ความรู้สุขภาพ

หูอื้อ เกิดจากอะไร? ทำยังไงให้หาย?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 993,419 คน

หูอื้อ เกิดจากอะไร? ทำยังไงให้หาย?

หูอื้อ (Tinnitus) คืออาการที่เราได้ยินเสียงจากภายนอกลดลง หรือได้ยินไม่ชัด เหมือนมีอะไรมาอุดหู แต่กลับได้ยินเสียงรบกวนดังในหู ซึ่งอาจเป็นเสียงวี้ดๆ ตุบๆ หรือเสียงอื้ออึงเหมือนเสียงลม อาการหูอื้ออาจเกิดกับหู 2 ข้างพร้อมๆ กัน หรือเป็นที่หูข้างเดียวก็ได้ ซึ่งมักสร้างความรำคาญและความลำบากในการได้ยิน หูอื้อสามารถแบ่งได้ 2 ประเภท คือ 1) แบบที่เสียงในหูมีผู้ป่วยได้ยินเพียงคนเดียว (Subjective tinnitus) และ 2) แบบที่เสียงในหูแพทย์สามารถได้ยินได้ด้วยเครื่องช่วยฟัง (Objective tinnitus)

สาเหตุของหูอื้อ

หูอื้อเกิดได้จากหลายสาเหตุ ยกตัวอย่างเช่น

  • เกิดความเสื่อมของหูชั้นใน ซึ่งเกิดขึ้นได้เมื่ออายุมากขึ้นและทำให้เริ่มสูญเสียการได้ยินไป อาการที่เกิดขึ้นคือได้ยินเสียงความถี่สูงดังอยู่ในหู เช่น เสียงวี้ดๆ
  • โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน อาการหูอื้อมักเกิดร่วมกับมีเสียงรบกวนความถี่ต่ำในหู เช่น เสียงหึ่งๆ รวมถึงอาจมีอาการเวียนศีรษะและบ้านหมุนด้วย
  • มีการติดเชื้อ หรืออักเสบภายในหู
  • ความดันในหูผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดจากการขึ้นไปยังที่สูง หรือเพิ่งขึ้นจากการดำน้ำ ทำให้ความดันภายในหูและสิ่งแวดล้อมภายนอกเกิดความแปรปรวน อาการคือมักได้ยินเสียงลมอื้ออึงอยู่ในหู
  • มีขี้หูมากเกินไป บางครั้งเกิดจากการว่ายน้ำ ดำน้ำบ่อยๆ  ซึ่งหากขี้หูอยู่ใกล้แก้วหูก็อาจทำให้เกิดหูอื้อได้
  • มีหินปูนเกาะฐานกระดูกโกลน
  • มีน้ำขังในหูชั้นกลาง ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากน้ำเข้าหู ทำให้ได้ยินเสียงก้องในหูได้
  • มีเนื้องอกในช่องหู ทำให้ได้ยินเสียงตุบๆ ในหู คล้ายเสียงเต้นของชีพจร
  • เอ็นยึดกระดูกโกลนในหูชั้นกลางหดเกร็ง ทำให้หูอื้อและเกิดเสียงคลิกๆ ในหู
  • เป็นอาการจากโรคหวัด เนื่องจากท่อยูสเตเชียนเกิดการติดเชื้อ จนลามมาถึงหูชั้นกลาง และอาจทำให้เยื่อแก้วหูอักเสบได้
  • มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในหู เช่น แมลงเข้าหู ทำให้การได้ยินไม่ชัดเจน ร่วมกับมีอาการปวดหู
  • มีความดันโลหิตสูง ทำให้การสูบฉีดเลือดแรงขึ้นจนเกิดเสียงรบกวนในหูได้
  • การได้ยินเสียงดังมากๆ เช่น เสียงระเบิด ทำให้สูญเสียการได้ยินชั่วขณะ อย่างที่เรียกกันว่าอาการ หูดับ
  • การดื่มแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่
  • การใช้ยาบางชนิดในปริมาณมาก เช่น ยาแอสไพริน ยาแก้แพ้ ยาขับปัสสาวะ ยาต้านมาลาเรีย ยาปฏิชีวนะบางตัว ซึ่งอาจทำให้การได้ยินลดลงและมีอาการหูอื้อได้

การรักษาอาการหูอื้อ

อาการหูอื้อจะใช้วิธีการรักษาตามสาเหตุที่เกิด ตัวอย่างเช่น

  • หากเกิดหูอื้อจากขี้หูตัน อาจใช้วิธีแคะขี้หูออก แต่ต้องระมัดระวังไม่แคะไปลึกมาก เพราะจะทำให้เกิดบาดแผลและอาจเกิดการติดเชื้อได้ หรืออาจหยอดยาละลายขี้หูก็ได้
  • หากสาเหตุเกิดจากการติดเชื้อในหู แพทย์อาจให้ทานยาปฏิชีวนะเพื่อกำจัดเชื้อ รวมถึงหากสาเหตุมาจากโรคหวัด ก็ต้องรักษาเชื้อหวัดให้หายเช่นกัน
  • หากเกิดจากมีสิ่งแปลกปลอมเข้าหู แพทย์จะใช้เครื่องมือนำสิ่งแปลกปลอมออกมา
  • ถ้าหูอื้อเนื่องจากน้ำขังในหู ต้องพยายามนำน้ำออกมา โดยการเอียงหูลงต่ำ แล้วกระโดดหรือเคาะศีรษะเบาๆ แต่บางครั้งอาจจำเป็นต้องให้แพทย์ใช้เครื่องมือดูดน้ำออก
  • บางสาเหตุอาจต้องอาศัยการผ่าตัดเพื่อรักษา เช่น มีหินปูนเกาะที่กระดูกโกลนในหู หรือมีเนื้องอกในหู เป็นต้น
  • หากเกิดหูอื้อเรื้อรัง อาจใช้อุปกรณ์ช่วยบำบัด เช่น อุปกรณ์กลบเสียง ที่ใช้สร้างเสียงสีขาว (white noise) เพื่อกลบเสียงรบกวนในหู หรือถ้ามีอาการหูตึง อาจสวมเครื่องช่วยฟังด้วย

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่