การคุมกำเนิด

การกินยาคุมฉุกเฉิน สำหรับผู้หญิง กับ 7 เรื่องที่ควรรู้!

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 13 เม.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,638,110 คน

การกินยาคุมฉุกเฉิน สำหรับผู้หญิง กับ 7 เรื่องที่ควรรู้!

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 21/03/2562

เมื่อกล่าวถึงการกินยาคุมฉุกเฉิน มีข้อดี คือ สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ในภาวะฉุกเฉิน หรือไม่ได้เตรียมการล่วงหน้ามาก่อน พกพาได้ง่าย ไม่ยุ่งยากเหมือนการกินยาคุมทั่วไป แต่ยาชนิดนี้ก็มีปัญหาให้ชวนกลุ้มใจได้เหมือนกัน ดังต่อไปนี้

7 วิธีการกินยาคุมฉุกเฉิน สำหรับผู้หญิงที่ควรรู้!

1. การกินยาคุมฉุกเฉินไม่สามารถช่วยป้องกันโรคติดต่อได้

ยาชนิดนี้มีประโยชน์ในการป้องกันการตั้งครรภ์เท่านั้น ไม่สามารถป้องกันโรคจากเพศสัมพันธ์ได้ หากต้องการป้องกันโรคทางเพศสัมพันธ์ด้วย ควรใช้วิธีสวมถุงยางอนามัยจะดีที่สุด

2. ยาคุมฉุกเฉิน มีผลข้างเคียงค่อนข้างสูง

ยาคุมฉุกเฉินจะมีผลข้างเคียงสูงมาก เพราะเป็นฮอร์โมนระหว่าง Estrogen และ Progestogen ซึ่งทำหน้าที่ออกฤทธิ์ต่อสภาพแวดล้อมของเยื่อบุโพรงมดลูก จึงมีผลต่อฮอร์โมนและอาจเกิดความผิดปกติต่อผู้รับประทาน เช่น ประจำเดือนผิดปกติ มีเลือดออกกระปิดกระปรอย มีอาการคลื่นไส้อาเจียน อ่อนเพลีย ปวดท้องส่วนล่าง และหากกินบ่อยๆ อาจจะเสี่ยงต่อการท้องนอกมดลูกได้

3. ต้องกินทันที หลังร่วมเพศไม่เกิน 72 ชั่วโมง

ยาคุมกำเนิดแบบนี้ ความจริงไม่ใช่ยา แต่เป็นฮอร์โมนเพศหญิง ได้แก่ ฮอร์โมนโพรเจสเตอโรนอย่างเดียว และฮอร์โมนรวมซึ่งใส่ไว้ในปริมาณสูงกว่าที่ใส่ในยาคุมทั่วไปถึง 2 เท่า ทำให้ต้องกินหลังมีเพศสัมพันธ์ไม่เกิน 72 ชั่วโมง หากพ้นจากนี้ไปแล้ว ยาคุมฉุกเฉินจะให้ผลในการป้องกันการตั้งครรภ์ลดลงได้

การกินยาคุมฉุกเฉิน

           ยาคุมฉุกเฉิน 1 แผง มี 2 เม็ด

4. ควรกินยานี้ในยามฉุกเฉินจริงๆ เท่านั้น

ควรกินคุมฉุกเฉินเมื่อจำเป็นจริงๆ เท่านั้น เพราะปริมาณของตัวยาอาจไปกระตุ้นเซลล์มะเร็ง หรืออาจทำให้ไปกระทบต่อรังไข่และมดลูกได้  ตัวยามีฮอร์โมนขนาดสูงอาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ได้มาก

5. ประสิทธิภาพต่ำ

ประสิทธิภาพของยาคุมฉุกเฉิน จะไม่สูงเท่ายาคุมแบบอื่น กล่าวคือ จะสามารถป้องกันได้พียง 58-95 เปอร์เซ็นต์ จึงอาจเกิดความผิดพลาดได้สูง ทางที่ดีควรกินภายใน 24 ชั่วโมง

6. ต้องกินตามเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด

ยาคุมฉุกเฉิน 1 กล่องจะมีตัวยา 2 เม็ด ควรกินทั้ง 2 เม็ด โดยเม็ดแรกภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ และเม็ดที่สองกินเมื่อครบ 12 ชั่วโมงหลังจากกินเม็ดแรกแล้ว ซึ่งวิธีนี้จะทำให้มีประสิทธิภาพสูงมาก แต่ก็มีผลข้างเคียงมากเช่นกัน

7. ทำให้ขาดแคลเซียม

จากผลการวิจัยระบุว่า ผู้หญิงที่รับประทานยาคุมกำเนิด ต้องการปริมาณแคลเซียมมากถึง 1,000 มิลลิกรัม ซึ่งการกินยาคุมฉุกเฉินมากเกินไป จะมีผลเสียต่อมวลกระดูกเป็นอย่างมาก ทำให้เกิดภาวะกระดูกพรุน กระดูกแตกหักง่ายและเปราะเมื่อมีอายุที่มากขึ้น 

โดยอาจเสริมด้วยการดื่มนมวันละ 3 แก้ว กินโยเกิร์ตวันละ 3 ถ้วย กินเนยหรือซีเรียล น้ำผลไม้แบบเสริมแคลเซียมวันละ 3 มื้อ ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณที่มากกว่าปกติ

จะเห็นได้ว่าการกินยาคุมฉุกเฉินไม่ได้มีแต่ประโยชน์อย่างเดียว เพราะอาจทำให้เกิดผลค้างเคียงในภายหลังได้ ซึ่งหากไม่จำเป็นจริงๆ ก็ควรจะใช้วิธีอื่นดีกว่า ซึ่งยาคุมฉุกเฉินนั้น ผู้หญิงเราควรกินไม่เกิน 2 ครั้งเท่านั้น หากเกินกว่านี้อาจเป็นอันตรายได้มากทีเดียว

ที่มาของข้อมูล
  1. นงลักษณ์สุขวาณิชย์ศิลป์. ความเข้าใจเรื่องยาคุมกําเนิดฉุกเฉิน. สารคลังข้อมูลยา 2560
  2. WHO. Emergency contraception. Fact sheet, updated June 2017.

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่