การคุมกำเนิด

รู้จักยาคุมฉุกเฉินแบบสองเม็ด ตัวยา วิธีใช้ และประสิทธิภาพการคุมกำเนิด

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
Istock 821746646

ยาคุมฉุกเฉินที่มีเม็ดยา 2 เม็ดในกล่อง มีจำหน่ายในประเทศไทยมานานแล้วนะคะ ยี่ห้อที่คุ้นหูกันก็คงหนีไม่พ้น Postinor (โพสตินอร์) เพราะมีจำหน่ายมานานก่อนใคร

อาจด้วยทัศนคติของผู้ใช้ ที่มองว่ายาคุมฉุกเฉินเป็นวิธีคุมกำเนิดที่ใช้ง่าย หาซื้อได้สะดวก และมีราคาไม่แพง ร่วมกับมีความเข้าใจผิด ๆ ว่าเมื่อใช้ยาคุมฉุกเฉินแล้วจะไม่มีการตั้งครรภ์อย่างแน่นอน ทำให้การใช้ยาคุมฉุกเฉินได้รับความนิยมและใช้กันอย่างแพร่หลาย จนในปัจจุบัน (วันที่เขียนบทความ : กุมภาพันธ์ 2561) มีการผลิตยาคุมฉุกเฉินออกมาจำหน่ายตามมาอีกหลายยี่ห้อ รวมแล้วมีมากถึง 6 ยี่ห้อ และ 5 ยี่ห้อในนั้น เป็นยาคุมฉุกเฉินชนิดที่มี 2 เม็ด ได้แก่ ยี่ห้อ Postinor (โพสตินอร์), Madonna (มาดอนนา), Marry pink (แมรี่ พิงค์), Norpak (นอร์แพก) และ Ladynore (เลดี้นอร์)

ยาคุมฉุกเฉินแบบ 2 เม็ดทั้ง 5 ยี่ห้อนี้ นอกจากโพสตินอร์ที่มีราคาสูงกว่ายี่ห้ออื่น ๆ เล็กน้อยแล้ว ตัวที่เหลือก็มีราคาใกล้เคียงกันค่ะ

ทั้งหมดมีตัวยาสำคัญเหมือนกันและเท่ากัน คือใน 1 เม็ดจะมีตัวยา Levonorgestrel 0.75 มิลลิกรัม และแผงหนึ่งมียา 2 เม็ด ดังนั้น รวมแล้วทั้งกล่องจะมีตัวยา 1.5 มิลลิกรัมนะคะ

กลไกในการคุมกำเนิดฉุกเฉินของตัวยา Levonorgestrel ยังไม่เป็นที่แน่ชัด เดิมเคยเชื่อกันว่ามาจากการที่ยาออกฤทธิ์

  • ป้องกันก่อนการปฏิสนธิ โดย ยับยั้งการตกไข่ ร่วมกับรบกวนการเคลื่อนตัวและการทำหน้าที่ของอสุจิ
  • ป้องกันหลังปฏิสนธิ โดย รบกวนกระบวนการเตรียมความพร้อมของเยื่อบุมดลูก และเปลี่ยนแปลงเยื่อบุมดลูก ทำให้ยากแก่การฝังตัวของไข่ที่ผสมกับอสุจิแล้ว

แต่การศึกษาต่อมาชี้ว่า ขนาดการใช้ที่แนะนำให้รับประทาน ไม่สามารถรบกวนการเคลื่อนตัวและการทำหน้าที่ของอสุจิได้ ดังนั้น กลไกในการป้องกันการตั้งครรภ์น่าจะเกิดจากการยับยั้งการตกไข่ และรบกวนการเตรียมความพร้อมของเยื่อบุมดลูกสำหรับให้ตัวอ่อนฝังตัว

โดยพบว่า หากได้รับยาคุมฉุกเฉินเร็ว ก่อนที่ฮอร์โมนกระตุ้นให้ไข่ตกจะเพิ่มสูงขึ้น ยาจะสามารถยับยั้งหรือชะลอการตกไข่ได้ และเมื่อไม่มีไข่ตกออกมา อสุจิก็ไม่สามารถผสมกับไข่ จึงป้องกันการปฏิสนธิได้ และเมื่อไม่มีการปฏิสนธิก็ไม่มีการตั้งครรภ์ตามมาค่ะ ดังนั้น จึงเป็นเหตุผลที่แนะนำให้รับประทานยาคุมฉุกเฉินเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

แต่หากใกล้ถึงช่วงไข่ตกแล้ว ยามักจะยับยั้งการตกไข่ไม่ได้ค่ะ ซึ่งการศึกษาในช่วงหลังเปิดเผยว่า ผลสำเร็จในการป้องกันการปฏิสนธิ มีน้อยกว่า 15% ซึ่งต่ำกว่าที่เคยคาดไว้

อย่างไรก็ตาม แม้จะยับยั้งการตกไข่ไม่ทัน แต่การได้รับยาเร็วก่อนที่จะมีไข่ตก จะมีประสิทธิภาพสูงกว่าในการรบกวนการเตรียมเยื่อบุมดลูกให้พร้อมรับการฝังตัว และทำให้ระยะเวลาหลังไข่ตกสั้นลง และเมื่อไม่เกิดการฝังตัวของไข่ที่ผสมกับอสุจิ ก็หมายถึงไม่มีการตั้งครรภ์นั่นเองค่ะ

จากที่กล่าวมาข้างต้น จึงมีการแนะนำให้รับประทานยาคุมฉุกเฉินโดยเร็วหลังมีเพศสัมพันธ์ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันการตั้งครรภ์ หรืออย่างช้าไม่เกิน 120 ชั่วโมง ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยายังมีผลในการป้องกันก่อนจะเกิดการฝังตัวของไข่ที่ผสมกับอสุจิได้สำเร็จ


โดยสามารถรับประทานได้ 2 วิธีค่ะ คือ

  • วิธีดั้งเดิม : รับประทานเม็ดแรกโดยเร็วหลังมีเพศสัมพันธ์ จากนั้น รับประทานเม็ดที่สองในอีก 12 ชั่วโมงต่อมา
  • วิธีใหม่ : รับประทานพร้อมกัน 2 เม็ดในครั้งเดียว ให้เร็วที่สุดหลังมีเพศสัมพันธ์

จากการศึกษาพบว่าการใช้ยาทั้งสองวิธี มีประสิทธิภาพและผลข้างเคียงไม่ต่างกันค่ะ จึงแนะนำให้รับประทานพร้อมกันทั้งสองเม็ดไปเลย เพื่อป้องกันการลืมรับประทานยารอบที่สอง

และควรใช้ให้เร็วที่สุด หรืออย่างช้าไม่เกิน 120 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ โดยพบว่าหากรับประทานภายใน 72 ชั่วโมง จะมีอัตราการตั้งครรภ์ต่ำกว่าการรับประทานที่เวลา 72 – 120 ชั่วโมงค่ะ

น่ากังวลหลายคนมีความเข้าใจผิด ๆ ว่าการรับประทานยาคุมฉุกเฉินทำให้ไม่ตั้งครรภ์ ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจใช้ยาคุมฉุกเฉินแทนวิธีคุมกำเนิดปกติ เพราะใช้ง่ายกว่าวิธีอื่น ๆ

ต้องทำความเข้าใจใหม่ให้ถูกต้องนะคะว่า การใช้ยาคุมฉุกเฉินง่ายกว่าวิธีคุมกำเนิดปกติอื่น ๆ ก็จริง แต่ประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ก็ต่ำกว่ามากค่ะ

ผู้ที่ใช้ยาคุมฉุกเฉิน มีโอกาสคุมกำเนิดล้มเหลวและเกิดการตั้งครรภ์ทั้งที่ใช้ยาแล้ว 15 – 25% นะคะ ซึ่งสูงมากกว่าหลาย ๆ วิธีที่ใช้คุมกำเนิดตามปกติค่ะ จึงแนะนำให้ใช้เฉพาะในกรณีฉุกเฉิน ที่ไม่สามารถทำอย่างอื่นที่ดีกว่านี้ได้แล้ว เช่น ถูกข่มขืน หรือเกิดความผิดพลาดในการคุมกำเนิดปกติ เป็นต้นว่า ถุงยางฉีกขาด หรือลืมรับประทานยาคุมกำเนิด

สำหรับใครที่ทนอ่านบทความยาว ๆ มาถึงบรรทัดนี้ได้ (ฮ่า...) ก็คงเข้าใจแล้วว่า การใช้ยาคุมฉุกเฉิน มีโอกาสล้มเหลวและเกิดการตั้งครรภ์ได้มากเมื่อเทียบกับวิธีคุมกำเนิดตามปกติอื่น ๆ เช่น การใช้ถุงยางอนามัย, ยาเม็ดคุมกำเนิด, แผ่นแปะคุมกำเนิด, วงแหวนคุมกำเนิด, ยาฉีดคุมกำเนิด, ยาฝังคุมกำเนิด และการใส่ห่วงอนามัย จึงควรใช้ยาคุมฉุกเฉินเฉพาะในกรณีฉุกเฉินจริง ๆ เท่านั้น

รู้แล้วก็อย่าลืมบอกต่อเพื่อน ๆ ด้วยนะคะ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่