สุขภาพฟัน

ยาแก้ปวดฟัน

ปวดฟัน กินยาอะไรดี? จึงจะช่วยบรรเทาอาการอย่างปลอดภัยและได้ผล
เผยแพร่ครั้งแรก 22 มี.ค. 2019 อัปเดตล่าสุด 16 มิ.ย. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 9 พ.ค. 2019 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
ยาแก้ปวดฟัน

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • ยาแก้ปวดฟันแบ่งได้ 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มยาบรรเทาอาการปวด และกลุ่มยาชาเฉพาะที่
  • ยาแก้ปวดฟันที่นิยมใช้ คือ พาราเซตามอล ซึ่งสามารถรับประทานซ้ำได้ทุก 4-6 ชั่วโมง แต่หากยามีปริมาณ 500 มิลลิกรัม ผู้ใหญ่ไม่ควรรับประทานเกิน 8 เม็ดต่อวัน ส่วนในเด็กไม่ควรรับประทานเกิน 4 ครั้งต่อวัน
  • นอกจากยาพาราเซตามอลแล้ว ยังมียาไอบูโพรเฟน ลิโดเคน เบนโซเคน และน้ำมันกานพลู ที่มักถูกใช้บรรเทาอาการปวด
  • ยาปฏิชีวนะจะถูกใช้รักษาอาการปวดฟันจากการติดเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น ยาจะไม่ถูกใช้ หากผู้ป่วยปวดฟันจากการอักเสบ หรือระบบประสาทของฟัน
  • ยาแก้ปวดเป็นเพียงตัวบรรเทาอาการที่ปลายเหตุ ทางที่ดี ผู้ป่วยควรไปพบทันตแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุที่ทำให้ปวดฟัน แล้วรักษาให้ตรงจุด (ดูแพ็กเกจปรึกษาหมอฟัน อุดฟัน ถอนฟัน ได้ที่นี่)

อาการปวดฟัน นั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ สำหรับผู้ใหญ่อาจเกิดจากฟันผุ ฟันร้าว เป็นโรคปริทันต์ วัสดุอุดฟันหลุด 

วิธีแก้ไขที่ดีที่สุด คือ ไปพบทันตแพทย์เพื่อรักษาต้นตอของอาการปวดฟันที่ถูกต้อง ส่วนส่วนอาการปวดฟันในเด็กอาจเกิดขึ้นในระหว่างที่ฟันน้ำนมจะหลุดออก กรณีนี้ไม่จำเป็นต้องไปพบทันตแพทย์ โดยผู้ปกครองอาจให้เด็กรับประทานของเย็น เช่น ไอศกรีม น้ำแข็งใส เพื่อให้ความเย็นช่วยบรรเทาอาการปวด 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 370 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

อีกทางเลือกหนึ่งเพื่อบรรเทาอาการปวดฟันทั้งของผู้ใหญ่และเด็ก คือ รับประทานยาแก้ปวดฟัน ซึ่งมีหลายตัวยา ดังนี้

ยาแก้ปวดฟัน 2 กลุ่ม

ยาที่ใช้สำหรับบรรเทาอาการปวดฟัน แบ่งออกใหญ่ๆ ได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มยาบรรเทาอาการปวด กับกลุ่มยาชาเฉพาะที่ ตัวอย่างชื่อยาแก้ปวดฟันแต่ละกลุ่มได้แก่

  1. ยาบรรเทาอาการปวด ได้แก่ ยากลุ่มบรรเทาอาการปวดทั่วไป เช่น พาราเซตามอล (Paracetamol) หรือยาในกลุ่มเอนเซด (NSAIDs-ยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์) เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen)
  2. ยาชาเฉพาะที่ ได้แก่ ลิโดเคน (lidocaine) เบนโซเคน (Benzocaine) หรือน้ำมันจากสมุนไพรที่มีฤทธิ์เป็นยาชา เช่น น้ำมันกานพลู หรือยูจีนอลออยล์ (Eugenol)

ผู้ป่วยสามารถเลือกใช้ยาในกลุ่มไหนก็ได้เพื่อบรรเทาอาการปวด สำหรับเด็ก ถ้ามีความจำเป็นต้องใช้ยา แนะนำให้เริ่มจากพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการก่อน

วิธีใช้ยาแก้ปวดฟันแต่ละตัว

ยาที่มักนำมาใช้เป็นยาแก้ปวดฟัน มีดังต่อไปนี้

  • พาราเซตามอล เป็นยาในกลุ่มยาแก้ปวดลดไข้ มีสรรพคุณแก้ปวด ลดไข้ และบรรเทาอาการอักเสบ เหมาะสำหรับอาการปวดฟันระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ขนาดการใช้ยาได้แก่
    • ผู้ใหญ่ รับประทานขนาด 500-1000 มิลลิกรัม
    • เด็กอายุ 6-8 ปี รับประทานขนาด 250 มิลลิกรัม
    • เด็กอายุ 8-10 ปี รับประทานขนาด 375 มิลลิกรัม
    • เด็กอายุ 10-12 ปี รับประทานขนาด 500 มิลลิกรัม
    • เด็กอายุ 12-16 ปีรับประทานขนาด 500-750 มิลลิกรัม

คุณสามารถรับประทานยาพาราเซตามอลซ้ำได้ทุก 4-6 ชั่วโมง แต่ในผู้ใหญ่ หากใช้ยาเม็ดขนาด 500 มิลลิกรัม ไม่ควรรับประทานเกิน 8 เม็ดต่อวัน ส่วนในเด็กไม่ควรรับประทานเกิน 4 ครั้งต่อวัน

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 370 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195
  • ไอบูโพรเฟน เป็นยาในกลุ่มยาแก้ปวดกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs: NSAIDs) มีฤทธิ์บรรเทาอาการปวด ลดการอักเสบ และลดไข้ เหมาะสำหรับบรรเทาอาการปวดฟันระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง

    ผู้ใหญ่ควรรับประทานขนาด 400-800 มิลลิกรัม วันละ 3-4 ครั้งหลังอาหาร และไม่ควรรับประทานเกิน 3,200 มิลลิกรัมต่อวัน

  • ลิโดเคน และเบนโซเคน เป็นยาในกลุ่มยาชา มีวางจำหน่ายในรูปแบบยาทาเฉพาะที่ เช่น ยาแก้ปวดฟันยี่ห้อ M.16 ซึ่งมีส่วนผสมของการบูร และลิโดเคน วิธีการใช้ คือ ใช้ไม้พันสำลี หรือคีมคีบสำลี ชุบตัวยา แล้วทาบริเวณที่มีอาการปวดฟัน หรืออุดสำลีที่ชุบยาลงบริเวณที่มีอาการปวด
  • น้ำมันกานพลู มีฤทธิ์บรรเทาอาการปวด บรรเทาอาการอักเสบ ต้านเชื้อแบคทีเรีย และเป็นยาชาเฉพาะที่ สามารถใช้น้ำมันกานพลูเพื่อลดอาการปวดฟันชั่วคราวได้ โดยใช้วิธีเดียวกันกับลิโดเคน หรือเบนโซเคน

นอกจากการใช้ยาเหล่านี้แก้ปวดฟันแล้ว ยังมีวิธีอื่นที่สามารถช่วยลดอาการปวดได้ เช่น ประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม หลีกเลี่ยงการเคี้ยวข้างที่ปวด 

ปวดฟันควรใช้ยาปฏิชีวนะหรือไม่

การใช้ยาปฏิชีวนะในผู้ป่วยที่มีอาการปวดฟัน จะใช้เฉพาะกรณีที่ปวดฟันจากการติดเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น และจะไม่ใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษาหากอาการปวดที่เกิดขึ้นเกิดจากการอักเสบ หรือระบบประสาทของตัวฟัน 

ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้ใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อบรรเทาอาการปวดเอง ต้องมาจากทันตแพทย์วินิจฉัยแล้วว่า อาการปวดนั้นเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียจริงๆ และสั่งจ่ายยาปฏิชีวนะให้

มียาแก้ปวดฟันที่ใช้แล้วอาการหายขาดเลยหรือไม่?

การรับประทานยาบรรเทาอาการปวด เป็นเพียงการบรรเทาอาการ ไม่ได้เป็นการแก้ไขสาเหตุของอาการปวด ผู้ป่วยควรไปพบทันตแพทย์เพื่อทำการประเมินอาการปวดฟันว่าเกิดจากสาเหตุใด และทำการรักษาให้ตรงจุด จึงจะช่วยให้หายปวดได้

อย่ามองข้ามอาการปวดฟันของตนเอง เพราะอาการดังกล่าวอาจเกิดจากปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพฟันที่ร้ายแรง แต่คุณแค่ไม่รู้เท่านั้น และหากรับประทานยาแก้ปวดฟันแล้วไม่ดีขึ้น ให้รีบไปพบทันตแพทย์เพื่อรักษาอาการดังกล่าว

เพราะหากคุณสูญเสียฟันของตนเอง และต้องหาอุปกรณ์ทดแทนฟันแท้ไว้ในช่องปาก ราคาการทำทันตกรรมจะค่อนข้างสูง ต้องใช้เวลารักษานาน มักต้องเผชิญความเจ็บปวดขณะใส่อุปกรณ์ และคุณอาจต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ทดแทนฟันแท้เหล่านั้นไปตลอดชีวิตด้วย

ดูแพ็กเกจปรึกษาหมอฟัน อุดฟัน ถอนฟัน เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจต่างๆ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @hdcoth และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


5 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
John Wetherell et. al, Management of acute dental pain: a practical approach for primary health care providers, https://www.nps.org.au/australian-prescriber/articles/management-of-acute-dental-pain-a-practical-approach-for-primary-health-care-providers, 1 December 2001.
Jeff Burgess, Pain Management in Dentistry, https://emedicine.medscape.com/article/2066114-overview, 10 October 2018.
MIMS Thailand, lidocaine, 9 March 2019.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม