การกินเพื่อสุขภาพ

แคลเซียม รู้จักสารอาหารสำคัญ ที่ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน

Istock 495950860 m

หากพูดถึง แคลเซียม สำหรับร่างกายมนุษย์แล้ว จัดว่าเป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญ แต่เราก็สามารถพบธาตุชนิดนี้ได้ทั่วไปตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นตามพื้นดิน ในน้ำ ตามก้อนหิน ส่วนในร่างกาย ก็คือ กระดูกและฟัน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่มี แคลเซียม เป็นองค์ประกอบหลัก แร่ธาตุชนิดนี้ยังทำหน้าที่เป็นตัวช่วยกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนในร่างกาย

มีส่วนสำคัญต่อกระบวนการทางชีวเคมีภายในเซลล์ ร่างกายที่มีปริมาณ แคลเซียม ที่เพียงพอ สามารถทำงานได้อย่างสมดุล ดังนั้น มันจึงเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายไม่ควรขาด เพื่อให้ระบบการทำงานต่างๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เราลองมารู้จักกับธาตุ แคลเซียม ประโยชน์ และโทษในการรับประทานมากหรือน้อยเกินไป พร้อมแหล่งที่เราจะพบสารชนิดนี้ว่ามีอยู่ในอาหารประเภทใดบ้าง

แคลเซียมคือ อะไร ?

แคลเซียม (Calcium) คือแร่ธาตุ ที่มีความสำคัญอย่างมากมายต่อสุขภาพร่างกาย โดยเฉพาะในผู้หญิงที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุนได้ง่าย ในร่างกายของเราประกอบด้วย แคลเซียม มากกว่า 1,200 กรัม เกือบ 55 เปอร์เซ็นต์ พบได้ในกระดูกและฟัน จะจับตัวร่วมกับฟอสฟอรัส เรียกว่า "Calcium Phosphates" แคลเซียม ไม่ได้อยู่แค่ในส่วนของกระดูกและฟันเท่านั้น เรายังพบ แคลเซียม ได้ในเลือด ซึ่งจับตัวอยู่กับโปรตีน และพบแคลเซียม อิสระล่องลอยทำหน้าที่อยู่ภายในร่างกายด้วย

หน้าที่และโยชน์ของแคลเซียมในร่างกาย

  1. เป็นส่วนประกอบของกระดูกและฟัน ทำให้โครงสร้างเหล่านี้มีความแข็งแรง
  2. เป็นส่วนประกอบที่ช่วยให้เลือดแข็งตัว
  3. ช่วยในการทำงานของระบบประสาทในส่วนของกล้ามเนื้อ
  4. ช่วยควบคุมการยืดและหดตัวของกล้ามเนื้อในร่างกายตามส่วนต่างๆ ทั่วไป ซึ่งรวมไปถึงกล้ามเนื้อหัวใจด้วย
  5. กระตุ้นการทำงานของโปรตีนที่เป็น corboxylated- glutamic acid ให้จับเข้ากับแคลเซียมของ Hydroxyapatite เพื่อทำหน้าที่สร้างและสลายกระดูก ทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นของมวลกระดูกใหม่ๆ นั่นเอง
  6. ควบคุมความเป็นกรดด่างภายในร่างกาย

โทษของแคลเซียมเมื่อได้รับมากเกินไป

หากร่างกายได้รับแคลเซียมมากเกินไป จะส่งผลให้เกิดผลกระทบตามมา กรณีที่เรารับประทานแคลเซียมเป็นแบบอาหารเสริม และไม่มีวิตามินดีเป็นส่วนผสมอยู่ด้วย จะเกิดภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจขาดเลือด โรคนิ่วในไต และในผู้สูงอายุที่รับประทานมากเกินไปจากอาหารเสริม จะเสี่ยงต่อโรคหัวใจวาย ทั้งนี้แม้จะรับประทานในสัดส่วนที่พอดี แต่ห้ามกินติดต่อกันนานเกินไป เพราะจะส่งผลทำให้แคลเซียมในเลือดเพิ่มสูงขึ้น เป็นอันตรายต่อภาวะสมดุลระหว่างกรดเบส จนร่างกายทำงานผิดปกติตามมาได้

อันตรายจากภาวะขาดแคลเซียม

ภาวะขาดแคลเซียม มีสาเหตุที่เกิดขึ้นส่วนมากมาจากการที่ร่างกายได้รับแคลเซียมจากอาหารที่ไม่เพียงพอ การเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนหรือวัยทอง เมื่อเกิดภาวะนี้ขึ้น จะทำให้ร่างกายเสี่ยงต่อการเกิดโรคเกี่ยวกับกระดูก เช่น ภาวะกระดูกอ่อน โรคกระดูกพรุน ข้อรูมาตอยด์ ข้ออักเสบ และข้อเข่าเสื่อม ฯลฯ แน่นอนว่าโรคเหล่านี้ แม้เกิดขึ้นเพียงโรคเดียวก็ทำให้เกิดความทุกข์ทรมานต่อร่างกายได้อย่างมากมาย

ยิ่งอายุมากขึ้นร่างกายก็จะยิ่งเสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็ว อีกทั้งมีการหยุดการสร้างเซลล์กระดูก ทำให้เกิดการสลายกระดูกอย่างต่อเนื่อง มวลกระดูกลดลงเรื่อยๆ แปรผกผันกับอายุที่มากขึ้น เป็นอันตรายที่เราต้องรีบป้องกันก่อนสายเกินแก้ เพราะการรักษาเมื่อโรคเกิดขึ้นแล้วทำได้ยุ่งยาก และมีโอกาสที่ร่างกายจะกลับมาเป็นปกติได้เหมือนเดิมนั้นเป็นไปได้น้อยกว่าในวัยเด็กหรือวัยรุ่นอีกด้วย ภาวะขาดแคลเซียมยังรุนแรงเพิ่มขึ้น จนถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้

[caption id="" align="aligncenter" width="640"] ตารางแคลเซียม[/caption]

หลักในการรับประทานแคลเซียม

เพื่อป้องกันภาวะขาดแคลเซียม เราควรได้รับแคลเซียมให้เพียงพอในแต่ละวัน โดยทั่วไปควรได้รับจากอาหารที่เรากิน พบมากในผักใบเขียว คะน้า บลอคโคลี่ งา ข้าวโอ๊ต ถั่วขาว ถั่วแระ นมถั่วเหลือง ปลาตัวเล็กที่กินได้ทั้งกระดูก กะปิ กุ้งแห้ง นม ชีส และผลิตภัณฑ์จากนม เป็นต้น สำหรับในผู้ที่มีอายุน้อยควรได้รับแคลเซียมประมาณ 800 มิลลิกรัม คนที่มีอายุมากกว่า 51 ปี ให้เพิ่มขึ้นเป็น 1,000 กรัม

กรณีที่รับประทานอาหารไม่หลากหลาย ร่างกายได้รับ แคลเซียม ไม่เพียงพอ ให้รับประทานแคลเซียมชนิดอาหารเสริม ที่ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ มีการได้รับแสงแดดที่เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายสร้างวิตามินดี ช่วยเพิ่มให้ลำไส้ดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น และเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการรับประทานแคลเซียม ควรรับประทานหลังอาหาร หรือพร้อมอาหาร ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายดูดซึม นำไปใช้ได้มากที่สุดนั่นเอง

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ