Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HD
การกินเพื่อสุขภาพ

กรดโฟลิค

ทำความรู้จักประโยชน์ของกรดโฟลิค วิตามินที่เหมาะสำหรับทุกเพศ ทุกวัย
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ: 10 ก.พ. 2018 อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2020 รีวิวเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
กรดโฟลิค

ทำความรู้จักประโยชน์ของกรดโฟลิค (Folic acid) หนึ่งในกลุ่มวิตามินบีที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย รู้หรือไม่ว่า หญิงตั้งครรภ์ และหญิงให้นมบุตรจำเป็นต้องรับประทานกรดโฟลิคมากกว่าคนทั่วไปถึงสองเท่า เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงของทารก

กรดโฟลิคคืออะไร

กรดโฟลิค (โฟเลต, โฟลาซิน) หรือวิตามินบี 9 เป็นหนึ่งในตระกูลวิตามินบีที่ละลายในน้ำได้ คนทั่วไปรู้จักกันในชื่อวิตามินบีซี (Bc) หรือวิตามินเอ็ม มีหน่วยวัดเป็นไมโครกรัม (มคก.)

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจระดับวิตามินที่ร่างกายต้องการ เริ่มต้นที่ 3,925 บาท

เราขาดวิตามินตัวไหน หรือมีวิตามินตัวไหนมากไป รู้ได้จากการตรวจวิตามิน

Istock 989108042

กรดโฟลิคนั้นจำเป็นต่อร่างกาย เพราะมีส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง กรดนิวคลิอิก (กรดไรโบนิวคลีอิก และกรดดีออกซีไรโบนิวคลีอิก) ช่วยให้กระบวนการเผาผลาญโปรตีนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มีความจำเป็นต่อการแบ่งตัวของเซลล์ กระบวนการใช้น้ำตาล และกรดอะมิโน

ปริมาณที่แนะนำต่อวันในการรับประทานกรดโฟลิค

  • คนทั่วไป ขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวันคือ 180-200 ไมโครกรัม
  • หญิงตั้งครรภ์ ควรเพิ่มขนาดที่รับประทานต่อวันเป็นสองเท่าคือ 360-400 ไมโครกรัม
  • หญิงให้นมบุตร ควรรับประทาน 280 ไมโครกรัมในช่วงหกเดือนแรก และ 260 ไมโครกรัมในช่วงหกเดือนหลัง

ทำไมกรดโฟลิคจำเป็นต่อหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร

หากมารดารับประทานกรดโฟลิคในประมาณที่เหมาะสมตั้งแต่ช่วงระหว่างที่มีการปฏิสนธิ และช่วงแรกของการตั้งครรภ์ จะทำให้ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคท่อระบบประสาทผิดปกติ เช่น โรคความผิดปกติที่ส่วนโค้งของกระดูกสันหลังแต่กำเนิด (Spina Bifida) ของเด็กในครรภ์ลดลงอย่างชัดเจน ดังนั้นผู้ที่กำลังวางแผนมีบุตรควรรับประทานกรดโฟลิคเพิ่มเป็นสองเท่าก่อนการตั้งครรภ์ 1-3 เดือน และหลังจากตั้งครรภ์ 3 เดือน

10 ประโยชน์ของกรดโฟลิคที่ควรรู้

  • ลดระดับกรดอะมิโนโฮโมซิสเทอีน (Homocysteine) ในเลือด และลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจ
  • ป้องกันการพิการแต่กำเนิดในทารก
  • ช่วยในการสร้างน้ำนมของมารดาหลังคลอด
  • ช่วยป้องกันพยาธิในลำไส้ และอาหารเป็นพิษ
  • ช่วยให้ผิวพรรณแลดูสุขภาพดี
  • ช่วยชะลอให้ผมขาวช้าลงได้ เมื่อรับประทานร่วมกับกรดแพนโทเทนิก (Pantothenic acid) และกรดพารา-อะมิโนเบนโซอิก (Para-aminobenzoic  Acid: PAB) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า พาบา (PABA)
  • ช่วยให้เจริญอาหาร
  • ช่วยป้องกันแผลร้อนใน
  • ช่วยรักษาภาวะซีด หรือโลหิตจาง

เมื่อร่างกายขาดกรดโฟลิคจะทำให้เกิดโรคอะไรได้บ้าง

เมื่อร่างกายขาดกรดโฟลิคจะทำให้เป็นโรคโลหิตจางแบบแมโครไซติก หรือแบบเม็ดเลือดแดงขนาดใหญ่ผิดปกติ

ศัตรูของกรดโฟลิค

น้ำ ยาในกลุ่มซัลฟา (Sulfonamides) แสงแดด ฮอร์โมนเอสโตรเจน กระบวนการแปรรูปอาหาร (โดยเฉพาะการต้ม) และความร้อน

แหล่งอาหารที่พบกรดโฟลิค

ผักที่มีใบสีเขียวเข้ม แครอท ทอร์ทูลายีสต์ (ยีสต์สกัดชนิดหนึ่ง) ตับ ไข่แดง แคนตาลูป อาร์ติโชก แอปริคอต ฟักทอง อาโวคาโด ถั่ว แป้งไรย์ไม่ผ่านการขัดสี

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

  • โดยทั่วไปกรดโฟลิคจะมีจำหน่ายในขนาด 400 ไมโครกรัม และ 800 ไมโครกรัม
  • บางครั้งในวิตามินบีรวมจะมีกรดโฟลิคอยู่ 400 ไมโครกรัม แต่ส่วนใหญ่จะมีขนาด 100 ไมโครกรัม (สามารถดูได้ที่ฉลาก)

รับประทานกรดโฟลิคในปริมาณที่มากเกินไปอันตรายต่อร่างกายหรือไม่

ปัจจุบันยังไม่พบอันตรายจากการรับประทานกรดโฟลิคมากเกินไป เนื่องจากกรดโฟลิคเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ไม่เก็บสะสมในร่างกาย เมื่อร่างกายได้รับในปริมาณมากเกินไปก็จะขับออกมาทางปัสสาวะนั่นเอง

แต่ในบางรายอาจพบผลข้างเคียงจากการรับประทานกรดโฟลิค เช่น อาการแพ้ (มีผดผื่น, หายใจลำบาก, ลิ้น ปาก ลำคอ หรือใบหน้าบวม) เวียนศีรษะ ไม่อยากอาหาร นอนไม่หลับ หรือมีภาวะซึมเศร้า หากอาการไม่ดีขึ้นจะต้องแจ้งให้แพทย์ทราบทันที

หากคุณกำลังรับประทานยาต้านมะเร็งบางชนิด หรือยาเฟโนโทอิน (Phenytoin) การรับประทานกรดโฟลิคในปริมาณมากอาจส่งผลกระทบต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือทำให้เกิดอาการชักได้ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนรับประทานวิตามิน

ข้อแนะนำในการรับประทานกรดโฟลิค

  • ทุกๆ คนควรรับประทานกรดโฟลิค และวิตามินบี 6 ในปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน ขนาดที่แนะนำคือ กรดโฟลิค 400 ไมโครกรัม และวิตามินบี 6 2-10 ไมโครกรัม จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจวายเฉียบพลันได้ถึง 42%
  • ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำควรรับประทานกรดโฟลิคเพิ่มขึ้น
  • การรับประทานวิตามินซีในปริมาณสูงจะเพิ่มการขับกรดโฟลิคออกจากร่างกาย ดังนั้นผู้ที่รับประทานวิตามินซีมากกว่า 2 กรัมต่อวัน ควรรับประทานกรดโฟลิคเพิ่มควบคู่ไปด้วย
  • หากกำลังรับประทานยากันชัก ไดแลนติน (Dilantin) ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ซัลโฟนาไมด์ (Sulfonamides) ฟีโนบาร์บิทอล (Phenobarbital) หรือแอสไพริน (Aspirin) แนะนำให้รับประทานกรดโฟลิคเพิ่ม
  • การรับประทานกรดโฟลิค 1-5 มิลลิกรัมทุกวัน ในระยะเวลาหนึ่ง ช่วยแก้ปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอได้
  • ผู้ที่กำลังป่วย หรือร่างกายกำลังต่อสู้กับโรคใดใดอยู่ ควรรับประทานกรดโฟลิคเพิ่ม เพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

การรับประทานกรดโฟลิคจากแหล่งอาหารธรรมชาติย่อมมีประโยชน์กว่าผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เพราะจะได้รับวิตามิน หรือแร่ธาตุอื่นๆ เพิ่มด้วย แต่หากคุณจำเป็นต้องรับประทานกรดโฟลิคจากผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ควรปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรก่อน โดยเฉพาะถ้าคุณกำลังป่วยเป็นโรค หรือกำลังรับประทานยารักษาอื่นๆ อยู่ เพราะกรดโฟลิคอาจส่งผลกระทบต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพื่อที่แพทย์จะได้จัดขนาดของวิตามินที่เหมาะสมให้กับคุณ


2 การอ้างอิง
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Fenech M, Folate (vitamin B9) and vitamin B12 and their function in the maintenance of nuclear and mitochondrial genome integrity (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/22093367), 1 May 2012

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป