Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

โดพามีน ฮอร์โมนควบคุมความสุข

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,687,749 คน

โดพามีน ฮอร์โมนควบคุมความสุข

บางคนคงเคยได้ยินชื่อฮอร์โมนโดพามีนกันมาบ้าง ซึ่งหลายคนก็นิยามกันว่าเป็น ‘สารแห่งความสุข’ แท้จริงแล้วบทบาทของโดพามีนในการควบคุมความรู้สึกนั้นค่อนข้างซับซ้อนละเอียดอ่อน วันนี้เราลองมาทำความรู้จักเจ้าสารแห่งความสุขตัวนี้ดู ว่ามันมีความสำคัญแค่ไหน และถ้าร่างกายขาดโดพามีนจะเป็นอย่างไร

โดพามีน คืออะไร?

โดพามีน (Dopamine) เป็นฮอร์โมนกลุ่ม catecholamines ที่สร้างจากกรดอะมิโนไทโรซีนในสมองและต่อมหมวกไต โดพามีนทำหน้าที่เป็น สารสื่อประสาท (Neurotransmitter) ซึ่งจะไปกระตุ้นตัวรับโดพามีนในสมอง ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อบางมัดเพิ่มขึ้น เช่น กล้ามเนื้อหัวใจ และยังยับยั้งการหลั่งโปรแลคติน พร้อมกับเพิ่มการหลั่ง growth hormone ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นการเจริญเติบโตด้วย ดังนั้น การหลั่งโดพามีนจึงกระตุ้นให้อัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังทำให้เรารู้สึกตื่นตัว สดชื่น กระฉับกระเฉง ไวต่อสิ่งกระตุ้นรอบตัว รวมถึงช่วยเพิ่มสมาธิ และความสามารถในการเรียนรู้ด้วย

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
🦷รีเทนเนอร์หาย หรือ จัดฟันใกล้เสร็จ? ก็ทำรีเทนเนอร์ราคาพิเศษได้

ไม่ว่าคุณจะอยากได้ "แบบใส" หรือ "แบบลวด" เราก็มีให้คุณครบจบที่เดียว เริ่มต้นเพียง 940 บาท เท่านั้น

Retainerinternal ad

นอกจากนี้ โดพามีน ยังมีบทบาทเกี่ยวข้องกับ สมองส่วนการให้รางวัล หรือ Brain reward system ซึ่งจะหลั่งออกมาเมื่อเราพบเจอหรือมีพฤติกรรมที่พึงพอใจ เช่น ได้ทานอาหารที่ชอบ หรือแม้แต่ขณะมีเพศสัมพันธ์ ทำให้เราเกิดความรู้สึกสุขสันต์หรรษาและเกิดแรงจูงใจนั่นเอง

หากร่างกายขาดโดพามีนจะเป็นอย่างไร?

ภาวะที่การสร้างและหลั่งโดพามีนลดลง หรือตัวรับโดพามีนผิดปกติ จะส่งผลต่อร่างกาย ดังนี้

  • การเคลื่อนไหวผิดปกติ ในผู้สูงอายุที่สมองและต่อมหมวกไตส่วนสร้างโดพามีนลดลง มักเกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาทส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหว ทำให้ร่างกายมีอาการสั่นเกร็ง อย่างที่เรียกว่า โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease) 
  • เกิดภาวะเสพติด การมีโดพามีนต่ำ เป็นสาเหตุหลักที่ทำเราเกิดอาการเสพติดสารบางอย่าง เช่น แอลกอฮอล์ บุหรี่ และสารเสพติดให้โทษอื่นๆ รวมถึงพฤติกรรมบางอย่าง เช่น การเล่นพนัน และเซ็กส์ เนื่องจากเราต้องการสิ่งอื่นๆ มากระตุ้นความพึงพอใจ ยิ่งร่างกายขาดโดพามีนนานเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งรู้สึกอยากเสพหรืออยากทำพฤติกรรมเหล่านี้มากขึ้น ซึ่งภาวะเสพติดดังกล่าวสามารถบรรเทาได้โดยการเพิ่มโดพามีนให้แก่ร่างกาย
  • เกิดความผิดปกติด้านอารมณ์ อย่างที่ทราบว่าโดพามีนเป็นเหมือน ‘สารแห่งความสุข’ ดังนั้น หากร่างกายขาดโดพามีน มักทำให้ความรู้สึกพึงพอใจ หรืออารมณ์ร่วมต่อกิจกรรมต่างๆ หายไป ขาดแรงจูงใจในการทำสิ่งต่างๆ รู้สึกเบื่อหน่าย หมดหวัง และอาจกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้
  • การเรียนรู้แย่ลง การขาดโดพามีนทำให้เราขาดความกระตือรือร้น ความกระฉับกระเฉง สมาธิ ความสามารถในการจดจำและการเรียนรู้ ซึ่งเป็นปัญหาต่อการเรียนและการทำงานมากทีเดียว

การเพิ่มโดพามีน ทำได้อย่างไร?

  • ใช้ยา Dopamine agonists

เป็นยากระตุ้นตัวรับโดพามีนในสมอง ซึ่งมักใช้รักษาโรคพาร์กินสัน รวมถึงอาจใช้บรรเทาอาการซึมเศร้าด้วย ยากลุ่มนี้มีผลข้างเคียงได้บ้าง เช่น ทำให้ความดันโลหิตต่ำ วิงเวียน เห็นภาพหลอน และควบคุมอารมณ์ได้ยาก

การออกกำลังกายวันละ 30-40 นาทีเป็นประจำ เป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มการหลั่งโดพามีน และเพิ่มการทำงานของตัวรับโดพามีนด้วย นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มระดับสารสื่อประสาทอื่นๆ เช่น เอนดอร์ฟีน ซึ่งทำให้เรารู้สึกสดชื่น และช่วยผ่อนคลายความเครียดได้

  • ปรับอาหารการกิน

โดพามีนสามารถสังเคราะห์ได้จากกรดอะมิโนไทโรซีน ดังนั้น การทานอาหารที่มีไทโรซีนสูงจึงมีส่วนช่วยกระตุ้นการหลั่งโดพามีนได้ อาหารที่อุดมด้วยไทโรซีนนั้นมีมากมาย เช่น เนื้อสัตว์ นม ไข่ อโวคาโด พืชตระกูลถั่ว ธัญพืช และผักใบเขียว นอกจากนี้ การดื่มเครื่องดื่มที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด เช่น ชาเขียว ก็ให้ผลดีเช่นเดียวกัน

  • ทำกิจกรรมสันทนาการ

การทำกิจกรรมที่เราชื่นชอบและพึงพอใจ จะช่วยให้ร่างกายมีระดับโดพามีนเพิ่มขึ้น เช่น การฟังเพลง เดินทางท่องเที่ยว ทานอาหารที่ชอบ การนวด และการทำสมาธิ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยผ่อนคลายและทำให้เรารับมือกับความเครียดได้ดียิ่งขึ้น

  • ตั้งเป้าหมายให้ตัวเอง

การมีเป้าหมายทำให้เราเกิดแรงจูงใจ และเมื่อเราทำตามเป้าหมายได้สำเร็จ สมองส่วนการให้รางวัลก็จะหลั่งโดพามีนออกมา ทำให้เกิดความสุขและพึงพอใจ ดังนั้น เราควรเริ่มจากการตั้งเป้าหมายเล็กๆ ก่อน เช่น การทำงานชิ้นหนึ่งให้เสร็จ การอ่านหนังสือให้จบหนึ่งเล่ม เมื่อเกิดความสุขจากการทำเป้าหมายเหล่านี้สำเร็จแล้ว เราก็จะเกิดแรงกระตุ้นในการคว้าเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นต่อไป


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
การคลายความเครียดสำหรับเด็ก
การคลายความเครียดสำหรับเด็ก

การคลายความเครียดสำหรับเด็ก : จะทำให้การผ่อนคลายความเครียดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของเด็กได้อย่างไร

ดูในแอป