Doctor men
เขียนโดย
ทีมเภสัชกร HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
การตั้งครรภ์

อาการคนท้อง 1 เดือน และอุปกรณ์ทดสอบการตั้งครรภ์

ในเดือนแรกตัวอ่อนจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร คนท้อง 1 เดือนมีอาการอย่างไรบ้าง และอุปกรณ์ทดสอบการตั้งครรภ์ที่ค่อนข้างน่าเชื่อถือ
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,376,925 คน

อาการคนท้อง 1 เดือน และอุปกรณ์ทดสอบการตั้งครรภ์

พัฒนาการของทารกในครรภ์ช่วง 1 เดือนแรก

การเปลี่ยนแปลงของตัวอ่อนในครรภ์ช่วง 1 เดือนแรก

ช่วง 1 เดือนแรก ตัวอ่อนทารกในครรภ์จะมีการเปลี่ยนแปลง โดยแบ่งออกได้เป็น 3 ช่วง ดังนี้

  1. ช่วงสองสัปดาห์แรก เป็นช่วงที่ยังไม่เกิดการปฏิสนธิระหว่างไข่กับสเปิร์ม และยังไม่เกิดตัวอ่อนขึ้น โดยปกติการปฏิสนธิจนเกิดตัวอ่อน จะเริ่มขึ้นหลังจากประจำเดือนครั้งสุดท้ายมาประมาณ 2 สัปดาห์ แต่การนับกำหนดคลอด จะนับรวมสองสัปดาห์แรกนี้เข้าไปด้วย ทำให้การนับวันกำหนดคลอด จะเริ่มนับตั้งแต่วันแรกของการมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย และนับไปอีก 40 สัปดาห์ ก็จะเป็นวันกำหนดคลอดโดยประมาณ
  2. ช่วงสัปดาห์ที่สาม สเปิร์มและไข่จะเกิดการปฏิสนธิขึ้นบริเวณท่อนำไข่ เกิดการรวมตัวเป็นเซลล์เดียว ซึ่งเรียกว่าเซลล์นี้ว่า ไซโกต (zygote) ซึ่งจะเคลื่อนที่ตามท่อนำไข่ไปยังมดลูก ในขณะนี้ก็จะเกิดการแบ่งเซลล์ของไซโกตเพื่อเพิ่มจำนวนเซลล์ให้มากขึ้นไปพร้อมๆ กัน ระยะนี้มีชื่อว่า “บลาสโตไซต์ (blastocyte)” โดยชั้นในของบลาสโตไซต์จะพัฒนากลายเป็นตัวอ่อน ส่วนชั้นนอกจะพัฒนาไปเป็นรก ซึ่งหล่อเลี้ยงทารกไปตลอด 40 สัปดาห์จนกว่าจะคลอด
  3. ช่วงสัปดาห์ที่สี่ เป็นระยะฝังตัว บลาสโตไซต์จะฝังตัวลงบริเวณผนังมดลูก และหลังจากสัปดาห์ที่ 4 ไปแล้ว ระดับฮอร์โมนของมารดาจะมีการเปลี่ยนแปลง โดยจะมีการสร้างฮอร์โมน human chorionic gonadotropin (hCG) ขึ้นจากรก ซึ่งการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนนี้ จะทำให้ประจำเดือนไม่มา ซึ่งเป็นสัญญาณแรกที่บ่งบอกว่ามีการตั้งครรภ์ และฮอร์โมนนี้เองที่เป็นฮอร์โมนที่ใช้ทดสอบว่าเกิดการตั้งครรภ์ขึ้นหรือไม่

สังเกต อาการคนท้อง 1 เดือนได้จากอะไรบ้าง?

อาการที่พบได้บ่อยของผู้ที่ตั้งครรภ์ 1 เดือน ได้แก่

  • ประจำเดือนสีจางลง จากการศึกษาหนึ่งพบว่า หญิงตั้งครรภ์ร้อยละ 25 มีประจำเดือนสีจางลง ซึ่งอาการนี้เกิดขึ้นได้หลังการฝังตัวของตัวอ่อน (ประมาณ 6-12 วัน หลังเกิดการปฏิสนธิ)
  • ประจำเดือนไม่มา หากพบว่าประจำเดือนไม่มาตามปกติเกิน 1 สัปดาห์ อาจเป็นสัญญาณของการตั้งครรภ์ แต่ก็ไม่แน่นอนเสมอไป เพราะความเครียดก็อาจส่งผลให้เกิดความผิดปกติของรอบเดือนได้เช่นเดียวกัน
  • ความเปลี่ยนแปลงต่อเต้านมและหัวนม จากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย ผลของการเปลี่ยนแปลงประการหนึ่ง คือ ร่างกายจะมีการเตรียมความพร้อมของเต้านมสำหรับการให้นมบุตร ระยะนี้มักพบอาการคัดเต้านม หัวนมมีขนาดใหญ่ขึ้น หรือรู้สึกเจ็บบริเวณหัวนม
  • อ่อนเพลีย จากฮอร์โมนโพรเจสเตอโรนที่เพิ่มขึ้น เพื่อช่วยรักษาครรภ์มารดาและกระตุ้นการเจริญของต่อมสร้างน้ำนมในเต้านม นอกจากนี้ ร่างกายยังต้องมีการสูบฉีดเลือดที่มากกว่าปกติเพื่อหล่อเลี้ยงสารอาหารไปยังตัวอ่อนด้วย จึงทำให้รู้สึกอ่อนเพลียได้ง่าย
  • ปวดศีรษะ ระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ อาจทำให้เกิดการปวดศีรษะได้
  • คลื่นไส้ อาเจียน เป็นอาการที่พบได้บ่อยในช่วงสัปดาห์ที่ 2-8 หลังจากการปฏิสนธิ และพบไปต่อเนื่องตลอดการตั้งครรภ์
  • อารมณ์แปรปรวน โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์แรกๆ หลังการปฏิสนธิ เนื่องจากระดับฮอร์โมนที่มีการเปลี่ยนแปลง
  • ปวดปัสสาวะบ่อย การปวดปัสสาวะบ่อยมักเกิดจากอิทธิพลของฮอร์โมน hCG ที่ทำให้เลือดลำเลียงไปบริเวณเชิงกรานมากขึ้น และเมื่อครรภ์มีขนาดใหญ่ขึ้น ขนาดของครรภ์จะยิ่งกดทับกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ปวดปัสสาวะบ่อยถี่มากขึ้น
  • อยากอาหาร หรือเกลียดอาหารบางอย่างกะทันหัน เนื่องจากประสาทรับรู้จะไวขึ้นกว่าปกติ

หากพบอาการเหล่านี้ ไม่ได้หมายความว่ามีการตั้งครรภ์อย่างชัดเจน เพราะถ้าหากเจ็บป่วย หรือมีความเครียดสูง ก็อาจแสดงอาการบางอย่างได้เช่นกัน และในทางกลับกันการตั้งครรภ์ก็อาจเกิดขึ้นโดยไม่มีอาการเหล่านี้ให้เห็นเลยก็เป็นได้ วิธีที่มีความแม่นยำที่สุด ก็คือการใช้ชุดทดสอบการตั้งครรภ์

อุปกรณ์ทดสอบอาการคนท้อง 1 เดือนอะไรบ้างที่หาซื้อได้เอง และเช็กได้ชัวร์

ชุดทดสอบการตั้งครรภ์ที่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย มีทั้งหมด 3 รูปแบบ คือ

  1. แบบจุ่ม หลักการทำงานคือ จุ่มแผ่นทดสอบลงในถ้วยเก็บปัสสาวะ เป็นแบบที่มีราคาถูกที่สุด
  2. แบบหยด เปลี่ยนจากการจุ่มแผ่นทดสอบมาเป็นใช้หลอดหยดปัสสาวะลงบนแผ่นทดสอบ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาแผ่นทดสอบถูกปริมาณปัสสาวะมากเกินไปจนทำให้แผ่นทดสอบเสีย โดยแบบหยดจะมีราคาสูงกว่าแบบจุ่ม
  3. แบบปัสสาวะผ่าน ใช้วิธีปัสสาวะผ่านแท่งทดสอบ ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนการเก็บปัสสาวะลงในถ้วย (อย่างในสองวิธีแรก) มีความสะดวกมากที่สุด แต่ก็มีราคาสูงที่สุดใน 3 รูปแบบ

ฮอร์โมน hCG จะเริ่มสร้างหลังจากการปฏิสนธิได้ประมาณ 9 วัน (หรือในช่วง 6-12 วัน) ดังนั้นจะตรวจพบฮอร์โมนนี้ได้ในเลือดประมาณ 9 วันหลังจากการมีเพศสัมพันธ์ แต่ในช่วงวันแรกๆ อาจพบฮอร์โมนที่ขับออกทางปัสสาวะแบบเจือจาง ซึ่งชุดทดสอบในปัจจุบันสามารถให้ผลการทดสอบที่แม่นยำได้ตั้งแต่การตรวจวันแรกของวันที่ขาดประจำเดือนตามปกติ

แต่อย่างไรก็ตาม ความคาดเคลื่อนของผลการทดสอบอาจเกิดขึ้นได้ เช่น การใช้ชุดทดสอบเร็วเกินไป ทำให้ยังไม่พบฮอร์โมน hCG

ปวดหลัง ตกขาว ประจำเดือนไม่มา ใช่สัญญาณอาการคนท้อง 1 เดือนหรือเปล่า?

โดยปกติแล้วอาการปวดหลังจะเกิดขึ้นหลังจากครรภ์มีขนาดใหญ่ขึ้น เนื่องจากมารดาจะต้องรับน้ำหนักครรภ์ที่เพิ่มขึ้น จึงไม่ใช่อาการในช่วง 1 เดือนแรกของการตั้งครรภ์

อาการตกขาว เป็นอาการที่พบได้ปกติในช่วงตั้งครรภ์ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน หนึ่งในนั้นคือฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณช่องคลอดมากขึ้น ตกขาวจึงสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงนี้ แต่ก็ไม่ได้เป็นสัญญาณของการตั้งครรภ์ที่แน่นอน เพราะตกขาวอาจเกิดขึ้นได้จากสาเหตุอื่น เช่น การติดเชื้อ เป็นต้น

ประจำเดือนไม่มา ก็อาจเกิดจากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่การตั้งครรภ์ เช่น ความเจ็บป่วย หรือความเครียด หรือความผิดปกติของมดลูก ดังนั้น วิธีที่มีความแม่นยำที่สุดที่จะบอกว่าตั้งครรภ์หรือไม่ คือการใช้ชุดตรวจสอบการตั้งครรภ์

หากต้องการตั้งครรภ์ ต้องดูแลตัวเองเบื้องต้นอย่างไร?

สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนมีบุตร แพทย์จะแนะนำให้รับประทานกรดโฟลิก (folic acid) ขนาด 400 ไมโครกรัม/วัน ในช่วงก่อนการเริ่มตั้งครรภ์ 2-3 เดือน และให้รับประทานกรดโฟลิกต่อเนื่องไปจนครบไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันภาวะหลอดประสาทไม่ปิด (neural tube defect (NTD)) ของทารกในครรภ์

เพราะฉะนั้น การปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนในการตั้งครรภ์ เป็นทางเลือกที่ดี และเหมาะสมที่สุด ที่จะช่วยให้ทารกในครรภ์สามารถคลอดออกมาได้อย่างสมบูรณ์แข็งแรง


ที่มาของข้อมูล

Compound Interest, How do pregnancy tests work? In https://www.compoundchem.com/2018/11/09/pregnancy-tests/, 9 November 2018.

Mayo Clinic, Pregnancy week by week in https://www.mayoclinic.org/healthy-lifestyle/pregnancy-week-by-week/in-depth/pregnancy/art-20047208, 14 April 2017

National Health Service, How soon can I do a pregnancy test? In https://www.nhs.uk/common-health-questions/pregnancy/how-soon-can-i-do-a-pregnancy-test/, 24 September 2018.


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
อัตราการเต้นหัวใจที่ค่อนข้างช้าของทารกในครรภ์ช่วงไตรมาสแรก อันตรายอย่างไร
อัตราการเต้นหัวใจที่ค่อนข้างช้าของทารกในครรภ์ช่วงไตรมาสแรก อันตรายอย่างไร

ความเสี่ยงของการแท้งบุตรในกรณีที่มีทารกในครรภ์มีอัตราการเต้นของหัวใจที่ค่อนข้างช้าในช่วงไตรมาสแรก

อะไรคือสัญญาณการฉีกขาดในภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก?
อะไรคือสัญญาณการฉีกขาดในภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก?

เรียนรู้สัญญาณการตั้งครรภ์นอกมดลูกก่อนที่มันจะฉีกขาด

ทำความเข้าใจกับภาวะตั้งครรภ์ที่ไข่ที่ปฏิสนธิไม่ฝังตัว  (Chemical Pregnancy) ใช่หรือไม่ใช่?
ทำความเข้าใจกับภาวะตั้งครรภ์ที่ไข่ที่ปฏิสนธิไม่ฝังตัว (Chemical Pregnancy) ใช่หรือไม่ใช่?

การตั้งครรภ์ที่เร็วเกินไปที่จะยืนยันด้วยวิธีการทางชีวเคมี

ดูในแอป