Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
การรักษา

กระเทียม สารอาหาร สรรพคุณ ประโยชน์ และวิธีใช้เพื่อสุขภาพ

สมุนไพรคู่ครัวไทยที่บำรุงระบบทางเดินอาหารได้ยอดเยี่ยม และแก้ปัญหากลาก เกลื้อน ได้เยี่ยมยอด
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,551,360 คน

กระเทียม สารอาหาร สรรพคุณ ประโยชน์ และวิธีใช้เพื่อสุขภาพ

เมื่อพูดถึง "กระเทียม" หลายคนคงถึงสมุนไพรคู่ครัวที่มีกลิ่นฉุน  รสชาติเผ็ดร้อนเป็นเอกลักษณ์  แต่รู้ไหมว่า ภายใต้ความฉุนและรสเผ็ดร้อนที่ว่านี้กลับซ่อนประโยชน์ไว้มากมาย   ไม่เช่นนั้นคนไทยโบราณคงไม่นำกระเทียมมาทำอาหารสารพัดเมนู ไม่ว่าจะเป็นน้ำพริกกะปิ  ส้มตำ ผัดกระเพรา  ผัดผัก หมูกระเทียม ไก่กระเทียม  น้ำจิ้มต่างๆ  ใส่ในพริกน้ำปลา  หรือเพียงแค่ตั้งกระทะด้วยไฟอ่อนๆ ใส่น้ำมัน พอเดือดแล้วโรยกระเทียมลงไป ใช้ตะหลิวกลับไปกลับมาให้กระเทียมกลายเป็นสีเหลืองอ่อนๆ เพียงเท่านี้จะได้กระเทียมเจียวสีเหลืองทอง กลิ่นหอมไว้โรยหน้าทั้งของคาว - หวานแล้ว 

รู้จักกระเทียม 

กระเทียม (garlic) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Allium sativum L.  เป็นพืชใบเรียวยาว แบน แคบ ปลายแหลม โคนใบแผ่เป็นแผ่นและเชื่อมติดกันหุ้มรอบใบอ่อนกว่าด้านใน ลักษณะคล้ายลำต้นเทียม ออกดอกเป็นดอกช่อ ติดเป็นกระจุกที่ปลายก้าน ดอกย่อยมีกาบหุ้มเป็นจะงอยยาว กลีบดอกมี 6 กลีบ รูปยาวแหลม สีขาวแต้มสีม่วง หรือขาวอมชมพู ผลขนาดเล็กเป็นกระเปาะสั้นๆ รูปไข่หรือค่อนข้างกลม มี 3 พู เมล็ดเล็ก สีดำ  กระเทียมมีลำต้นใต้ดินเป็นหัวลักษณะกลมแป้นแต่ละหัวประกอบด้วย 6-10 กลีบ เปลือกนอกมีเยื่อสีขาว หรือม่วงอมชมพูหุ้มอยู่ 2-4 ชั้น ลอกออกได้   

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad

นอกจากครัวไทยจะใช้ประโยชน์จากส่วนหัวกระเทียมเป็นหลักในการดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ แต่งกลิ่น และเพิ่มรสชาติให้กับอาหารประเภทผัดชนิดต่างๆ ได้อย่างดีแล้ว  ส่วนใบและหัวกระเทียมสดๆ ยังสามารถกินเป็นผักเคียงได้ด้วย  ส่วนนอกครัวยังมีการนำกระเทียมมาเป็นสมุนไพรบรรเทาปัญหาสุขภาพด้วย ดังปรากฏหลักฐานว่า แพทย์แผนไทยใช้กระเทียมสดรักษาโรคผิวหนัง กลากเกลื้อน โรคบิด ป่วง แก้ไอ กระจายลมและโลหิต  ลดอาการจุกเสียนแน่นท้อง 

 การศึกษาทดลองคุณสมบัติทางเภสัชวิทยาในระยะหลัง พบว่า กระเทียมมีสรรพคุณเป็นยารักษาโรคได้อีกหลายอย่าง แต่การนำมาใช้ประโยชน์ให้ได้ผลอย่างจริงจังยังจะต้องมีการศึกษาผลทางคลินิกวิทยาให้ถ่องแท้เสียก่อน

สารสำคัญที่เป็นสารออกฤทธิ์ของกระเทียม

สารในกลุ่มสารประกอบกำมะถัน (organosulfur) ได้แก่  allisatin, ajoene, methylajoene, dimethylajoene, allicin, methylallyl thiosulfinates, dimethyl thiosulfinates, diallyl sulfide, diallyl disulfide, diallyl trisulfide, di(1-propenyl) sulfide, alkenyl disulfide, alkenyl trisulfide, S-allyl cysteine, allyl methyl sulfide, thiacremonone  และสารกลุ่มฟลาวานอยด์ ได้แก่ quercetin, isoquercitrin, reynoutrin, astragalin และ isorhamnetin 3-O-b-D-glucopyranoside (1-13)

คุณค่าทางโภชนาการ

กระเทียมดิบปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงาน 149 กิโลแคลอรี และประกอบด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ดังนี้

ไขมัน 0.5 กรัม คาร์โบไฮเดรต 33.06 กรัม  เส้นใยอาหาร 2.1 กรัม  แคลเซียม 181 มิลลิกรัม  ฟอสฟอรัส 153 มิลลิกรัม  แมกนีเซียม 25 มิลลิกรัม

แมงกานีส 1.672 มิลลิกรัม  โพแทสเซียม 401 มิลลิกรัม  สังกะสี 1.16 มิลลิกรัม  ซิลีเนียม 14.2 ไมโครกรัม

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad

วิตามินบี 1 0.2 มิลลิกรัม   วิตามินบี 2 0.11 มิลลิกรัม วิตามินบี 3 0.7 มิลลิกรัม  วิตามินบี 5  0.596  มิลลิกรัม วิตามินบี 6 1.235 มิลลิกรัม 

วิตามินบี 9 3 ไมโครกรัม   วิตามินซี 31.2 มิลลิกรัม

สรรพคุณต่างๆ ของกระเทียม มีดังนี้

  • ฆ่าเชื้อรา คือ กลาก เกลื้อน ที่ผิวหนัง ผม ขน ทั้งในคนและในสัตว์ได้ดี
  • ยับยั้งเชื้อต่างๆ เช่น เชื้อที่ทำให้เกิดฝีหนอง และใช้รักษาแผลสด แผลที่เป็นหนอง คออักเสบ ทอนซิลอักเสบ ทางเดินปัสสาวะอักเสบ เชื้อวัณโรค และเชื้อปอดบวม
  • ฆ่า หรือยับยั้งเชื้อแบคทีเรียแทบทุกชนิด กล่าวคือ มีสารอัลลิซิน ที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่มักทำให้เกิดโรคได้ถึง 15 ชนิด โดยเฉพาะยับยั้งเชื้อพวกที่ดื้อยาเพนนิซิลินได้ดีกว่าเชื้อพวกที่ไม่ดื้อยาอีกด้วย นอกจากนี้ ฃยังฆ่าเชื้อบิดมีตัวที่มีพิษต่อลำไส้ได้ดีโดยมีสารที่สำคัญคือ กาลิซิน รวมทั้งสามารถยับยั้งเชื้อบิดเทียมซึ่งไม่รบกวนแบคทีเรียตัวอื่นที่มีประโยชน์ต่อลำไส้
  • น้ำมันกระเทียมมีฤทธิ์ต้านเชื้อราก่อโรคติดเชื้อในช่องปากและผิวหนังหลายชนิด ได้แก่ Candida albicans,  Candida tropicalis, Blastoschizomyces capitatus,  Epidermophyton floccosum,  Microsporum canis, Microsporum gypseum,  Rhizophus spp., Trichoderma spp.,  Trichophyton mentagrophytes, และ T. rubrum
  • น้ำมันหอมระเหยจากกระเทียมมีฤทธิ์ต้านเชื้อราที่ก่อโรคติดเชื้อในช่องปาก หูอักเสบ และผิวหนัง
  • มีฤทธิ์ต้านเชื้อรา  Aspergillus fumigatus  ที่ทำให้ก่อโรคติดเชื้อในปอด
  • ฆ่าเชื้อยีสต์ชนิดที่ทำให้เกิดลิ้นขาวเป็นฝ้าในเด็กทารก และทำให้เกิดโรคมุตกิดระดูขาวที่มักจะเกิดในหญิงที่ตั้งครรภ์ หรือกินยาคุมกำเนิด ยาปฏิชีวนะหรือยาสเตียรอยด์เป็นเวลานานๆ
  • ลดระดับความดันโลหิต
  • มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด
  • สารอัลลิซิน (Allicin) และอะโจอีน (Ajoene) ในกระเทียม ช่วยลดการซึมผ่านของคอเลสเตอรอล จากลําไส้เล็กเข้าสู่กระแสเลือด 
  • ป้องกันการอุดตันของไขมันในหลอดเลือด
  • ลดระดับน้ำตาลในเลือด
  • ช่วยบรรเทาอาการอักเสบรักษาแผลในกระเพาะอาหาร และช่วยลดอาการแน่นจุกเสียดในผู้ป่วยที่เป็นโรคกระเพาะ
  • แก้ธาตุพิการอาหารไม่ย่อย เนื่องจากมีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของเมตาบอลิซึม จึงทำให้ร่างกายสามารถย่อยอาหารได้ดีขึ้น
  • ช่วยรักษาโรคกระเพาะ คือมีสารเอเอส 1 ช่วยยับยั้งไม่ให้น้ำย่อยอาหารมาย่อยแผลในกระเพาะ และยังช่วยรักษาโรคตับอ่อนอักเสบชนิดรุนแรงได้ด้วย
  • ขับพยาธิต่างๆ ได้หลายชนิด ได้แก่ พยาธิเข็มหมุด พยาธิแส้ม้า พยาธิเส้นด้าย และมีรายงานทดสอบจากอินเดียว่า กระเทียมมีสารไดอัลลิลไดซัลไฟด์ มีฤทธิ์ใช้ฆ่าพยาธิไส้เดือนได้ดี
  • มีฤทธิ์ช่วยสมานแผล โดยกระตุ้นให้มีการสร้างเนื้อเยื่อบุผิวและคอลลาเจนใหม่ มีการเจริญของมัดเส้นใยคอลลาเจน และมีการสร้างเส้นเลือดใหม่
  • ช่วยบรรเทาอาการไข้หวัด
  • ในทางแพทย์แผนไทยนำกระเทียมไปเป็นส่วนผสมในตำรับยาที่ช่วยในการขับเสมหะและมีฤทธิ์ขับเหงื่อและขับปัสสาวะ รวมถึงในตำรับยาที่ช่วยในการบำรุงไฟธาตุ กระตุ้นการเผาผลาญ ช่วยลดน้ำหนัก
  • ช่วยบรรเทาอาการโรคไอกรน
  • บรรเทาอาการหืดและโรคหลอดลม
  • แก้เคล็ดขัดยอกและเท้าแพลง เพราะมีสารอัลลิซินเป็นตัวช่วยทำให้เลือดไหลเวียนมายังบริเวณที่ทาถูนวดยาได้ดีมากขึ้น และมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ
  • แก้ปวดข้อและปวดเมื่อย
  • ต่อต้านเนื้องอก เนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง
  • บำรุงร่างกาย ประเทศญี่ปุ่นได้ค้นพบสารในกระเทียมชื่อสคอร์ดินิน ไม่มีกลิ่น แต่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง รวมทั้งช่วยให้เนื้อเยื่อเจริญเติบโตและช่วยลดไขมันในร่างกาย

กินกระเทียมอย่างไรมีคุณค่ามากที่สุด?

การรับประทานกระเทียมที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด คือ รับประทานประกอบในมื้ออาหารต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้วันละ 1-2 มื้อ (3-5กลีบ/มื้อ) หรือประมาณ 4 กรัมต่อวัน   แต่ไม่ควรรับประทานมากกว่านี้เพราะอาจเสี่ยงต่อภาวะเลือดแข็งตัวช้ว หรือเลือดไหลไม่หยุดได้    การได้รับสารในกระเทียมในปริมาณคงที่สม่ำเสมอจะช่วยให้การดูดซึมสารสำคัญของกระเทียมไปใช้ในร่างกายเป็นไปอย่างคงที่ จะสามารถช่วยป้องกันโรคหวัดและลดการดูดซึมคอเลสเตอรอล ช่วยในการเผาผลาญอาหารได้ดี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก 

การใช้กระเทียมในการรักษาโรค 

ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข (สาธารณสุขมูลฐาน)

  1. การใช้กระเทียมรักษาอาการแน่นจุกเสียด
    - นำกระเทียม 5-7 กลีบ บดให้ละเอียด เติมน้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ เกลือและน้ำตาลนิดหน่อย ผสมให้เข้ากัน กรองเอาเฉพาะน้ำดื่ม
    - นำกระเทียมมาปอกเปลือก นำเนื้อใน 5 กลีบมาซอยให้ละเอียด รับประทานกับน้ำหลังอาหารทุกมื้อ แก้ปวดท้อง อาหารไม่ย่อย
  2. การใช้กระเทียมรักษากลาก เกลื้อน
    - นำกระเทียมมาขูดให้เป็นชิ้นเล็กๆ หรือบดให้แหลก พอกที่ผิวหนัง แล้วปิดด้วยผ้าพันแผลไว้นานอย่างน้อย 20 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำซ้ำเช้าเย็นเป็นประจำทุกวัน
    - ขูดผิวหนังส่วนที่เป็นเกลื้อนให้พอเลือดซึม แล้วใช้กระเทียมสดทา ทำเช่นนี้ทุกวัน 10 วันก็จะหาย

กระเทียมแคปซูล ดีไหม?

นอกจากการนำกระเทียมมาปรุงอาหารเมนุูต่างๆ  หรือรับประทานแบบสดๆ หรือรับประทานแบบดองแล้ว  ปัจจุบันยังมีการนำกระเทียมไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ  เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร  สารสกัดน้ำมันกระเทียม เป้นต้น  

การรับประทานกระเทียมแคปซูลจะได้ผลดี หากรับประทานอย่างถูกวิธีและถูกสัดส่วน

วิธีรับประทานครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 2 ครั้ง หลังอาหาร และไม่ควรรับประทานต่อเนื่องเกิน 3 เดือน ควรหยุดพัก 1-2 สัปดาห์ แล้วค่อยกลับมารับประทานใหม่

ข้อควรระวังในการรับประทานกระเทียม

  • เด็ก สตรีมีครรภ์ และสตรีที่อยู่ระหว่างให้นมบุตรไม่ควรรับประทาน
  • การรับประทานกระเทียมสดในขนาดสูง กระเทียมชนิดเม็ด หรือแคปซูลเป็นเวลานาน  (รับประทานติดต่อกันทุกวันเป็นเวลานานมากๆ) จะมีผลทำให้เกล็ดเลือดต่ำลง  มีรายงานพบว่า มีคนไข้เลือดออกในสมอง  เลือดหยุดช้า และเลือดออกไม่หยุดในขณะผ่าตัด
  • กระเทียมมีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด ยับยั้งการเกาะกันของเกล็ดเลือด ทำให้เลือดเหลวและแข็งตัวช้า   ดังนั้นต้องระมัดระวังการใช้ร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น warfarin หรือยาต้านการจับตัวของเกร็ดเลือด และยา NSAIDs บางชนิด เช่น aspirin และ indomethacin เพราะจะทำให้ค่าการแข็งตัวของเลือดลดลง และอาจทำให้เลือดออก

ถ้าอ่านจบแล้วรู้สึกเหมือนได้กลิ่นกระเทียมเจียวหอมๆ ลอยมาแตะจมูก อาหารมื้อต่อไปก็อย่ารีรอ ลองมองหาเมนูที่มีกระเทียมเป็นส่วนประกอบมาชิมกันดูนะ  ถ้าคุณไม่ได้อยู่กลุ่มยกเว้นการบริโภค แต่อย่าลืมว่า ควรชิมแต่พอดี  และกินอาหารให้หลากหลายจะดีต่อสุขภาพที่สุด 


ที่มาของข้อมูล

Denis Zofou and Vincent P.K. Titanji, Antimalarial and Other Antiprotozoal Products from African Medicinal Plants (https://www.sciencedirect.com/...), 2013

พนิดา ใหญ่ธรรมสาร, สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (http://www.medplant.mahidol.ac.th/events/25580128/doc25580128_01.pdf)

สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (http://www.medplant.mahidol.ac.th/pubhealth/allium.html)


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป