การคุมกำเนิด

รู้จักยาคุมฉุกเฉินแบบสองเม็ด ตัวยา วิธีใช้ และประสิทธิภาพการคุมกำเนิด

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
รู้จักยาคุมฉุกเฉินแบบสองเม็ด ตัวยา วิธีใช้ และประสิทธิภาพการคุมกำเนิด

ยาคุมฉุกเฉินที่มีเม็ดยา 2 เม็ดในกล่อง มีจำหน่ายในประเทศไทยมานานแล้วนะคะ ยี่ห้อที่คุ้นหูกันก็คงหนีไม่พ้น Postinor (โพสตินอร์) เพราะมีจำหน่ายมานานก่อนใคร

อาจด้วยทัศนคติของผู้ใช้ ที่มองว่ายาคุมฉุกเฉินเป็นวิธีคุมกำเนิดที่ใช้ง่าย หาซื้อได้สะดวก และมีราคาไม่แพง ร่วมกับมีความเข้าใจผิด ๆ ว่าเมื่อใช้ยาคุมฉุกเฉินแล้วจะไม่มีการตั้งครรภ์อย่างแน่นอน ทำให้การใช้ยาคุมฉุกเฉินได้รับความนิยมและใช้กันอย่างแพร่หลาย จนในปัจจุบัน (วันที่เขียนบทความ : กุมภาพันธ์ 2561) มีการผลิตยาคุมฉุกเฉินออกมาจำหน่ายตามมาอีกหลายยี่ห้อ รวมแล้วมีมากถึง 6 ยี่ห้อ และ 5 ยี่ห้อในนั้น เป็นยาคุมฉุกเฉินชนิดที่มี 2 เม็ด ได้แก่ ยี่ห้อ Postinor (โพสตินอร์), Madonna (มาดอนนา), Marry pink (แมรี่ พิงค์), Norpak (นอร์แพก) และ Ladynore (เลดี้นอร์)

ยาคุมฉุกเฉินแบบ 2 เม็ดทั้ง 5 ยี่ห้อนี้ นอกจากโพสตินอร์ที่มีราคาสูงกว่ายี่ห้ออื่น ๆ เล็กน้อยแล้ว ตัวที่เหลือก็มีราคาใกล้เคียงกันค่ะ

ทั้งหมดมีตัวยาสำคัญเหมือนกันและเท่ากัน คือใน 1 เม็ดจะมีตัวยา Levonorgestrel 0.75 มิลลิกรัม และแผงหนึ่งมียา 2 เม็ด ดังนั้น รวมแล้วทั้งกล่องจะมีตัวยา 1.5 มิลลิกรัมนะคะ

กลไกในการคุมกำเนิดฉุกเฉินของตัวยา Levonorgestrel ยังไม่เป็นที่แน่ชัด เดิมเคยเชื่อกันว่ามาจากการที่ยาออกฤทธิ์

  • ป้องกันก่อนการปฏิสนธิ โดย ยับยั้งการตกไข่ ร่วมกับรบกวนการเคลื่อนตัวและการทำหน้าที่ของอสุจิ
  • ป้องกันหลังปฏิสนธิ โดย รบกวนกระบวนการเตรียมความพร้อมของเยื่อบุมดลูก และเปลี่ยนแปลงเยื่อบุมดลูก ทำให้ยากแก่การฝังตัวของไข่ที่ผสมกับอสุจิแล้ว

แต่การศึกษาต่อมาชี้ว่า ขนาดการใช้ที่แนะนำให้รับประทาน ไม่สามารถรบกวนการเคลื่อนตัวและการทำหน้าที่ของอสุจิได้ ดังนั้น กลไกในการป้องกันการตั้งครรภ์น่าจะเกิดจากการยับยั้งการตกไข่ และรบกวนการเตรียมความพร้อมของเยื่อบุมดลูกสำหรับให้ตัวอ่อนฝังตัว

โดยพบว่า หากได้รับยาคุมฉุกเฉินเร็ว ก่อนที่ฮอร์โมนกระตุ้นให้ไข่ตกจะเพิ่มสูงขึ้น ยาจะสามารถยับยั้งหรือชะลอการตกไข่ได้ และเมื่อไม่มีไข่ตกออกมา อสุจิก็ไม่สามารถผสมกับไข่ จึงป้องกันการปฏิสนธิได้ และเมื่อไม่มีการปฏิสนธิก็ไม่มีการตั้งครรภ์ตามมาค่ะ ดังนั้น จึงเป็นเหตุผลที่แนะนำให้รับประทานยาคุมฉุกเฉินเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

แต่หากใกล้ถึงช่วงไข่ตกแล้ว ยามักจะยับยั้งการตกไข่ไม่ได้ค่ะ ซึ่งการศึกษาในช่วงหลังเปิดเผยว่า ผลสำเร็จในการป้องกันการปฏิสนธิ มีน้อยกว่า 15% ซึ่งต่ำกว่าที่เคยคาดไว้

อย่างไรก็ตาม แม้จะยับยั้งการตกไข่ไม่ทัน แต่การได้รับยาเร็วก่อนที่จะมีไข่ตก จะมีประสิทธิภาพสูงกว่าในการรบกวนการเตรียมเยื่อบุมดลูกให้พร้อมรับการฝังตัว และทำให้ระยะเวลาหลังไข่ตกสั้นลง และเมื่อไม่เกิดการฝังตัวของไข่ที่ผสมกับอสุจิ ก็หมายถึงไม่มีการตั้งครรภ์นั่นเองค่ะ

จากที่กล่าวมาข้างต้น จึงมีการแนะนำให้รับประทานยาคุมฉุกเฉินโดยเร็วหลังมีเพศสัมพันธ์ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันการตั้งครรภ์ หรืออย่างช้าไม่เกิน 120 ชั่วโมง ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยายังมีผลในการป้องกันก่อนจะเกิดการฝังตัวของไข่ที่ผสมกับอสุจิได้สำเร็จ


โดยสามารถรับประทานได้ 2 วิธีค่ะ คือ

  • วิธีดั้งเดิม : รับประทานเม็ดแรกโดยเร็วหลังมีเพศสัมพันธ์ จากนั้น รับประทานเม็ดที่สองในอีก 12 ชั่วโมงต่อมา
  • วิธีใหม่ : รับประทานพร้อมกัน 2 เม็ดในครั้งเดียว ให้เร็วที่สุดหลังมีเพศสัมพันธ์

จากการศึกษาพบว่าการใช้ยาทั้งสองวิธี มีประสิทธิภาพและผลข้างเคียงไม่ต่างกันค่ะ จึงแนะนำให้รับประทานพร้อมกันทั้งสองเม็ดไปเลย เพื่อป้องกันการลืมรับประทานยารอบที่สอง

และควรใช้ให้เร็วที่สุด หรืออย่างช้าไม่เกิน 120 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ โดยพบว่าหากรับประทานภายใน 72 ชั่วโมง จะมีอัตราการตั้งครรภ์ต่ำกว่าการรับประทานที่เวลา 72 – 120 ชั่วโมงค่ะ

น่ากังวลหลายคนมีความเข้าใจผิด ๆ ว่าการรับประทานยาคุมฉุกเฉินทำให้ไม่ตั้งครรภ์ ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจใช้ยาคุมฉุกเฉินแทนวิธีคุมกำเนิดปกติ เพราะใช้ง่ายกว่าวิธีอื่น ๆ

ต้องทำความเข้าใจใหม่ให้ถูกต้องนะคะว่า การใช้ยาคุมฉุกเฉินง่ายกว่าวิธีคุมกำเนิดปกติอื่น ๆ ก็จริง แต่ประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ก็ต่ำกว่ามากค่ะ

ผู้ที่ใช้ยาคุมฉุกเฉิน มีโอกาสคุมกำเนิดล้มเหลวและเกิดการตั้งครรภ์ทั้งที่ใช้ยาแล้ว 15 – 25% นะคะ ซึ่งสูงมากกว่าหลาย ๆ วิธีที่ใช้คุมกำเนิดตามปกติค่ะ จึงแนะนำให้ใช้เฉพาะในกรณีฉุกเฉิน ที่ไม่สามารถทำอย่างอื่นที่ดีกว่านี้ได้แล้ว เช่น ถูกข่มขืน หรือเกิดความผิดพลาดในการคุมกำเนิดปกติ เป็นต้นว่า ถุงยางฉีกขาด หรือลืมรับประทานยาคุมกำเนิด

สำหรับใครที่ทนอ่านบทความยาว ๆ มาถึงบรรทัดนี้ได้ (ฮ่า...) ก็คงเข้าใจแล้วว่า การใช้ยาคุมฉุกเฉิน มีโอกาสล้มเหลวและเกิดการตั้งครรภ์ได้มากเมื่อเทียบกับวิธีคุมกำเนิดตามปกติอื่น ๆ เช่น การใช้ถุงยางอนามัย, ยาเม็ดคุมกำเนิด, แผ่นแปะคุมกำเนิด, วงแหวนคุมกำเนิด, ยาฉีดคุมกำเนิด, ยาฝังคุมกำเนิด และการใส่ห่วงอนามัย จึงควรใช้ยาคุมฉุกเฉินเฉพาะในกรณีฉุกเฉินจริง ๆ เท่านั้น

รู้แล้วก็อย่าลืมบอกต่อเพื่อน ๆ ด้วยนะคะ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่