การลดน้ำหนัก

อาหารต้านแคนดิดา (Candida Diet)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
Istock 511805624 m

แคนดิดา อัลบิแคนส์ (Candida Albicans) เป็นเชื้อราประเภทยีสต์ที่พบได้ตามปกติในระบบทางเดินอาหารและช่องคลอด ระดับของแคนดิดาจะถูกควบคุมด้วยระบบภูมิคุ้มกันและโพรไบโอติกแบคทีเรีย (จุลชีพไม่ก่อโรคที่เป็นประโยชน์ (probiotic bacteria) ในร่างกาย หากโพรไบโอติกแบคทีเรียถูกกำจัดโดยยาปฏิชีวนะหรือหากระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงยีสต์แคนดิดาจะเพิ่มจำนวนอย่างไร้การควบคุม การติดเชื้อเฉพาะที่ เช่น เชื้อราในช่องปาก การติดเชื้อราที่ผิวหนัง และในช่องคลอดอาจเกิดขึ้นในคนที่ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนประสิทธิภาพอย่างมาก เช่น ผู้ป่วยโรคมะเร็งหรือเอดส์ อาจเกิดการติดเชื้อแคนดิดาชนิดแพร่กระจายเป็นภาวะทางการแพทย์ที่รุนแรง คือการติดเชื้อแคนดิดาในกระแสเลือด (systemic candidiasis)

แพทย์แผนทางเลือกบางคนเชื่อว่าการเพิ่มจำนวนอย่างไร้การควบคุมของยีสต์ Candida albicans ในลำไส้ ทำให้เกิดภาวะเชื้อราในลำไส้ (yeast syndrome) ซึ่งทำให้เกิดอาการเช่นอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ อารมณ์แปรปรวน เยื่อบุไซนัสบวม ซึมเศร้า ความจำไม่ดีและไม่มีสมาธิ และอยากของหวาน ยีสต์แคนดิดาที่มากเกินไปในลำไส้อาจผ่านออกมาจากผนังลำไส้ ทำให้เกิดการดูดซึมสารที่ร่างกายไม่ต้องการและยีสต์เข้าสู่ร่างกายที่เชื่อว่าเศษชิ้นส่วนของยีสต์ที่ถูกดูดซึมเข้าร่างกายไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดภาวะภูมิไวเกิน (allergic hypersensitivity) ต่อแคนดิดา

โฆษณาจาก HonestDocs
พะวงเรื่องค่ารักษาพยาบาล?

ดูแบบประกันสุขภาพ คุยกับเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

เลือกซื้อ

Yeast syndrome เป็นที่รู้จักแพร่หลายโดยนายแพทย์ วิลเลียม ครูก (William Crook) จากหนังสือ The yeast connection ของเขาในปี ค.ศ. 1983 และยังเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมาก แพทย์แผนปัจจุบันส่วนใหญ่เชื่อว่ากลุ่มอาการนี้ถูกวินิจฉัยมากเกินไปจากผู้ดูแลสุขภาพแบบองค์รวมและไม่เห็นด้วยกับความเที่ยงตรงของการวินิจฉัย

ปัจจัยร่วม

  • การใช้ยาคุมกำเนิดแบบรับประทาน สเตียรอยด์ ยาลดกรด และการใช้ยาปฏิชีวนะบ่อยครั้งหรือใช้เป็นเวลานาน
  • อาหารที่มีน้ำตาลสูง
  • การตั้งครรภ์
  • การสูบบุหรี่
  • ภาวะแพ้อาหาร และภูมิแพ้อาหารแฝงหรือการรับอาหารไม่ได้ (food intolerance)
  • เบาหวาน

อาหารต้านแคนดิดา

แพทย์แผนทางเลือกบางรายใช้อาหารเพื่อจำกัดการเพิ่มจำนวนที่มากเกินไปของยีสต์แคนดิดา ดังเช่นที่นายแพทย์ครูก แนะนำให้คนที่มีการเจริญของยีสต์แคนดิดามากเกินไปรับประทานอาหารตามแนวทาง ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงน้ำตาล ซึ่งตามแนวคิดนายแพทย์ครูก น้ำตาลจะช่วยเรื่องการเจริญเติบโตของยีสต์ปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่ได้รับในแต่ละวันจะถูกจำกัด ตัวอย่างเช่น ในช่วงสองถึงสามสัปดาห์แรกที่เริ่มรับประทานอาหารนี้ ปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่ได้รับต่อวันจะถูกจำกัดให้น้อยกว่า 60 กรัมต่อวัน ขึ้นกับอายุ สุขภาพ ระดับกิจกรรม และระดับของความไวต่ออาหาร เน้นอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ เช่น เนื้อแดง เนื้อไก่ ไก่งวง ผักที่มีแป้งน้อย และถั่วเปลือกแข็ง (nuts) บางชนิดแทน เมื่ออาการดีขึ้น ก็จะค่อยๆ เพิ่มปริมาณคาร์โบไฮเดรตในอาหาร
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มียีสต์ไม่ว่าชนิดใดก็ตาม รวมถึงอาหารผ่านการหมักบ่มเช่นขนมปังที่ใช้ยีสต์ เนยแข็ง ซอสมะเขือเทศเข้มข้น เห็ด และเบียร์ โดยถึงแม้นายแพทย์ครูกจะเชื่อว่าคนที่มีการเจริญของยีสต์แคนดิดามากเกินไปอาจจะแพ้ราประเภทอื่นๆ ด้วย แต่ไม่ใช่แพทย์ทุกคนที่เห็นว่าการจำกัดควบคุมดังกล่าวเป็นสิ่งจำเป็น

ระยะเวลาที่ต้องรับประทานอาหารต้านแคนดิดาขึ้นกับระยะเวลาที่มีอาการและความรุนแรงของอาการ ทั้งนี้ระดับสุขภาพโดยทั่วไปก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญสำหรับแพทย์ทางเลือกเมื่อจะวางแผนการรักษา ผู้ที่ตอบสนองต่อการรับประทานอาหารชนิดนี้มักรายงานว่าใช้เวลาอย่างน้อยสี่สัปดาห์ก่อนจะมีอาการเปลี่ยนแปลงไปในทางดีขึ้นที่สังเกตได้ สำหรับหลายๆ คน อาจใช้เวลานานหลายเดือน เมื่ออาการดีขึ้นมากพอแพทย์จะแนะนำให้ค่อยๆ เริ่มอาหารที่เคยต้องจำกัดใหม่อีกครั้ง

สมุนไพรและอาหารเสริม

อีกองค์ประกอบสำคัญในแนวทางของนายแพทย์ครูก คือ การใช้สมุนไพรและอาหารเสริมหรือในบางกรณีก็จะเป็นการจ่ายยาเพื่อลดปริมาณของยีสต์แคนดิดาในร่างกาย แพทย์ทางเลือกมักแนะนำให้เริ่มสมุนไพรและอาหารเสริมด้วยปริมาณน้อยๆ และค่อยๆ เพิ่มขึ้น มิเช่นนั้น อาจมีอาการแย่ลงชั่วคราว เรียกว่า ปฏิกิริยา Herxheimer หรือภาวะที่ยีสต์ตายเกิดขึ้น เชื่อว่าปฏิกิริยานี้เกิดจากเมื่อยีสต์แคนดิดาตายจะปล่อยเศษชิ้น ส่วนโปรตีนและสารพิษที่กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายออกมา

หลักฐานทางวิทยาศาสตร์

มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพียงเล็กน้อยที่แสดงให้เห็นว่าการเจริญเติบโตอย่างควบคุมไม่ได้ของยีสต์แคนดิดานั้นพบได้บ่อย หรืออาหาร สมุนไพร อาหารเสริม จะสามารถช่วยได้ การศึกษาของเรามุ่งไปที่การใช้ยาปฏิชีวนะต่อเชื้อรา nystatin ในคน 116 คน ที่คาดว่ามีภาวะการเจริญเติบโตอย่างควบคุมไม่ได้ของยีสต์แคนดิดา หลังจากการรักษาด้วยยา nystatin เป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ พบว่าอาการดีขึ้นเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก บางคนในกลุ่มทดลองยังหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูงและอาหารที่มียีสต์ และรายงานว่าอาการดีขึ้นมากกว่าด้วย

อีกการศึกษาหนึ่ง ประกอบไปด้วยผู้หญิง 42 คน กลับไม่พบว่าการใช้ nystatin ทำให้อาการดีขึ้น การใช้การรักษาทางการแพทย์แผนทางเลือก หากคุณมีอาการ การพูดคุยกับแพทย์ของคุณเป็นสิ่งสำคัญ โปรดจำไว้เสมอว่าการแพทย์แผนทางเลือกไม่สามารถใช้แทนการรักษาตามแนวทางมาตรฐานได้ในทุกกรณี

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่