สุขภาพผู้หญิง

วิธีการรักษาโรคภูมิแพ้ระหว่างตั้งครรภ์

แนวทางของคุณในการจัดการโรคภูมิแพ้ระหว่างตั้งครรภ์
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 171,493 คน

วิธีการรักษาโรคภูมิแพ้ระหว่างตั้งครรภ์

>วิธีการรักษาโรคภูมิแพ้ระหว่างตั้งครรภ์

โรคภูมิแพ้ระหว่างตั้งครรภ์อาจจะเกิดขึ้นจากโรคภูมิแพ้ โรคไซนัส หรือน้ำมูกไหลชนิดไม่เป็นโรคภูมิแพ้ ถ้าผู้หญิงเคยเป็นโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ก่อนการตั้งครรภ์ อาการอาจแย่ลง เป็นเท่าเดิม หรือดีขึ้น การเปลี่ยนแปลงของอาการอาจขึ้นอยู่กับสารก่อภูมิแพ้ที่พบและการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนระหว่างตั้งครรภ์ น้ำมูกไหลชนิดไม่เป็นโรคภูมิแพ้ระหว่างการตั้งครรภ์อาจเกิดขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนระหว่างตั้งครรภ์ ทำให้เกิดอาการคัดจมูก น้ำมูกใหล และน้ำมูกไหลหลังโพรงจมูก ซึ่งเรียกว่า โรคภูมิแพ้ของการตั้งครรภ์ อาการอาจจะคล้ายภูมิแพ้ทั่วไปแต่ไม่เกิดจากอาการแพ้ทางธรรมชาติ โรคนี้เลยไม่ไวต่อยาแก้แพ้

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

คลิก

ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์และเป็นภูมิแพ้อาจจะกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้ยาระหว่างตั้งครรภ์และพยายามหลีกเลียงการรับประทานยา ถ้าการหลีกเลี่ยงการรับประทานยาแก้แพ้หรือยาป้องกันต่างๆ ไม่สามารถทำได้หรือไม่สำเร็จ การรับประทานยาอาจจำเป็นในการรักษาเพื่อควบคุมอาการ

การวินิจฉัยโรคภูมิแพ้ระหว่างตั้งครรภ์

การตรวจภูมิแพ้ คือ การตรวจผิวหนังหรือตรวจเลือด เรียกว่า RAST โดยปกติแล้วการตรวจผิวหนังเพื่อทดสอบภูมิแพ้จะไม่ทำระหว่างช่วงตั้งครรภ์เพราะมีโอกาสน้อยมากที่อาจจะเกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ชนิดที่รุนแรงเฉียบพลันระหว่างตั้งครรภ์ได้ ถ้ารุนแรงจะทำให้ความดันโลหิตต่ำและอ๊อกซิเจนเพื่อไปเลี้ยงมดลูกและสามารถเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ ดังนั้นการตรวจภูมิแพ้จึงมักจะถูกยืดเวลาออกไปก่อนในช่วงการตั้งครรภ์ และ RAST จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าถ้าจำเป็นต้องการผลตรวจระหว่างการตั้งครรภ์

ความปลอดภัยของยาโรคภูมิแพ้ที่ใช้ในช่วงตั้งครรภ์

ตามที่องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา Food and Drug Administration (FDA) ได้บัญญัติไว้ ไม่มียาประเภทไหนที่ปลอดภัยทั้งหมดสำหรับการใช้ในการตั้งครรภ์ นี่เป็นเพราะไม่มีหญิงตั้งครรภ์ที่มีความสมัครใจที่จะศึกษาความปลอดภัยของการใช้ยาระหว่างตั้งครรภ์ ดังนั้น FDA จึงมอบหมายให้ประเภทความเสี่ยงของยาให้ขึ้นอยู่กับการรักษาในแต่ละประเภทระหว่างการตั้งครรภ์

ยาสำหรับการตั้งครรภ์ประเภท "A" คือ ยาที่มีการศึกษาในแง่บวกกับสตรีมีครรภ์ว่ามีความปลอดภัยกับทารกในสามเดือนแรก มียาที่อยู่ในประเภทนี้ค่อนข้างน้อย และไม่มียารักษาโรคหอบ ยาสำหรับการตั้งครรภ์ประเภท "B" คือ ยาที่ได้ศึกษาแล้วว่ามีความปลอดภัยสำหรับสัตว์ที่มีครรภ์แต่ไม่มีการศึกษาในมนุษย์ ยาสำหรับการตั้งครรภ์ประเภท "C" อาจจะให้ผลลัพท์ตรงกันข้ามในทารกในครรภ์เมื่อได้ทำการศึกษาในสัตว์ที่มีครรภ์ แต่ประโยชน์ของมันอาจมีมากกว่าความเสี่ยงที่สามารถเกิดขึ้นกับมนุษย์ และประเภทสุดท้าย ยาสำหรับการตั้งครรภ์ประเภท "X" ให้หลักฐานที่ชัดเจนเกี่ยวกับความปกติตั้งแต่กำเนิด (birth defects) ในการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสัตว์หรือมนุษย์และไม่ควรใช้ในการตั้งครรภ์

ก่อนที่จะรับประทานยาใดๆ ระหว่างการตั้งครรภ์ แพทย์และคนไข้ควรร่วมถกเกี่ยวกับประโยชน์และความเสี่ยงของตัวยาก่อนซึ่งตัวยาควรมีประโยชน์กับคนไข้มากกว่าความเสี่ยง และควรรับประทานยาก็ต่อเมือยาตัวนั้นเกิดประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงเท่านั้น

การรักษาโรคภูมิแพ้ระหว่างตั้งครรภ์

  • น้ำเกลือพ่นจมูก (Nasal saline)โรคภูมิแพ้ระหว่างตั้งครรภ์มักจะไม่ตอบสนองต่อยาแก้แพ้หรือยาพ่นจมูกแต่อาการเหล่านี้มักจะตอบสนองต่อ nasal saline (น้ำเกลือพ่นจมูก) ที่ปลอดภัยในการใช้ระหว่างตั่งครรภ์ (มันไม่ได้เป็นยาโดยตรง) น้ำยาล้างจมูกหาซื้อได้ตามร้านขายยา มีราคาที่ไม่แพง และสามารถใช้ได้บ่อยตามต้องการ โดยปกติแล้วจะต้องฉีดข้างละ 3-6 ครั้งเข้าไปในโพรงจมูกนาน 30 วินาทีแล้วค่อยพ่นออกมาทางจมูก
  • ยาแก้แพ้ (Antihistamines) ยาแก้แพ้สูตรเก่า เช่น คลอร์เฟนิรามีนและไตรเพเลนนามีน เป็นตัวที่ใช้รักษาโรคภูมิแพ้ระหว่างตั้งครรภ์และเป็นยากลุ่มประเภท B ยาแก้แพ้กลุ่มใหม่ที่สามารถซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์อย่างลอราทาดีนและเซทิไรซีน เป็นยาที่ใช้สำหรับช่วงตั้งครรภ์ในกลุ่ม B
  • ยาแก้คัดจมูก (Decongestants) ซูโดเอฟีดรีน (Sudafed® มีหลายยี่ห้อที่เป็นยาสามัญที่ผลิตเพื่อเลียนแบบต้นฉบับ) เป็นยาที่แนะนำในการใช้ลดน้ำมูกเพื่อรักษาอาการแพ้และน้ำมูกไหลชนิดไม่เป็นโรคภูมิแพ้ระหว่างตั้งครรภ์ แต่ไม่ควรรับประทานช่วงสามเดือนแรกของการตั้งครรภ์เพราะมีปัจจัยที่อาจจะทำให้เกิดความพิการโดยกำเนิดของผนังหน้าท้องของทารก ยากลุ่มนี้จัดอยู่ในประเภท C
  • ยาพ่นจมูก (Medicated nasal sprays) ยาพ่นจมูก Cromolyn (NasalCrom® ยี่ห้อที่เป็นยาสามัญที่ผลิตเพื่อเลียนแบบต้นฉบับ) ช่วยในเรื่องรักษาโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ถ้าใช้ก่อนที่จะเจอกับสารก่อภูมิแพ้และก่อนที่จะมีอาการ ยากลุ่มนี้จัดอยู่ในประเภท B สำหรับสตรีมีครรภ์และสามารถหาซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ ถ้าใช้ยาแล้วไม่ดีขึ้น ยาพ่นจมูกชนิดเสตียรอยด์บูเดโซไนด์ (Rhinocort Aqua®) จัดอยู่ในประเภทยารักษาของสตรีมีครรภ์ประเภท B (ตัวอื่นๆ อยู่ในยาประเภท C) และเป็นยาพ่นจมูกชนิดเสตียรอยด์ทางเลือกที่ดีระหว่างตั้งครรภ์ Rhinocort สามารถซื้อได้โดยไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ในต้นปี ค.ศ. 2016
  • ภูมิบำบัด (Immunotherapy) การฉีดยารักษาภูมิแพ้ (Allergy shots) สามารถทำได้เรื่องๆ ระหว่างตั้งครรภ์แต่ไม่แนะนำให้ทำเพื่อเริ่มการรักษาระหว่างตั้งครรภ์ โดยปกติแล้วขนาดของการฉีดยารักษาภูมิแพ้จะไม่เพิ่ม แต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้จะลดขนาดของการฉีดยารักษาภูมิแพ้ที่ 50% ระหว่างการตั้งครรภ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้บางท่านมองว่าควรหยุดการฉีดยารักษาภูมิแพ้ในระหว่างการตั้งครรภ์เพราะเสี่ยงต่อการเกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้อย่างเฉียบพลัน (anaphylaxis) และอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้กับทารกในครรภ์ นอกจากการเกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้อย่างเฉียบพลันแล้ว ยังไม่มีข้อมูลที่แสดงว่างการฉีดยารักษาภูมิแพ้นั้นโดยตัวยามันนั้นเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่