มะเร็งและโรคร้าย

โรคไซนัสอักเสบ ชนิดเรื้อรัง และเฉียบพลัน สาเหตุ การรักษา

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.พ. 26, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 7 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,317,736 คน

โรคไซนัสอักเสบ ชนิดเรื้อรัง และเฉียบพลัน สาเหตุ การรักษา

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 06/02/2562

โรคไซนัสอักเสบ หมายถึง การอักเสบของเยื่อบางๆ ขนาดประมาณ 0.5-1 มม. ที่อยู่ภายในโพรงอากาศรอบๆ จมูก หรือที่เรียกกันว่าโพรงไซนัสนั่นเอง โดยสาเหตุอาจเกิดจากเชื้อไวรัส (ไม่มีหนอง) เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย (มีหนอง) หรือเกิดจากสารที่ระคายเคือง เช่น สารจำพวกกรด ด่าง ควัน และสารพิษอื่นๆ นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากโรคภูมิแพ้ได้เช่นกัน ปัญหาใหญ่ของโรคไซนัสอักเสบนั้นจะเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ส่งผลให้เกิดหนอง แบ่งออกได้เป็น ระยะเฉียบพลัน และระยะเรื้อรัง

โฆษณาจาก HonestDocs
โปรโมชั่นทำฟัน ใกล้ ดี คุ้ม

ซื้อวันนี้ดี ใช้วันหลังได้ ก่อนโปรโมชั่นหมด! คลินิกเราคัดมาแล้วว่าได้มาตรฐาน บริการดี ทั่วกรุงเทพ

Dental clinics 01

ไซนัสอักเสบชนิดเฉียบพลัน

สาเหตุของไซนัสอักเสบเฉียบพลัน

1. สุขภาพทั่วไปของผู้ป่วยไม่ดี เช่น ภูมิต้านทานต่ำ โดยมีโรคอื่นเป็นพื้นฐาน ได้แก่ โรคเลือด เบาหวาน โรคภูมิแพ้ วัณโรค โรคขาดสารอาหาร ภาวะที่ร่างกายตรากตรำหรือทำงานหนักเกินไป นอนไม่หลับ รวมไปถึงการเผชิญการเปลี่ยนแปลงของอากาศอย่างกระทันหัน โดยเฉพาะความเย็นจัด การถูกฝุ่นละอองหรือควันบุหรี่จำนวนมาก และการสูดดมสารเคมีที่มีฤทธิ์รุนแรง
2. สภาพของจมูกที่ส่งเสริมให้เป็นโรคนี้ง่าย เช่น มีการอักเสบในจมูกหรือในไซนัสอันใดอันหนึ่งมาก่อน มีเนื้องอกในจมูก แผ่นกั้นช่องจมูกคด ส่วนโครงสร้างภายในจมูกเบียดบังรูเปิดของไซนัสทำให้อากาศถ่ายเทไม่ดี มีการแตกหักของกระดูกไซนัส เป็นต้น
3. สาเหตุโดยตรง ได้แก่

  • โรคที่มีอาการนำทางจมูก เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ หัด คางทูม ไอกรน และอื่นๆ
  • ฟันผุและการถอนฟัน โดยเฉพาะฟันบน เชื้ออาจแพร่มาจากรากฟันซี่บนซึ่งอยู่ติดกับโพรงไซนัสใหญ่สุด ส่งผลให้ไซนัสที่แก้มข้างนั้นอักเสบได้
  • สาเหตุอื่นๆ ได้แก่ การสั่งน้ำมูกแรงๆ การจามมากๆ อย่างรุนแรง การใส่ยาในจมูก และการดำน้ำ ซึ่งจะพาให้เชื้อโรคเข้าสู่ไซนัสได้ง่ายขึ้น

อาการของไซนัสอักเสบเฉียบพลัน


 

ผู้ที่มีไซนัสอักเสบอาจมีประวัติเป็นหวัด คัดจมูก น้ำมูกไหล เจ็บคอมาก่อน หรือบางคนก็อาจมีประวัติฟันผุถอนฟันนำมาก่อนหน้า หลังจากนั้นจึงเริ่มสังเกตเห็นอาการต่อไปนี้

  1. มีไข้ไม่สูงมาก ประมาณ 38ºC - 39ºC อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตัว และปวดศีรษะบริเวณขมับ ท้ายทอย หรือปวดทั่วศีรษะ
  2. ปวดบริเวณหน้าหรือกระบอกตา ในวันแรกๆ มักรู้สึกปวดทั่วๆ ไปหมด หรืออาจปวดทั่วศีรษะจนบอกไม่ถูกว่าปวดบริเวณไหน หลังจากวันที่ 2 จะปวดเฉพาะบริเวณไซนัสที่อักเสบ เช่น ปวดที่แก้ม ซอกตา หัวคิ้ว และกลางศีรษะ เป็นต้น นอกจากนี้ยังอาจมีอาการปวดร้าวไปตามอวัยวะใกล้เคียง เช่น ฟันบน ขมับ หน้าผาก กระบอกตา ท้ายทอย หูและกลางกระหม่อม ได้เช่นเดียวกัน
  3. คัดจมูก จาม น้ำมูกไหล โดยส่วนมากจะมีอาการเหล่านี้นำมาก่อน เนื่องจากมีไซนัสอักเสบจากโรคระบบทางเดินหายใจ แต่ในบางรายที่เป็นไซนัสอักเสบโดยตรง อาจมีอาการในวันที่ 2-3 ไปแล้วก็ได้ หากมีโรคภูมิแพ้อยู่แล้วด้วยจะมีอาการรุนแรงมากขึ้น หรืออาจมีการอักเสบติดเชื้อหนอง จนทำให้มีน้ำมูกข้น น้ำมูกเป็นสีเขียว หรือสีเหลือง อีกทั้งระยะนี้เสียงผู้ป่วยมักฟังดูตื้อๆ ไม่กังวาน
  4. อาการทางคอ เช่น เจ็บคอ มีเสมหะในลำคอ คอแห้ง ระคายคอ เป็นต้น
  5. ไอ เนื่องจากเสมหะที่ไหลลงคอไปรบกวน ทำให้มีอาการไอ หรือบางครั้งก็มีโรคหลอดลมอักเสบแทรกซ้อนขึ้นได้
  6. อาการทางหู อาจมีอาการหูอื้อ ปวดหู เนื่องจากท่อระบายอากาศของหูชั้นกลางถูกอุดตันโดยเสมหะหรือการบวม บางครั้งมีเนื้องอกอยู่ด้านหลังจมูกร่วมด้วย นอกจากนี้อาจมีเชื้อโรคเข้าสู่หูชั้นกลางจนทำให้เกิดการอักเสบขึ้น

การตรวจไซนัสอักเสบเฉียบพลัน

  1. การตรวจด้านหน้าของจมูก แพทย์จะใช้ไฟส่องเข้าไปในจมูกซึ่งถ่างด้วยเครื่องถ่างจมูก เพื่อดูว่ามีการบวม หนอง เนื้องอก หรือความผิดปกติอื่น ๆ หรือไม่
  2. การตรวจด้านหลังของจมูก เป็นการใช้ไม้กดลิ้น และถือกระจกเล็ก ๆ พร้อมใช้ไฟส่องดูในคอด้านหลังช่องปาก
  3. การตรวจหาที่เจ็บบริเวณหน้าและไซนัส
  4. การตรวจด้วยการเอกซเรย์ เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงภายในไซนัส

การรักษาไซนัสอักเสบเฉียบพลัน

ส่วนมากเป็นการรักษาด้วยยารับประทาน โดยยาที่ใช้ส่วนใหญ่ คือยาปฏิชีวนะและยาที่รักษาตามอาการ ไม่นิยมให้ยาหยอดจมูก ผู้ป่วยที่ปฏิบัติตนตามที่แพทย์แนะนำและรับประทานยาสม่ำเสมอ มักหายดีได้ง่าย 

ควรปฎิบัติอย่างไรเมื่อเป็นไซนัสอักเสบเฉียบพลัน

  1. พักผ่อนให้เพียงพอ โดยเฉพาะการนอน ควรนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ ไม่ควรอดนอน
  2. รับประทานอาหารที่มีคุณค่าและถูกสุขลักษณะ ในปริมาณที่ไม่มากหรือไม่น้อยเกินไป
  3. ดื่มน้ำตามสมควร โดยปกติ ผู้ใหญ่ควรดื่มประมาณวันละ 8-10 แก้ว ในฤดูหนาวในจังหวัดทางภาคเหนือหรือในจังหวัดที่อากาศหนาวจัด ควรดื่มน้ำอุ่นๆ
  4. รักษาร่างกายให้อบอุ่น เมื่ออากาศหนาวเย็นควรใส่เสื้อกันหนาวให้หนาจนมือและเท้าของผู้ป่วยอุ่นดี บางครั้งอาจต้องใส่หมวกและถุงเท้าด้วย
  5. สามารถทำงานที่ไม่ได้ออกกำลังมากและไม่เครียดมากได้ ไม่ถึงกับต้องหยุดทำงาน นอกจากในรายที่อาการรุนแรงมาก
  6. ใช้น้ำร้อนประคบบริเวณที่ปวด อาจช่วยลดอาการปวดลงได้บ้าง และควรรับประทานยาตามแพทย์สั่ง
  7. หลีกเลี่ยงการปะทะอากาศเย็นจัดหรืออากาศที่เปลี่ยนแปลงเร็ว

ไซนัสอักเสบชนิดเรื้อรัง

ไซนัสอักเสบชนิดนี้มักเป็นติดต่อนานเป็นเดือน เป็นปี หรือหลาย ๆ ปี บางรายอาจมีอาการชนิดเฉียบพลันเกิดขึ้นเป็นระยะๆ ได้ อย่างไรก็ตาม โรคไซนัสอักเสบมักไม่มีอันตรายที่รุนแรง นอกจากผู้ป่วยที่ร่างกายอ่อนแอมาก ๆ หรือมีโรคประจำตัวที่ร้ายแรงอยู่แล้วเท่านั้น 


อาการของไซนัสอักเสบเรื้อรัง

ผู้ป่วยอาจมีอาการเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง บางอย่าง หรือทุกอย่างดังต่อไปนี้ก็ได้

  1. อาการทางจมูก ได้แก่ คัดจมูก น้ำมูกไหล จาม เสียงพูดฟังดูตื้อๆ ไม่กังวาน ส่วนลักษณะน้ำมูกอาจมีทั้งใสหรือขุ่น เป็นสีขาว สีเขียว หรือสีเหลืองก็ได้ บางรายลมหายใจมีกลิ่นเหม็นร่วมด้วย นอกจากนี้การรับรู้กลิ่นอาจผิดปกติ เช่น จมูกไม่ค่อยได้กลิ่นหรือได้กลิ่นมากเกินไป โดยอาการน้ำมูกข้นนานเป็นเดือนในเด็กนั้น ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากไซนัสอักเสบ
  2. แน่นหรือไม่สบายบริเวณหน้า หรือบริเวณที่มีไซนัสอักเสบ
  3. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย โดยเฉพาะในระยะที่ยังไม่เรื้อรังมาก โดยอาจมีอาการประมาณ 3 สัปดาห์ ถึง 3 เดือน
  4. ไอ อาจมีเสมหะร่วมด้วย หรือไม่มีก็ได้ แต่ส่วนมากจะมี
  5. อาการทางหู เช่น แน่นหู หูอื้อ ปวดหู หรือมีเสียงรบกวนในหู
  6. อาการปวดศีรษะ อาจพบได้ในบางราย มักปวดในระยะหลังตื่นนอนตอนเช้า และจะหายไปตอนบ่ายๆ
  7. มีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้ ฟันผุ เป็นไซนัสอักเสบชนิดเฉียบพลันมาก่อน หรือมีเนื้องอกในจมูก

การตรวจไซนัสอักเสบเรื้อรัง

การตรวจวินิจฉัยโรคไซนัสอักเสบเรื้อรังทำได้เช่นเดียวกับในรายที่เป็นแบบเฉียบพลัน คือตรวจด้านหน้าและด้านหลังของจมูก ตรวจบริเวณที่มีอาการปวด และตรวจเอกซเรย์

โฆษณาจาก HonestDocs
โปรโมชั่นทำฟัน ใกล้ ดี คุ้ม

ซื้อวันนี้ดี ใช้วันหลังได้ ก่อนโปรโมชั่นหมด! คลินิกเราคัดมาแล้วว่าได้มาตรฐาน บริการดี ทั่วกรุงเทพ

Dental clinics 01

การรักษาไซนัสอักเสบเรื้อรัง

โรคไซนัสอักเสบชนิดเรื้อรังรักษาได้หลายวิธี ดังนี้

  • การใช้ยา ส่วนใหญ่เป็นยารับประทานเช่นเดียวกับการรักษาไซนัสอักเสบชนิดเฉียบพลัน และมักเป็นยาปฏิชีวนะและยาที่รักษาตามอาการ
  • การล้างไซนัส ในกรณีที่เป็นนานเกิน 3 สัปดาห์ขึ้นไป และการรักษาด้วยยาไม่ได้ผล มีวิธีล้าง 2 วิธีคือ
    • ใช้เครื่องดูดเสมหะ มักใช้ในเด็ก โดยทำในท่านอน ให้เด็กนอนแหงนหน้ามากๆ และหายใจทางปาก จากนั้นใส่น้ำยาที่ใช้ล้างโพรงจมูก (น้ำเกลือผสมยาลดการบวมของเยื่อจมูกและไซนัส) บางครั้งผู้ป่วยจะถูกขอร้องให้พูดคำว่า “เค...เค” เพื่อให้การดูดได้ผลดียิ่งขึ้น
    • การล้างโดยตรงในไซนัส โดยอาจใช้การเจาะผนังไซนัสผ่านทางจมูก หรือผ่านรูเปิดธรรมชาติของไซนัส วิธีนี้สะดวกกับไซนัสบริเวณแก้ม สำหรับไซนัสที่หัวคิ้วและหลังจมูกนั้น ควรทำโดยผู้เชี่ยวชาญ ส่วนไซนัสที่ซอกตาไม่อาจด้วยล้างวิธีนี้ได้
  • การผ่าตัด แพทย์จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าเมื่อไหร่ควรรักษาด้วยการผ่าตัด ซึ่งอาจใช้วิธีนี้เมื่อผู้ป่วยได้ผ่านการรักษาชั้นที่ 1 และ 2 มาแล้ว หรืออาจเป็นมานาน และแพทย์ตรวจพบว่าไม่อาจรักษาให้หายได้ด้วยวิธีข้างต้น จึงจะมีการผ่าตัดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
    • แก้ไขสิ่งกีดขวางในจมูกที่ทำให้การถ่ายเทของอากาศบริเวณระหว่างจมูกและไซนัสไม่ดี เช่น เนื้องอกในจมูก แผ่นกั้นช่องจมูกคด และอื่นๆ
    • นำเนื้อเยื่อที่เป็นโรคจนไม่อาจหายเป็นปกติได้ออกจากไซนัสให้หมด
    • ทำการถ่ายเทอากาศและหนองในไซนัสให้ดี ไม่มีการอุดตันของไซนัส

ปัญหาของผู้ที่เป็นไซนัสอักเสบเรื้อรัง

หลังจากที่ผ่าตัดแล้ว ผู้ป่วยส่วนมากจะหายจากโรคนี้ แต่บางครั้งก็พบว่าผู้ป่วยยังไม่หายจากอาการที่เคยเป็น เช่น อาจมีน้ำมูกหรือเสมหะลงคออยู่เรื่อย ๆ จาม และคัดจมูก เป็นต้น ซึ่งอาจเกิดได้จากสาเหตุหลายอย่าง เช่น

  1. ไม่ได้ผ่าตัดหมดทุกไซนัส ไซนัสมีอยู่ทั้งหมด 4 คู่ แต่แพทย์มักทำการผ่าตัดคู่ที่เป็นมากที่สุดก่อนเสมอ หากยังมีปัญหาอยู่ก็ต้องปรึกษาแพทย์ต่อไป และอาจต้องผ่าตัดไซนัสอื่นเพิ่มเติม
  2. ผู้ป่วยมีโรคภูมิแพ้เป็นประจำอยู่แล้ว เพราะแม้ว่าจะรักษาโรคไซนัสอักเสบจากการติดเชื้อจนหายดีแล้ว แต่โรคภูมิแพ้ก็จะยังคงทำให้มีอาการคล้าย ๆ กันได้ จึงจำเป็นต้องรักษาโรคภูมิแพ้ต่อไป ซึ่งแม้โรคภูมิแพ้นั้นจะไม่อาจรักษาให้หายขาด แต่ก็มีวิธีช่วยให้อาการเบาบางลงได้ เช่น หลีกเลี่ยงจากสิ่งที่แพ้ รับประทานยาแก้แพ้ ฉีดวัคซีนเพื่อลดความไวของโรคภูมิแพ้ เป็นต้น
  3. อาจมีการเกิดซ้ำของโรคหลังการผ่าตัด เพราะเนื้อเยื่อภายในจมูกและไซนัสในระยะหลังผ่าตัดใหม่ ๆ ยังมีความอ่อนแออยู่
  4. มีโรคประจำตัวอย่างอื่น เช่น เบาหวาน วัณโรค โรคของต่อมไทรอยด์ เป็นต้น

การป้องกันโรคไซนัสอักเสบ 

  1. เมื่อมีความผิดปกติในจมูกควรปรึกษาแพทย์เพื่อแก้ไข และควรงดการว่ายน้ำดำน้ำ เมื่อเป็นหวัดหรือเป็นโรคภูมิแพ้ที่เกี่ยวกับจมูก
  2. รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ โดยเฉพาะในฤดูหนาว
  3. ดื่มน้ำสะอาดให้พอเพียงในแต่ละวัน
  4. หลีกเลี่ยงจากฝุ่นละอองและสารเคมีต่างๆ ในอากาศ เช่น ยาฆ่าแมลง ควันบุรี่ ทินเนอร์ผสมสี เป็นต้น
  5. เมื่อเป็นหวัดอย่าปล่อยไว้นานเกิน 1 สัปดาห์ ควรรีบปรึกษาแพทย์
  6. ในกรณีที่มีฟันผุ โดยเฉพาะฟันบน ให้พึงระวังว่ามีโอกาสที่เชื้อเข้าจะสู่ไซนัสได้
  7. รักษาสุขภาพช่องปากและฟันให้ดีอยู่เสมอ
  8. ออกกำลังกายพอสมควรอย่างสม่ำเสมอ
  9. รับประทานอาหารที่มีคุณประโยชน์ครบถ้วน ในปริมาณที่ไม่มาก หรือไม่น้อยเกินไป
  10. ผู้มีโรคประจำตัวควรได้รับการรักษาจากแพทย์อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่