ความรู้สุขภาพ

ชนิดและอาการของโรคตับ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 10 นาที

ชนิดและอาการของโรคตับ

ตับอักเสบเฉียบพลัน

ตับมีอาการอักเสบ สามารถรักษาให้หายได้ภายใน 6 เดือน

ตับอักเสบชนิดร้ายแรง

ถ้าตับอักเสบชนิดเฉียบพลันทรุดหนักไปมากถึงขั้นมีอาการลามไปถึงสมอง จะเรียกว่าตับอักเสบชนิดร้ายแรง fulminant hepatitis ซึ่งนับว่ามีอันตรายมากถึงขั้นทำให้ตับวาย มีอาการทางสมองร่วมด้วย แม้รักษาหายก็อาจทำให้ผู้ป่วยไม่เป็นปกติดังเดิม

ตับอักเสบเรื้อรัง

คือโรคตับอักเสบเฉียบพลันที่มีอาการนานเกิน 6 เดือน

ตับแข็ง

เซลล์ตับอักเสบเสียหาย เซลล์ลดน้อยลงจนไม่อาจทำหน้าที่ได้ตามปกติ ตับมีลักษณะแข็งและเล็กลงกว่าเดิม การทำงานของตับด้อยลงและมีปัญหาเรื่องระบบการหมุนเวียนโลหิตในตับ

มะเร็งตับ

มีทั้งชนิดเริ่มเป็นมะเร็งที่ตับและชนิดลามมาจากอวัยวะอื่น สาเหตุที่เป็นมักเกิดจากการเป็นไวรัสตับอักเสบชนิดบีหรือซีมาก่อน

ไขมันในตับสูง

หมายถึง มีไตรกลีเซอไรด์ในตับมากกว่า 30% แต่โรคตับที่ได้ยินกันคุ้นหู คือ โรคตับอักเสบ ดังนั้นจะขอกล่าวถึงรายละเอียดเฉพาะโรคนี้

ตับอักเสบ

หมายถึง เซลล์ตับเสียหายจนมีอาการอักเสบ บวม แดง อุณหภูมิสูงกว่าปกติ และถ้าสัมผัสท้องบริเวณตับก็จะรู้สึกเจ็บ

สาเหตุที่ทำให้ตับอักเสบ ดังนี้

เนื่องจากยา

ยาต่างๆ เช่น ยาแก้อักเสบ ยาแก้ปวดแก้ไข้ ยารักษาโรคมะเร็ง

ตับอักเสบเฉียบพลัน

ตับมีอาการอักเสบ สามารถรักษาให้หายได้ภายใน 6 เดือน

ตับอักเสบชนิดร้ายแรง

ถ้าตับอักเสบชนิดเฉียบพลันทรุดหนักไปมากถึงขั้นมีอาการลามไปถึงสมอง จะเรียกว่าตับอักเสบชนิดร้ายแรง fulminant hepatitis ซึ่งนับว่ามีอันตรายมากถึงขั้นทำให้ตับวาย มีอาการทางสมองร่วมด้วย แม้รักษาหายก็อาจทำให้ผู้ป่วยไม่เป็นปกติดังเดิม

ตับอักเสบเรื้อรัง

คือโรคตับอักเสบเฉียบพลันที่มีอาการนานเกิน 6 เดือน

ตับแข็ง

เซลล์ตับอักเสบเสียหาย เซลล์ลดน้อยลงจนไม่อาจทำหน้าที่ได้ตามปกติ ตับมีลักษณะแข็งและเล็กลงกว่าเดิม การทำงานของตับด้อยลงและมีปัญหาเรื่องระบบการหมุนเวียนโลหิตในตับ

มะเร็งตับ

มีทั้งชนิดเริ่มเป็นมะเร็งที่ตับและชนิดลามมาจากอวัยวะอื่น สาเหตุที่เป็นมักเกิดจากการเป็นไวรัสตับอักเสบชนิดบีหรือซีมาก่อน

ไขมันในตับสูง

หมายถึง มีไตรกลีเซอไรด์ในตับมากกว่า 30%

 

แต่โรคตับที่ได้ยินกันคุ้นหู คือ โรคตับอักเสบ ดังนั้นจะขอกล่าวถึงรายละเอียดเฉพาะโรคนี้

ตับอักเสบ

หมายถึง เซลล์ตับเสียหายจนมีอาการอักเสบ บวม แดง อุณหภูมิสูงกว่าปกติ และถ้าสัมผัสท้องบริเวณตับก็จะรู้สึกเจ็บ

สาเหตุที่ทำให้ตับอักเสบ ดังนี้

เนื่องจากยา

ยาต่างๆ เช่น ยาแก้อักเสบ ยาแก้ปวดแก้ไข้ ยารักษาโรคมะเร็ง ยารักษาวัณโรค รวมถึงยาพิษ สารเคมีต่างๆ แม้แต่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจำพวกกินลดน้ำหนัก ก็เสี่ยงต่อสุขภาพตับ อาจทำให้ตับอักเสบ แม้ว่าของเหล่านี้จะได้ชื่อว่าเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เป็นของที่ทำมาจากธรรมชาติ แต่ไม่ได้หมายความว่าปลอดภัย 100%

ทั้งนี้เพราะมันไม่ใช่อาหารที่กินปกติทุกวัน ดังนั้นอะไรก็ตามที่ไม่เคยกินเข้าไป ก็อาจก่อปัญหาต่อสุขภาพรวมทั้งตับได้ ถ้ากินแล้วรู้สึกผิดปกติ ต้องรีบนำผลิตภัณฑ์นั้นติดตัวไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลด้วย ถ้ายาทำให้เกิดตับอักเสบได้ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารก็อาจทำได้เช่นกัน ดังนั้นถ้าใช้อยู่ ควรดูสีของปัสสาวะว่ามีสีเข้มขึ้นหรือไม่ หนำซ้ำถ้าใช้เป็นประจำยิ่งควรไปตรวจตับบ้าง เพื่อความปลอดภัย

อนึ่ง การที่กินยาแล้วเกิดอาการตับอักเสบ เป็นเพราะการแพ้ยา ซึ่งเป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ได้ เนื่องจากแต่ละคนมีอาการแพ้ยาต่างชนิดกันออกไป และบางรายจากที่ไม่เคยแพ้ยาตัวไหน กลายเป็นแพ้ยาตัวนี้ก็มี ทำนองเดียวกับแพ้กุ้ง บางคนกินกุ้งมาตั้งแต่เด็กไม่เคยแพ้ แต่พอย่างเข้าวัยรุ่นกลับแพ้กุ้ง มีอาการกินแล้วคันคอ หรือมากกว่านั้น อีกทั้งอาการแพ้แบบนี้ แม้แค่ปริมาณเพียงเล็กน้อยก็ทำให้เกิดอาการขึ้นได้

โดยทั่วไปแล้ว การใช้ยาฉีดทำให้เกิดอาการทรุดหนักกว่ายากิน คนที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ มีโอกาสแพ้ยาจนทำให้เกิดอาการตับอักเสบง่ายกว่าคนปกติ

อาการ

ตับอักเสบและมีน้ำดีตกค้าง ยาที่ใช้กินเพื่อรักษาโรคบางอย่าง ถ้ากินแล้วหลังจากที่เริ่มกินไปได้ประมาณไม่เกิน 2 สัปดาห์ หรือภายใน 1 เดือน มีอาการปัสสาวะสีเข้ม (ดังนั้นการใช้ยาใดๆ ก็ตาม ควรดูปัสสาวะของตนด้วยว่ามีสีหรืออะไรผิดปกติหรือไม่) อาจคิดได้ว่าเป็นเพราะยาทำให้ตับป่วย ทางที่ดีต้องไปตรวจให้แน่ใจ

การรักษา

นำเอาสารเคมีหรือยาต้นเหตุออก ก็จะทำให้กลับเป็นปกติได้

คำแนะนำ

ถ้าเคยแพ้ยาตัวไหน ต้องจดใส่ประวัติส่วนตัวไว้กันลืม เพื่อใช้อ้างอิงตอนรับยาจากแพทย์ การได้รับยาตัวที่เคยแพ้เป็นครั้งที่ 2 จะยิ่งทำให้อาการแย่หนักยิ่งกว่าเดิม

 

เนื่องจากแอลกอฮอล์

การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำให้เซลล์ตับเสียหายเนื่องจากแอลกอฮอล์นับเป็นสารพิษอย่างหนึ่ง คนที่มีประวัติดื่มเหล้าเป็นเวลานานหลายปีจึงมีความเสี่ยง ยิ่งดื่มหนักก็ยิ่งเสี่ยงมากขึ้นด้วย

แอลกอฮอล์ยังส่งผลทำให้ตับต้องใช้ออกซิเจนปริมาณมาก ส่งผลให้หลอดเลือดดำภายในนั้นเกิดอาการมีออกซิเจนต่ำผิดปกติ การแยกสลายแอลกอฮอล์ในตับยังทำให้เกิด acetaldehyde (อะซีทัลดีไฮด์) ซึ่งเป็นสารพิษต่อตับ โดยตรง แต่ใช่ว่าจะทำให้เกิดอาการอักเสบทุกครั้ง แต่ด้วยสาเหตุบางประการหรือสภาพของผู้ดื่มเอง ทำให้มันสามารถทำร้ายตับจนเกิดอาการอักเสบขึ้นได้

อาการ

มีตั้งแต่ตับมีความผิดปกติเพียงเล็กน้อย เช่น หมดแรง หรือรุนแรงกว่านั้นคือ เป็นดีซ่าน ตับโต หรือรุนแรงถึงขั้นเกิดไตวายเฉียบพลัน

การรักษา

ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะช่วงที่ยังเป็นไม่มาก พยายามอย่าดื่มถี่หรือหนักเหมือนก่อน หรือเลิกเหล้าได้จะเป็นวิธีรักษาได้ดีที่สุด

คำแนะนำ

คนที่เมาง่าย ดื่มมาก ดื่มทุกวันนานต่อเนื่อง มีโอกาสเป็นง่ายกว่าคนกลุ่มอื่น จึงควรตรวจสุขภาพเป็นประจำ และเว้นหรือเลิกดื่ม

 

เนื่องจากแพ้ระบบภูมิคุ้มกันของตนเอง

ตับอักเสบชนิดนี้ ต้นเหตุที่แท้จริงของโรคยังไม่ทราบ แต่คาดกันว่า มีบางอย่างในเซลล์ตับเป็นตัวกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันโจมตีตับจนเกิดอาการอักเสบ

อาการ

ตับอักเสบชนิดนี้ ถ้าเป็นเพียงเล็กน้อย ส่วนมากแล้วเจ้าตัวจะไม่รู้ตัว เท่าที่สามารถรู้ได้ ส่วนมากแล้วมีเพียงรู้สึกหมดแรง ถ้าปล่อยไว้จะลุกลามกลายเป็นชนิดเรื้อรัง มีอาการตัวเหลืองเป็นดีซ่าน ท้องบวมน้ำ จนกระทั่งกลายเป็นตับแข็ง ถ้าถึงขั้นนี้แล้วเส้นเลือดของหลอดอาหารมีอาการโปร่ง ยิ่งเป็นมากก็ยิ่งมีโอกาสแตก ทำให้มีเลือดออก หรือไอปนเลือด เป็นต้น จึงต้องไปตรวจแต่เนิ่นๆ

แต่ถ้าเป็นรุนแรง จะมีอาการหมดแรง ปวดเมื่อยทั้งตัว เบื่ออาหาร มีไข้ ปวดข้อ เป็นต้น จะเห็นว่ามีอาการคล้ายเป็นหวัด ดังนั้น ถ้าไม่แน่ใจควรพบแพทย์ดีกว่าซื้อยาแก้หวัดมากินเอง

การรักษา

ใช้ยาที่มีส่วนผสมของสารสเตอรอยด์ และยากดระบบภูมิคุ้มกัน แต่ยาเหล่านี้อาจส่งผลทำให้เป็นเบาหวาน โรคกระดูกบาง หรืออื่นๆ ดังนั้นนอกจากกินยาแก้โรคตับอักเสบชนิดนี้แล้ว ยังต้องกินยาเพื่อป้องกันโรคเหล่านี้ด้วย การใช้ยาจึงต้องให้อย่างเคร่งครัด

 

คำแนะนำ

ถ้าปล่อยไว้จะทำให้ลุกลามกลายเป็นตับแข็งได้ในที่สุด ดังนั้นต้องตรวจตามกำหนด ให้ความสำคัญกับการรักษาก่อนสายเกินไป

 

เนื่องจากเป็นท่อน้ำดีอักเสบ

เซลล์ตับทำหน้าที่สร้างน้ำดี จากนั้นส่งเข้าท่อน้ำดีเพื่อไปเก็บไว้ในถุงน้ำดีรอเวลาส่งต่อไปยังลำไส้เพื่อใช้ย่อยอาหาร ตับอักเสบเนื่องจากท่อน้ำดีอักเสบจึงหมายถึง ท่อน้ำดี รวมทั้งส่วนรอบๆ ตับมีอาการอักเสบ เมื่อท่อน้ำดีอักเสบจนลุกลามถึงขั้นทำให้ส่วนรอบๆ เซลล์ตับอักเสบด้วย ก็จะปรากฏอาการขึ้น

อาการ

อาการที่พบได้ ได้แก่ เบื่ออาหาร ไม่สบายตัว น้ำหนักลด คลื่นไส้ ขาดน้ำ เป็นไข้ ตัวเหลืองเป็นดีซ่าน เป็นต้น อาการยังมีตั้งแต่เป็นเฉียบพลันจนถึงเป็นเรื้อรัง และยังทำให้ตับโต

โรคนี้ยังอาจทำให้มีอาการแทรกซ้อน เช่น ตับอ่อน ลำไส้เล็กตอนบน ถุงน้ำดี มีอาการอักเสบตามมา

ถ้าเป็นชนิดเฉียบพลัน ยังส่งผลให้มีอาการตับอ่อน หรือถุงน้ำดีรวมทั้งระบบทางเดินอาหารส่วนบนมีอาการอักเสบเฉียบพลัน หรือครอบคลุมไปถึงระบบทางเดินปัสสาวะ

การรักษา

ใช้ยาแก้อักเสบ ยาที่มีส่วนผสมของสเตอรอยด์ หรืออื่นๆ ร่วมกับการถ่ายเลือด และให้สารอาหารต่างๆ เพื่อชดเชย

คำแนะนำ

เนื่องจากโรคนี้ส่งผลให้อวัยวะต่างๆ มีอาการอักเสบเฉียบพลันขึ้นมาได้ ดังนั้นเมื่อรู้สึกว่าตนเองมีบางอย่างไม่ปกติ ควรรีบไปตรวจเพื่อความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ยังไม่ใช่สาเหตุหลัก เพราะสาเหตุหลักที่พบมากที่สุด เป็นเพราะไวรัส ด้วยเหตุนี้โดยทั่วไปแล้วถ้าพูดถึง ตับอักเสบ จึงเป็นที่เข้าใจกันว่า หมายถึง ตับอักเสบเนื่องจากไวรัส หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า ไวรัสตับอักเสบ

 

ไวรัสตับอักเสบ

เป็นการที่ตับติดเชื้อไวรัสโดยทำให้ตับอักเสบ เซลล์ตับเสียหาย จริงๆแล้วตับมีความสามารถที่จะสร้างเซลล์ขึ้นมาชดเชยเซลล์เก่าได้ดี แม้ถูกผ่าตัดออกเกินครึ่งก็ตาม ภายหลังก็ยังสร้างขึ้นมาชดเชยใหม่ได้ แต่ถ้าติดเชื้อนี้ เซลล์ตับเสียหาย การทำงานต่างๆ เริ่มสูญเสียไปด้วย หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ตับก็จะไม่สามารถฟื้นตัวสร้างเซลล์ใหม่ได้ดังเดิม จึงมีแต่ทรุดลงค่อยๆ กลายเป็นตับแข็ง หรือมะเร็งตับ

ยังแบ่งออกเป็นสองลักษณะคือ ตับอักเสบเฉียบพลันและชนิดเรื้อรัง ซึ่งเป็นตับอักเสบที่กินเวลานานเกิน 6 เดือนขึ้นไป โรคชนิดนี้ยังพบได้ทั่วโลก ไม่ใช่เป็นแค่โรคตามท้องถิ่น

โรคไวรัสตับอักเสบมีหลายชนิด ได้แก่ ชนิดเอ บี ซี ดี อี รวม 5 ชนิด ชนิดเอและอี ติดต่อกันทางน้ำหรืออาหารที่มีไวรัส ชนิดบี ซี และดี ติดต่อทางการถ่ายเลือด ติดต่อจากแม่สู่ลูกในครรภ์ การมีเพศสัมพันธ์ การเจาะหู เป็นต้น บางหลายติดต่อแล้ว ช่วงแรกยังไม่ปรากฏอาการก็มี มีอาการเป็นมากแล้วจึงปรากฏอาการก็มี

หมายเหตุ

รักษาทำได้ยากง่าย รักษาได้เร็วช้า ขึ้นอยู่กับวัย ต้นเหตุของโรค รวมทั้งสภาพความแข็งแรงของผู้ป่วยเอง

ลักษณะอาการยังแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะใหญ่ๆ

ได้แก่ ชนิดเฉียบพลันและชนิดเรื้อรัง

 

ไวรัสตับอักเสบชนิดเฉียบพลัน acute hepatitis (AH)

หมายถึง การติดชื้อไวรัสดังกล่าวแล้วเกิดอันตรายต่อตับอย่างรวดเร็วเป็นช่วงระยะแรกที่ติดไวรัสแล้วเกิดอาการขึ้น แม้เกิดอาการขึ้นแล้ว ก็เป็นการติดเชื้อเพียงระยะหนึ่งเท่านั้น สามารถรักษาให้หายได้ง่าย เพราะร่างกายสามารถต้านทานโรคได้

โรคนี้โดยทั่วไปแล้ว เมื่อเป็นแล้วรักษาทันที ก็จะเป็นเพียงระยะหนึ่งแล้วก็หายได้ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่ประมาณ 1-2% มีความเสี่ยงเป็นตับอักเสบชนิดร้ายแรง fulminant hepatitis ซึ่งถ้าเป็นชนิดนี้แล้วละก็ มีโอกาสเสียชีวิตได้ หรือต้องเปลี่ยนไต

สาเหตุ

จากไวรัสตับอักเสบชนิดเอ บี ซี ดี อี และตับอักเสบเนื่องจากแอลกอฮอล์

ลักษณะเฉพาะของไวรัสตับอักเสบชนิดเฉียบพลัน

  • มีอาการป่วยกินเวลานานหลายเดือนแล้วก็จะหาย แต่บางรายกลายเป็นตับอักเสบชนิดร้ายแรง เสี่ยงต่อการเสียชีวิตและบางรายเริ่มจากเป็นชนิดเฉียบพลันสู่ระยะเรื้อรังซึ่งกินเวลาป่วยนานกว่า
  • ไม่ปรากฏอาการ ไม่มีอาการท้องบวม หรือเป็นดีซ่าน
  • ต้องตรวจกับทางโรงพยาบาลจึงจะทราบว่าเป็น

อาการ

เป็นดีซ่าน เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ปวดเมื่อยหมดแรงทั่วตัว มีไข้ เป็นต้น ใครก็ตามที่อยู่ดีๆ ก็มีอาการปวดเมื่อยอย่างมาก ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย เบื่ออาหารจนกินไม่ลง อยู่ดีๆ ก็คลื่นไล้ ปวดข้อ มีไข้สูงประมาณ 38 องศาเซลเซียส อาการเหล่านี้เป็นโรคตับอักเสบชนิดเฉียบพลัน แต่ก็ดูเหมือนเป็นอาการของไข้หวัดด้วย จึงทำให้หลายคนเข้าใจผิดและละเลยที่จะรักษาเพียงแต่ซื้อยาแก้หวัดมากินเองก็มี จึงทำให้อาการทรุดลง

แต่เพราะตับมีอาการอักเสบ จึงทำให้ตับบวม ท้องบริเวณนี้รู้ลึกเจ็บ ถ้ากดลงไปก็จะรู้สึกเจ็บเหมือนมีอะไรกดทับ

การป้องกัน ในบรรดาไวรัสตับอักเสบชนิดต่างๆ มีแต่ชนิดเอและบีเท่านั้นที่มีการฉีดวัคซีนป้องกันการติดต่อ

ชนิดเรื้อรัง CH (Chronic Hepatitis)

หมายถึง เป็นตับอักเสบที่กินเวลาป่วยนานกว่าชนิดเฉียบพลัน คือ เกิน 6 เดือน ส่วนมากแล้วเป็นหลายปีหรือหลายสิบปี ทั้งนี้เริ่มจากการเป็นชนิดเฉียบพลันก่อน ถ้ารักษาไม่หายภายใน 6 เดือน ก็จะลามไปเป็นชนิดเรื้อรัง แต่ส่วนมากมีอาการระดับเบา ไม่ส่งผลเสียหายหนักให้กับตับ อย่างไรก็ตามเนื่องจากอักเสบที่ตับเป็นเวลานาน ดังนั้นบางหลายอาจมีอาการทรุดหนักไปเป็นตับแข็งหรือตับวาย รวมทั้งมะเร็งตับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพของแต่ละคน

ลักษณะเฉพาะของไวรัสตับอักเสบชนิดเรื้อรัง

1 ใน 3 ของตับอักเสบเรื้อรัง เป็นผลมาจากการเป็นตับอักเสบเรื้อรังมาก่อน ส่วนอีก 2 ใน 3 ไม่แสดงอาการออกมาให้ทราบชัดเจน เพียงแค่จะค่อยๆ เป็นมากขึ้น โรคตับอักเสบ ส่วนมากมีต้นเหตุจากไวรัสตับอักเสบชนิดใดชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะชนิดซี นับว่าเป็นต้นเหตุมากที่สุด ไวรัสชนิดนี้ทำให้เกิดเป็นตับอักเสบชนิดเรื้อรัง

กล่าวง่ายๆ คือ มี 2 ลักษณะหลัก เริ่มจากเป็นชนิดเฉียบพลันมากก่อนและเริ่มจากการเป็นชนิดเรื้อรังตั้งแต่แรก

ส่วนมากเป็นเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดซี รองลงมาคือ ชนิดบี ชนิดซีติดทางเลือด โดยการถ่ายเลือดหรือสัมผัสเลือดโดยตรง ส่วนชนิดบีก็ติดจากการถ่ายเลือด หรือทางเพศสัมพันธ์ แม่ติดต่อไปยังลูกขณะคลอด นอกจากนี้คนที่เป็นพาหะนำโรคชนิดบี บางส่วนยังมีโอกาสลุกลามเป็นตับอักเสบชนิดเรื้อรังอีกด้วย

อนึง สาเหตุของการเกิด นอกจากไวรัสแล้วยังเป็นเพราะแอลกอฮอล์ ยา สารพิษ ไขมันในตับสูง และอื่นๆ

อาการ

เป็นอาการไม่สบายตัวต่างๆ ระดับเบา เช่น ปวดเมื่อย เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร หรือบางหลายไม่ปรากฏอาการก็มี ต้องตรวจเลือดจึงจะทราบ ดังนั้น แม้ไม่มีอาการรุนแรงขึ้นมา แต่ในเมื่อไม่ได้รักษา ปล่อยไว้นานต่อเนื่องเป็นหลายปีหรือหลายสิบปี ก็ย่อมทำให้ตับเสี่ยงต่อการกลายเป็นตับแข็ง หรือเป็นมะเร็งตับ

การป้องกัน

แน่นอนว่าต้องไม่ทำให้ตนเองติดไวรัสตับอักเสบ

  • ไวรัสชนิดซี ติดทางเลือด จึงต้องระวังเรื่องการรับบริจาคเลือด ควรมีการตรวจโรคนี้ก่อนรับบริจาค อีกทั้งถ้าต้องเดินทางไปต่างประเทศ ถ้าต้องมีการรับบริจาคเลือดยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ
  • อย่าสัมผัสถูกเลือดโดยตรง
  • ไวรัสชนิดบีก็ต้องระวังเรื่องนี้เช่นกัน แต่นอกจากนี้ยังต้องระวังเรื่องติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์
  • อย่าใช้ใบมีดโกนหรือแปรงสีฟันร่วมกับผู้อื่น
  • เมื่อเข้าห้องน้ำแล้ว ต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง
  • มารดาก่อนคลอดบุตรควรตรวจว่าตนองเป็นพาหะหรือไม่ เพื่อป้องกันการติดจากแม่สู่ลูก
  • ผู้ที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการฉีดวัคซีน หรือคำแนะนำป้องกัน

 

เส้นทางการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดต่างๆ

มีการติดต่อกันได้หลายทาง ดังนี้

อาหาร เครื่องดื่ม

ไวรัสชนิดเอและอี ติดต่อทางปาก คือ จากการกินอาหารหรือน้ำที่มีเชื้อนี้ปนเปื้อนอยู่ ดังนั้นควรกินอาหารที่ปรุงสุกดี โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ถ้าติดเชื้อจะมีความเสี่ยงต่อชีวิตมากขึ้น

การถ่ายเลือด

การถ่ายเลือดที่มีไวรัสชนิดดีและซี เป็นต้นเหตุทำให้เกิดโรคตับอักเสบชนิดดังกล่าวมากกว่าวิธีอื่น แต่ปัจจุบันมีการคัดกรองเลือดจากผู้บริจาค เพื่อหาเชื้อดังกล่าวก่อนที่จะนำไปใช้ จึงช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อไปได้มาก แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีบางรายที่ติดเชื้อจากวิธีดังกล่าว ใช่ว่าจะหมดไป 100%

การใช้เข็มฉีดยาซ้ำ

นี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนจำนวนมากติดเชื้อตับอักเสบ สมัยก่อนแพทย์ใช้เข็มเล่มเดียวกันฉีดยาให้กับผู้ป่วยหลายคน จึงเป็นเหตุให้มีคนติดเชื้อดังกล่าวเป็นวงกว้าง

จากแม่สู่ลูกในครรภ์

เป็นการติดต่อจากแม่สู่ลูกขณะคลอดบุตร เคสแบบนี้มีจำนวนมาก โดยเฉพาะไวรัสตับอักเสบชนิดบี ความจริงแล้วชนิดซีก็ติดจากแม่สู่ลูกได้เกทอบ 10%

ติดต่อกันเองภายในครอบครัว

บ้านที่มีสมาชิกในครอบครัวเป็นไวรัสตับอักเสบ สามารถแพร่เชื้อไปสู่สมาชิกในครอบครัวได้จากทางของเหลว เช่น น้ำลายปนเลือด เลือด ส่วนโอกาสที่จะแพร่ไปสู่ผู้อื่นก็มีบ้าง เพียงแต่มีโอกาสน้อยกว่ามาก

จากการมีเพศสัมพันธ์

แน่นอนว่าการมีเพศสัมพันธ์ เป็นหนทางหนึ่งของการติดโรคไวรัสตอบอักเสบชนิดบีแล้วซี อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่ทราบรายละเอียดของการติดต่อด้วยวิธีนี้

การป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น

หากทราบว่าตนเองเป็นโรคนี้ ควรป้องกันไม่ให้ติดต่อไปยังคนอื่น โดยใช้หลักดังนี้

ไม่ถ่ายเลือดตนเองให้ผู้อื่น

เสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัว ที่เปื้อนเลือดของตนเองนั้น ตนเองต้องเป็นคนจัดการตามสมควร เช่น เผ่าทิ้ง กลบฝัง ฆ่าเชื้อก่อนซัก เป็นต้น

สารคัดหลั่งต่างๆ ทั้งน้ำลาย น้ำมูก ต้องเก็บทิ้งในที่มิดชิด และล้างมือทุกครั้งที่เสร็จธุระ

ของใช้ส่วนตัวต่างๆ เช่น แปรงสีฟัน มีดโกนหนวด ฯลฯ ต้องแยกใช้ ไม่ใช้ร่วมกับคนอื่น

อย่าป้อนอาหารเด็กด้วยการอมใส่ปากตนเองให้หายร้อนก่อน

ให้คนในครอบครัวหรือรวมทั้งคนรวบข้าง โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุฉีดยาป้องกัน

แม้ว่าไวรัสที่ทำให้ตับอักเสบมีหลายชนิด แต่ที่พบได้บ่อยในไทย ได้แก่ ไวรัสตับอักเสบชนิดเอ ชนิดบี และชนิดซี

ขอบคุณข้อมูลดีๆจากหนังสือ "ดูแลตับ เทคนิคการป้องกันและรักษาโรคไวรัสตับทุกชนิด" โดยยุพาพิน ประเสริฐกุล จากสำนักพิมพ์ Feel Good

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่