ฮอร์โมนเพศ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.พ. 5, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที

ฮอร์โมนเพศ

หญิงและชายจะมีฮอร์โมนเพศในร่างกายทั้ง 2 ชนิด คือ ฮอร์โมนเอสโตรเจนซึ่งจัดเป็นฮอร์โมนเพศหญิงและโปรเจสเตอโรนที่เป็นฮอร์โมนที่นำไปสร้างเป็นแอนโดรเจนที่เป็นกลุ่มฮอร์โมนเพศชายซึ่งมีหลายชนิด

เอสโตรเจน

ร่างกายสามารถผลิตเอสโตรเจนได้จากต่อมหมวกไตชั้นนอก จากรกและจากถุงไข่ในรังไข่ระยะที่กำลังเจริญเติบโต โดยเริ่มต้นจากการนำโคเลสเตอรอลในเลือดมาเปลี่ยนเป็นฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ซึ่งต่อมาจะเปลี่ยนเป็นโปรเจสเตอโรน และสุดท้ายจึงได้เป็นเอสโตรเจน

เอสโตรเจนที่ร่างกายสร้างจัดเป็นเอสโตรเจนธรรมชาติ มีโครงสร้างเคมีเป็นสารกลุ่มสเตียรอยด์ 6 ชนิด แต่ที่สำคัญมี 3 ชนิด ได้แก่

  1. เอสไตรออล
  2. เอสโตรน
  3. เอสตราไดออล

ในจำนวนเอสโตรเจนธรรมชาติ 3 ชนิดข้างต้น เอสตราไดออลจัดเป็นรูปแบบที่ออกฤทธิ์แรงกว่าเอสโตรนและเอสไตรออล

ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีผลต่อร่างกาย ดังนี้

  1. ทำให้มีลักษณะของเพศหญิง เช่น ช่วงไหล่แคบ สะโพกผาย มีหน้าอก และมีไขมันสะสมบริเวณสะโพก ผิวตึง มีเสียงแหลม ฯลฯ
  2. กระตุ้นการเจริญเติบโตของรังไข่ ถุงไข่ และไข่อ่อน
  3. ทำให้ปีกมดลูกหรือท่อนำไข่และกล้ามเนื้อมดลูกหดตัว กล้ามเนื้อเรียบ เช่น หลอดเลือดฝอย มีการเคลื่อนไหวบีบรัดมากขึ้น
  4. เซลล์มีการแบ่งตัวเพิ่มขึ้น ทำให้มดลูกมีขนาดใหญ่และผนังเยื่อบุโพรงมดลูกหนาขึ้น
  5. กระตุ้นเซลล์บริเวณปากมดลูกและช่องคลอดให้หลั่งน้ำเมือกหรือตกขาวที่ใส ไม่เหนียว และมีปริมาณมาก เพื่อช่วยในการเคลื่อนที่ของอสุจิไปยังมดลูกและปีกมดลูก
  6. ทำให้มีการปิดของกระดูกในทางยาวหรือกระดูดในทางยาวหยุดเจริญเติบโต เราจะสังเกตได้ว่าเด็กผู้หญิงจะหยุดสูงเมื่อมีประจำเดือน ซึ่งหมายความว่ารังไข่ได้สร้างเอสโตรเจนแล้วนั่นเอง
  7. ยับยั้งการสลายของเนื้อกระดูก เนื่องจากเอสโตรเจนควบคุมให้เกิดความสมดุลของแคลเซียมในร่างกาย โดยเพิ่มการดูดซึมของแคลเซียมในลำไส้เล็กเข้าสู่กระแสเลือดและเข้าเกาะกับเนื้อกระดูกได้มากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ลดการสลายตัวของแคลเซียมออกจากเนื้อกระดูก ผลคือทำให้เนื้อกระดูกหรือมวลกระดูดยังคงความหนาแน่น แข็งแรง ไม่เปราะบางและแตกหักง่าย
  8. มีผลต่อกระบวนการเมตาบอลิซึมของคาร์โบไฮเดรต โปรตีนและไขมัน พบว่าเอสโตรเจนทำให้โคเลสเตอรอลชนิดดีหรือที่เรียกว่า เอชดีแอล โคเลสเตอรอล (HDL-cholesterol) เพิ่มขึ้นและปริมาณโคเลสเตอรอลนิดไม่ดีหรือที่เรียกว่า แอลดีแอล โคเลสเตอรอล(LDL-cholesterol) ลดลงนอกจานั้นยังทำให้ระดับของไตรกีเชอไรด์ลดลง การเปลี่ยนแปลงของไขมันในลักษณะนี้ ทำให้ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด
  9. ทำให้ไตซับโซเดียวออกจากร่างกายน้อยลง มีผลให้เกิดการคั่งของน้ำและโซเดียมในร่างกาย
  10. มีผลต่อต่อมใต้สมองส่วนหน้า

พบว่าเอสโตรเจนในปริมาณต่ำจะกระตุ้นต่อมใต้สมองส่วนหน้าให้หลั่งฮอร์โมนเอฟเอสเอช (FSH) ซึ่งเอฟเอสเอชเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นการเจริญเติบโตของถุงไข่และไข่อ่อน แต่ในทางกลับกัน ถ้ามีปริมาณเอสโตรเจนมาก กลับมีผลตรงกันข้าม คือ จะไปยังยั้งต่อมใต้สมองส่วนหน้าไม่ให้หลั่งเอฟเอสเอช เมื่อไม่มีเอฟเอสเอช ก็จะทำให้ไม่มีการเจริญเติบโตของถุงไข่อ่อนและไข่อ่อน

ในทางการแพทย์จึงได้นำผลของเอสโตรเจนข้อนี้มาใช้ในการคุมกำเนิด โดยทำเป็นยาเม็ดคุมกำเนิด เมื่อรับประทานเข้าไปก็จะเป็นการเพิ่มปริมาณเอสโตรเจนในร่างกายให้มากขึ้น ทำให้มีผลยังยั้งต่อมใต้สมองส่วนหน้าไม่ให้หลั่งเอฟเอสเอช เมื่อไม่มีเอฟเอสเอช ถุงไข่และไข่อ่อนก็ไม่เจริญเติบโต เป็นการป้องกันการตั้งครรภ์ทางอ้อมนั่นเอง

นอกจากเอสโตรเจนธรรมชาติที่สร้างจากร่างกายแล้ว ยังมีเอสโตรเจนธรรมชาติอีกชนิดหนึ่งที่พบในพืชต่างๆ เรียกกันอีกอย่างว่า “ไฟโตเอสโตรเจน” ซึ่งโครงสร้างทางเคมีของเอสโตเจนที่ได้จากพืชนี้ เป็นโครงสร้างเคมีที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ตัวอย่างเช่น ฟลาโวน ไอโซฟลาโวน และอนุพันธ์คูเมสแทน เป็นต้น

ไฟโตเอสโตรเจนต่างๆ เหล่านี้พบได้ในพืชหลายชนิด เช่น ถั่วเหลือง ถั่วนัท ข้าวสาลี เมล็ดธัญพืช หัวกลอย และมันเทศ แต่ที่พบในปริมาณสูง คือ ถั่วเหลือง

เนื่องจากเอสโตรเจนธรรมชาติที่มาจากพืชและสัตว์มีการดูดซึมไม่ดี ประสิทธิภาพต่ำและระยะเวลาออกฤทธิ์สั้น จึงได้มีการสังเคราะห์ขึ้นในห้องทดลองเพื่อนำมาใช้ทางการแพทย์ เช่น ทำเป็นยาเม็ดคุมกำเนิด หรือใช้เป็นฮอร์โมนทดแทนในหญิงวัยหมดประจำเดือน เป็นต้น

กล่าวโดยสรุปแล้ว เราสามารถแบ่งเอสโตรเจนออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

  1. เอสโตรเจนธรรมชาติ เป็นเอสโตรเจนที่ได้จากสิ่งมีชีวิต ซึ่งถ้าได้จากสัตว์จะมีโครงสร้างเคมีเป็นสเตียรอยด์ ถ้าได้จากพืชจะมีโครงสร้างเคมีไม่ใช่สเตียรอยด์ และเรียกอีกอย่างว่า “ไฟโตเอสโตรเจน”
  2. เอสโตรเจนสังเคราะห์ ได้จากการสังเคราะห์ทางเคมี อย่างไรก็ตามแม้ว่าเอสโตรเจนสังเคราะห์จะมีข้อดีกว่าเอสโตรเจนธรรมชาติดังกล่าวข้างต้นก็ตาม แต่ก็มีผลที่ต้องระวังหลายข้อ เช่น
    • เอสโตรเจนสังเคราะห์เมื่อให้โดยวิธีรับประทานจะถูกดูดซึมผ่านตับและมีผลทำให้การสร้างโปรตีนจากตับหลายชนิดเกิดการเปลี่ยนแปลง
    • เอสโตรเจนสังเคราะห์ทำให้เมตาบอลิซึมของคาร์โบไฮเดรตและไขมันเปลี่ยนแปลง
    • เอสโตรเจนสังเคราะห์ทำให้ระบบที่ควบคุมความดันโลหิตเปลี่ยนแปลง
    • เอสโตรเจนสังเคราะห์ทำให้การแข็งตัวของเลือดเปลี่ยนแปลง

      ดังนั้นเมื่อใช้เอสโตรเจนสังเคราะห์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน จึงทำให้น้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลง ความดันโลหิตสูงขึ้น ตลอดจนเกิดลิ่มเลือดอุดตันตามอวัยวะต่างๆ เป็นต้น

    แต่อย่างไรก็ตาม เอสโตรเจนสังเคราะห์ก็มีประโยชน์มากมายที่ใช้ในทางการแพทย์ คือ

    1. นำมาใช้ในหญิงวัยประจำเดือนที่มีภาวะผิดปกติจากการที่ร่างกายมีปริมาณเอสโตรเจนต่ำ และมีอาการแสดงออก เช่น นำมาใช้ในหญิงวัยประจำเดือนที่มีภาวะผิดปกติจากการที่ร่างกายมีปริมาณเอสโตรเจนต่ำ และมีอาการแสดงออก เช่น
      • มีอาการ้อนวูบวาบบริเวณผิวหนังตามร่างกาย
      • มีการฝ่อของระบบทางเดินปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะเล็ด หูรูดกระเพาะปัสสาวะหย่อน อั้นปัสสาวะไม่ค่อยได้
      • มีการฝ่อของเซลล์บริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ เช่น เต้านมคล้อยลง ผนังช่องคลอดบางลงและแห้ง เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์และเกิดช่องคลอดอักเสบบ่อย มูกที่ปากมดลูกแห้งและมดลูกมีขนาดเล็กลง
      • มีภาวะกระดูกบางและพรุน
      • มีแนวโน้มเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด
    2. นำมาใช้ทดแทนในหญิงที่มีเอสโตรเจนต่ำไม่เพียงพอหรือมีภาวะขาดเอสโตรเจน เช่น วัยรุ่นที่รังไข่ยังไม่ทำงานหรือทำงานต่ำ ทำให้มีการเจริญทางเพศช้ากว่าปกติ ในหญิงวัยเจริญพันธุ์ที่ต้องผ่าตัดเอารังไข่ออก ซึ่งผู้ป่วยเหล่านี้จะมีอาการต่างๆที่มาจากปริมาณเอสโตรเจนต่ำกว่าปกติเช่นเดียวกับหญิงวัยหมดประจำเดือน
    3. ใช้ในการคุมกำเนิดด้วยฮอร์โมน เช่น ทำเป็นยาเม็ดคุมกำเนิดรับประทานเพื่อเพิ่มปริมาณเอสโตรเจนทำให้มีผลยังยั้งการหลั่งฮอร์โมนเอฟเอสเอชจากต่อมใต้สมองส่วนหน้า ซึ่งเท่ากับมีผลทางอ้อมทำให้ถุงไข่และไข่อ่อนไม่เจริญเติบโต
    4. ใช้ยังยั้งการหลั่งน้ำนมในหญิงระยะหลังคลอดที่มีน้ำนมมากกว่าปกติ
    5. ใช้เพื่อเลื่อนประจำเดือน
    6. ใช้เพื่อลดอาการปวดประจำเดือน
    7. ใช้เพื่อทำให้รอบเดือนเป็นปกติหรือปรับประจำเดือนให้มาตามกำหนดเวลา

    โปรเจสเตอโรน

    โปรเจสเตอโรน เป็นฮอร์โมนเพศที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นจากอวัยวะหลายอวัยวะเช่นเดียวกับเอสโตรเจน แต่ส่วนใหญ่สร้างขึ้นจากคอร์ปัสลูเทียมในรังไข่และส่วนน้อยผลิตจากต่อหมวกไตชั้นนอก

    โปรเจสเตอโรนมีผลต่อร่างกายหลายอย่าง ดังนี้

    1. ผลต่ออวัยวะสืบพันธุ์ เช่น
      • เปลี่ยนแปลงผนังเยื่อบุโพรงมดลูกให้เหมาะสำหรับการฝังตัวของตัวอ่อน โดยทำให้ต่อต่างๆ บริเวณนั้นมีขนาดโตขึ้น สร้างสารคัดหลั่งและกระตุ้นการหลั่งสารต่างๆ จากผนังเยื่อบุโพรงมดลูกให้เพิ่มขึ้นมีอาหาร ออกซิเจนมาเลี้ยงบริเวณนี้มากขึ้น
      • ลดการบีบรัดตัวของกล้ามเนื้อมดลูก ทำให้กล้ามเนื้อมดลูกคลายตัว เซลล์ผนังช่องคลอดเปลี่ยนแปลงและหลุดลอก
      • กระตุ้นเซลล์ปากมดลูกให้ขับเมือกหรือตกขาวที่เหนียวข้นและมีปริมาณน้อย ทำให้ตัวอสุจิไม่สามารถเดินทางผ่านช่องคลอดและปากมดลูกได้หรือผ่านเข้าไปได้ยากขึ้น
      • กระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์เต้านม
    2. กระตุ้นศูนย์ควบคุมอุณหภูมิในสมอง ทำให้อุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้น
    3. ทำให้ระดับอินซูลินในกระแสเลือดสูงขึ้น
    4. มีผลต่อการเลี่ยนแปลงระดับไขมันชนิดต่างๆ เช่นเดียวกับเอสโตรเจน แต่เป็นผลที่ตรงข้ามกัน คือ ทำให้ระดับของเอชดีแอล โคเลสเตอรอล (HDL-Cholesterol) ลดลง และระดับแอลดีแอลโคเลสเตอรอล (LDL-Cholesterol) สูงขึ้น
    5. ผลต่อต่อมใต้สมองส่วนหน้า

      พบว่าโปรเจสเตอโรนในปริมาณต่ำจะกระตุ้นการหลั่งแอลเอช (LH-hormone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองส่วนหน้าทำหน้าที่กระตุ้นถุงไข่ที่เจริญเต็มที่แล้วหรือถุงไข่ขั้นกราเฟียนให้มีการตกไข่ แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้ามีโปรเจสเตอโรนในปริมาณสูงก็จะยับยั้งไม่ให้ต่อมใต้สมองส่วนหน้าหลั่งแอลเอช ผลคือ ทำให้ไม่มีไข่ตก ซึ่งเรานำผลในข้อนี้มาใช้คุมกำเนิด โดยให้เพิ่มเข้าไปในร่างกายวิธีใดวิธีหนึ่ง เช่น รับประทาน ฝังเข้าใต้ผิวหนัง หรือโดยการฉีด เป็นการเพิ่มปริมาณของโปรเจสเตอโรนในร่างกายให้มากขึ้นเพื่อไม่ให้ต่อใต้สมองส่วนหน้าหลั่งแอลเอช จึงทำให้ไม่เกิดการตกไข่ เป็นการป้องกันการตั้งครรภ์ทางอ้อม

      เนื่องจากโปรเจสเตอโรนธรรมชาติมีระยะเวลาการออกฤทธิ์สั้นและมีฤทธิ์อ่อน จึงได้มีการสังเคราะห์โปรเจสเตอโรนหลายชนิดขึ้นมาเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์แทนโปรเจสเตอโรนธรรมชาติ เราเรียกกลุ่มโปรเจสเตอโรนที่ไดจากการสังเคราะห์นี้ว่า “โปรเจสติน” “โปรเจสโตเจน” หรือ “โปรเจสตาเจน”

    ข้อบ่งใช้ของโปรเจสเตอโรนสังเคราะห์ในทางการแพทย์ คือ

    1. ใช้ในการคุมกำเนิด ซึ่งมีหลายรูปแบบ เช่น
      • เป็นส่วนประกอบในยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม
      • ทำเป็นยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดที่มีแต่โปรเจนเตอโรนเพียงอย่างเดียว ไม่มีเอสโตรเจนเป็นส่วนประกอบ ซึ่งมีทั้งชนิดปริมาณฮอร์โมนต่ำและชนิดปริมาณฮอร์โมนสูงในหนึ่งเม็ด
      • ทำเป็นรูปยาฉีดคุมกำเนิด
      • ทำเป็นยาคุมกำเนิดชนิดฝังใต้ผิวหนัง
    2. ใช้ร่วมกับเอสโตรเจนในหญิงวัยหมดประจำเดือนที่ต้องรับประทานเอสโตรเจนเสริม

      ทั้งนี้เพื่อยังยั้งฤทธิ์ของเอสโตรเจนสังเคราะห์ที่ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวขึ้น เป็นการลดความเสี่ยงในการเป็นเนื้องอกหรือมะเร็งของระบบสืบพันธุ์ พบว่าการให้โปรเจสเตอโรนร่วมกับเอสโตรเจนจะสามารถยับยั้งการเจริญของเยื่อบุโพรงมดลูกได้ เนื่องจากโปรเจสเตอโรนมีฤทธิ์ยังยั้งฤทธิ์ของเอสโตรเจนในการทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวขึ้น

    3. ใช้รักษาโรคทางนรีเวชหลายชนิด

      ได้มีการนำโปรเจสเตอโรนสังเคราะห์มาใช้รักษาโรคทางนรีเวชหลายชนิด เช่น ภาวะที่เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือเอนโดเทริโอซีส หรือการมีเลือดออกมากผิดปกติจากโพรงมดลูกโดยไม่มีพยาธิสภาพ ที่เรียกกันวัน “ดียูบี”

    4. ใช้เลื่อนประจำเดือน

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

เปลี่ยนยาคุมแล้วรู้สึกปวดศีรษะบ่อยๆ ยาคุมมีผลไหมคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
สวัสดีค่ะ รบกวนสอบถามเรื่องยาเม็ดคุมกำเนิดค่ะ ดิฉันอายุ 32 ปี แต่งงานแล้วค่ะ เริ่มแรกทานยาคุมเภสัชแนะนำ Marvelon กล่องสีชมพูค่ะ ทานได้ 3 เดือน มีอาการวิงเวียน คลื่นไส้ และตัวบวมมาก จึงไปปรึกษาเภสัชอีกร้าน แนะนำ Yasmin ทานมา 3 ปีค่ะ ตัวไม่บวมแต่มีอาการปวดหัวข...
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่