มะเร็งและโรคร้าย

โรคไซนัสอักเสบ ชนิดเรื้องรัง และเฉียบพลัน สาเหตุ การรักษา

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 8 นาที
Istock 658422908 m

โรคไซนัสอักเสบ หมายถึง การอักเสบของเยื่อภายในไซนัส ซึ่งมีลักษณะเบา ๆ ประมาณ 0.5-1 มม. อาจเกิดจากเชื้อไวรัส (ไม่มีหนอง), เกิดจากเชื้อหนอง (แบคทีเรีย) หรือเกิดจากสารที่ระคายเคือง เช่น พวกกรด ด่าง ควัน และสารพิษ อื่น ๆ นอกจากนี้อาจเกิดจากโรคภูมิแพ้ (Allergy) ก็ได้ ปัญหาใหญ่ของโรคไซนัสอักเสบนั้น เกิดจากเชื้อหนอง แบ่งออกได้เป็น ระยะเฉียบพลัน และระหว่างเรื้อรัง

ไซนัสอักเสบ ชนิดเฉียบพลัน

a12.gif สาเหตุ

1. สุขภาพทั่วไปของผู้ป่วยไม่ดี เช่น ภูมิต้านทานต่ำ โดยมีโรคอื่นเป็นพื้นฐานได้แก่ โรคเลือด, เบาหวาน, โรคภูมิแพ้, วัณโรค โรคขาดสารอาหาร, ภาวะที่ร่างกายตรากตรำมากเกินไป, ทำงานหนักเกินไป, นอนไม่หลับ, การกระทบกับการเปลี่ยนแปลงของอากาศอย่างกระทันหัส โดยเฉพาะความเย็นจัด, ถูกฝุ่นละออง และควันบุหรี่จำนวนมาก สูดดมสารเคมีที่มีฤทธิ์รุนแรง เป็นต้น

2. สภาพของจมูกที่ช่วยส่งเสริมให้เป็นโรคนี้ง่าย เช่น มีการอักเสบในจมูก หรือไซนัสอันใดอันหนึ่งมาก่อน มีเนื้องอกในจมูก แผ่นกั้นช่องจมูกคด ส่วนโครงสร้างภายในจมูกเบียดบังรูเปิดของไซนัสทำให้อากาศถ่ายเทไม่ดี มีการแตกหักของกระดูกไซนัส เป็นต้น

3. สาเหตุโดยตรง ได้แก่

  • โรคที่มีอาการนำทางจมูก เช่น ไข้หวัด, ไข้หวัดใหญ่, หัด, คางทูม ไอกรนและอื่น ๆ
  • ฟันผุและการถอนฟัน โดยเฉพาะฟันบน เชื้ออาจมาจากรากฟันซี่บน ซึ่งอยู่ติดกับโพรงไซนัสดูใหญ่สุด จะเป็นผลให้ไซนัสที่แก้มข้างนั้นอักเสบได้
  • การสั่งน้ำมูกแรง ๆ จามมาก ๆ อย่างรุนแรง การใส่ยาในจมูก และการดำน้ำ พาให้เชื้อโรคเข้าสู่ไซนัสได้ง่ายขึ้น

a12.gif อาการ


 

อาจมีประวัติเป็นหวัด คัดจมูก น้ำมูกไหล เจ็บคอ มาก่อน หรืออาจมีประวัติฟันผุถอนฟันนำมาก่อนก็ได้

  1. ไข้ไม่สูงมาก ประมาณ 38ºC - 39ºC อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตัว และปวดศีรษะบริเวณขมับ, ท้ายทอย หรือ ปวดทั่วศีรษะ
  2. ปวดบริเวณหน้า หรือกระบอกตา วันแรก ๆ มักปวดทั่ว ๆ ไป อาจปวดทั่วศีรษะจนบอกไม่ถูกว่าปวดบริเวณไหน หลังจากวันที่ 2 จะปวดเฉพาะบริเวณไซนัสที่เป็น เช่น ปวดที่แก้ม ที่ซอกตา ที่หัวคิ้ว และกลางศีรษะ เป็นต้น นอกจากนี้ยังอาจมีอาการปวดร้าวไปตามอวัยวะ ใกล้เคียง เช่น ฟันบน ขมับ หน้าผาก กระบอกตา ท้ายทอย หูและกลางกระหม่อม ก็ได้
  3. อาการคัดจมูก, จาม, น้ำมูกไหลส่วนมากมีมาก่อน เนื่องจากเป็นโรคระบบทางเดินหายใจนำมา แต่ในบางรายที่เป็นไซนัสอักเสบโดยตรง อาจมีอาการในวันที่ 2-3 ไปแล้วก็ได้ ถ้ามีโรคภูมิแพ้อยู่ด้วย จะมีอาการรุนแรงมากขึ้น การอักเสบติดเชื้อหนอง จะทำให้มีน้ำมูกข้น สีเขียว หรือเหลือง ระยะนี้เสียงผู้ป่วยมักมีลักษณะตื้อ ๆ ไม่กังวาน
  4. อาการในคอ เช่น เจ็บคอ มีเสมหะในคอ คอแห้ง ระคายคอ
  5. อาการไอ เนื่องจากเสมหะที่ไหลลงคอไปรบกวน ทำให้ไอ หรือบางครั้งมีโรคหลอดลมอักเสบแทรกซ้อนขึ้น
  6. อาการทางหู อาจมีอาการหูอื้อ ปวดหู เนื่องจากท่อระบายอากาศของหูชั้นกลาง ถูกอุดตันโดยเสมหะ หรือการบวมหรือบางครั้งมีเนื้องอกอยู่ด้านหลังจมูกร่วมด้วย นอกจากนี้อาจมีเชื้อโรคเข้าสู่หูชั้นกลางทำให้เกิดการอักเสบขึ้น

a12.gif การตรวจโดยแพทย์

  1. การตรวจด้านหน้าของจมูก แพทย์ใช้ไฟส่องเข้าในจมูก ซึ่งถ่างด้วยเครื่องถ่ายจมูกเพื่อดุว่ามีการบวม, หนอง, เนื้องอก, หรือการผิดปกติอื่น ๆ หรือไม่
  2. การตรวจด้านหลังของจมูก ใช้ไม้กดลิ้น และกระจกเล็ก ๆ ลนไฟส่องในคอด้านหลังช่องปาก
  3. ตรวจหาที่เจ็บบริเวณหน้า และไซนัส
  4. ตรวจด้วยเอกซเรย์ เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงภายในไซนัส

a12.gif การรักษา

ส่วนมากเป็นการรักษาด้วยยารับประทาน ไม่นิยมให้ยาหยอดจมูก ผู้ป่วยที่ปฏิบัติตนตามที่แพทย์แนะนำและรับประทานยาสม่ำเสมอ มักหายได้ง่าย ในระยะนี้ ยาที่ใช้ส่วนใหญ่ คือยาปฏิชีวนะและยาที่รักษาตามอาการ

a12.gif หลักที่ผู้ป่วยควรปฏิบัติ

  1. พักผ่อนให้เพียงพอ โดยเฉพาะการนอน ควรนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ ไม่ควรอดนอน
  2. รับประทานอาหารที่มีคุณค่าและถูกสุขลักษณะ ไม่มากหรือน้อยเกินไป
  3. ดื่มน้ำตามสมควรในผู้ใหญ่ประมาณวันละ 8-10 แก้ว ในฤดูหนาวในจังหวัดทางภาคเหนือ ควรดื่มน้ำอุ่นจัด ๆ
  4. รักษาร่างกายให้อบอุ่นตามสมควรการใส่เสื้อกันหนาวนั้น ควรใส่ให้หนาจนมือและเท้าของผู้ป่วยอุ่นดี บางครั้งต้องใส่หมวก และถุงเท้าด้วย
  5. การทำงานที่ไม่ได้ออกกำลังมากและไม่เครียดมาก พอทำให้ ไม่ถึงกับต้องหยุดทำงาน นอกจากในรายที่อาการรุนแรงมาก
  6. การใช้น้ำร้อนประคบบริเวณที่ปวดอาจช่วยลดอาการปวดลงได้บ้าง รับประทานยาตามแพทย์สั่ง
  7. หลีกเลี่ยงการกระทบอากาศเย็นจัดหรืออากาศที่เปลี่ยนแปลงเร็ว

ไซนัสอักเสบชนิดเรื้อรัง

ประวัติการป่วย มักเป็นนาน หลาย ๆ เดือนหรือเป็นปี หรือหลาย ๆ ปี เนื่องจากโรคไซนัสอักเสบ มักไม่มีอันตรายที่รุนแรง นอกจากผู้ป่วยที่ร่างกายอ่อนแอมาก ๆ หรือมีโรคประจำตัวที่ร้ายแรงอยู่เท่านั้น บางรายอาจมีอาการเฉียบพลันเกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ ก็ได้


a12.gif อาการของไซนัสอักเสบเรื้อรัง

อาจมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง บางอย่าง หรือทุกอย่างดังต่อไปนี้

  1. อาการทางจมูก ได้แก่ คัดจมูก น้ำมูกไหล, จาม, เวลาพูดมีเสียงตื้อ ๆ ไม่กังวาน น้ำมูก อาจมีทั้งใสหรือขุ่น สีขาว, เขียว, เหลืองก็ได้ บางรายมีกลิ่นเหม็น การได้กลิ่นอาจผิดปกติ เช่น ไม่ค่อยรู้สึกกลิ่นหรือมีกลิ่นมากไป ในเด็กที่มีน้ำมูกข้นนานเป็นเดือน มักมีสาเหตุจากไซนัสอักเสบ
  2. แน่นหรือไม่สบายบริเวณหน้า หรือไซนัสที่เป็น
  3. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย โดยเฉพาะในระยะที่ยังไม่เรื้อรังมาก ประมาณ 3 สัปดาห์ ถึง 3 เดือน
  4. ไอ อาจมีเสมหะหรือไม่มี แต่ส่วนมากจะมี
  5. อาการทางหู แน่นหู หูอื้อ ปวดหู หรือมีเสียงรบกวนในหู
  6. อาการปวดศีรษะ อาจมีได้ในบางราย มักปวดในระยะหลังตื่นนอนเช้า หายไปตอนบ่าย ๆ
  7. มีโรคประวัติโรคภูมิแพ้ ฟันผุ หรือประวัติการเป็นอย่างเฉียบพลันมาก่อน หรือมีเนื้องอกในจมูก

a12.gif การตรวจ

เช่นเดียวกับในรายที่เป็นเฉียบพลัน

a12.gif การรักษา

แบ่งเป็น
1. การใช้ยา เช่นเดียวกับในรายที่เป็นชนิดเฉียบพลัน
2. การล้างไซนัส เมื่อมีประวัติเป็นนานเกิน 3 สัปดาห์ขึ้นไป และการรักษาด้วยยาไม่ได้ผล มีวิธีล้าง 2 วิธีคือ

2.1 ใช้เครื่องดูดเสมหะ มักใช้ในเด็กโดยทำในท่านอนให้เด็กนอนแหงนหน้ามาก ๆ และหายใจทางปาก ใส่น้ำยาที่ใช้ล้าง (น้ำเกลือผสมยาลดการบวมของเยื่อจมูกและไซนัส) บางครั้งผู้ป่วยจะถูกขอร้องให้พูดคำว่า “เค...เค” เพื่อให้การดูดได้ผลดีขึ้น
2.2 การล้างโดยตรง ในไซนัสอาจใช้การเจาะผนังไซนัสผ่านทางจมูก ผ่านรูเปิดธรรมชาติของไซนัสทำมาและสะดวกสำหรับไซนัสบริเวณแก้ม ส่วนไซนัสที่หัวคิ้วและหลังจมูก ควรทำโดยผู้เชี่ยวชาญ สำหรับไซนัสที่ซอกตาไม่อาจล้างวิธีนี้ได้

3. การผ่าตัด แพทย์เป็นผู้ตัดสินใจว่าเมื่อไหร่ควรจะรักษาด้วยการผ่าตัด ซึ่งหมายความว่าได้ผ่านการรักษา ชั้นที่ 1 และ 2 มาแล้ว หรืออาจเป็นมานาน จนแพทย์ตรวจพบว่าไม่อาจรักษาให้หายได้ ด้วยวิธีข้างต้น การผ่าตัดนั้นเพื่อวัตถุประสงค์ดังนี้

3.1 แก้ไขสิ่งกีดขางในจมูกที่ทำให้อากาศถ่ายเทระหว่างจมูก และไซนัสไม่ดี เช่น เนื้องอกในจมูก, แผ่นกั้นช่องจมูกคดและอื่น ๆ
3.2 นำเนื้อเยื่อที่เป็นโรคจนไม่อาจหายเป็นปกติได้ออกจากไซนัสให้หมด
3.3 ทำการถ่ายเทอากาศและหนองในไซนัสให้ดีไม่มีการอุดตันของไซนัส

a12.gif ปัญหาของผู้ที่เป็นไซนัสอักเสบเรื้อรัง

หลังจากที่ได้รับการผ่าตัดแล้ว ส่วนมากก็จะหายจากโรคนี้ แต่บางครั้งก็พบว่าผู้ป่วยยังไม่หายจากอาการที่เคยเป็น เช่น อาจมีน้ำมูก หรือเสมหะลงคออยู่เรื่อย ๆ จามและคัดจมูก เป็นต้น ทั้งนี้อาจมีสาเหตุอื่นหลายอย่างเช่น

  1. การผ่าตัด ไม่ได้ทำหมดทุกไซนัส เราทราบแล้วว่ามีอยู่ทั้งหมด 4 คู่ แต่แพทย์มักทำผ่าตัดคู่ที่เป็นมากที่สุดก่อนเสมอ ถ้ายังมีปัญหาอยู่ก็ต้องปรึกษาแพทย์ต่อไป อาจจะต้องทำผ่าตัด ไซนัสอื่นเพิ่มเติม
  2. ผู้ป่วยมีโรคภูมิแพ้เป็นประจำอยู่ แม้ว่าจะรักษาโรคไซนัสอักเสบจากการติดเชื้อหายไปแล้ว แต่โรคภูมิแพ้ก็ยังคงทำให้มีอาการคล้าย ๆ กันได้ จำเป็นต้องรักษาโรคภูมิแพ้ต่อไป โรคภูมิแพ้นี้ไม่อาจรักษาให้หายขาดได้ เพียงแต่ทำให้อาการเบาบางลง โดยหลีกเลี่ยงจากสิ่งที่แพ้, รับประทานยาแก้แพ้, ฉีดวัคซีนเพื่อลดความไวของโรคภูมิแพ้ เป็นต้น
  3. อาจมีการเกิดซ้ำของโรคหลังการผ่าตัด เพราะเนื้อเยื่อภายในจมูก และไซนัสระยะหลังผ่าตัดใหม่ ๆ ยังมีความอ่อนแออยู่
  4. มีโรคประจำตัวอย่างอื่น เช่น เบาหวาน, วัณโรค, โรคของต่อมไทรอยด์ เป็นต้น

การป้องกันโรคไซนัสอักเสบ หรือป้องกันการเกิดซ้ำของโรค ควรปฏิบัติให้ถูกต้องคือ

  1. หลีกเลี่ยงจากสิ่งที่ทำลายสุขภาพตามสาเหตุข้อ 1 หรือแก้ไขโรคประจำตัวที่มีอยู่ เมื่อมีความผิดปกติในจมูกควรปรึกษาแพทย์เพื่อแก้ไข ควรงดการว่ายน้ำดำน้ำ เมื่อเป็นหวัด หรือโรคภูมิแพ้ของจมูก
  2. รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอโดยเฉพาะในฤดูหนาว
  3. ดื่มน้ำสะอาดให้พอเพียงทุกวัน
  4. หลีกเลี่ยงจากสิ่งมีพิษในอากาศ เช่น ฝุ่นละออง, สารเคมีต่าง ๆ เช่น ยาฆ่าแมลง, ควันบุรี่, ทินเนอร์ผสมสี เป็นต้น
  5. เมื่อเป็นหวัดอย่าปล่อยไว้นานเกิน 1 สัปดาห์ ควรรีบปรึกษาแพทย์
  6. ในกรณีที่มีฟันผุ โดยเฉพาะฟันบนพึงระวังว่าจะมีโอกาสติดเชื้อเข้าสู่ไซนัสได้
  7. รักษาสุขภาพช่องปากและฟันให้ดีอยู่เสมอ
  8. ออกกำลังกายพอสมควรโดยสม่ำเสมอ
  9. รับประทานอาหารที่คุณประโยชน์ครบถ้วน และไม่มาก หรือน้อยเกินไป
  10. ถ้ามีโรคประจำตัวอยู่ ควรได้รับการรักษาแพทย์โดยสม่ำเสมอ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่