สุขภาพผู้หญิง

8 เหตุผลที่ทำให้ช่องคลอดบวม

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
8 เหตุผลที่ทำให้ช่องคลอดบวม

“ช่องคลอด” เป็นอวัยวะที่สามารถเกิดปัญหาได้ไม่ต่างจากอวัยวะอื่นๆ ของร่างกาย ซึ่งการมีช่องคลอดที่บวมผิดปกติก็สามารถพบได้ในผู้หญิง และมันทำให้เรารู้สึกไม่สบายตัวได้ไม่มากก็น้อย หลายคนอาจเดาว่ามันเกิดจากการติดเชื้อยีสต์เท่านั้น แต่ความจริงแล้ว มีหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะดังกล่าว ซึ่งวิธีรักษานั้นก็ขึ้นอยู่กับสาเหตุค่ะ เราลองมาดูกันดีกว่าว่าการมีช่องคลอดบวมนั้นเกิดจากอะไรได้บ้าง

1.มีอาการแพ้

การแสดงปฏิกิริยาแพ้ต่อสารใดๆ อาจทำให้ช่องคลอดของคุณบวมขึ้น ทั้งนี้ช่องคลอดเป็นบริเวณที่มีความไวต่อสิ่งต่างๆ และอาจตอบสนองต่อส่วนผสมใดๆ ที่พบในผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว เช่น สบู่ สารหล่อลื่น ผลิตภัณฑ์ล้างช่องคลอด ผ้าอนามัยแบบสอดและแผ่น อุปกรณ์คุมกำเนิด โลชั่นและครีม ถุงยาง ฯลฯ อย่างไรก็ตาม อาการบวมอาจเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อผลิตภัณฑ์ชิ้นใหม่ แต่ผลิตภัณฑ์ที่ร่างกายคุ้นเคยก็สามารถทำให้เกิดปฏิกิริยาแพ้เช่นกัน ถ้าคุณรู้ตัวว่าแพ้ผลิตภัณฑ์ใด คุณก็ควรเลิกใช้ และปรึกษาแพทย์ผิวหนัง

2.เกิดการระคายเคือง     

แม้ว่าคุณจะไม่มีอาการแพ้ แต่ร่างกายอาจตอบสนองในทางลบเมื่อสัมผัสกับผลิตภัณฑ์บางชนิด ทั้งนี้สารเคมีที่มีชื่อเสียง หรือนำมาใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ก็อาจทำให้ช่องคลอดบวม โดยเฉพาะน้ำหอมที่มักพบในหลายผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสกับช่องคลอด เช่น น้ำยาซักผ้า น้ำหอม กระดาษชำระ สบู่เหลว บาธบอม สบู่ก้อนฯลฯ นอกจากนี้ผ้าบางประเภทก็สามารถทำให้ช่องคลอดระคายเคืองและบวมเช่นกัน โดยเฉพาะผ้าลูกไม้หรือโพลีเอสเตอร์ ในบางครั้ง การใส่กางเกงในที่เป็นจีสตริงอาจไม่คลุมอวัยวะเพศได้ทั้งหมด ทำให้เกิดการเสียดสีในบริเวณดังกล่าวตลอดทั้งวัน ซึ่งสามารถนำไปสู่การเกิดช่องคลอดบวมได้ในที่สุด

3.มีเซ็กส์รุนแรงเกินไป

การมีเซ็กส์สามารถทำให้ช่องคลอดบวม ถ้าช่องคลอดไม่มีสารหล่อลื่นเพียงพอ มันก็จะทำให้มีการเสียดสีเพิ่มขึ้น และอาจนำไปสู่การเกิดความรู้สึกไม่สบายตัวหรือเจ็บในระหว่างที่มีเซ็กส์ และจบลงด้วยการมีช่องคลอดบวมหลังเสร็จกิจ นอกจากนี้การมีเซ็กส์ที่รุนแรงก็สามารถทำให้เนื้อเยื่อช่องคลอดฉีกขาด ทำให้ผู้หญิงมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อมากขึ้น ถ้าพบว่าการมีเซ็กส์แบบดุเดือดเป็นต้นเหตุที่ทำให้ช่องคลอดบวม คุณก็อาจให้อีกฝ่ายเล้าโลมก่อนเริ่มกิจกรรมบนเตียง หรือใช้สารหล่อลื่นเพื่อลดการเสียดสี อย่างไรก็ดี การใช้ยาแก้ปวด หรือยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์อาจช่วยได้ถ้าอาการบวมทำให้คุณรู้สึกเจ็บ

4.ถุงน้ำจากผนังช่องคลอดที่มีแต่กำเนิด (Gartner's Duct Cyst)

เมื่อตัวอ่อนในครรภ์มีการพัฒนาอวัยวะที่ใช้ขับถ่ายปัสสาวะและอวัยวะสืบพันธุ์ ท่อที่ก่อตัวขึ้นจะหายไปหลังจากคลอด แต่ถ้าท่อบางส่วนยังคงหลงเหลืออยู่ มันก็จะเรียกว่า Gartner's duct ซึ่งเนื้อเยื่อที่เหลือก็อาจติดอยู่ที่ผนังช่องคลอด และทำให้เกิดซีสต์ อย่างไรก็ตาม Gartner's duct มีแนวโน้มที่จะไม่ทำให้เกิดอันตราย แต่มันสามารถเป็นปัญหาตอนเราโต เพราะมันอาจเกิดการติดเชื้อ หรือทำให้เจ็บและทำให้ช่องคลอดบวม ในบางกรณี ซีสต์ก็จะปรากฏออกมาด้านนอกช่องคลอด ซึ่งมักรักษาโดยใช้วิธีผ่าตัด เมื่อซีสต์หายไป อาการต่างๆ ก็ควรหายไปด้วย

5.เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ

 เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ คือ การติดเชื้อแบคทีเรียภายในชั้นผิวที่อาจทำให้ผิวบวม แดง และอ่อนนุ่ม ทั้งนี้เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบสามารถเกิดขึ้นเมื่อมีแบคทีเรียเข้าไปในแผล โดยอาจเป็นแผลที่เกิดขึ้นหลังจากที่มีการโกนขนบริเวณของสงวน อย่างไรก็ดี  การทำความสะอาดแผลเป็นประจำอาจช่วยรับมือกับการติดเชื้อได้ ในบางกรณี แพทย์จะแนะนำให้ใช้ยาปฏิชีวนะค่ะ

6.ภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย

หากช่องคลอดมีแบคทีเรียชนิดอันตรายมากเกินไป มันก็อาจทำให้เกิดภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งผู้ป่วยอาจมีช่องคลอดที่บวม และมีของเหลวสีเทาที่มีกลิ่นเหม็นออกมาจากช่องคลอด อย่างไรก็ตาม โดยมากแล้วปัญหาจะคลี่คลายไปเอง แต่แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อเร่งให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้น สำหรับวิธีป้องกันคือ ให้คุณหมั่นทำความสะอาดช่องคลอด หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เกิดการระคายเคือง และผลิตภัณฑ์ที่ใช้สวนล้างภายในช่องคลอด เพราะมันจะไปรบกวนสมดุลของแบคทีเรีย ฯลฯ

7.การติดเชื้อยีสต์

การติดเชื้อยีสต์เกิดจากการที่ช่องคลอดมียีสต์ชนิด Candida มากเกินไป ทำให้ช่องคลอดบวม และอาจมีการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น รู้สึกแสบร้อน เจ็บขณะมีเซ็กส์หรือปัสสาวะ แดง มีของเหลวที่มีเนื้อหนา ผิวระคายเคือง ฯลฯ อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อยีสต์สามารถรักษาได้โดยทานยาต้านเชื้อรา แต่ทั้งนี้คุณควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยก่อนว่ามันเกิดจากโรคอื่นๆ ที่มีอาการคล้ายกันหรือไม่

8.ตั้งครรภ์

การตั้งครรภ์ก็สามารถทำให้ช่องคลอดบวมเช่นกัน เพราะเมื่อตัวอ่อนเติบโต มันก็สามารถทำให้เกิดแรงกดที่กระดูกเชิงกราน และกล้ามเนื้อหรือเส้นเลือดในบริเวณที่ใกล้เคียง ซึ่งสามารถทำให้เกิดการอักเสบและมีผลต่อการส่งเลือดและของเหลวจากระบบน้ำเหลือง ทำให้เกิดการบวมได้ในที่สุด อย่างไรก็ดี คนที่มีช่องคลอดบวมในระหว่างที่ตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการทานยาที่ปลอดภัย

การมีช่องคลอดที่บวมสามารถทำให้คุณรู้สึกไม่สบายตัว และอาจเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิต หากคุณพบสัญญาณของการติดเชื้ออย่างการมีไข้ มีอาการที่ไม่สามารถทนได้ หรือมีอาการเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง คุณก็ควรไปพบแพทย์ด่วน

ที่มา: https://www.medicalnewstoday.c...

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
สาเหตุที่พบได้บ่อยของอาการคันและแสบในช่องคลอดคืออะไร?
สาเหตุที่พบได้บ่อยของอาการคันและแสบในช่องคลอดคืออะไร?

อะไรคือสิ่งที่อาจลืมไปและคุณสามารถทำอะไรกับอาการนี้ได้บ้าง