ความรู้สุขภาพ

เมาค้าง เป็นเพราะอะไร? ข้อมูล สาเหตุ และเคล็ดลับแก้เมาค้าง

เรียนรู้เกี่ยวกับการรักษาและป้องกันภาวะเมาค้าง
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ เม.ย. 29, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 618,353 คน

เมาค้าง เป็นเพราะอะไร? ข้อมูล สาเหตุ และเคล็ดลับแก้เมาค้าง

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 15/03/2562

ทำไมถึงเกิดอาการเมาค้าง?

แอลกอฮอล์เป็นสารที่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ หมายความว่ามันสามารถไล่สารน้ำออกจากร่างกายได้ การสูญเสียสารน้ำนั้นรวมถึงการสูญเสียเกลือที่สำคัญ เช่น โพแทสเซียมและแมกนีเซียม นอกจากนี้ระดับน้ำตาลในเลือดก็ยังเกิดการเปลี่ยนแปลง และสารพิษจากแอลกอฮอล์ก็ยังอาจจะยังตกค้างอยู่ในร่างกายได้หลายชั่วโมง ภายหลังจากหยุดดื่มแล้ว การสูญเสียเกลือที่สำคัญเหล่านี้และการขาดน้ำนำไปสู่ภาวะเมาค้าง

โฆษณาจาก HonestDocs
ตรวจเบาหวานวันนี้ เริ่มที่ 594 บาท

คนไทยกว่า 40% ไม่รู้ว่าตนเองเป็นเบาหวาน ซึ่งมีผู้เสียชีวิตกว่า 5 ล้านคนต่อปี

การลดอาการเมาค้าง

ชนิดของแอลกอฮอล์ที่คุณดื่มนั้นทำให้เกิดอาการแตกต่างกัน เครื่องดื่มที่ยิ่งเข้มและยิ่งหวานจะมีสารคอนเจเนอร์ (Congeners) หรือสารอินทรีย์ที่ประกอบไปด้วยเมทานอลที่มากขึ้น ดังนั้นบรั่นดี ไวน์แชร์รี (Sherry) ไวน์แดง และวิสกี้ จึงทำให้เกิดอาการเมาค้างได้มากกว่าไวน์ขาวและวอดคา ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ราคาถูกมักผ่านการแปรรูปน้อย และอาจทำให้คุณมีอาการเมาค้างได้มากขึ้น 

วิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันและลดอาการเมาค้างก็คือ รับประทานอาหารไปควบคู่กับการดื่มแอลกอฮอล์และดื่มน้ำมากๆ

การถอนอาการเมาค้าง

การดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มเติมนั้นสามารถช่วยได้ เนื่องจากสารเอทานอลในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะยับยั้งการสลายเมทานอลให้กลายเป็นฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) และกรดฟอร์มิก (Formic Acid)

อย่างไรก็ตาม การดื่มแอลกอฮอล์เพื่อถอนอาการเมาค้างเป็นวิธีบรรเทาอาการเมาค้างที่แย่ เนื่องจากจะยิ่งทำให้ตับและกระเพาะอาหารทำงานหนักขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้เกิดอาการเมาค้างในเวลาถัดมาได้อีกซึ่งอาจมีอาการหนักกว่าครั้งแรกที่เป็นได้

สูตรเครื่องดื่มชนิดไม่มีแอลกอฮอล์ที่ช่วยแก้อาการเมาค้าง

ผสมน้ำมันมะกอก 1 ส่วน ไข่แดงดิบ 1 ฟอง เกลือและพริกไทย ซอสมะเขือเทศ 1-2 ช้อนโต๊ะ ซอสทาบาสโก (Tabasco) วูสเตอร์ซอส (Worcestershire Sauce) และน้ำมะนาว (หรือน้ำส้มสายชู) เล็กน้อยเข้าด้วยกัน

ไข่แดงมีสาร N-Acetyl-Cysteine (NAC) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่ช่วยในการขับสารพิษที่ได้จากแอลกอฮอล์และควันบุหรี่ ซอสมะเขือเทศให้สารไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoids) ซึ่งเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน หากคุณไม่สามารถแก้อาการเมาค้างได้โดยไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ให้ผสมสูตรดังกล่าวเข้ากับวอดคาเพราะวอดคามีการเติมสารต่างๆ น้อยกว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดอื่นๆ

คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับแก้อาการเมาค้าง

  1. ดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อยสองเท่าของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  2. รับประทานวิตามินซีเล็กน้อย
  3. การรับประทานกล้วย จะช่วยชดเชยเกลือที่หายไปได้
  4. รับประทานน้ำตาลเล็กน้อย เพราะแอลกอฮอล์จะลดระดับน้ำตาลในเลือด
  5. รับประทานยาแก้ปวด โดยควรหลีกเลี่ยงแอสไพรินและยากลุ่มพาราเซตามอล เนื่องจากแอลกอฮอล์มักจะทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารของคุณไวต่อสิ่งต่างๆ มากขึ้น และในกลุ่มยาพาราเซตามอลอาจทำให้ตับทำงานหนักเกินไป จนเกิดผลเสียระหว่างที่ร่างกายมีการขับแอลกอฮอล์อยู่
  6. นอนหลับพักผ่อน โดยแค่งีบไม่กี่ชั่วโมงก็สามารถช่วยให้อาการดีขึ้นแล้ว แต่อย่าขับรถจนกว่าคุณจะรู้สึกว่ากลับมาเป็นปกติจริงๆ 

ควรทราบว่าไม่มีอะไรสามารถเร่งกำจัดแอลกอฮอล์ออกจากร่างกายให้เร็วขึ้นได้ และอย่าหลอกตัวเองว่าการดื่มกาแฟเข้มๆ จะช่วยให้อาการดีขึ้นจนเป็นปกติ เพราะที่จริงมันทำได้แค่ชดเชยสารน้ำที่สูญเสียไปเพียงเล็กน้อย

ที่มาของข้อมูล
  1. Jo-Anne Rowney, how to cure a bad hangover, mirror london 3 February 2019.

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่