สุขภาพผู้หญิง

วิธีการรักษาโรคภูมิแพ้ตอนท้อง

แนวทางของคุณในการจัดการโรคภูมิแพ้ระหว่างตั้งครรภ์
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.พ. 8, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 552,849 คน

วิธีการรักษาโรคภูมิแพ้ตอนท้อง

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 08/02/2562

ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์และเป็นภูมิแพ้อาจกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้ยาและพยายามหลีกเลี่ยงการใช้ยาต่างๆ แต่ในบางกรณีการใช้ยารักษาก็จำเป็นต่อการควบคุมอาการไม่น้อย มาดูกันว่ามียาอะไรบ้างที่ปลอดภัยสำหรับคุณ ยาอะไรบ้างที่ไม่ควรใช้ และจะมีวิธีสังเกตอย่างไร

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

Medicine delivery 01

การวินิจฉัยโรคภูมิแพ้ระหว่างตั้งครรภ์

การตรวจภูมิแพ้ตอนตั้งครรภ์ทำได้ด้วยการตรวจผิวหนังหรือตรวจเลือด หรือที่เรียกว่า RAST ส่วนการตรวจทางผิวหนัง (Skin-prick test) เพื่อทดสอบภูมิแพ้นั้นมักไม่ทำในระหว่างช่วงตั้งครรภ์ เพราะแม้จะมีความเสี่ยงน้อยมากที่จะทำให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ชนิดรุนแรงเฉียบพลันระหว่างตั้งครรภ์ แต่หากเกิดปฏิกิริยารุนแรงขึ้นมาจะทำให้ความดันโลหิตลดต่ำและระดับออกซิเจนที่ไปเลี้ยงมดลูกลดลงจนเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ ดังนั้น แพทย์จึงมักจะยืดเวลาการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังออกไปก่อนในช่วงที่กำลังตั้งครรภ์ การตรวจ RAST จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าหากจำเป็นต้องทราบผลตรวจในระหว่างการตั้งครรภ์

ความปลอดภัยของยาโรคภูมิแพ้ที่ใช้ในช่วงตั้งครรภ์

องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (Food and Drug Administration: FDA) บัญญัติไว้ว่าไม่มียาประเภทไหนที่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์สำหรับใช้ในหญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากที่ผ่านมาไม่มีหญิงตั้งครรภ์ที่สมัครใจเข้ารับการทดลองความปลอดภัยของการใช้ยาระหว่างตั้งครรภ์ ดังนั้น FDA จึงกำหนดให้ประเภทความเสี่ยงของยานั้นขึ้นอยู่กับแต่ละประเภทของการรักษาในระหว่างตั้งครรภ์ ดังนี้:

  • ยาสำหรับการตั้งครรภ์ประเภท A คือ ยาที่มีผลการศึกษากับสตรีมีครรภ์ในแง่บวก โดยระบุว่ามีความปลอดภัยต่อทารกในครรภ์ช่วงสามเดือนแรก ยาในประเภทนี้มีอยู่ค่อนข้างน้อย และไม่มียารักษาโรคหอบถูกจัดไว้ในประเภท A 
  • ยาสำหรับการตั้งครรภ์ประเภท B คือ ยาที่ได้ศึกษาแล้วว่ามีความปลอดภัยสำหรับสัตว์ที่มีครรภ์ แต่ไม่มีการศึกษาในมนุษย์โดยตรง 
  • ยาสำหรับการตั้งครรภ์ประเภท C คือ ยาที่ศึกษาในสัตว์พบว่าทำให้เกิดความผิดปกติต่อตัวอ่อนในครรภ์สัตว์ แต่ไม่มีการศึกษาในมนุษย์ ควรใช้เมื่อมีการประเมินจากแพทย์ระหว่างประโยชน์ที่ได้จากการใช้ยา และความเสี่ยงต่อความผิดปกติของทารกในครรภ์ว่าเกิดประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
  • ยาสำหรับการตั้งครรภ์ประเภท D คือ ยาที่มีความเสี่ยงในการก่อให้เกิดความผิดปกติต่อทารกในครรภ์มนุษย์ ดังนั้นใช้ยากลุ่มนี้ก็ต่อเมื่อมีการพิจารณาแล้วว่า จะก่อให้เกิดประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์ ซึ่งมักจะเป็นการใช้ยาเพื่อช่วยชีวิตมารดา หรือเป็นการใช้ยาเพื่อรักษาโรคที่รุนแรง ซึ่งไม่สามารถใช้ยาที่ปลอดภัยมากกว่าได้ หรือใช้ยาอื่นไม่ได้ผลตามที่ต้องการ
  • ยาสำหรับการตั้งครรภ์ประเภท X คือ ยาที่มีการศึกษาพบหลักฐานที่ชัดเจนว่าเป็นอันตรายและทำให้เกิดความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด (Birth defects) ต่อทารกในครรภ์ ไม่ควรใช้ในหญิงตั้งครรภ์

ก่อนที่จะรับประทานยาใดๆ ก็ตามในระหว่างการตั้งครรภ์ คุณควรปรึกษาและถกกับแพทย์เกี่ยวกับประโยชน์และความเสี่ยงของตัวยาก่อนทุกครั้ง โดยควรรับประทานยานั้นก็ต่อเมื่อยาตัวนั้นมีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงเท่านั้น

การรักษาโรคภูมิแพ้ระหว่างตั้งครรภ์

ยาที่คุณอาจได้รับสำหรับรักษาโรคภูมิแพ้ตอนท้องมีดังต่อไปนี้

  • น้ำเกลือพ่นจมูก (Nasal saline) โรคภูมิแพ้ระหว่างตั้งครรภ์มักจะไม่ตอบสนองต่อยาแก้แพ้หรือยาพ่นจมูก แต่อาการเหล่านี้มักจะตอบสนองต่อ Nasal saline (น้ำเกลือพ่นจมูก) ที่ปลอดภัยในการใช้ระหว่างตั้งครรภ์ น้ำยาล้างจมูกหาซื้อได้ตามร้านขายยา มีราคาไม่แพง และสามารถใช้ได้บ่อยตามต้องการ โดยปกติแล้วจะต้องฉีดข้างละ 3-6 ครั้งเข้าไปในโพรงจมูกนาน 30 วินาทีแล้วค่อยพ่นออกมาทางจมูก
  • ยาแก้แพ้ (Antihistamines) ได้แก่ ยาแก้แพ้สูตรเก่าอย่างยาคลอร์เฟนิรามีน (Chlorpheniramine) และยาไตรเพเลนนามีน (Tripelennamine) เป็นยาในกลุ่ม B ที่ใช้รักษาโรคภูมิแพ้ระหว่างตั้งครรภ์ ยาแก้แพ้กลุ่มใหม่ที่สามารถซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์อย่างยาลอราทาดีน (Loratadine) และยาเซทิริซิน (Cetirizine) เป็นยาที่ใช้สำหรับการตั้งครรภ์ในกลุ่ม B เช่นเดียวกันกับยาแก้แพ้สูตรเก่า
  • ยาแก้คัดจมูก (Decongestants) ได้แก่ ฟีนิลเอฟรีน (Phenylephrine) มีหลายยี่ห้อที่วางขายตามร้านขายยา ใช้สำหรับแก้อาการคัดจมูกระหว่างตั้งครรภ์ แต่ไม่ควรรับประทานในช่วงสามเดือนแรกของการตั้งครรภ์ เพราะมีความเสี่ยงทำให้เกิดความพิการโดยกำเนิดของผนังหน้าท้องของทารก ยากลุ่มนี้จัดอยู่ในประเภท C
  • ยาพ่นจมูก (Medicated nasal sprays) ได้แก่ ยาพ่นจมูกโครโมลิน (Cromolyn, ไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย) สำหรับรักษาโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ใช้ป้องกันก่อนที่จะมีอาการภูมิแพ้จากสารก่อภูมิแพ้ ยานี้จัดเป็นยาในกลุ่ม B สำหรับสตรีมีครรภ์ สามารถหาซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ หากใช้ยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น อาจใช้ยาพ่นจมูกชนิดสเตียรอยด์บูเดโซไนด์ (Budesonide) ซึ่งเป็นยาในกลุ่ม B สำหรับรักษาหญิงมีครรภ์เช่นเดียวกัน และเป็นยาพ่นจมูกชนิดสเตียรอยด์ที่เป็นทางเลือกที่ดีระหว่างตั้งครรภ์ สามารถซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์
  • ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) เป็นวิธีรักษาภูมิแพ้ด้วยการฉีดยารักษาภูมิแพ้ (Allergy shots) ซึ่งทำได้เรื่อยๆ ในระหว่างตั้งครรภ์ แต่ไม่แนะนำให้เริ่มรักษาด้วยวิธีนี้ในระหว่างตั้งครรภ์ โดยปกติแล้วจะไม่มีการเพิ่มปริมาณของการฉีดยารักษาภูมิแพ้ขึ้นเรื่อยๆ เหมือนในคนทั่วไป แต่จะลดปริมาณของการฉีดยารักษาภูมิแพ้ลง 50% ระหว่างการตั้งครรภ์ ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้บางท่านก็มองว่าควรหยุดการฉีดยารักษาภูมิแพ้ในระหว่างการตั้งครรภ์ เพราะเสี่ยงต่อการเกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้อย่างเฉียบพลัน (Anaphylaxis) และอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้กับทารกในครรภ์ อย่างไรก็ตาม นอกจากปฏิกิริยาภูมิแพ้อย่างเฉียบพลันแล้ว ยังไม่มีข้อมูลที่แสดงว่าตัวยารักษาภูมิแพ้นั้นเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่