใจ อีกทั้งยังอาจทำให้เสียบุคลิกภาพได้เพราะคนภายนอกจะเห็นร่องรอยสีแดงเวลายิ้ม ซ้ำร้ายยังอาจถูกมองว่าไม่รู้จักรักษาสุขภาพฟันให้ดี ปล่อยให้มีปัญหา จนกระทั่งปรากฏอาการออกมาให้เห็นได้ชัดแบบนี้

สาเหตุของโรคเลือดออกตามไรฟัน

ปัญหาเลือดออกตามไรฟันเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น 

  • การแปรงฟัน หรือใช้ไหมขัดฟันอย่างรุนแรง จนทำให้เหงือกเป็นแผลและมีเลือดออก 
  • ปัญหาภายในช่องปาก เช่น คราบพลัค เหงือกบวมอักเสบ 
  • อาการติดเชื้อที่เหงือกและฟัน ทำให้มีเลือดออกตามไรฟันได้ง่าย 
  • ภาวะร่างกายขาดวิตามินซีและวิตามินเค
  • การใส่ฟันปลอม หรือการจัดฟันที่ไม่พอดีกับฟัน 
  • เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนระหว่างตั้งครรภ์ 
  • การใช้ยาบางชนิด เช่น กลุ่มยาต้านทานการแข็งตัวของเลือด 
  • สัญญาณเตือนของโรคภัย เช่น โรคฮีโมฟีเลีย (โรคไหลไม่หยุด) โรคลูคีเมีย (มะเร็งเม็ดเลือดขาว) โรคไข้เลือดออก หรือโรคอื่นๆ ที่เป็นแล้วมีผลให้เกล็ดเลือดต่ำ เช่นไขกระดูกฝ่อ เป็นต้น
  • หากสาเหตุที่ทำให้เลือดออกตามไรฟันไม่ได้เกิดจากพวกวัสดุใส่ฟันและหาสาเหตุไม่ได้ รวมถึงมีอาการรุนแรงขึ้นเรื่อยๆควรไปพบแพทย์เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

การวินิจฉัยโรคเลือดออกตามไรฟัน

  • ซักประวัติ สอบถามพฤติกรรมการดูแลช่องปาก การเลือกใช้แปรงสีฟันกับยาสีฟัน พฤติกรรมการรับประทานอาหาร เนื่องจากบางครั้งอาจเกิดจากการขาดวิตามินซี หรืออยู่ระหว่างตั้งครรภ์
  • ตรวจฟัน เหงือก และช่องปากเพื่อหาข้อสันนิษฐานของโรคว่าเกิดจากสาเหตุอะไร เช่น กรณีที่เกิดจากบริเวณคอฟันมีหินปูนและคราบพลัคเกาะอย่างหนาแน่น สามารถรักษาได้ด้วยการขูดหินปูน กรณีเกิดจากปรับเปลี่ยนฟันปลอม หรือจัดฟัน หากตรวจว่า โรคเกิดจากสาเหตุนี้ ทันตแพทย์อาจให้มีการจัดฟันใหม่ หรือเปลี่ยนฟันปลอมชุดใหม่อีกครั้ง
  • เอกซเรย์ช่องปากเพื่อดูฟันและเหงือก
  • ตรวจเลือดดูความสมบูรณ์และปริมาณของเม็ดเลือดขาวเพื่อหาค่าการอักเสบ  ตรวจดูเกล็ดเลือด

วิธีรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน

  • แนะนำวิธีดูแลรักษาความสะอาดที่ถูกวิธี รวมถึงแก้ไขตามอาการของผู้ป่วยแต่ละคน
  • ติดตามอาการหลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและลดสาเหตุแล้ว 
  • กรณีที่ผู้ป่วยยังไม่หายจากโรค ต้องมีการตรวจอาการอย่างละเอียดอีกครั้งเพราะอาจมีโรคที่ต้องรักษาอย่างต่อเนื่องเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เช่น โรคที่เกี่ยวกับความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด โรคมะเร็งในช่องปาก และโรคมะเร็งเหงือก เป็นต้น

วิธีป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน

  • แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และต้องเลือกแปรงสีฟันที่ขนแปรงไม่แข็ง หรือนุ่มเกินไป
  • เลือกใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์
  • ใช้ไหมขัดฟันหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้มีคราบพลัค และควรใช้ไหมขัดฟันให้ถูกวิธีด้วย
  • พบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันประจำปี ปีละ 2 ครั้ง หรือทุก 6 เดือน เพื่อขูดหินปูน ซึ่งเป็นวิธีป้องกันการสะสมพลัคที่อาจทำให้เหงือกอักเสบได้
  • รับประทานผักผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีและวิตามินเคให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย วิตามินซีพบมากในผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้ม มะนาว แต่ก็มีผักผลไม้บางประเภทที่มีวิตามินซีสูงเช่นกัน เช่น ฝรั่ง มะเขือเทศ ผักบล็อกโคลี่ เป็นต้น ส่วนวิตามินเคจะพบมากในผักใบเขียว ข้าวโพด เนื้อสัตว์ นม เนย น้ำมันมะะกอก น้ำมันถั่วเหลือง
  • ไม่รับประทานคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลมากเกินไป ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการสะสมของคราบพลัคได้
  • กรณีที่จัดฟันจะต้องใส่ใจการดูแลรักษาความสะอาดให้ดี หากมีอาการผิดปกติควรรีบไปพบทันตแพทย์ทันที
  • ใช้ฟันปลอมที่พอดีกับขนาดของปาก เพราะฟันปลอมที่มีขนาดไม่พอดีจะมีผลเสียในระยะยาว นอกจากทำให้มีเลือดออกตามไรฟันแล้ว อาจทำให้มีปัญหาเรื่องระบบทางเดินอาหารตามมาด้วย
  • ควรงดสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด โดยเฉพาะในช่วงระยะที่มีอาการเลือดออกตามไรฟัน แม้แต่การบ้วนปากด้วยน้ำยาที่มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ก็ทำให้อาการหายช้าลงได้

ปัญหาเลือดออกตามไรฟันอาจจะดูเหมือนเป็นปัญหาเล็กๆ ที่ไม่ใหญ่โต แต่เพื่อความมั่นใจในสุขภาพช่องปาก จึงควรรักษาให้หายดี หมั่นดูแลสุขอนามัยภายในช่องปากอย่างสม่ำเสมอ และรักษาสุขภาพให้แข็งแรงเก็เพียงพอแล้ว


ที่มาของข้อมูล

Carranza FA, et al. Carranza’s Clinical periodontology (10ed). Elsevier, 2016.

Tada A, Miura H. The relationship between Vitamin C and periodontal diseases : A systematic review. Int. J. Environ. Res. Public health 2019, 16(4), 2472.


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
5 อาหารที่น่าตกใจสำหรับการมีสุขภาพฟันที่ดี
5 อาหารที่น่าตกใจสำหรับการมีสุขภาพฟันที่ดี

อาหารที่สามารส่งเสริมสุขภาพของช่องปากได้อย่างน่ามหัศจรรย์

ดูในแอป