ความรู้สุขภาพ

Total bilirubin จากการตรวจสมรรถภาพของตับมีความสำคัญอย่างไรต่อร่างกาย ?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
Istock 535296001

Total bilirubin

คำแนะนำ ต้องงดอาหารก่อนเจาะเลือดอย่างน้อย 8 ชั่วโมง

วัตถุประสงค์

                เพื่อจะทราบว่าค่าบิลิรูบินทั้งหมด (ที่เกิดจากการสลายตัวของเม็ดเลือดแดง) มีค่ามาก / น้อยกว่าค่าปกติเพียงใด

                ค่าที่ผิดปกติย่อมอาจใช้เป็นเครื่องบ่งชี้สำคัญถึงสภาวะการเกิดโรคของตับรวมทั้งอวัยวะอื่นเช่น ไต เม็ดเลือดแดง (สภาวะเลือดจาง ?) หรือนิ่วในถุงน้ำดี

คำอธิบายอย่างสรุป

                1. คำว่า "bilirubin" (บิลิรูบิน) มีรากศัพท์มาจากคำเดียวกันกับคำว่า "bile" (บิล) ที่แปลว่าน้ำดี ซึ่งปกติจะมีอยู่ในถุงน้ำดีของตับ

                2. กระบวนการการเกิดขึ้นของ bilirubin นั้นเป็นผลมาจากการที่เม็ดเลือดแดงซึ่งหมดอายุ (ปกติจะมีอายุขัยเพียงประมาณ 120 วัน) ก็จะถูกม้าม "จับตัว" แล้วทำการสลาย hemoglobin ที่อยู่ภายในเม็ดเลือดแดงให้ส่วนหนึ่งกลายเป็นกรดอะมิโนเช่นเดียวกับสารอาหารที่ร่างกายใช้ประโยชน์ในฐานะสารโปรตีน แต่อีกส่วนหนึ่งที่เรียกว่า "heme" ซึ่งละลายในน้ำ (เลือด) ไม่ได้จำต้องอาศัยเกาะจับติดมากับอันบูมินซึ่งจะได้ล่องลอยไปสู่จุดหมายปลายทางที่ตับ

                ทันทีที่ heme+albumin จับตัวก่อการลอยได้ในกระแสเลือดมันก็จะได้ชื่อใหม่เป็น “bilirubin” แต่เมื่อยังเดินทางไปไม่ถึงตับก็จะถูกเรียกวลีนำหน้าชื่อว่า “indirect” (คือยังพบประกับตับไม่ได้โดยตรง) โดยเรียกเป็นคำรวมว่า “indirect bilirubin”

                ฉะนั้นหากเอ่ยชื่อ ว่า bilirubin เฉยๆ เมื่อใดก็ต้องหมายถึงว่าเป็น “indirect bilirubin” เสมอไป

                เมื่อ bilirubin ลอยตามกระแสเลือดไปจนถึงตับก็จะถูกตับจับไปผสมกับกรดชนิดหนึ่งจนมันมีคุณสมบัติสามารถละลายน้ำได้ปรากฏเป็นสารของเหลวสีเหลืองตรงนี้จึงได้ชื่อใหม่ถูกเรียกว่า “indirect bilirubin”

(ในทำนองว่าได้พบกับตับโดยตรงแล้วนั่นเอง) บางตำราก็เรียกว่า "conjugated bilirubin" หรือบิลิรูบินที่ประสมแล้ว

                3. Direct bilirubin ที่ประสมใหม่นี้จะเป็นของเหลวสีเหลืองละลายได้ในน้ำและในขนาดนั้นมันอยู่ในตับอยู่แล้ว ก็จะถูกปรับจัดการผสมกับ "น้ำดี" (bile) แล้วปล่อยออกทางท่อน้ำดีเข้าสู่ลำไส้เล็กให้ช่วยกันย่อยอาหารและกลายเป็นกากอาหารต่อไป

                กรณีที่ตับทำหน้าที่ไม่ได้เช่นเกิดโรคตับแข็ง (cirrhosis) โรคตับอักเสบ (hapatitis) ฯลฯ จึงย่อมจะปล่อยของเหลวสีเหลืองออกทิ้งไม่ได้คงต้องวนเวียนอยู่ในกระแสเลือดทำให้ร่างกายเกิดอาการสีเหลืองเรียกว่าสภาวะดีซ่าน (jaundice)

                4. ขนาดยังอยู่ในช่องทางเดินอาหารนับตั้งแต่ลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ direct bilirubinที่ปนอยู่กับกาอาหารบางส่วนจะถูกดูดซึมให้ร่างกายกลับมาใช้ (absorb)โดยผ่านเข้าทางผนังลำไส้แต่บางส่วนก็จะถูกย่อยสลายโดยแบคทีเรียประจำถิ่นภายในลำไส้เกิดเป็นของเสียสีเหลืองปนออกมากับกากอาหารทำให้อุจจาระปรากฏเป็นสีเหลืองๆ หรือสีน้ำตาล

                5. แต่ direct bilirubin ส่วนน้อยบางส่วนในตับที่ปล่อยออกทิ้งทางท่อน้ำดีไม่ทันก็จะล้นจากตับเข้าสู่กระแสเลือด (ตรงนี้เองเมื่อถูกตรวจเลือดจึงอาจพบ direct bilirubin ได้) ทำให้ตกเป็นภาระหน้าที่ของไตที่จะต้องกรองเอา direct bilirubin ออกจากเลือดแยกทิ้งปนออกมากับน้ำปัสสาวะทำให้เห็นน้ำปัสสาวะมักปรากฏเป็นสีเหลืองๆ

                6. ในทางทฤษฎีวิทยาศาสตร์การแพทย์เกี่ยวกับโรคโลหิตวิทยาจะสามารถตรวจวิเคราะห์พบค่าได้ทั้ง "indirect bilirubin" (หรือ unconjugated bilirubin) และ direct bilirubin หรือ (conjugated bilirubin)

ทั้งนี้อาจคำนวณได้ว่า

Total bilirubin = direct bilirubin + indirect bilirubin

                7. แต่ในทางพฤตินัยห้องปฏิบัติการวิเคราะห์โลหิตโดยทั่วไปจะตรวจหาค่าจริงๆเฉพาะค่า total bilirubin และค่าdirect bilirubinเท่านั้น

                ฉะนั้น หากต้องการทราบค่า indirect bilirubin ก็จะใช้วิธีคำนวณจากสมการ (ในข้อ6.) กล่าวคือเอาค่าdirect bilirubin ลบออกจาก total bilirubin ผลลัพธ์ก็คือค่าของ indirect bilirubin

ค่าปกติของ total bilirubin

                1. ให้ยึดถือตามข้าที่ระบุไว้ในใบรายงานแสดงผลเลือด (ถ้ามี)

                2. ค่าปกติทั่วไป

                                ผู้ใหญ่                    total bilirubin      :               0.3 – 1.0 mg/dL

                (รวมผู้สูงอายุ, เด็ก)

                                ทารก                     total bilirubin      :               2.0 – 12.0 gm/dL

ค่าผิดปกติ

                1. ในทางน้อย มักไม่ปรากฏเนื่องจากว่าเม็ดเลือดแดงจำนวนหนึ่งย่อมจะตกต้องถึงการสิ้นอายุขัยเป็นปกติวิสัยด้วยการมีอายุเพียงประมาณ 120 วันโดยทยอยกันตายทุกวันในกรณีนี้ย่อมจะทำให้ม้ามจำต้องจัดการกำจัด “ซาก” เม็ดเลือดแดงแล้วนำไปสร้าง bilirubin ให้มีเกิดขึ้นได้ทุกวันเรียกว่าจะให้น้อยหรือต่ำกว่าเกณฑ์ปกตินั้นย่อมเป็นไปไม่ได้

                2. ในทางมากอาจแสดงผลว่า

                ก. ได้เกิดสภาวะความผิดปกติเกิดขึ้นที่ หน่วยสร้าง bilirubin หรือหน่วยทำลาย bilirubin ในระบบกลไกของร่างกาย

                หน่วยสร้าง คือ ม้าม โดยมีวัตถุดิบ คือเม็ดเลือดแดงที่กำลังหมดอายุ ซึ่งจะมีจำนวนแน่นอนคงที่จำนวนหนึ่ง หน่วยทำลายคือ ตับและไต

                ค่า bilirubin ที่อยู่ในเกณฑ์ปกติ จึงสะท้อนให้เห็นถึงความสมดุมระหว่างหน่วยสร้างและหน่วยทำลาย bilirubin

                ฉะนั้นค่า Total bilirubin ที่สูงขึ้นจึงอาจมีสาเหตุจากเม็ดเลือดแดงกูกทำลายมากกว่าปกติ หรือตับทำงานผิดปกติ หรือไตทำงานผิดปกติ ซึ่งอาจพบในข้อต่อไป

                ข. กรณีโรคโลหิตจางซึ่งมีเหตุเพราะเม็ดเลือดแดงมีขนาดผิดปกติทุกกรณีย่อมถูกม้ามทำลายได้ง่ายจึงทำให้เกิด bilirubin สูงขึ้นจนตับเปลี่ยนแปลง(conjugated) ให้กลายเป็น direct bilirubin ได้ไม่ทันดังนั้นค่า total bilirubinจึงอาจสูงขึ้น

                ค. กรณีทารกในครรภ์หรือแรกเกิดก็ตามมีเลือดในร่างกายคนเราหมู่เลือด (group) หรือ Rh มีต่างชนิดกับมารดาย่อมอาจมีปัญหาร้ายแรงเนื่องจากร่างกายมารดาอาจจะสร้างสาร anti- Rh ไปทำลายเม็ดเลือดแดงของบุตรผ่านทางสายรก แม้แต่จะคลอดออกมาแล้วสาร anti-Rh นี้ก็ยังอาจมีผลอยู่ทำให้เด็กเกิดภาวะเลือดจางหรือดีซ่าน

                เมื่อเม็ดเลือดแดงมีขนาดและลักษณะไม่สมประกอบม้ามในร่างกายทารกอาจจะทำลายเม็ดเลือดแดงแล้วสร้างเป็นbilirubin ในเลือดของทารกให้สูงค่าขึ้นอย่างผิดปกติสภาวะเม็ดเลือดแดงแตกสลายในทารกนี้ทางการแพทย์ท่านจะเรียกว่า erythroblastosis fetalis

                กรณีอย่างนี้ ค่า total bilirubin ในตัวทารกจะสูงกว่าเกณฑ์ปกติซึ่งอาจนับเป็นตัวชี้สิ่งบอกเหตุแรกเพื่อจะนำไปสู่การวินิจฉัยเรื่องอื่นต่อไป

                ง. กรณีร่างกายมีการชำระเลือดขนาดใหญ่ซึ่งมีลักษณะเป็นจ้ำแดงๆ หรือดำๆ บริเวณผิวหนังคล้ายกับถูกกระแทกด้วยของหนักทำให้เส้นเลือดฝอยแตกและเม็ดเลือดแดงแตกแต่ไม่ถึงกับเป็นบาดแผลกรณีอย่างนี้ม้ามก็ต้องจัดการทำไรเม็ดเลือดแดงที่แตกจึงอาจทำให้ค่า total bilirubin สูงขึ้นกว่าปกติ

                จ. กรณีตับมีสภาวะผิดปกติเช่น ตับอักเสบ (hepatitis) ตับแข็ง (cirrhosis) หรือเกิดภาวะพิษเพราะติดเชื้อ (sepsis) ซึ่งล้วนแต่เป็นสาเหตุสำคัญซึ่งทำให้ตับอาจทำหน้าที่ไม่ได้เต็มประสิทธิภาพนั่นคือการเปลี่ยนbilirubin ให้เป็น direct bilirubin เพื่อจะได้นำเอาทิ้งทางท่อน้ำดีไม่ได้อย่างเคยย่อมมีผลทำให้bilirubin คับคั่งขึ้นในกระแสเลือดตรงนี้เองที่ทำให้ใบหน้าและนัยน์ตาออกสีเหลืองที่เรียกว่าสภาวะดีซ่าน (jaundice) นั่นคือค่า direct bilirubinย่อมสูงขึ้นกว่าปกติ

                ฉ. กรณีไตทำหน้าที่บกพร่อง (impaired renal function) ย่อมมีผลทำให้การปล่อยทิ้ง direct bilirubin ออกทางน้ำปัสสาวะไม่สะดวกก็อาจมีส่วนทำให้ total bilirubinในเลือดสูงขึ้น

                โดยเหตุนี้หากตรวจเลือดแล้วพบว่าเม็ดเลือดแดงก็มีลักษณะรูปร่างปกติไม่มีอาการของโรคโลหิตจางมามก็เป็นปกติตลอดจนสภาวะโดยทั่วไปของตับก็เป็นปกติดีแต่ค่า total bilirubin ในเลือดยังสูงอยู่

กรณีอย่างนี้ไม่ควรมองข้ามไต

                ช. ในกรณีของเด็กทารกแรกเกิดหามีค่า total bilirubinสูงเกินเกณฑ์จนผิด ปกติ ประกอบกับเริ่มมีสภาวะดีซ่าน (jaundice) กล่าวคือตัวเหลืองและตาเหลืองในทางการแพทย์ท่านอาจสันนิษฐานว่าเป็นสภาวะโรคคริกเกอร์-นัขจาร์ (Crigler-Najjar syndrome) ซึ่งมักจะเกิดกับทารกแรกคลอดประมาณสองถึงสามวันสาเหตุเกิดจากเด็กได้รับยีน (gene) ทางจากบิดาและมารดาซึ่งเป็นยีนขัดขวางเอนไซม์ที่ใช้เปลี่ยนbilirubin ที่ไม่ละลายน้ำ (indirect bilirubin) ซึ่งตับพยายามจะเปลี่ยนให้เป็นชนิดละลายน้ำได้ (direct bilirubin) แต่เปลี่ยนไม่สำเร็จเพราะขาดเอนไซม์จึงเป็นผลทำให้ total bilirubin ท่วมท้นในกระแสเลือดจนนำไปสู่สภาวะดีซ่านอย่างร้ายแรง

                หากทารกไม่ได้รับการรักษาจากแพทย์อย่างทันท่วงทีก็จะเกิดสภาวะอันตรายที่เรียกว่า เคอร์นิคเตอรัส (kernicterus) กล่าวคือการเกิดพิษจากbilirubin ในสมองของทารกร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต

                แต่เคราะห์ดีที่ว่าโดยสถิติโลกนี้เกิดขึ้นได้น้อยมากเพราะต้องเป็นพันธุกรรมประจวบเหมาะที่บิดาและมารดาต่างเป็นพาหะของยีนซึ่งผิดปกติที่ถ่ายทอดให้ทารกพร้อมกันและเมื่อเด็กเกิดมาแล้วมากมายรอดชีวิตจึงหมดโอกาสที่จะถ่ายทอดให้บุตรหลานต่อไปได้

                ซ. การกินยารักษาโลกอย่างเป็นประจำก็อาจมีส่วนทำให้ค่า total bilirubin สูงกว่าปกติ เช่น ยาประเภท steroid ยาปฏิชีวนะ ยาแก้โรคความดันเลือดสูง ยารักษาโรคเบาหวาน ยากินคุมกำเนิด ฯลฯ

                หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์และอยากอ่านเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มเติม สามารถสนับสนุนผู้แต่ง (พลเอกประสาร เปรมะสกุล) ได้โดยการซื้อหนังสือ (คู่มือแปลผลการตรวจเลือด)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่