ภูมิแพ้

ไซนัสอักเสบ สาเหตุ อาการ วิธีรักษาป้องกันและการดูแลตนเองเมื่อเป็นโรค

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
Istock 57158972 %281%29

ไซนัสอักเสบ เป็นโรคที่สามารถส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้มากทีเดียว โดยจะส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจโดยตรง ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกไม่สบายตัว เหมือนคนป่วยเป็นหวัดอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะทำให้บุคลิกภาพดูแย่ลงอีกด้วย เพราะฉะนั้น เราตามไปทำความรู้จักกันดีกว่าว่าโรคไซนัสอักเสบเกิดจากอะไร และมีวิธีรักษาป้องกันได้อย่างไรบ้าง จะได้รับมือได้เท่าทันโรคยิ่งขึ้น

ไซนัสอักเสบ คืออะไร?

ไซนัสอักเสบ (Sinusitis) คือ โรคที่เกิดจากโพรงอากาศที่อยู่ข้างจมูกมีการอักเสบ โดยการอักเสบของโพรงอากาศที่อยู่ข้างจมูกเกิดขึ้นจากการติดเชื้อ และผู้ที่มีโอกาสที่จะเป็นโรคนี้คือ ผู้ที่ป่วยเป็นโรคหวัดตามปกติ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยโรคหืด ก็นับเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคไซนัสอักเสบสูง โดยมีความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้มากถึง 50% เลยทีเดียว

โรคไซนัสอักเสบ มีกี่ชนิด?

สำหรับโรคไซนัสอักเสบมีอยู่ด้วยกัน 3 ชนิด คือ

1. โรคไซนัสอักเสบแบบเฉียบพลัน (Acute sinusitis)

เป็นชนิดหลักๆ ที่พบได้ทั่วไป ซึ่งอาการผู้ป่วยจะค่อนข้างแย่ในช่วง 10 วันสุดท้าย แต่ส่วนใหญ่แล้วอาจจะไม่ได้เกิดจากสาเหตุที่อันตรายหรือรุนแรง

2. โรคไซนัสอักเสบแบบเรื้อรัง (Chronic sinusitis)

โรคไซนัสแบบเรื้อรังนั้นอาการจะเป็นน้อยกว่าโรคไซนัสอักเสบแบบเฉียบพลัน โดยจะมีระยะเวลาอยู่มากกว่า 12 สัปดาห์ และอาจจะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรในการรักษา

3. โรคไซนัสอักเสบกึ่งเฉียบพลัน (Subacute sinusitis)

โรคไซนัสอักเสบกึ่งเฉียบพลันจะมีระยะเวลาในการติดเชื้อไม่เกิน 8 สัปดาห์ และมีวิธีที่สามารถรักษาให้หายได้ง่าย

สาเหตุของโรคไซนัสอักเสบ

โรคไซนัสอักเสบ เกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้

1. เชื้อแบคทีเรีย

การติดเชื้อแบคทีเรียสามารถที่จะทำให้เกิดโรคไซนัสอักเสบได้ เพราะเป็นการติดเชื้อแบบซ้ำๆ ซึ่งแบคทีเรียที่พบได้หลักๆ อันเป็นตัวการทำให้เกิดโรคไซนัสอักเสบ คือ

  • Streptococcus pneumonia
  • Haemophilus influenza
  • Moraxella catarrhalis
  • Streptococcal species
  • Anaerobic bacteria
  • Staphylococcus aureus

2. โรคภูมิแพ้

ภาวะภูมิแพ้ถือเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคไซนัสอักเสบ เพราะจะทำให้เยื่อบุจมูกอักเสบและเกิดการบวมขึ้น หรือแม้แต่กระทั่งอากาศภายในที่ไหลเวียนได้ไม่ดีพอก็ส่งผลทำให้เกิดโรคไซนัสอักเสบได้เช่นกัน

3. ภาวะกรดไหลย้อน

ภาวะกรดไหลย้อนเป็นภาวะที่เกิดกรดขึ้นภายในกระเพาะ โดยจะมีการไหลย้อนของกรดในกระเพาะกลับมาที่โพรงหลังจมูก (nasopharynx) จึงทำให้กรดนี้ส่งผลกระทบต่อเยื่อบุจมูกได้ และยังสามารถส่งผลกระทบทำให้การติดเชื้อแบคทีเรียต่างๆ ได้ง่ายกว่าปกติ

สาเหตุเบื้องต้นที่กล่าวมา ถือเป็นสาเหตุที่เกิดจากการบวมของเยื่อบุจมูก (mucosal obstruction cause) เป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ยังมีสาเหตุอื่นที่เกิดได้จากความผิดปกติของโครงสร้างที่อยู่ภายในจมูก (structural cause) ซึ่งมีดังนี้

1. การทำงานผิดปกติของระบบไซนัส

การทำงานผิดปกติของระบบไซนัสเกิดจากระบบไซนัสหลักๆ ทำงานไม่สอดคล้องกัน โดยมีส่วนต่างๆ คือ

  • Frontal sinus
  • Ethmoid sinus
  • Maxillary sinus

ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้สำหรับการระบายน้ำมูก หากมีสิ่งกีดขวางอยู่ภายในระบบไซนัสเหล่านี้ก็จะทำให้เกิดการคั่งของน้ำมูก กระทั่งกลายมาเป็นปัญหาจนทำให้เกิดโรคไซนัสอักเสบขึ้นได้

2. ความผิดปกติของพัดโบกซีเลีย

พัดโบกซีเลียมีความสำคัญต่อกลไกภายในไซนัสเป็นอย่างมาก เพราะพัดโบกซีเลียมีหน้าที่ช่วยในการระบายน้ำมูกในไซนัส โดยหากเกิดการติดเชื้อขึ้นจะทำให้พัดโบกสูญเสียประสิทธิภาพในการระบายความคั่งของน้ำมูก ซึ่งอาจจะใช้ระยะเวลาถึง 3 สัปดาห์ ในการฟื้นฟูให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ

อาการของโรคไซนัสอักเสบ

โรคไซนัสอักเสบ มีอาการที่สามารถบ่งบอกได้เฉพาะเจาะจง คือ

  • มีอาการปวดหน่วงในบริเวณไซนัส เช่น โหนกแก้ม รอบกระบอกตา หน้าผาก หรือหัวตา
  • เมื่อเปลี่ยนท่าน้ำมูกจะไหลออก โดยจะเป็นสีเขียวหรือเป็นหนองข้นๆ
  • มีอาการแน่นจมูกอยู่ตลอด
  • ได้กลิ่นเหม็นคาวอยู่ตลอดเวลา
  • โรคไซนัสอักเสบแบบเฉียบพลัน มีอาการประมาณ 4 สัปดาห์
  • โรคไซนัสอักเสบแบบเรื้อรัง มีอาการมากกว่า 12 สัปดาห์
  • ควรพักผ่อนให้เพียงพอ
  • รักษาความอบอุ่นให้ร่างกาย
  • ประคบร้อนในบริเวณที่ปวด
  • ไม่ควรอยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ระยะเวลาของโรคไซนัสอักเสบ

โรคไซนัสอักเสบแบ่งเป็น 2 ประเภทอย่างที่กล่าวไปข้างต้น และแต่ละประเภทก็มีระยะเวลาในการเกิดโรคแตกต่างกันดังนี้

ภาวะแทรกซ้อน

โรคไซนัสอักเสบจะมีภาวะแทรกซ้อนที่สามารถแบ่งได้ คือ

1. การติดเชื้อ

ผู้ป่วยโรคไซนัสอักเสบ การติดเชื้อถือเป็นอาการของภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้เป็นปกติ แต่การติดเชื้อก็จะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับตามระยะเวลาของโรค

2. การรับรู้ด้านการสัมผัสลดลง

โดยเฉพาะการสัมผัสกลิ่น ซึ่งประสิทธิภาพในการรับรู้กลิ่นจะลดลง หากก็เกิดขึ้นแค่เพียงชั่วคราวเท่านั้นหรือบางรายก็อาจจะสูญเสียแบบถาวร ในกรณีที่เกิดการอุดตันบริเวณรูจมูก ซึ่งจะทำให้เส้นประสาทสำหรับการดมกลิ่นอักเสบตามมา

3. ต่อมน้ำลายอุดตัน

สาเหตุมาจากเมือกที่อยู่ในโพรงไซนัสมาอุดตันต่อมน้ำลาย ทำให้กลายเป็นไวรัส ซึ่งสามารถขยายไปสู่โครงสร้างทั่วไปภายในระบบหายใจ

การวินิจฉัย

การวินิจฉัยโรคไซนัสอักเสบ แพทย์จะทำการวินิจฉัยเป็นขั้นตอนซึ่งมีดังนี้

1. สอบถามประวัติผู้ป่วย

โดยคนไข้จะต้องให้ประวัติกับแพทย์อย่างละเอียด โดยเฉพาะอาการที่เกิดขึ้นในขณะนั้น ว่ามีอาการที่แตกต่างจากการป่วยเป็นหวัดธรรมดาหรือไม่ เช่น

  • ปวดบริเวณข้างจมูกหรือใบหน้า
  • การได้รับกลิ่นลดลง
  • กลืนอาหารลำบาก

เมื่อแจ้งประวัติเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะใช้การวิเคราะห์แบบ Visual analog scale เพื่อใช้สำหรับการประเมินอาการของโรคไซนัสอักเสบ

2. การตรวจร่างกาย

การวินิจฉัยโรคไซนัสอักเสบจะต้องมีการตรวจร่างกายร่วมด้วย โดยมีวิธีการตรวจร่างกายดังนี้

  • การตรวจภายในช่องปาก เพราะผู้ที่เป็นโรคไซนัสอักเสบจะมีหนองไหลมาจากโพรงหลังจมูก
  • การตรวจภายในโพรงจมูก
  • การตรวจโดยกดลงบนใบหน้า ตามจุดไซนัส

3. การตรวจพิเศษ

เพื่อให้การวินิจฉัยเป็นไปอย่างแม่นยำยิ่งขึ้น การตรวจพิเศษจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการตรวจหาโรคไซนัส โดยเป็นการตรวจทางห้องปฏิบัติการดังนี้

  • การตรวจ Sinuscopy ซึ่งเป็นการส่องกล้องตรวจไซนัส โดยจะสามารถทำการรักษาได้ในตัว เพราะหากพบหนองก็จะล้างออกได้เลยนั่นเอง
  • การตรวจดูการผ่านของแสง ซึ่งช่วยในเรื่องของการวินิจฉัย โดยหากแสงไม่สามารถส่องผ่านไปได้ก็จะถือว่าเป็นโรคไซนัสอักเสบ แต่จะไม่สามารถตรวจได้ในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 10 ขวบ
  • การตรวจภาพไซนัสจากการอัลตราซาวด์
  • การเจาะไซนัส
  • การถ่ายภาพไซนัสด้วย MRI

วิธีรักษาโรคไซนัสอักเสบ

สำหรับการรักษาโรคไซนัสอักเสบ จะใช้วิธีรักษาทางการแพทย์เป็นหลักโดยมีวิธีคือ

1. การใช้ยารักษา

โรคไซนัสอักเสบสามารถที่จะใช้ยารักษาได้ แต่จะต้องเป็นยารักษาที่อยู่ในการดูแลของแพทย์ โดยจะแบ่งกลุ่มยาที่ใช้รักษาดังนี้

  • ยาปฏิชีวนะ ได้แก่ ยา Penicillin และยา Tetracycline
  • ยาลดบวม สำหรับยาลดบวมนั้นจะใช้เป็นยา 2 ชนิดคือ ยาต้านการอักเสบ และยาหดหลอดเลือด
  • ยาต้านฮิสตามีน
  • ยาละลายมูก

2. การล้างไซนัส

การล้างไซนัสจะใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการมามากกว่า 3 สัปดาห์ โดยการล้างไซนัสจะใช้อยู่ด้วยกัน 2 วิธี คือ

การล้างไซนัสโดยตรง คือ แพทย์จะทำการเจาะผนังไซนัสในช่องจมูก แล้วทำการล้างตามปกติ

การล้างไซนัสด้วยเครื่องดูดเสมหะ คือ วิธีล้างไซนัสที่จะใช้สำหรับเด็ก โดยจะใช้น้ำเกลือผสมยาลดบวมในการล้าง

3. การผ่าตัด

หลังจากได้รับการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ แล้ว แต่ไม่สามารถรักษาโรคให้หายได้ แพทย์จะใช้วิธีรักษาโรคไซนัสอักเสบด้วยการผ่าตัด ซึ่งจะเรียกการผ่าตัดว่า functional endoscopic sinus surgery โดยใช้วิธีผ่าตัดผ่านกล้องไปทางรูจมูก

วิธีป้องกันโรคไซนัสอักเสบ

ในส่วนของวิธีป้องกันโรคไซนัสอักเสบ สามารถทำได้จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ดังนี้

  • ดื่มน้ำสะอาด
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  • หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีมลพิษที่ส่งผลต่อระบบหายใจ

วิธีดูแลตัวเอง เมื่อเป็นโรคไซนัสอักเสบ

เมื่อเป็นโรคไซนัสอักเสบ การดูแลตัวเองนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากที่สุด โดยสามารถที่จะปฏิบัติตามได้ดังนี้

โรคไซนัสอักเสบ เป็นโรคที่สามารถส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอันตรายต่อประสาทรับรู้กลิ่น เพราะฉะนั้น เมื่อเกิดความผิดปกติควรที่จะต้องรักษาโดยด่วน

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่