Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

รวมสาเหตุที่ทำให้คุณ “ ปัสสาวะบ่อย ” พร้อมวิธีแก้ไข

ปัสสาวะบ่อย อาจเป็นสาเหตุของโรคทางระบบทางเดินปัสสาวะได้ หรือเพียงเพราะดื่มน้ำมากเกินไป มาทำความเข้าใจอาการนี้กันเถอะ
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,556,731 คน

รวมสาเหตุที่ทำให้คุณ “ ปัสสาวะบ่อย ” พร้อมวิธีแก้ไข

โดยปกติแล้ว คนส่วนมากมักปัสสาวะวันละ 6 – 8 ครั้งต่อวัน แต่หากคุณเข้าห้องน้ำบ่อยกว่านี้ หรือตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อเข้าห้องน้ำมากกว่า 2 ครั้ง นอกจากจะเป็นเพราะว่าคุณดื่มน้ำมาก หรือดื่มน้ำใกล้กับเวลาเข้านอนแล้ว มันอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าสุขภาพของคุณมีปัญหาได้ เราลองมาดูสาเหตุที่ทำให้คุณมีอาการดังกล่าวพร้อมกับวิธีแก้ไขกันดีกว่า

สาเหตุที่ทำให้ปัสสาวะบ่อย

การปัสสาวะบ่อย สามารถบ่งบอกได้ถึงโรคระบบทางเดินปัสสาวะ หรือพฤติกรรมการดื่มน้ำมากเกินไป แต่หากคุณมีอาการปัสสาวะบ่อยกับเป็นไข้ ต้องการไปห้องน้ำทันที รู้สึกปวดท้องน้อยหรือไม่สบายท้อง นั่นหมายถึงคุณอาจกำลังติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และส่วนสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้คุณปัสสาวะบ่อย มีดังนี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองมีความบกพร่องในด้านของความเข้าใจ

เราอยากชวนคุณมาทดลองงานวิจัยกับเรา

Istock 541831614

1. โรคเบาหวาน 

การปัสสาวะบ่อย และมีปริมาณมากผิดปกติ มักเป็นอาการเบื้องต้นของโรคเบาหวานประเภทที่ 1 และประเภทที่ 2 เพราะร่างกายไม่สามารถควบคุมน้ำตาลกลูโคสในเลือดที่สูงได้ ร่างกายจึงพยายามปรับโดยกำจัดน้ำตาลกลูโคสส่วนเกิน­­­ผ่านปัสสาวะ

2. ตั้งครรภ์

ในช่วงของการตั้งครรภ์ มดลูกของผู้หญิงจะขยายใหญ่ขึ้นจนไปกดทับกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ปัสสาวะบ่อยมากกว่าปกติ ดังนั้น คุณแม่ก็ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมตัวเองถึงเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น แต่หากคุณแม่มีปัสสาวะบ่อยร่วมกับปวดหัวหน่าวหรือท้องน้อย อาจเป็นสัญญาณของกระเพาะปัสสาวะอักเสบติดเชื้อ คุณแม่ควรปรึกษาแพทย์เพิ่มเติม

3. ต่อมลูกหมากมีปัญหา

หากคุณผู้ชายมีต่อมลูกหมากใหญ่ขึ้น มันก็จะไปกดทับท่อปัสสาวะ ซึ่งเป็นท่อลำเลียงปัสสาวะออกจากร่างกาย อีกทั้งยังไปกีดขวางการไหลของปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะไม่สุด  มีปัสสาวะเหลือค้างเยอะจึงรู้สึกปัสสาวะไม่สุด  บางครั้งมีขนาดใหญ่ไปเบียดกระเพาะปัสสาวะบางส่วน เกิดการระคายเคือง ทำให้กระเพาะปัสสาวะเริ่มบีบตัวแม้ว่าจะมีน้ำปัสสาวะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่งผลให้คุณเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้นนั่นเอง

4. โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบแบบไม่ติดเชื้อที่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด (Interstitial cystitis)

ผู้ป่วยที่เป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบแบบไม่ติดเชื้อที่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด หรือ Interstitial cystitis จะมีอาการปวดที่กระเพาะปัสสาวะและบริเวณกระดูกเชิงกราน และมีอาการปวดปัสสาวะบ่อย หรือปวดแบบฉับพลัน

5. ยาบางชนิด

หากคุณกำลังป่วยเป็นโรคบางโรค คุณก็อาจได้รับผลข้างเคียงจากการรับประทานยา ซึ่งยาบางชนิดสามารถทำให้คุณปัสสาวะบ่อยกว่าปกติได้ เช่น ยาที่ใช้รักษาภาวะความดันโลหิตสูง ยาที่ช่วยกำจัดของเหลวส่วนเกินออกจากร่างกาย ยาขับปัสสาวะ เป็นต้น

6. โรคหลอดเลือดสมอง

การเป็นโรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคทางระบบประสาทอื่นๆ สามารถทำให้เกิดอันตรายต่อเส้นประสาทที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ ส่งผลให้การทำงานมีปัญหา ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ การปัสสาวะบ่อย และต้องการปัสสาวะแบบฉับพลัน อั้นไม่ได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจเบาหวาน เริ่มต้นที่ 644 บาท

ด้วยไลฟ์สไตล์ ทำให้คนไทยเป็นเบาหวานมากขึ้น และกว่า 40% ไม่รู้ว่าตนเองเป็นเบาหวาน เพราะฉะนั้นควรตรวจเบาหวานอย่างน้อยปีละครั้ง

Istock 908625742

นอกจากสาเหตุดังกล่าวแล้ว อาจเป็นเพราะโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะทำงานผิดปกติ และการรักษาด้วยรังสี ซึ่งอาจเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก นอกจากนี้ มันก็อาจเป็นเพราะว่าคุณกำลังเผชิญกับโรคกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน (Overactive bladder) ซึ่งผู้ป่วยจะรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำทันที ทั้งๆ ที่กระเพาะปัสสาวะยังไม่เต็ม รวมถึงอาจลุกขึ้นมาปัสสาวะตอนกลางคืน 1 ครั้ง หรือมากกว่านี้

แนวทางการรักษาอาการปัสสาวะบ่อย

การรักษาภาวะปัสสาวะบ่อยจะทำโดยหาปัญหาที่ซ่อนเร้น ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้คุณปัสสาวะบ่อย ตัวอย่างเช่น ถ้าโรคเบาหวานเป็นต้นเหตุ การรักษาก็จะเกี่ยวข้องกับการรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้เหมาะสม

สำหรับการรักษาโรคกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกินนั้นจะเริ่มต้นด้วยการบำบัดพฤติกรรม เช่น

  • ฝึกกลั้นปัสสาวะ:  ช่วยให้คุณกลั้นปัสสาวะได้นานขึ้น และทำให้ปัสสาวะน้อยลง
  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร:  หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะปัสสาวะ หรือมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ เช่น คาเฟอีน แอลกอฮอล์ น้ำอัดลม ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของมะเขือเทศเป็นหลัก ช็อกโกแลต สารให้ความหวาน อาหารเผ็ด ฯลฯ

    นอกจากนี้ ผู้ป่วยควรรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์ให้มากขึ้น เพราะหากท้องผูก มันจะยิ่งทำให้อาการของโรคแย่ลง
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ:  ช่วยป้องกันไม่ให้ท้องผูก และไม่ให้ปัสสาวะเข้มข้นเกินไป รวมถึงหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำก่อนเข้านอน

  • ฝึกบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน(ขมิบก้น):  สามารถช่วยทำให้กล้ามเนื้อรอบๆ กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะแข็งแรง ทำให้ช่วยควบคุมการปัสสาวะได้ โดยให้คุณทำ 3 ครั้งต่อวัน เป็นเวลา 5 นาทีต่อครั้ง

สำหรับกลุ่มยาที่ใช้รักษาภาวะปัสสาวะบ่อย เช่น ดาริเฟนาซิน (Darifenacin) เดสโมเพรสซิน อะซีเตท (Desmopressin acetate) อิมิพรามีน (Imipramine) มิราเบกรอน (Mirabegron) ออกซีบิวไทนิน (Oxybutynin) โซลิเฟนาซิน (Solifenacin) ฯลฯ หากการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ หรือการรับประทานยาไม่สามารถทำให้อาการดีขึ้น แพทย์ก็อาจใช้วิธีผ่าตัดเป็นวิธีถัดไป

หากคุณรู้ตัวว่าปัสสาวะบ่อยจนผิดสังเกต คุณก็อย่าลังเลที่จะไปพบแพทย์ เพราะนอกจากมันจะส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว มันก็อาจเป็นสัญญาณเตือนจากโรคร้ายได้



5 การอ้างอิง
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป