Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การกินเพื่อสุขภาพ

แมกนีเซียม แร่ธาตุชนิดสำคัญที่ร่างกายขาดไม่ได้

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,513,666 คน

แมกนีเซียม แร่ธาตุชนิดสำคัญที่ร่างกายขาดไม่ได้

แมกนีเซียม (Magnesium) แร่ธาตุที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของร่างกาย และมีบทบาทหน้าที่หลายอย่าง ในร่างกายเรามีแมกนีเซียมอยู่ประมาณ 20 – 25 กรัม โดยอยู่ในโครงสร้างกระดูกประมาณ 70% และอีก 30% พบในเนื้อเยื่อต่างๆ หรือไหลเวียนในกระแสเลือด โดยปกติเรารับแมกนีเซียมจากการทานอาหาร แต่ในอาหารทั่วไปมักมีแมกนีเซียมอยู่ปริมาณน้อย ทำให้หลายๆ คนมีภาวะขาดแมกนีเซียมได้

แมกนีเซียมสำคัญต่อร่างกายอย่างไร?

แมกนีเซียมมีบทบาทมากมายในร่างกาย และเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบต่างๆ หลายระบบ โดยหน้าที่สำคัญของแมกนีเซียม ได้แก่

โฆษณาจาก HonestDocs
🦷รีเทนเนอร์หาย หรือ จัดฟันใกล้เสร็จ? ก็ทำรีเทนเนอร์ลด 30-50% ได้

ไม่ว่าคุณจะอยากได้ "แบบใส" หรือ "แบบลวด" เราก็มีให้คุณครบจบที่เดียว เริ่มต้นเพียง 1,750 บาท เท่านั้น

%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8cadsinternal ad
  • เป็นองค์ประกอบของโครงสร้างกระดูก และจำเป็นต่อการเจริญของกระดูกและฟัน
  • เป็นตัวช่วยควบคุมสมดุลแคลเซียมในกระดูกและในเลือด และป้องกันไม่ให้แคลเซียมเกาะตามเนื้อเยื่ออวัยวะต่างๆ
  • จำเป็นต่อการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ โดยเกี่ยวข้องกับการส่งสัญญาณประสาทและการควบคุมการหดตัวของกล้ามเนื้อ
  • ช่วยควบคุมการส่งกระแสประสาท จึงช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้า เครียด และปวดศีรษะไมเกรนได้
  • ทำหน้าที่เป็นโคเอนไซม์ ช่วยในการทำงานของเอนไซม์เผาผลาญสารอาหารและเอนไซม์ที่สังเคราะห์โปรตีน
  • มีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงานของวิตามิน บี ซี และ อี
  • ช่วยควบคุมอุณหภูมิร่างกายและคลายความหนาว เมื่ออยู่ในสภาพอากาศหนาวเย็นความต้องการแมกนีเซียมจะเพิ่มขึ้น
  • ช่วยในการผลิตฮอร์โมนสำคัญหลายชนิด
  • ช่วยลดความดันโลหิต และป้องกันการเกิดลิ่มเลือด จึงป้องกันความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจและสมองได้
  • ทำให้การหดตัวของกล้ามเนื้อเป็นปกติ จึงช่วยลดอาการตะคริวได้
  • มีส่วนควบคุมสมดุลกรดเบสในร่างกาย

หากร่างกายขาดแมกนีเซียมจะเป็นอย่างไร?

ปริมาณแมกนีเซียมที่ร่างกายต้องการ คือ 250-500 มิลลิกรัมต่อวัน ในขณะที่โดยทั่วไปเราได้รับแมกนีเซียมจากอาหารเพียงวันละ 150-300 มิลลิกรัมเท่านั้น การขาดแมกนีเซียมต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน จะส่งผลให้เกิดความผิดปกติทั้งในระบบประสาท การทำงานของกล้ามเนื้อ ไต หัวใจ และกระดูก ซึ่งทำให้ร่างกายมีภาวะต่างๆ เช่น

  • การทำงานของกล้ามเนื้อผิดปกติ ทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็งค้างและเป็นตะคริวบ่อย
  • การย่อยอาหาร และการเผาผลาญผิดปกติ ทำให้ร่างกายขาดพลังงาน
  • การสังเคราะห์โปรตีนในร่างกายลดลง รวมถึงการสร้างฮอร์โมนเพศต่ำลงด้วย
  • เกิดความผิดปกติของระบบประสาท ทำให้มีอาการซึม ปวดศีรษะ และประสาทรับความเจ็บปวดไวกว่าปกติ
  • ภูมิคุ้มกันร่างกายต่ำลง
  • กระดูกพรุนหรือเปราะ กระดูกอ่อนไม่แข็งแรง และรับน้ำหนักไม่ได้
  • ปริมาณแมกนีเซียมและแคลเซียมในร่างกายจะสมดุลกัน ดังนั้นการขาดแมกนีเซียม จึงอาจทำให้มีภาวะแคลเซียมต่ำด้วย

สาเหตุที่ร่างกายขาดแมกนีเซียม

  • ทานแมกนีเซียมไม่เพียงพอ
  • มีความเครียดเรื้อรัง ทำให้แมกนีเซียมถูกใช้ไปมาก
  • ทานอาหารที่มีฟอสฟอรัสสูง เช่น น้ำอัดลม ทำให้ไปขัดขวางการดูดซึมแมกนีเซียม
  • มีการขับแมกนีเซียมออกทางปัสสาวะมาก เช่น ในคนที่ดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนัก ทานยาขับปัสสาวะ หรือได้รับสังกะสีมาก
  • มีความผิดปกติของฮอร์โมน เช่น มี aldosterone สูง ทำให้มีการขับแมกนีเซียมออกมาก
  • ร่างกายมีความผิดปกติอื่นๆ เช่น เป็นโรคเบาหวาน ขาดสารอาหาร มีอาการชัก

เรารับแมกนีเซียมได้จากไหน?

เราสามารถรับแมกนีเซียมได้ในอาหาร เช่น ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว อัลมอนด์ กล้วย ผักใบเขียว นม และเนื้อสัตว์ ซึ่งถือเป็นแหล่งแมกนีเซียมในธรรมชาติ แต่สำหรับคนที่ได้รับแมกนีเซียมไม่เพียงพอ อาจจำเป็นต้องทานแมกนีเซียมเสริม โดยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เราหาซื้อได้ จะอยู่ในรูป แมกนีเซียมออกไซด์ ซึ่งเป็นยาเม็ด มีขนาด 250 มิลลิกรัม/เม็ด สำหรับทานวันละ 4 เวลา หรือ แมกนีเซียมซิเตรท ซึ่งมีทั้งแบบน้ำและเม็ด ใช้ทานวันละ 400 มิลลิกรัม การทานแมกนีเซียมเสริม จะช่วยบำรุงกระดูก กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ลดอาการชาตามปลายประสาท และป้องกันการเกิดตะคริวได้

ข้อควรระวังในการทานแมกนีเซียมเสริม

  • หากต้องการทานแมกนีเซียมเสริมเป็นประจำ ควรเลือกทานแมกนีเซียมออกไซด์ ซึ่งเป็นรูปแบบที่ไม่ระคายเคืองทางเดินอาหาร และไม่ทำให้เกิดอาการปวดท้อง
  • ไม่ควรทานแมกนีเซียมเสริมหลังอาหารทันที เพราะจะไปลดกรดในกระเพาะอาหารได้
  • ควรควบคุมปริมาณ แคลเซียม:แมกนีเซียม ที่ได้รับให้สมดุล คือประมาณ 2:1 เพราะการทานแคลเซียมมากเกินไปจะไปขัดขวางการดูดซึมแมกนีเซียมได้

ใครบ้างควรทานแมกนีเซียมเสริม?

  • ผู้ที่เสี่ยงต่อการขาดแมกนีเซียม เช่น อดอาหารเป็นเวลานาน
  • ผู้ที่มีความเครียดสูง และเป็นไมเกรน
  • ผู้ที่เป็นตะคริว หรือชาตามปลายประสาทบ่อยๆ
  • ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์และน้ำอัดลมเป็นประจำ
  • ผู้ที่ทานยาขับปัสสาวะ
  • ผู้สูงอายุ ซึ่งเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนและไขข้อเสื่อม
  • ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคนิ่วไต

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่