Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
นพ. ชยากร พงษ์พยัคเลิศ
ความรู้สุขภาพ

ตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับสิวที่คาง

รวมสาเหตุและการรักษาสิวที่คาง เพื่อกำจัดสิวเป็นซ้ำให้หายอย่างได้ผล
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2020 รีวิวเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,006,684 คน

ตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับสิวที่คาง

สิว ไม่ว่าจะเกิดขึ้นบริเวณใดของใบหน้าย่อมมีสาเหตุ ในบางครั้งจะพบได้ว่าคนเรามักเป็นสิวที่บริเวณเดิมซ้ำๆ รักษาหายยาก โดยเฉพาะกับสิวที่บริเวณส่วนล่างของใบหน้า หรือที่เรียกกันบ่อยว่าเป็นสิวที่คางนั่นเอง

สาเหตุของสิวที่คาง

หากแบ่งสัดส่วนใบหน้าออกเป็น 3 ส่วนเท่าๆ กัน ออกเป็น ส่วนบน กลาง และล่าง หากพบว่าสิวมักขึ้นบริเวณคาง ขอบกราม หรือคอ โดยอาจเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้

1. สิวฮอร์โมน 

 เป็นความจริงที่ว่าสิวฮอร์โมนจะมีรูปแบบการเกิดในบริเวณคาง เนื่องจากบริเวณใบหน้าส่วนล่างเป็นบริเวณที่มีความเข้มข้นของฮอร์โมนที่ก่อให้เกิดสิวมากที่สุด

2. เครื่องสำอาง ครีมบำรุงผิวและผม  

ผลิตภัณฑ์ที่เต็มไปด้วยสารให้ความชุ่มชื้นจำพวกน้ำมัน (Heavy oil) ทั้งที่ใส่อยู่ในเครื่องสำอาง ครีมบำรุงผิวหน้าและบำรุงผม มักก่อให้เกิดสิวบริเวณคาง กรามได้

3. การสัมผัสสิ่งสกปรกบริเวณส่วนล่างของใบหน้า 

เมื่อมีการสัมผัสวิ่งสกปรกใดๆ ก็ตามในบริเวณใบหน้าส่วนล่าง ย่อมก่อให้เกิดสิวขึ้นได้ มักพบในแปรงแต่งหน้า สายรัดหมวกกันน็อก การวางคางบนเครื่องดนตรีบางชนิดเป็นประจำ เช่น ไวโอลิน เป็นต้น นอกจากนี้การโกนหนวด การใช้ปลอกหมอนที่ไม่ค่อยสะอาด และการสัมผัสโทรศัพท์ ก็สามารถก่อให้เกิดสิวที่คางได้เช่นกัน

4. ตัวยาบางอย่าง

สิวบริเวณคางหรือกรามมักเกิดหลังจากการใช้ตัวยาสเตียรอยด์ หรือตัวยาบางชนิดที่ใช้ในการรักษาภาวะซึมเศร้าและโรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar disorder)

5. โรคผิวหนังคล้ายสิวที่พบบ่อย (acne-like conditions)

โรคผิวหนังคล้ายสิวที่พบบ่อย ได้แก่ Folliculitis

การรักษาสิวที่คาง

การรักษาสิวที่คางให้ได้ผล ควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. หาสาเหตุ 

การรักษาที่ต้นเหตุการเกิดสิวจะทำให้สิวหายเร็วมากยิ่งขึ้น หากพบว่ามีสาเหตุตามที่กล่าวไปข้างต้น แนะนำให้เปลี่ยนพฤติกรรม และทำความสะอาดสิ่งที่จะต้องมาสัมผัสใบหน้า

2. เริ่มการรักษาสิวอย่างถูกต้อง 

หากเป็นสิวระดับน้อยถึงปานกลาง สามารถใช้ยาทารักษาสิวได้ โดยจำเป็นต้องได้รับตัวยาทาเฉพาะในการรักษาสิว ได้แก่ Benzoyl peroxide, ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อสิว (Antibiotic) หรืออนุพันธ์ของวิตามินเอที่ช่วยลดการทำงานของฮอร์โมนกระตุ้นสิว 

การรักษาด้วยการใช้ยาจะเริ่มเห็นผลได้ใน 4-6 สัปดาห์ โดยต้องทายาอย่างสม่ำเสมอ หรืออาจใช้การกดสิว ร่วมกับการฉีดสิวอักเสบในบางบริเวณ โดยสามารถทำภายใต้การดูแลของแพทย์

3. เริ่มยาแบบรับประทาน (หากการรักษาสิวเบื้องต้นไม่ได้ผล) 

หากเป็นสิวระดับปานกลางจนถึงมาก หรือการดูแลตนเองพร้อมทายาเองไม่เห็นผล แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อทำการประเมินการรักษาใหม่ 

อาจมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับยาไปรับประทาน ได้แก่ ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อสิวแบบรับประทาน (Antibiotic) ยาไอโซเตรติโนอิน (Isotretinoin) หรือยาช่วยควบคุมฮอร์โมน 

ซึ่งในการใช้ตัวยาเหล่านี้ จะต้องมีความระมัดระวังผลข้างเคียงและอาการแพ้มากกว่ายาทาเฉพาะที่

4. ตรวจและรักษาสิวฮอร์โมน

หากสงสัยว่าเป็นสิวที่เป็นเป็นฮอร์โมน โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นสิวรักษาหายยาก อาจต้องเข้ารับการเจาะเลือดตรวจฮอร์โมนบางชนิด เช่น ฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) สเตียรอยด์ฮอร์โมน DHEA, SHBG หรือ ตรวจหาโรคถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) เป็นต้น

หลังจากการตรวจหาฮอร์โมนแล้ว จะเข้าสู่การรักษาโดยใช้ยาที่ช่วยลดการทำงานของฮอร์โมนก่อสิวหรือฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen) เช่น ยาคุมกำเนิด ยาขับปัสสาวะ (Spironolactone) ซึ่งมีผลลดการทำงานของฮอร์โมนแอนโดรเจนด้วยเช่นกัน

หากเป็นสิวบริเวณคางหรือใบหน้าส่วนล่างที่รักษาหายยาก หรือเป็นสิวหนองขนาดใหญ่จำนวนหลายจุดจนก่อให้เกิดความกังวล ควรหาสาเหตุและคำนึงถึงสิวฮอร์โมนด้วยเช่นกัน หากเป็นเช่นนี้แล้วแนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษาเพิ่มเติม 

อาจจำเป็นต้องตรวจโรคพิเศษและใช้ตัวยารับประทานเฉพาะ อย่าละเลยสิวบริเวณคางโดยนึกว่าไม่สามารถรักษาได้ เพียงเพราะยังหาสาเหตุไม่พบ เพราะหากปล่อยสิวบริเวณนี้ไว้ อาจก่อให้เกิดรอยแผลเป็นนูนตามมาได้อีกด้วย


ที่มาของข้อมูล

Mohamed L Elsaie. Hormonal treatment of acne vulgaris: an update. Clinical, cosmetic and investigational dermatology 2016; 9 : 241-248

John Kraft MD. And Anatoli Freiman MD. Management of acne. Clinical, cosmetic and investigational dermatology 2011 Apr 19;183(7):E430-E435

รองศาสตราจารย์นายแพทย์นภดล นพคุณ, Clinical Practice Guideline Acne


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
สิว (Acne)
สิว (Acne)

สิวแต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร เกิดจากอะไร การรักษาสิวและการป้องกันการเกิดสิวสามารถทำได้อย่างไรบ้าง?

5 วิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติ
5 วิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติ

รวม 5 วิธีรักษาสิวด้วยธรรมชาติบำบัด และของใช้หาง่าย วัตถุดิบรอบตัวที่มีอยู่ในครัวเรือน ปลอดภัย ทำได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

ดูในแอป