Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การคุมกำเนิด

ยาคุมฉุกเฉิน ดีหรือไม่ ควรใช้อย่างไรให้ปลอดภัย

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 973,401 คน

ยาคุมฉุกเฉิน ดีหรือไม่ ควรใช้อย่างไรให้ปลอดภัย

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 21/03/2562

ยาคุมฉุกเฉิน หรือยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน (Emergency contraception pill) ออกฤทธิ์ไม่ต่างกับยาคุมกำเนิดแบบธรรมดา เพียงแต่ว่ามีปริมาณฮอร์โมนต่อเม็ดอยู่ในระดับที่มาก กว่ายาคุมกำเนิดทั่วไป และจะใช้ก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นฉุกเฉินเท่านั้น ซึ่งจะกินหลังจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อลดโอกาสในการตั้งครรภ์ แต่หากต้องการที่จะคุมกำเนิดในระยะยาวแล้ว ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบธรรมดาจะมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากกว่า

ประสิทธิภาพของยาคุมฉุกเฉินและการออกฤทธิ์

ยาคุมฉุกเฉินที่มีวางจำหน่ายในประเทศไทยนั้น มีทั้งชนิดที่มีฮอร์โมนเพียงตัวเดียว และชนิดฮอร์โมนรวม ยาคุมฉุกเฉินที่มีฮอร์โมนเพียงตัวเดียว คือ ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ในหนึ่งเม็ดยาจะประกอบไปด้วยตัวยาลีโวนอร์เจสเตรล (Levonorgestrel) 0.75 มิลลิกรัม ซึ่งจะออกฤทธิ์ในการคุมกำเนิดโดยจะไปช่วยในการชะลอหรือยับยั้งการเจริญของถุงไข่หรือการแตกของถุงไข่ ซึ่งก็จะเป็นการยับยั้งไม่ให้ไข่ตกนั่นเอง 

ส่วนยาคุมฉุกเฉินแบบฮอร์โมนรวม หรือที่เรียกว่า Yuzpe Regimen จะมีฮอร์โมน 2 ชนิดรวมเข้าด้วยกัน คือ ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Ethinyl Estradiol – EE) 0.1 มิลลิกรัม และโปรเจสเตอโรน (Levonorgestrel) ขนาด 0.5 มิลลิกรัมในหนึ่งเม็ดยา ซึ่งการกินยาตัวนี้จะเข้าไปขัดขวางการปฏิสนธิของอสุจิและไข่ และช่วยยับยั้งการตกไข่ แต่ข้อเสียคือ อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงมากกว่าชนิดฮอร์โมนเพียงตัวเดียว จึงทำให้ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินชนิดฮอร์โมนรวมไม่เป็นที่นิยมใช้กันมากนักในปัจจุบัน

วิธีการใช้ยาคุมฉุกเฉิน

  1. หลังจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ควรกินยาคุมฉุกเฉินเม็ดแรกให้เร็วที่สุด โดยไม่ควรนานเกิน 120 ชั่วโมงหรือ 5 วัน หรือจะให้ดีก็ไม่ควรเกิน 72 ชั่วโมง หรือ 3 วัน หรือถ้าดีที่สุดก็ต้องไม่เกิน 12 ชั่วโมง และหลังกินเม็ดแรกไปแล้ว 12 ชั่วโมงก็ต้องกินเม็ดที่ 2 ซ้ำอีก 1 เม็ด
  2. สามารถกินยาคุมฉุกเฉิน 2 เม็ดพร้อมกันได้เลยทีเดียว โดยที่ไม่มีความแตกต่างกันทั้งในเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัย เมื่อเปรียบเทียบกับการแบ่งกินออกเป็น 2 ครั้ง แต่ในบางรายโดยเฉพาะมือใหม่ อาจทำให้มีอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ เนื่องจากตัวยาในรูปแบบการกินครั้งเดียวจะมีความแรงเพิ่มมากขึ้นจากการแบ่งกิน 2 ครั้งถึง 2 เท่าตัว 
  3. หลังจากที่กินยาในแต่ละเม็ดไปแล้ว หากมีการอาเจียนออกมาภายในเวลา 2 ชั่วโมง จะต้องซ้ำใหม่อีก 1 เม็ดในทันที
  4. การกินยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน อาจทำให้มีอาการคลื่นไส้อาเจียนตามมาได้ การกินยาแก้อาเจียนเสียก่อนก็สามารถที่จะช่วยบรรเทาอาการลงได้
  5. การกินยาคุมกำเนิดฉุกเฉินมากกว่า 2 กล่องหรือ 4 เม็ดต่อเดือนขึ้นไป อาจทำให้มีผลข้างเคียงกับรังไข่ในระยะยาวเกิดขึ้นได้
  6. หากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน และลืมกินยาคุมชนิดปกตินานเกิน 3 วันก็สามารถที่จะกินยาคุมฉุกเฉินได้
  7. ควรเก็บยาคุมฉุกเฉินเอาไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิห้องปกติหรือมีอุณหภูมิไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส
  8. ยาบางอย่างอาจมีผลทำให้ระดับฮอร์โมนในยาคุมกำเนิดฉุกเฉินลดลงได้ เช่น ยากันชัก ยารักษาวัณโรค

คำแนะนำในการใช้ยาคุมฉุกเฉิน

การใช้ยาคุมฉุกเฉินแม้จะมีความปลอดภัยสูง แต่หากใช้อย่างผิดวิธีก็อาจส่งผลในระยะยาวได้เหมือนกัน จึงมีคำแนะนำในการใช้ยาคุมดังนี้

  1. ควรขอคำปรึกษาจากแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ ก่อนที่จะใช้ยาคุมฉุกเฉิน
  2. แม้จะกินยาคุมฉุกเฉินตามกำหนดอย่างถูกต้องแล้วก็ตาม แต่ก็ยังเกิดการตั้งครรภ์ ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย เพราะยาคุมฉุกเฉินจะไม่มีผลต่อทารกในครรภ์
  3. หากกินยาภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากการมีเพศสัมพันธ์ ตัวยาจะออกฤทธิ์ในการป้องกันการตั้งครรภ์ได้ถึง 75 – 79% (จะต้องกินยาทั้งหมด 2 เม็ด) แต่ถ้าหากกินภายใน 12 – 24 ชั่วโมงหลังจากการมีเพศสัมพันธ์จะช่วยป้องกันได้ถึง 85%  แต่หากพ้นจาก 72 ชั่วโมงไปแล้ว หรือเลยเวลาไป 72 – 120 ชั่วโมงก็จะสามารถป้องกันได้แค่ 60% เท่านั้น
  4. แม้ว่าในระหว่างที่กินยาเม็ดแรกกับเม็ดที่ 2  จะสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้อย่างไร้กังวล แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะวางใจได้ 100% เพราะยังมีโอกาสที่จะตั้งครรภ์ได้อยู่ โดยเฉพาะหากมีเพศสัมพันธ์หลังจากที่กินยาครบ 2 เม็ดไปแล้ว ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการตั้งครรภ์ให้สูงมากขึ้น
  5. ภายในระยะเวลา 1 เดือนสามารถกินยาคุมกำเนิดฉุกเฉินได้มากกว่า 1 ครั้ง และการกินยาคุมฉุกเฉินสามารถกินได้มากกว่า 2 ครั้ง แต่ไม่ควรเกิน 2 กล่องต่อเดือน
  6. การใช้ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินซ้ำกันหลายครั้ง อาจส่งผลให้เกิดอันตรายร้ายแรงตามมาได้ จึงไม่ควรที่จะใช้ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินเพื่อคุมกำเนิดประจำหรือใช้กินเป็นยาคุมกำเนิดในระยะยาว
  7. หากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น เช่น พบว่าประจำเดือนขาดหรือประจำเดือนไม่มา ให้ไปพบแพทย์โดยเร็ว

ผลข้างเคียงของยาคุมฉุกเฉิน

การกินยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน อาจมีผลข้างเคียงได้บ้าง ดังนี้

ผลข้างเคียงในระหว่างใช้ยา

การใช้ยาคุมฉุกเฉินอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงกับบางคนได้ โดยอาการที่มักพบเป็นประจำ คือ  คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ เจ็บคัดเต้านม ปวดท้อง มีเลือดออกกะปริดกะปรอย ประจำเดือนมาช้าหรือเร็วกว่าปกติ โดยอาการต่างๆ เหล่านี้จะสามารถหายไปได้เองภายใน 24 ชั่วโมง

ผลข้างเคียงในระยะยาว

ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายแต่อย่างใด หากกินในช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่หากใช้ยานี้ติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือใช้ยานี้นานเกิน 2 กล่องต่อเดือน ไม่เพียงแต่ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดจะเทียบยาคุมกำเนิดแบบปกติไม่ได้เท่านั้น แต่ยังมีผลให้รังไข่และเยื่อบุโพรงมดลูกมีอาการผิดปกติ อีกทั้งยังมีโอกาสเสี่ยงที่จะตั้งครรภ์นอกมดลูกได้ถึง 2% อีกด้วย

การเลือกซื้อยาคุมฉุกเฉิน

สำหรับในประเทศไทย มียาคุมฉุกเฉินที่มีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพียงอย่างเดียว คือ ลีโวนอร์เจสเดรล (Levonorgestrel) รวมถึงยาคุมฉุกเฉินแบบฮอร์โมนรวมคือ จะรวมฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Levonorgestrel) กับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Ethinyl estradiol) เข้าไว้ด้วยกัน และสามารถหาซื้อยาคุมฉุกเฉินได้ตามร้านขายยาทั่วไป ซึ่งในปัจจุบันได้มีการผลิตยาคุมกำเนิดฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพสูงมากขึ้นออกมา คือ Ulipristal acetate แต่ยังไม่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย 

สรุป   ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินเป็นยาคุมที่ใช้สำหรับกรณีฉุกเฉินเท่านั้น เช่น การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ตั้งใจ หรือเกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง เช่น ถุงยางขาด ฉีก รั่ว เป็นต้น และยาคุมฉุกเฉินมีข้อจำกัดในการใช้พอสมควร ดังนั้น จึงไม่ควรนำมาใช้คุมกำเนิดแบบระยะยาวหรือนำมากินอย่างต่อเนื่องเด็ดขาด 

ที่มาของข้อมูล

Cleland K et al. (December 2014). "Emergency contraception review: evidence-based recommendations for clinicians". Clinical Obstetrics and Gynecology57 (4): 741–50. doi:10.1097/GRF.0000000000000056. PMC 4216625. PMID 25254919.

Leung Vivian W.Y. et al. (February 2010). "Mechanisms of action of hormonal emergency contraceptives". Pharmacotherapy30 (2): 158–168. doi:10.1592/phco.30.2.158. PMID 20099990.

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่