Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
สุขภาพผู้หญิง

ระบบสืบพันธุ์เพศหญิง Female Reproductive System

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 9 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,066,996 คน

ระบบสืบพันธุ์เพศหญิง Female Reproductive System

เหตุใดสาวๆ เราต้องมีประจำเดือน? เกิดอะไรขึ้นบ้างหากตั้งครรภ์? จะมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับระบบสืบพันธุ์เพศหญิงได้หรือไม่? ค้นหาคำตอบได้จากข้อมูลเหล่านี้

การสืบพันธุ์

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปวดตึงกล้ามเนื้อหลัง ชาตามมือตามแขน เจ็บบริเวณข้อมือ อย่าปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด

ทำกายภาพบำบัด รักษา Office Syndrome เริ่มต้นที่ 940 บาท ถึง 19 พ.ย. นี้ เท่านั้น

Physicalinternal ad

สิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลกนนี้ต่างต้องสืบพันธุ์และขยายพันธุ์ โดยกระบวนการดังกล่าวเป็นกระบวนการที่เกิดกับสิ่งมีชีวิตเท่านั้น ทำให้สิ่งมีชีวิตแตกต่างจากสิ่งไม่มีชีวิตอื่นๆ แม้ระบบสืบพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตจะมีความสำคัญต่อการรักษาสายพันธุ์ให้ดำรงอยู่ แต่ระบบสืบพันธุ์ของร่างกายมนุษย์นั้นแตกต่างไปเพราะไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะเพื่อการสืบพันธุ์เพื่อให้แต่ละชีวิตดำรงอยู่เท่านั้น

ในกระบวนการสืบพันธุ์ของมนุษย์นั้นเกิดจากส่วนประกอบ 2  ส่วนของเซลล์เพศหรือเซลล์สืบพันธุ์ คือ เซลล์สืบพันธุ์เพศชายหรืออสุจิ และเซลล์สืบพันธุ์เพศหญิงหรือไข่ ซึ่งกระบวนการสืบพันธุ์จะเกิดขึ้นในระบบสืบพันธุ์ของเพศหญิง โดยกระบวนการสืบพันธุ์ ไข่จำเป็นต้องได้รับการปฏิสนธิโดยอสุจิเพื่อให้เกิดตัวอ่อนและพัฒนาเป็นทารกต่อไป

มนุษย์นั้นมีลักษณะเหมือนสิ่งมีชีวิตอื่นๆ คือ เมื่อสืบสายพันธุ์จะมีการส่งผ่านลักษณะและยีนของตัวเองสู่ลูก ซึ่งมีลักษณะการสืบสายพันธุ์เฉพาะแบบมนุษย์ ทำให้ลูกที่เกิดมามีลักษณะคล้ายคลึงกันกับคนในครอบครัว อย่างไรก็ตาม พบว่าแต่ละคนจะมีลักษณะเฉพาะตัวของตนด้วยเช่นกัน ซึ่งยีนของลูกเกิดจากอสุจิของพ่อและไข่ของแม่ที่เกิดจากระบบสืบพันธุ์ชายและหญิงของพ่อและแม่นั่นเอง

ระบบสืบพันธุ์เพศหญิงคืออะไร

สิ่งมีชีวิตเกือบทั้งหมดจะมี 2 เพศ นั่นคือเพศหญิงและเพศชาย โดยแต่ละเพศจะมีลักษณะเฉพาะของระบบสืบพันธุ์ซึ่งมีความแตกต่างกัน ทั้งโครงสร้างและรูปร่าง ทว่าทั้ง 2 เพศต่างถูกกำหนดมาให้มีหน้าที่ในการสืบพันธุ์ หล่อเลี้ยงชีวิต และนำส่งไข่หรืออสุจิ

โดยระบบสืบพันธุ์เพศหญิงนั้นจะมีระบบสืบพันธุ์อยู่ในกระดูกเชิงกรานซึ่งเป็นส่วนต่ำสุดของช่องท้อง ส่วนภายนอกของอวัยวะเพศเรียกว่า แคมช่องคลอดหรือปากช่องคลอดซึ่งอยู่บริเวณระหว่างขา ทำหน้าที่ปิดและปกป้องช่องคลอดและอวัยวะสืบพันธุ์ภายในอื่นๆ ส่วนเนินเนื้อบริเวณเหนือช่องคลอดขึ้นมา เรียกว่า เนินหัวหน่าว เนื้อที่มีลักษณะเป็นกลีบสองข้างใกล้กับปากช่องคลอด เรียกว่า แคม ซึ่งแบ่งเป็นแคมเล็กและแคมใหญ่ ส่วนคลิตอริส (Clitoris) เป็นอวัยวะเล็กๆ ทำหน้าที่รับความรู้สึกจะอยู่บริเวณเหนือรูเปิดของท่อปัสสาวะและปากช่องคลอด ล้อมด้วยแคมเล็กสองข้าง เมื่อเนินหัวหน่าวและแคมเริ่มถูกปกคลุมไปด้วยขน นั่นหมายความว่าเด็กสาวพร้อมที่จะมีเพศสัมพันธ์แล้ว

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปวดตึงกล้ามเนื้อหลัง ชาตามมือตามแขน เจ็บบริเวณข้อมือ อย่าปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด

ทำกายภาพบำบัด รักษา Office Syndrome เริ่มต้นที่ 940 บาท ถึง 19 พ.ย. นี้ เท่านั้น

Physicalinternal ad

อวัยวะสืบพันธุ์ภายในของผู้หญิง ประกอบไปด้วยช่องคลอด มดลูก ท่อนำไข่ และรังไข่ โดยมดลูกของหญิงสาวที่เติบโตโดยสมบูรณ์แล้วจะมีขนาดประมาณ 3-5 นิ้วหรือ 8-12 ซม. และเนื่องจากผนังมดลูกนั้นมีลักษณะเป็นกล้ามเนื้อที่มีความยืดหยุ่นสูงมากจึงสามารถขยายและหดได้ ลักษณะพิเศษนี้จึงส่งผลให้ผู้หญิงไม่มีปัญหาในเรื่องของการใช้ผ้าอนามัยแบบสอดหรือการคลอดทารก

ผนังมดลูกที่มีลักษณะเป็นกล้ามเนื้อนี้ถูกเคลือบไปด้วยเนื้อเยื่อและเมือกทำหน้าที่ปกป้องมดลูกและรักษาความชุ่มชื้นของมดลูกไว้ มดลูกนั้นมีหลายหน้าที่ – ทั้งเพื่อการมีเพศสัมพันธ์ เป็นทางออกของทารกในขณะคลอด และเป็นทางออกของประจำเดือน

บริเวณปากช่องคลอดนั้นมีเยื่อบางๆ อยู่ เรียกว่า เยื่อพรหมจารีหรือเยื่อพรหมจรรย์ ซึ่งเยื่อนี้จะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละคน สาวๆ ส่วนใหญ่จะรู้สึกได้ว่าเยื่อพรมจรรย์ของตนมีการฉีกขาดเมื่อมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกจากการที่พบว่ามีเลือดออกมาด้วยและเจ็บเล็กน้อย แต่สาวๆ บางคนกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยเมื่อมีเพศสัมพันธ์

ช่องคลอดจะเชื่อมต่อกันกับมดลูกหรือครรภ์ผ่านปากมดลูก ซึ่งปากมดลูกนั้นมีผนังที่หนาและแข็งแรงมาก โดยรูเปิดปากมดลูกจะมีขนาดเล็กมาก อาจเล็กกว่าความกว้างของหลอดดูดด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมผ้าอนามัยแบบสอดจึงไม่สามารถหลุดเข้าไปในร่างกายของเราได้ นอกจากนี้ ในขณะคลอดลูก ปากช่องคลอดดังกล่าวยังสามารถขยายกว้างเพื่อให้ทารกผ่านออกมาได้

มดลูกนั้นจะมีรูปร่างคล้ายกับลูกแพร์คว่ำ ซึ่งมีผนังที่เคลือบไปด้วยเนื้อเยื่อและเมือกหนา จริงๆ แล้ว มดลูกถือเป็นกล้ามเนื้อในร่างกายที่มีความแข็งแรงที่สุด โดยผนังมดลูกดังกล่าวสามารถขยายให้ทารกอยู่ในครรภ์ได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังสามารถบีบรัดให้สามารถคลอดทารกออกมาได้ด้วย หากไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น มดลูกจะมีความยาวที่ 3 นิ้วหรือ 7.5 ซม.และกว้าง 2 นิ้วหรือ 5 ซม.เท่านั้น

บริเวณมุมด้านบนของมดลูกทั้งสองข้างมีท่อเชื่อมต่อไปยังรังไข่ เรียกว่า ท่อนำไข่ โดยรังไข่นั้นมีลักษณะเป็นรูปวงรี ทำหน้าที่ผลิต เก็บ และปล่อยไข่ออกมาผ่านท่อนำไข่และเข้าสู่มดลูก เรียกกระบวนการนี้ว่า การตกไข่ รังไข่ของหญิงสาวที่เติบโตสมบูรณ์แล้วจะมีขนาดประมาณ 1.5 – 2 นิ้วหรือประมาณ 4-5 ซม.

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปวดตึงกล้ามเนื้อหลัง ชาตามมือตามแขน เจ็บบริเวณข้อมือ อย่าปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด

ทำกายภาพบำบัด รักษา Office Syndrome เริ่มต้นที่ 940 บาท ถึง 19 พ.ย. นี้ เท่านั้น

Physicalinternal ad

ท่อนำไข่ทั้งสองข้างมีความยาวประมาณ 4 นิ้วหรือ 10 ซม. และมีความกว้างเท่าๆ กันกับเส้นสปาเก็ตตี้ ซึ่งขนาดของท่อกว้างพอที่จะให้เข็มสามารถลอดผ่านได้เท่านั้นเอง ส่วนท้ายของท่อนำไข่นั้นมีพู่ลักษณะคล้ายกรวย โดยพู่ดังกล่าวจะล้อมรอบรังไข่ไว้แต่จะไม่ติดกับรังไข่ซะทีเดียว เมื่อมีไข่หนึ่งฟองหลุดออกมาจากรังไข่ มันจะเดินทางผ่านท่อนำไข่ และในขณะเดินทางภายในท่อนำไข่ ขนบางๆ ภายในท่อจะช่วยขับและดันไข่ไปยังมดลูก

รังไข่ถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบต่อมไร้ท่อ เนื่องจากรังไข่ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนเพศหญิง อย่างฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนนั่นเอง

ระบบสืบพันธุ์เพศหญิงทำงานอย่างไร

ระบบสืบพันธุ์เพศหญิงหน้าที่ดังต่อไปนี้

  • ผลิตไข่
  • เพื่อการสืบพันธุ์ (มีเพศสัมพันธ์)
  • ปกป้องและล่อเลี้ยงไข่ที่ปฏิสนธิแล้วเพื่อให้สามารถพัฒนาต่อไปได้
  • เพื่อคลอดทารก

การสืบพันธุ์จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากไม่มีอวัยวะเพศที่เรียกว่า อวัยวะสืบพันธุ์ แม้ว่าคนส่วนใหญ่อาจเข้าใจว่าอวัยวะสืบพันธุ์นั่นหมายถึงอัณฑะที่ผลิตอสุจิของผู้ชายเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วทั้งสองเพศต่างมีอวัยวะสืบพันธุ์ โดยอวัยวะสืบพันธุ์ของผู้หญิงคือรังไข่ที่สามารถผลิตไข่ได้ ส่วนอวัยวะสืบพันธุ์ของผู้ชายทำหน้าที่ผลิตอสุจิ และเมื่อไข่ได้รับการปฏิสนธิโดยอสุจิแล้วจะถูกเรียกว่า ตัวอ่อน

เมื่อเด็กทารกเพศหญิงคลอดออกมา รังไข่จะมีการจัดเก็บไข่ไว้แล้วเป็นแสนๆ ฟอง แต่ไข่เหล่านี้จะยังไม่ทำงานจนกว่าจะถึงวัยที่พวกเธอเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ และเมื่อถึงเวลาดังกล่าวต่อมใต้สมองที่อยู่ตรงส่วนกลางของสมองจะเริ่มสั่งให้มีการผลิตฮอร์โมนที่กระตุ้นให้รังไข่ผลิตฮอร์โมนเพศ

การมีประจำเดือน

ช่วงเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ร่างกายของสาวๆ จะเริ่มผลิตไข่เป็นประจำทุกเดือนจึงเรียกว่า รอบเดือน ซึ่งจะเกิดขึ้นเดือนละครั้ง โดยช่วงที่มีการตกไข่ รังไข่จะปล่อยไข่ฟองหนึ่งออกมาผ่านท่อนำไข่ หากไข่ได้รับการปฏิสนธิภายในท่อนำไข่ ไข่จะแห้งและจะถูกขับออกจากร่างกายกลายเป็นประจำเดือนประมาณ 2 สัปดาห์หลังจากนั้น โดยประจำเดือนนั้นเกิดจากเลือดและเนื้อเยื่อที่เกาะอยู่ตามผนังมดลูกได้หลุดออกมาเมื่อไข่ไม่มีการปฏิสนธิ ซึ่งรอบเดือนนั้นจะเกิดขึ้นประมาณ 3-5 วัน และการที่เด็กผู้หญิงมีประจำเดือนครั้งแรกเรียกว่า การเริ่มแรกมีระดู

เป็นเรื่องปกติที่การมีประจำเดือนอาจทำให้สาวๆ รู้สึกไม่สบายตัวได้ เรียกอาการนี้ว่า PMS หรือ Premenstrual Syndrome ซึ่งเป็นอาการที่เกิดขึ้นทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยอาการที่อาจเกิดขึ้นก่อนการมีรอบเดือน เช่น เป็นสิว ท้องอืดท้องเฟ้อ เมื่อยล้า ปวดหลัง ปวดคัดเต้านม ปวดศีรษะ ท้องผูก ท้องเสีย เจริญอาหาร ซึมเศร้า หงุดหงิด และไม่มีสมาธิ หรือเกิดภาวะเครียด เป็นต้น ซึ่งอาการ PMS จะเกิดขึ้นพีคสุดประมาณ 7 วันก่อนการมีประจำเดือนและเมื่อประจำดือนมาแล้วอาการดังกล่าวจะหายไปเอง

เด็กสาวหลายคนยังมีอาการปวดเกร็งท้องน้อยร่วมด้วยในช่วง 1-2 วันเรกของการมีประจำเดือน นั่นเพราะสารเคมีตัวหนึ่งเรียกว่า Prostaglandin ที่เป็นสาเหตุของอาการนี้ โดยอาการปวดจะมีลักษณะปวดตื้อๆ แน่นๆ หรือปวดแปลบ และอาจปวดรุนแรงได้

อาจต้องใช้เวลาถึง 2 ปีนับจากการเริ่มแรกมีระดูกว่าที่ร่างกายจะเริ่มปรับให้รอบเดือนมาเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอได้ ซึ่งร่างกายต้องใช้เวลาในการปรับตัวกับฮอร์โมนที่เกิดขึ้นช่วงเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ โดยปกติแล้วในหญิงวัยผู้ใหญ่จะมีรอบเดือนทุกๆ 28 วัน อย่างไรก็ตามรอบเดือนอาจปรับเปลี่ยนได้ระหว่าง 23-35 วัน

การปฏิสนธิและการตั้งครรภ์

หากชายและหญิงมีเพศสัมพันธ์กันในช่วงที่ฝ่ายหญิงอยู่ในช่วงไข่ตก โอกาสที่ไข่จะได้รับการปฏิสนธิจะสูงมาก และเมื่อฝ่ายชายมีการหลั่งอสุจิซึ่งแต่ละครั้งของการหลั่งจะมีปริมาณอยู่ที่ 1.5 – 6 มล. และอสุจิจำนวนกว่า 75 – 900 ล้านตัวจะถูกปล่อยเข้าสู่ช่องคลอด อสุจิเหล่านี้จะเดินทางอย่างรวดเร็วผ่านช่องคลอด ปากมดลูก และเข้าถึงมดลูกในที่สุดเพื่อทำการปฏิสนธิกับไข่ ซึ่งอสุจิเพียงตัวเดียวเท่านั้นที่จะสามารถปฏิสนธิกับไข่ได้

ประมาณหนึ่งสัปดาห์หลังจากอสุจิปฏิสนธิกับไข่ ไข่จะพัฒนากลายเป็นตัวอ่อนที่มีขนาดประมาณหัวเข็มหมุดและมีลักษณะเป็นเซลล์กลมๆ ที่มีของเหลวภายใน โดยตัวอ่อนจะฝังตัวอยู่ในเยื่อบุโพรงมดลูกบริเวณผนังมดลูก โดยฮอร์โมนเอสโตรเจนจะเป็นตัวกระตุ้นให้มีการสร้างเยื่อบุหนาขึ้นและสมบูรณ์ด้วยเลือด

ส่วนฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ผลิตออกมาโดยรังไข่ จะกระตุ้นให้เยื่อบุหนาตัวขึ้นเพื่อให้เซลล์ตัวอ่อนสามารถฝังตัวและรับสารอาหารได้ กระบวนการนี้เรียกว่า การฝังตัวของเซลล์ตัวอ่อน

เนื่องจากเซลล์ตัวอ่อนได้รับการล่อเลี้ยง จึงเกิดการพัฒนาเซลล์เป็นระยะเริ่มแรกของการเป็นตัวอ่อน โดยเซลล์ภายในนั้นมีรูปร่างกลมแบน เรียกว่า แผ่นของเซลล์ตัวอ่อน ซึ่งจะพัฒนากลายเป็นทารกต่อไป และภายนอกเซลล์จะเริ่มมีเยื่อบางๆ ห่อหุ้มทารกเอาไว้ตลอดการตั้งครรภ์ เซลล์จะมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วหลายพันเท่าตัวจนกลายเป็นตัวอ่อนทารก เมื่อผ่านไปประมาณ 8 สัปดาห์ ตัวอ่อนดังกล่าวจะมีขนาดโตขึ้นประมาณหัวแม่โป้งของผู้ใหญ่ และเริ่มมีอวัยวะเกือบครบสมบูรณ์ เช่น สมอง ระบบประสาท หัวใจ ระบบไหลเวียนเลือด กระเพาะ อวัยวะภายใน กล้ามเนื้อ และผิวหนัง

ระหว่างขั้นตอนของการเป็นทารก ซึ่งจะเริ่มขึ้นที่ 9 สัปดาห์หลังจากปฏิสนธิไปจนถึงคลอด ทารกจะมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงเร็วมาก โดยทารกจะลอยตัวภายในถุงน้ำคร่ำ รับออกซิเจนและสารอาหารผ่านรกและเชื่อมต่อกับทารกด้วยสายสะดือ ซึ่งน้ำคร่ำและเยื่อบุจะทำหน้าที่ปกป้องทารกในครรภ์ให้ปลอดภัยจากการเคลื่อนไหวร่างกายของแม่

การตั้งครรภ์จะมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 280 วันหรือประมาณ 9 เดือน เมื่อทารกพร้อมสำหรับการคลอดแล้วหัวของทารกจะกลับและลดลงสู่ปากมดลูกซึ่งปากมดลูกจะเริ่มอ่อนตัวและยืดขยายเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับทารกที่จะคลอดผ่านออกไป นอกจากนี้ เมือกที่ถูกสร้างขึ้นมาบริเวณปากมดลูกจะทำหน้าที่เป็นเหมือนสวิตช์ที่ปิดและป้องกันไม่ให้น้ำคร่ำไหลออกมา แต่หากมีน้ำคร่ำไหลออกมานั่นหมายความว่าคุณแม่พร้อมที่จะคลอดทารกแล้ว หรือเรียกภาวะนี้ว่า น้ำเดิน นั่นเอง

เมื่ออาการเจ็บคลอดเริ่มขึ้น ผนังมดลูกจะมีการบีบรัดตัวซึ่งอาการเช่นนี้เกิดจากการกระตุ้นโดยฮอร์โมนออกซิโทซิน ส่งผลให้ปากมดลูกขยายและเปิด จากนั้นอีกไม่กี่ชั่วโมงเมื่อปากมดลูกเปิดมากพอที่จะสามารถให้ทารกออกมาได้แล้ว ทารกจะถูกเบ่งออกมาจากมดลูกผ่านปากมดลูกและออกมาทางช่องคลอดในที่สุด โดยปกติแล้วหัวของทารกจะต้องเป็นส่วนที่ออกมาก่อนแล้วจึงตามมาด้วยตัวที่ออกมาพร้อมสายสะดือ จากนั้นสายสะดือจะถูกตัดเมื่อทารกคลอดออกมาเรียบร้อยแล้ว

ระยะสุดท้ายของกระบวนการคลอด คือ การคลอดรก ซึ่งจะเกิดขึ้นภายหลังจากการคลอดทารกแล้วเสร็จ เมื่อรกหลุดจากผนังมดลูกแล้ว ผนังมดลูกจะบีบตัวขับรกออกมาพร้อมกับเยื่อหุ้มและน้ำคร่ำ

ความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับระบบสืบพันธุ์

สาวๆ บางคนอาจพบว่าตนมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นกับระบบสืบพันธุ์ ภาวะหรืออาการเหล่านี้อาจส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์ได้

ปากช่องคลอดและช่องคลอด

  • ภาวะช่องคลอดอักเสบ (Vulvovaginitis) คือ การอักเสบของช่องคลอดและปากช่องคลอด อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองจากกรณีเหล่านี้ อย่างการใช้สารเคมี เช่น สบู่ น้ำยาซักผ้า หรือครีมอาบน้ำ เป็นต้น รวมทั้งการไม่ใส่ใจในการดูแลสุขอนามัยส่วนตัว อย่างการเช็ดทำความสะอาดจากด้านหลังมาด้านหน้าหลังจากปัสสาวะหรืออุจจาระ โดยอาการต่างๆ ได้แก่ บวมแดงและคันบริเวณช่องคลอดและปากช่องคลอด บางครั้งอาจมีตกขาวผิดปกติด้วย นอกจากนี้ การอักเสบของช่องคลอดยังอาจส่งผลให้เกิดเชื้อราขึ้นภายในชองคลอดได้อีกด้วย
  • อาการเลือดออกทางช่องคลอดในขณะที่ไม่ได้มีประจำเดือน มักเกิดจากการที่มีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ช่องคลอด โดยมากเกิดจากการเช็ดทำความสะอาดที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม หรืออาจเกิดจากอาการท่อปัสสาวะยื่นย้อย เป็นอาการที่เยื่อบุหลอดปัสสวะปลิ้นเข้าไปในช่องคลอด โดยเนื้อเยื่อเล็กๆ รูปโดนัทที่ปลิ้นเขาไปนั้นมีเลือดออกง่ายมาก นอกจากนี้ อาจเกิดจากการบาดเจ็บบริเวณอวัยวะเพศ เช่น การพลาดตกไปที่อานจักรยานหรือเกิดจากการถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์อย่างรุนแรง

ไข่และท่อนำไข่

  • การตั้งครรภ์นอกมดลูก เกิดขึ้นเมื่อไข่ที่ปฏิสนธิแล้วหรือตัวอ่อนไม่ได้เดินทางเข้าไปฝังตัวในมดลูก แต่เจริญเติบโตในท่อนำไข่ หญิงที่มีภาวะเช่นนี้จะมีอาการปวดท้องรุนแรงและควรพบแพทย์เพราะอาจจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด
  • ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เกิดขึ้นเมื่อเนื้อเยื่อปกติที่พบเฉพาะในมดลูกนั้นมีการเจริญเติบโตนอกมดลูก อย่างในรังไข่ ท่อนำไข่ หรือส่วนอื่นๆ ของโพรงในอุ้งเชิงกราน ซึ่งส่งผลให้มีเลือดออกผิดปกติเจ็บท้องมากช่วงที่มีรอบเดือน และปวดบริเวณอุ้งเชิงกราน
  • เนื้องอกรังไข่ แม้จะเป็นโรคที่พบไม่มากแต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้ หญิงที่มีเนื้องอกรังไข่จะมีอาการปวดท้องและรู้สึกว่ามีก้อนในช่องท้อง ซึ่งการผ่าตัดเป็นวิธีการเดียวที่จะรักษาโรคนี้ได้
  • ซีสต์รังไข่ มีลักษณะเป็นถุงแต่ไม่มีเชื้อมะเร็ง ซึ่งภายในถุงซีสต์จะเต็มไปด้วยของเหลวหรือของเหลวกึ่งแข็ง แม้ว่าอาการนี้จะสามารถเกิดขึ้นได้ทั่วไปและไม่เป็นอันตราย แต่ก็อาจรุนแรงขึ้นได้หากซีสต์เหล่านี้มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีจำนวนมากขึ้น โดยซีสต์ขนาดใหญ่จะดันอวัยวะที่อยู่รอบๆ ทำให้เกิดอาการปวดท้อง โดยส่วนใหญ่แล้วซีสต์จะหายไปเองได้และไม่จำเป็นต้องรับการรักษา แต่หากซีสต์ทำให้มีอาการปวดท้องรุนแรง แพทย์อาจแนะนำให้ทานยาคุมกำเนิดเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตหรืออาจนำซีสต์ออกด้วยการผ่าตัด
  • ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ เกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนที่ฮอร์โมนเพศชาย Androgens ถูกผลิตออกมาจากรังไข่มากเกินไป ภาวะนี้จะทำให้รังไข่ขยายใหญ่ขึ้นและมีถุงน้ำจำนวนมากหรือมีซีสต์เกิดขึ้น ภาวะนี้มักเกิดขึ้นในช่วงวัยรุ่น การรักษานั้นขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของอาการ โดยอาจทำการรักษาด้วยการทานยาเพื่อควบคุมระดับฮอร์โมนและเพื่อให้รอบเดือนมาปกติสม่ำเสมอ

อาการและภาวะที่อาจเกิดขึ้นจากการมีประจำเดือน

  • อาการปวดประจำเดือน
  • ภาวะเลือดประจำเดือนมากผิดปกติ
  • ภาวะที่ระยะห่างของรอบเดือนนานกว่าปกติ โดยอาจมีภาวะประจำเดือนขาด มาไม่สม่ำเสมอ หรือประจำเดือนขาดหลายเดือนแต่ไม่มีการตั้งครรภ์ เป็นต้น
  • ภาวะขาดระดู เมื่อเด็กผู้หญิงเมื่อถึงวัยที่ควรมีประจำเดือนแต่ไม่มี คือ เมื่ออายุ 16 ปีแล้วและเลยช่วงเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์มา 3 ปีแล้ว นอกจากนี้ อาจเกิดจากการที่เด็กผู้หญิงมีประจำเดือนมาตามวัยแต่อยู่ๆ ประจำเดือนก็ขาดหายไปโดยไม่ทราบสาเหตุโดยไม่ได้มีการตั้งครรภ์

การติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์เพศหญิง

  • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อย่างการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (HIV/AIDS)  โรคหูดที่อวัยวะเพศ ซิฟิลิส หนองในเทียม หนองในแท้ และเริมที่อวัยวะเพศ โดยโรคเหล่านี้สามารถแพร่เชื้อจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งโดยการมีเพศสัมพันธ์
  • อาการท็อกซิกช็อก (Toxic shock syndrome) เป็นอาการที่พบได้ไม่บ่อยนัก แต่เป็นอาการที่ส่งผลร้ายแรงอาจถึงขึ้นเสียชีวิตได้ เกิดจากการที่แบคทีเรียเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและปล่อยสารพิษออกมา โดยพิษจะซึมเข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งมีสาเหตุมาจากการทิ้งให้ผ้าอนามัยแบบสอดอยู่ในช่องคลอดเป็นระยะเวลานานเกินไป อาการคือ มีไข้สูง ท้องร่วง อากเจียน และช็อก

หากคุณกังวลว่าคุณอาจมีอาการผิดปกติต่างๆ ดังที่กล่าวมาเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์เพศหญิง หรือคุณอาจมีคำถามหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับพัฒนาการทางเพศ แนะนำให้ปรึกษาพ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือแพทย์ ซึ่งไม่ต้องเป็นกังวล เนื่องจากอาการผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับระบบสืบพันธุ์นั้นมีทางแก้ไขและสามารถรักษาให้เป็นปกติได้

ที่มาของข้อมูล http://kidshealth.org/en/teens/female-repro.html



บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
อาการคันและแสบในช่องคลอดไม่ใช่เรื่องปกติ
อาการคันและแสบในช่องคลอดไม่ใช่เรื่องปกติ

จุดซ่อนเร้นคือจุดสำคัญ ขอให้หมั่นสังเกตเพื่อแก้ไขก่อนที่อาการจะรุนแรงและยากต่อการรักษา

ดูในแอป