Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
การกินเพื่อสุขภาพ

มะเขือเทศ กิน/ดื่มอย่างไร ให้ได้ประโยชน์สูงสุด

น้ำมะเขือเทศ มีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด อ่านเลย
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,288,311 คน

มะเขือเทศ กิน/ดื่มอย่างไร ให้ได้ประโยชน์สูงสุด

น้ำมะเขือเทศ เป็นเครื่องดื่มที่มีสรรพคุณหลากหลาย และมีสารอาหารสำคัญมากมาย โดยเฉพาะในเรื่องของการบำรุงผิวพรรณ น้ำมะเขือเทศจึงกลายมาเป็นเครื่องดื่มที่คุณผู้หญิงทั้งหลายนิยมดื่มกันมาก 

นอกจากการบำรุงผิวแล้ว น้ำมะเขือเทศยังมีประโยชน์อย่างอื่นอีกมากมาย โดยสารสำคัญที่เป็นประโยชน์ของมะเขือเทศ คือ "ไลโคปีน" ที่มีมากในมะเขือเทศ  เป็นสารชนิดหนึ่งที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และจำเป็นในทุกช่วงอายุของคนเรา

โฆษณาจาก HonestDocs
เชื้อ HPV สาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งปากมดลูก

ฉีดวัคซีน ป้องกันไว้ก่อนเลยวันนี้ เริ่มต้นเพียง 3,185 เท่านั้น

Hpv35 internal ad

คนส่วนใหญ่ดื่มน้ำมะเขือเทศ  เพราะด้วยคุณสมบัติที่ว่า ดื่มแล้วขาว ดื่มแล้วสวย ดื่มแล้วผิวพรรณดี แต่บางคนก็ยังสงสัยว่าสรรพคุณที่หลายคนเอ่ยอ้างนี้จะเป็นความจริงหรือไม่ บทความนี้มีคำตอบ

วิธีรับประทานมะเขือเทศให้ได้ประโยชน์มากที่สุด

ส่วนใหญ่ในการรับประทานผัก หากต้องการให้ได้แร่ธาตุและวิตามินครบถ้วนก็มักจะต้องรับประทานแบบดิบๆ แต่มะเขือเทศไม่เป็นเช่นนั้น เพราะการรับประทานมะเขือเทศเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด ต้องทำให้มะเขือเทศสุกเสียก่อน 

เนื่องจากมะเขือเทศที่ผ่านความร้อนแล้ว จะทำให้ไลโคปีนกับเนื้อเยื่อของมะเขือเทศหลุดออกจากกันได้ง่าย ร่างกายจึงสามารถนำไปใช้ได้ดีกว่าแบบไม่ผ่านความร้อน อีกทั้งไลโคปีนนั้นสามารถละลายได้ดีในน้ำมัน ดังนั้น หากเราใช้น้ำมันในการปรุงมะเขือเทศ จะยิ่งทำให้ร่างกายดูดซึมไลโคปีนดียิ่งขึ้น

 

แต่ไม่ได้หมายความว่ารับประทานมะเขือเทศแบบสดแล้วจะไม่ดี

เพราะในมะเขือเทศสด ก็มีวิตามินซีสูงเช่นกัน หากต้องการวิตามินซีสูง เพื่อช่วยบำรุงทำให้ผิวพรรณดี ควรรับประทานสด แต่ถ้าต้องการให้ร่างกายได้รับสารไลโคปีนมากๆ ก็รับประทานมะเขือเทศที่ผ่านความร้อนมาแล้ว

นอกจากเรื่องการรับประทานมะเขือเทศที่ปรุงสุกแล้วจะได้ประโยชน์สูงสุด เรื่องเพศก็สำคัญ โดยผู้หญิงควรรับประทานมะเขือเทศสด เพราะจะทำให้ร่างกายได้รับวิตามินซี และใยอาหารมากทำให้ผิวสวย ส่วนผู้ชายควรรับประทานมะเขือเทศสุก เพื่อให้ร่างกายได้รับสารไลโคปีนมากๆ ช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากได้ 

โฆษณาจาก HonestDocs
เชื้อ HPV สาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งปากมดลูก

ฉีดวัคซีน ป้องกันไว้ก่อนเลยวันนี้ เริ่มต้นเพียง 3,185 เท่านั้น

Hpv35 internal ad

มะเขือเทศ ให้สารอาหารใดบ้างและให้พลังงานกี่แคลอรี่?

สารอาหารในมะเขือเทศ 100 กรัม

  • แคลอรี่ 18 กิโลแคลลอรี่
  • น้ำ 95%
  • โปรตีน 0.9 กรัม
  • คาโบไฮเดรต  3.9 กรัม
  • น้ำตาล 2.6 กรัม
  • เส้นใยอาหาร 1.2 กรัม
  • ไขมัน 0.2 กรัม

ประโยชน์ของไลโคปีนในมะเขือเทศ

"ไลโคปีน" (lycopene) ที่อยู่ในมะเขือเทศ เป็นสารอีกตัวในกลุ่มแคโรทีนอยด์ พบมากในผักผลไม้ที่มีสีส้ม สีแดง อย่างเช่น แครอท แตงโม มะละกอ ฟักข้าว เกรปฟรุต ซึ่งถือว่าเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ที่สามารถป้องกันการเกิดโรคมะเร็งและช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ได้อย่างดีเยี่ยม 

มะเขือเทศสด 100 กรัม จะมีปริมาณไลโคปีนอยู่ประมาณ 0.9 – 9.30 มิลลิกรัม ซึ่งมีส่วนช่วยบำรุงสุขภาพเกือบจะทุกสัดส่วนของร่างกาย เช่น

  1. การรับประทานไลโคปีนอย่างน้อย 30 มิลลิกรัมต่อวัน(เทียบเท่าซอสมะเขือเทศ 3 ช้อนโต๊ะ) จะช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ เพราะในมะเขือเทศจะมีไฟเบอร์และน้ำอยู่มาก จึงช่วยในเรื่องระบบขับถ่ายให้เป็นไปอย่างปกติ อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งที่อวัยวะต่างๆ

    ที่ชัดเจนที่สุด คือ มะเร็งต่อมลูกหมาก รองลงมา คือมะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งรังไข่ มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งตับอ่อนได้อีกด้วย
  2. ชะลอความแก่ ลดริ้วรอยแห่งวัย บำรุงผิวพรรณให้สดใส ชุ่มชื้น เนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิซี วิตามินเอสูง
  3. ช่วยบำรุงสายตา เพราะมีวิตามินเอสูง
  4. วิตามินซีที่สูงในมะเขือเทศช่วยป้องกันโรคลักปิดลักเปิดและเลือดออกตามไรฟัน 
  5. ช่วยกำจัดไขมันเลว(LDL) ทำให้ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
  6. ช่วยควบคุมและลดระดับน้ำตาลในเลือด
  7. ลดอาการบวมน้ำในร่างกาย ช่วยควบคุมสมดุลของเหลวในเซลล์และเนื้อเยื่อ
  8. ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง เพราะมะเขือเทศมีวิตามินเคสูง
  9. บำรุงผมให้แข็งแรงเงางามมีสุขภาพดี
  10. โฟเลตที่สูงในมะเขือเทศ ช่วยบำรุงเลือดจากภาวะเลือดจางจากสาเหตุขาดโฟเลต โดยเฉพาะในมารดาขณะตั้งครรภ์ การได้รับโฟเลตเพิ่มขึ้นจะช่วยป้องกันโอกาสเสี่ยงคลอดเด็กตัวเล็กก่อนกำหนดและป้องกันการเกิดทารกที่มีปัญหาหลอดประสาทไม่ปิด (neural tube defects)แต่กำเนิดได้
  11. ตามตำรายาไทยระบุสรรพคุณว่า ใบมะเขือเทศ ใช้รักษาหน้าเกรียมเนื่องจากถูกแดดเผา ผล ใช้เป็นยาระบาย ช่วยให้เจริญอาหาร แก้กระหายน้ำ แก้ไฟไหม้น้ำร้อนลวก ช่วยย่อยอาหาร และใช้ฟอกเลือด ราก ใช้รากสดมาต้มเอาน้ำดื่มเพื่อบรรเทาอาการปวดฟันได้


ดื่มน้ำมะเขือเทศอย่างไรให้ถูกต้อง และมีประโยชน์

อย่างที่ได้ทราบกันไปแล้วว่ามะเขือเทศต้องรับประทานแบบปรุงสุกก่อน(ผ่านความร้อน) จึงจะได้โลโคปีนมากสุด แต่ถ้าอยากดื่มเป็นน้ำมะเขือเทศสด เพื่อให้ได้ประโยชน์มากสุดนั้น เราจำเป็นต้องกำหนดช่วงเวลาดื่มน้ำมะเขือเทศ เพื่อให้ร่างกายนำสารอาหารจากน้ำมะเขือเทศไปใช้งานได้ดีที่สุด โดยสามารถแบ่งออกได้ 2 ช่วงเวลา ได้แก่

  1. ดื่มก่อนรับประทานอาหาร หรือในช่วงท้องว่าง อาจจะหยดน้ำมันเล็กน้อยลงไปในน้ำมะเขือเทศ จะทำให้ร่างกายดูดซึมได้ดีขึ้น
  2. ดื่มหลังอาหารในทันที เพราะไขมันในอาหารจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมไลโคปีนได้ดีมากขึ้น

ผู้ที่ห้ามดื่มน้ำมะเขือเทศ

ไม่ใช่ว่าทุกคนที่บริโภคมะเขือเทศ แล้วจะได้ประโยชน์ทั้งหมด เพราะว่ามะเขือเทศเป็นผักที่มีธาตุโพแทสเซียมสูงมาก ดังนั้น ผู้ที่ไม่ควรรับประทานมะเขือเทศเลย ไม่ว่าจะแบบสด หรือปรุงสุก ก็คือผู้ที่กำลังป่วยเป็นโรคไต หรือผู้มีโพแทสเซียมในเลือดสูง เพราะร่างกายจะมีปัญหาได้หากขับโพแทสเซียมออกได้ไม่หมด 

นอกจากนี้ คนที่มีภาวะกรดไหลย้อนก็ไม่ควรรับประทานมะเขือเทศมากเกินไป เพราะมะเขือเทศมีคุณสมบัติเป็นกรดอ่อนๆ จะยิ่งทำให้อาการแสบร้อนกลางอกหนักขึ้นได้

ควรดื่มน้ำมะเขือเทศเท่าไรจึงจะพอดี?

อาหารทุกชนิดถ้ารับประทานมากไปย่อมเกิดอันตรายได้ทั้งหมด น้ำมะเขือเทศก็เช่นกัน ถ้าดื่มมากไปร่างกายจะได้รับวิตามินซีสูงเกินไป จนเกิดเป็นนิ่วได้ และวิตามินเอที่มากเกินไปก็อาจสะสมในร่างกาย ส่งผลให้เกิดอาการเบื่ออาหาร เจ็บกระดูก นอนไม่หลับ และท้องผูกได้ 

นอกจากนี้ ยังมีโพแทสเซียมสูง ถ้าได้รับมากเกินไปอาจมีผลต่อการทำงานของหัวใจ ดังนั้น ปริมาณการดื่มน้ำมะเขือเทศที่แนะนำต่อวัน คือ ไม่ควรเกิน 2 แก้ว หรือ 2 กล่อง(เล็ก) ต่อวัน เพราะนี่คือปริมาณที่ร่างกายสามารถขับโพแทสเซียมออกไปได้หมด

อย่างไรก็ตาม การดื่มน้ำมะเขือเทศแบบกล่อง ก็ยังต้องเลือกดื่มอย่างระมัดระวัง เพราะอาจมีการเติมโพแทสเซียมลงไป ดังนั้น ควรดูตารางโภชนาการที่กล่องน้ำมะเขือเทศด้วย โดยควรเลือกน้ำมะเขือเทศที่มีโซเดียมต่ำ ไม่เช่นนั้นแล้วร่างกายอาจจะได้รับโซเดียมมากไป ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคอื่นๆ ได้อีก

คำถามจากผู้อ่านเกี่ยวกับมะเขือเทศ

อยากมีระบบขับถ่ายที่ดี ควรจะเสริมอะไรเข้าไปอีกคะ นอกจากการรับประทานน้ำมะเขือเทศเป็นประจำและการดื่มน้ำสะอาดบ่อยๆ เพราะส่วนตัวเป็นคนไม่ชอบรับประทานผักแต่เลือกที่จะดื่มน้ำมะเขือเทศเป็นประจำแทนค่ะ

คำตอบ: การรับประทานผักผลไม้ให้มีกากใยอาหารเพียงพอ ควรรับประทานมากกว่าหรือเท่ากับ 400 กรัมต่อวันค่ะ คือ ประมาณ ผัก 3 ทัพพีต่อวัน บวกกับผลไม้ 2 ส่วนต่อวัน (ผลไม้หนึ่งส่วน เท่ากับ กล้วย ส้ม ชมพู่ ประมาณ 1-2 ผล นอกนั้นก็ลองเทียบตามขนาดผลเอาค่ะ) และควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 1.5 - 2 ลิตรต่อวัน 

ที่สำคัญ คือ ออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที เพื่อให้ลำไส้ มีการเคลื่อนไหวมากขึ้นทำให้การขับถ่ายง่ายขึ้นค่ะ หากปฏิบัติอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอแต่ยังมีอาการท้องผูกอยู่ อาจต้องสังเกตอาการอื่นด้วย เช่น ถ่ายปนมูกเลือด ท้องผูกสลับท้องเสียประจำ อุจจาระลำเล็กลง น้ำหนักลดลงผิดปกติ หรือรับประทานแคลเซียมเสริมมากเกินไป อาจต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายเพิ่มเติมนะคะ - ตอบโดย Thitipon (MD)



ที่มาของข้อมูล

เภสัชกรหญิงกฤติยา ไชยนอก สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, มะเขือเทศกับไลโคพีน (https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/275/มะเขือเทศกับไลโคพีน/)

รองศาสตราจารย์ วิมล ศรีศุข ภาควิชาอาหารเคมี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล,กินมะเขือเทศอย่างไรได้ไลโคปีนสูง (https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/en/knowledge/article/1/ประโยชน์-มะเขือเทศ-ไลโคปีน-lycopene/)

สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, ผลของมะเขือเทศ กล้วย และแอปเปิ้ล ต่อระดับน้ำตาลและระดับอินซูลินในเลือด (http://www.medplant.mahidol.ac.th/active/shownews.asp?id=381)

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่