การออกกำลัง

7 วิธีเดินเผาผลาญพลังงาน

ใช้เทคนิคต่อไปนี้มาช่วยเผาผลาญพลังงานระหว่างการเดินกันเถอะ
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
7 วิธีเดินเผาผลาญพลังงาน

คุณจะทำอย่างไรให้เผาผลาญพลังงานมากขึ้นระหว่างการเดินออกกำลังกาย พลังงานที่คุณต้องเผาผลาญนั้นขึ้นอยู่กับน้ำหนักของคุณ ความเร็ว ความรุนแรง และระยะทางของการออกกำลังกาย ต่อไปนี้เป็น 7 เทคนิคที่จะช่วยให้คุณเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น

1. วิธีที่ดีที่สุดในการเผาผลาญพลังงานให้ได้มากขึ้น : เดินให้ไกลขึ้น

ยิ่งคุณเดินไกลมากเท่าไร นั่นก็หมายถึงพลังงานที่ได้เผาผลาญมากขึ้น วิธีที่ง่ายที่สุดในการเผาผลาญพลังงานให้ได้มากขึ้นคือการเดินให้ไกลขึ้น ตั้งใจกับการฝึกการเดินให้ได้ระยะทางไกลขึ้นก่อนที่คุณจะเริ่มเร่งความเร็ว จากนั้นค่อย ๆ เพิ่มเวลาที่คุณเดินออกกำลังกายในแต่ละวัน โดยตั้งเป้าหมายไว้ 30-60 นาทีต่อครั้ง และ 5-6 วันต่อสัปดาห์ ดูอัตราการเผาผลาญพลังงานต่อระยะทางที่เดิน

เผาผลาญพลังงานต่อระยะทางที่เดินให้มากขึ้น

เทคนิคการเดินดังต่อไปนี้จะช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงาน โดยเน้นการใช้กล้ามเนื้อหรือเพิ่มความรุนแรงของการเดิน

2. เดินเร็ว หรือ Racewalk

ความเร็วมากกว่า 13 นาทีต่อไมล์ คุณจะเพิ่มการเผาผลาญพลังงานต่อระยะทางที่เดินจากการที่คุณใช้กล้ามเนื้อมากขึ้น และสร้างกล้ามเนื้อมากขึ้น แต่ว่าประโยชน์สูงสุดอาจมาจากการที่คุณเดินได้ไกลขึ้นในช่วงเวลาเท่า ๆ เดิม ดังนั้นคุณก็จะสามารถเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้นจากระยะทางที่เพิ่มขึ้น

 3. ใช้ walking poles ช่วยให้เดินเร็วขึ้น

Walking Poles เป็นอีกตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ไม่สามารถเดินได้เร็ว แต่อยากจะเผาผลาญพลังงานต่อระยะทางที่เดินให้มากขึ้น การใช้ walking pole เช่น Nordic Walking หรือ เทคนิค Exerstriding จะช่วยให้ร่างกายส่วนบนได้ออกกำลังกายด้วย

4. วิธีเดินด้วย walking poles: เดินขึ้นเนินเขา หรือบันได

คุณสามารถเพิ่มการเผาผลาญพลังงานต่อระยะทางที่เดินให้มากขึ้นได้โดยการเดินขึ้นเนินเขาหรือบันได การเดินขึ้นเนินเขาสามารถเผาผลาญเพิ่มขึ้นได้มากถึง 50% และ 4 แคลอรี่ต่อนาทีสำหรับการขึ้นบันได หากคุณชอบการวิ่งสายพานให้ค่อย ๆ ลองเพิ่มความชันของสายพานดู

5. เพิ่ม Speed Intervals ระหว่างการเดิน

ปรับเปลี่ยนความเร็วระหว่างการเดินสามารถเพิ่มความรุนแรงและเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น เลือกช่วงตึกที่คุณจะเร่งความเร็วในการเดินสัก 1-2 นาที จากนั้นค่อยชะลอความเร็วลงกลับมาเดินอย่างปกติ 1-2 นาที และเร่งความเร็วใหม่อีกครั้ง ทำซ้ำวนไป จะช่วยให้คุณสามารถเดินได้ไกลขึ้นในระยะเวลาเท่าเดิม และทำให้คุณสามารถเดินได้เร็วขึ้น หากคุณสามารถวิ่งได้ ให้ลองเพิ่ม Running intervals เข้าไปสัก 1-2 นาที เพราะการวิ่งสามารถช่วยเผาผลาญพลังงานได้ดีกว่าการเดิน และยังช่วยให้คุณสามารถได้ระยะทางเพิ่มขึ้นในระยะเวลาเท่าเดิม

6. แบกน้ำหนักเพิ่มขึ้น

ความจริงแล้ววิธีนี้ไม่น่าแนะนำ เนื่องจากการแบกน้ำหนักเพิ่มขึ้นหมายถึงการเพิ่มความเครียดให้กับข้อของคุณ แต่หากคุณคิดจะทำแล้ว ไม่ควรเพิ่มน้ำหนักมากกว่า 10 ปอนด์ (4.5 kg) และใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายหลัง หรือชุดถ่วงน้ำหนักที่สะโพก เพื่อที่ร่างกายของคุณจะยังสามารถรักษาสมดุลและทรวดทรงไว้ได้ การเดินด้วยทรวดทรงที่ไม่เหมาะสม หรือการเพิ่มน้ำหนักที่แขนหรือขาสามารถทำให้เกิดการบาดเจ็บได้

7. เผาผลาญพลังงานขณะคุณหลับโดยการสร้างกล้ามเนื้อให้มากขึ้น

คุณสามารถเผาผลาญพลังงานได้แม้กระทั่งในขณะที่คุณกำลังหลังอยู่ โดยการสร้างกล้ามเนื้อ เมื่อคุณเพิ่มกล้ามเนื้อให้กับร่างกาย นั่นเป็นการที่คุณเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงาน (basal metabolic rate) คือจำนวนพลังงานที่คุณเผาผลาญไปขณะพักในแต่ละวัน ดังนั้นหากคุณเพิ่งจะเริ่มหัดเดิน คุณก็จะเริ่มมีการสร้างกล้ามเนื้อที่ขา สำหรับการออกกำลังกายที่สมดุลและเหมาะสมนั้น คุณต้องได้ทั้งความตึงตัวและการสร้างกล้ามเนื้อ ด้วยการออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรง (strength training workouts) 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์

ข้อแนะนำเพิ่มเติม

  • สำหรับผู้เพิ่งเริ่มหัดเดิน คุณต้องสร้างกล้ามเนื้อที่ขาโดยการเพิ่มเวลาและระยะทางในการเดินแต่ละครั้ง ให้เน้นที่การเพิ่มเวลาในการเดินออกกำลังกายแต่ละครั้ง 
คู่มือสำหรับผู้เริ่มหัดเดินออกกำลังกาย ให้ได้รวดเร็วใน 30 วัน
  • Seasoned Walkers: สำหรับผู้ที่เดินมาเป็นระยะเวลานานเดือนถึงปี คุณอาจต้องเปลี่ยนลักษณะการเดินเพื่อสร้างกล้ามเนื้อให้มากขึ้นจากการเดิน เทคนิค Racewalk จะช่วยให้เผาผลาญพลังงานและสร้างกล้ามเนื้อได้ดีกว่าการเดินแบบธรรมดา การ Racewalk จะทำให้คุณสร้างกล้ามเนื้อใหม่ ๆ ได้ และเผาผลาญพลังงานต่อระยะทางที่เดินได้มากขึ้น
  • หากคุณไม่สนใจใน Racewalk สำหรับคนที่ไม่สนใจการ Racewalk เพื่อสร้างกล้ามเนื้อ คุณอาจต้องเพิ่มการออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงในแต่ละสัปดาห์เพื่อเพิ่มการสร้างกล้ามเนื้อ โดยเพิ่มเป็น 2-3 วันต่อสัปดาห์

การทานให้น้อยลงเป็นอีกกุญแจสำคัญในการลดน้ำหนัก

สำหรับการลดน้ำหนักที่ประสบความสำเร็จแล้ว ต้องรู้ว่าเราทานอะไรไปกี่แคลอรี่ และออกกำลังกายเผาผลาญไปแล้วเท่าไร

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่