สุขภาพผู้หญิง

สารอะไรในเครื่องสำอางค์ที่ทำให้แพ้ได้ อาการเป็นอย่างไรบ้าง และวิธีการบรรเทาอาการแพ้

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ม.ค. 23, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 769,875 คน

สารอะไรในเครื่องสำอางค์ที่ทำให้แพ้ได้ อาการเป็นอย่างไรบ้าง และวิธีการบรรเทาอาการแพ้

สารในเครื่องสำอางที่ทำให้แพ้มีอะไรบ้าง เมื่อแพ้แล้วเกิดอาการอย่างไร แล้วเราจะรักษาอาการนั้นได้อย่างไรบ้าง แต่สำคัญที่สุด คือการหลีกเลี่ยงสารในเครื่องสำอางที่ทำให้แพ้ โดยการดูส่วนประกอบในฉลากให้ครบถ้วนนั่นเอง

เครื่องสำอางนั้นมีหลายยี่ห้อมาก ราคาอาจจะถูกแพงต่างกันไป ขึ้นอยู่กับประเทศที่ผลิต วัตถุดิบที่ใช้ทำเครื่องสำอาง หรือยี่ห้อก็มีส่วนทำให้ราคาต่างกัน แต่ไม่ว่าเครื่องสำอางนั้นจะราคาแพงแค่ไหน ดีแค่ไหน แต่ถ้าใช้แล้วเกิดอาการแพ้ก็ต้องหยุดใช้อยู่ดี เพราะคงไม่มีใครยอมเสี่ยงกับใบหน้าที่พังเพราะสารในเครื่องสำอางหรอก งั้นเรามาดูกันดีกว่า ว่าสารในเครื่องสำอางค์ที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ มีอะไรบ้าง จะได้ระวังไว้เวลาที่เราจะเลือกซื้อ

โฆษณาจาก HonestDocs
ดีลสุขภาพเเละความงามลดสูงสุด 30%

18-25 มีนาคมนี้เท่านั้น ลด 30% ให้เราดูเเลคุณ

Internalad

1. สารปรอท

สารนี้มักพบในเครื่องสำอางที่มีการโฆษณาว่า ลดความหมองคล้ำ ฝ้า กระจางลง ผิวขาว ลดจุดด่างดำ ซึ่งเรามักจะพบในเครื่องสำอางค์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งในรายที่อาการไม่รุนแรงก็คือ เมื่อทาไปแล้วจะแสบหน้า หน้าบวมแดง และถ้ายิ่งฝืนใช้ไปเรื่อยๆ หน้าจะบางลงและไวต่อแสง เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนัง นอกจากนี้สารปรอทยังเป็นโลหะหนัก สามารถซึมเข้ากระเสเลือด และทำลายระบบประสาทและเซลล์สมองได้ วิธีการบรรเทาอาการแพ้ ต้องบอกเลยว่า ควรหยุดใช้ทันที งดใช้โฟมล้างหน้าแต่งหน้าโดยเด็ดขาด ถ้าเกิดหยุดใช้แล้วเป็นสิวมากหรือหน้าดำเป็นปื้น ควรพบแพทย์เฉพาะทางทันที

2. สารไฮโดรควิโนน

สารนี้มักพบในเครื่องสำอางที่ใช้รักษาฝ้า  เพราะว่าการทำงานของสารโอโดรควิโดนนั้นจะช่วยยับยั้งการทำงานของไทโรซิเนส เอ็นไซม์ซึ่งก่อให้เกิดเม็ดสีเมลานิน โดยองค์การอาหารและยาจะกำหนดให้ใส่สารนี้ลงในเครื่องสำอางค์ได้ไม่เกิน 2 % เท่านั้นและห้ามทาติดต่อกันเกิน 6 เดือนด้วย ซึ่งหากเกิดอาการแพ้จะทำให้เกิดสิว เกิดฝ้าดำและฝ้าเลือดได้ รวมถึงด่างขาวด้วย หากคุณพบความผิดปกติในการใช้ผลิตภัณฑ์ ในกรณีที่เป็นไม่มากก็หยุดใช้และทำการรักษาตามอาการต่อไป ถ้าเป็นไม่มากก็หายไว ถ้าเป็นมากก็หายช้า

3. สารสเตอรอยด์

ความจริงแล้วเป็นสารที่ห้ามใช้ตาม พรบ.เครื่องสำอางเลย แต่อาจจะมีบางครีมแอบอ้างว่าใส่ได้แต่ใส่น้อย แบบนี้ก็ถือว่าผิดพรบ.แล้ว ตอนแรกที่เราใช้นั้นหน้าจะดูดีขึ้นอย่างรวดเร็ว จนคนทักเลยล่ะ แต่พอเราหยุดใช้หรือว่าไม่ได้ใช้ประจำสิวก็เริ่มมา แถมยังเกิดการอักเสบ รักษาเท่าไรก็ไม่หาย โดยอาการของการแพ้สารสารสเตอรอยด์นั้นจะมีอยู่ 2 แบบ คือ

โฆษณาจาก HonestDocs
ดีลสุขภาพเเละความงามลดสูงสุด 30%

18-25 มีนาคมนี้เท่านั้น ลด 30% ให้เราดูเเลคุณ

Internalad
  • สิวสเตอรอยด์ นั่นคือ จะมีลักษณะเป็นปื้น กระจุก จะขึ้นทุกรูขุมขนเลยล่ะ และจะมีลักษณะที่เหมือนกันมาก ซึ่งหากคุณนั้นมีอาการคันและสิวเกิดขึ้นเป็นบริเวณกว้างให้รีบพบแพทย์ทันที  เพราะผิวของคุณอาจติดเชื้อได้
  • ผิวติดสารสเตอรอยด์ คือ การที่เรามีผิวปกติแล้วพอเราได้ลองใช้ครีมก็รู้สึกว่า หน้าเรานั้นดีขึ้นมาก แต่พอเราไม่ค่อยได้ใช้หรือหยุดใช้ ผิวของเราก็ผิดปกติไป เริ่มแพ้ง่ายขึ้น  เปลี่ยนครีมไม่ได้ หน้าแดง แสบง่ายมากๆ เป็นต้น และต้องบอกเลยว่า การรักษาผิวติดสารแบบนี้ค่อนข้างรักษายาก ต้องรักษาตามอาการเท่านั้น ไม่มียารักษาได้ตายตัว บางคนโชคดีเป็นน้อยและใช้ยาได้ถูกกับสภาวะที่เป็นก็โชคดีหน่อย แต่บางคนก็อาจจะต้องใช้เวลาในการรักษานานเป็นปีเลย แต่ไม่ว่าจะรักษาแบบไหนก็ต้องอดทนให้ได้ เพื่อให้หน้าของเรานั้นกลับมาเป็นปกติที่สุด

4. กรดวิตามินเอ

กรดวิตามินเอนั้นมีชื่อเรียกอยู่หลายอย่าง เช่น  เรติโนอิก แอซิด, แอคโนติน , ไอโสเตรติโนอิน เป็นต้น กรดวิตามินเอ ถือว่าเป็นยาควบคุมพิเศษ หากจะใช้ต้องมีใบสั่งยาและต้องดูแลด้วยแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น โดยกรดวิตามินเอนั้นสามารถช่วยรักษาสิวอักเสบ สิวหัวช้างได้ดีมาก แต่ว่าผลข้างเคียงก็เยอะมาก โดยเฉพาะสตรีมีครรภ์ ในช่วง 1-3 เดือนแรก ไม่ควรใช้เลย หรือหากใครจะกินยานี้ก็ต้องคุมกำเนิดก่อนกินยา 3 เดือน และต้องคุมกำเนิดขณะใช้ยานี้ และต้องหยุดยาล่วงหน้า 3 เดือนถึง 1 ปี ถ้าอยากตั้งครรภ์ได้ปลอดภัย ใครที่เป็นตับอักเสบ ไขมันในเลือดสูง โรคไต ก็ห้ามใช้เช่นกัน เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรซื้อยานี้มารับประทานหรือทาเองเด็ดขาด หากมีปัญหาผิวควรปรึกษาแพทย์จะดีกว่า เพราะว่า ถ้าเป็นอะไรแล้วมันแก้ยากจริงๆ

ทั้งหมดนี้คือสารในเครื่องสำอางที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ หากมีอาการผิดปกติในการใช้เครื่องสำอาง สิ่งแรกที่ควรทำ คือ หยุดใช้ทันที และพยายามรักษาตามอาการก่อน หากไม่หายภายใน 1 สัปดาห์ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อกู้หน้าเสียให้กลับมาหน้าสวยดังเดิม เรียนผูกก็ต้องเรียนแก้ และต้องแก้ที่ต้นเหตุกันด้วย เมื่อแก้ได้แล้ว เราก็ควรเลือกใช้เครื่องสำอางค์ที่น่าเชื่อถือและมีความปลอดภัยสูงจะดีกว่า หรือถ้ามีโอกาสส่งตรวจได้ก็ส่งตรวจเลยจะดีกว่า เพื่อให้แน่ใจในการใช้นั่นเอง และหากมีสิ่งแปลกปลอมจะได้เตือนคนอื่นไม่ให้หลงผิดมาใช้เครื่องสำอางค์ที่ไม่มีคุณภาพได้ต่อไป

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่